BIRDROCK 3 : สงครามครั้งสุดท้าย
ณเขตการปกครอง BIRD ROCKในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แสงแดดอ่อนของยามเย็นเล็ดลอดผ่านหน้าต่างที่กระจกแตกร้าวบ่งบอกถึงสภาพทรุดโทรมของตึกเก่าๆ หลังหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดท้าทายกาลเวลาภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออนที่กะพริบเป็นระยะโต๊ะไม้เก่าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนตั้งอยู่กลางห้อง โดยมีแผนที่ขนาดใหญ่ปูอยู่บนโต๊ะเบิร์ดนั่งอยู่ที่ขอบโต๊ะ มือหนึ่งถือบุหรี่ที่มีควันลอยเอื่อยอีกมือหนึ่งลากนิ้วไปตามแผนที่ราวกับกำลังวางแผนบางอย่าง
ยาเดินเข้ามาจากมุมมืดของห้องดวงตาของเธอจ้องไปที่บุหรี่ในมือเขาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเอื้อมมือดึงมันออกจากปากของเขาอย่างไม่ลังเลและโยนลงพื้น
"ที่รักของพวกนี้มันจะทำให้คุณอายุสั้นน่ะ เลิกซะเถอะ" เธอกล่าวเสียงเรียบ
เบิร์ดถอนหายใจเบาๆ "โทษที เวลาฉันคิดมาก มันทำให้ฉันสงบนะ"
ยาเดินอ้อมมาด้านหลังเขาสวมแขนโอบรอบตัวเบิร์ดอย่างอ่อนโยน "แล้วที่รักกำลังคิดอะไรอยู่ล่ะ"
"สงคราม"เสียงตอบของเขาสั้นและหนักแน่น
"หึสงครามอะไร" ยาถามกลับ รอยยิ้มมุมปากเล็กๆปรากฏบนใบหน้า เธอนึกว่าเขาล้อเล่น
แต่เบิร์ดยังคงจ้องแผนที่ด้วยสายตาจริงจัง"ฉันกำลังคิดว่าจะบุกเข้าไปยึดกรุงเทพเมื่อไหร่ดี เพื่อที่จะยึดทั้งประเทศ"
ยาเลิกคิ้วสูงความประหลาดใจสะท้อนออกมาชัดเจน "เอ๋ ทำไมล่ะ แค่ภาคใต้อย่างเดียวก็พอแล้วนี่ไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย"
เบิร์ดเอนตัวพิงโต๊ะไม้ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขณะพูด"ฉันไม่ได้จะยึดมาเพื่อปกครองหรอกนะ ฉันแค่ต้องการกวาดล้างคนบางประเภทให้หมดเพื่อสร้างสังคมที่สงบสุขขึ้นมา และอีกอย่าง ต่อให้ฉันไม่คิดจะบุกพวกมันพวกมันก็คิดจะบุกมาหาฉันอยู่ดี ไม่ว่าจะยังไง สงครามก็ต้องเกิดอีก"
ยาเลิกคิ้วพลางมองเขาอย่างลังเล"ที่บอกว่ากวาดล้าง...หมายถึงอะไรเหรอ"
ในขณะนั้น เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากด้านนอกตึกก่อนที่กลุ่มชายหญิงหลายสิบคนที่ถูกมัดมือแน่นจะถูกขนลงจากท้ายรถพวกเขาถูกพาไปยืนเรียงกันบนลานทรายกว้าง ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
กล้าชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรงเดินเข้ามาในตึก "เบิร์ด นักโทษมาถึงแล้ว"
เบิร์ดพยักหน้าเบาๆก่อนลุกขึ้น ยายืนตามเขาไปอย่างลังเล ทั้งคู่เดินออกจากตึกไปยังลานทราย
นักโทษหลายคนก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบสายตา แต่มีหญิงคนหนึ่งก้าวออกมาด้วยแววตาเปี่ยมความทุกข์เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเว้าวอน"ขอร้องเถอะ...ที่ฉันขโมยเพราะฉันไม่มีอะไรจะให้ลูกฉันกินแล้ว..."
ยาเหลือบมองนักโทษหญิงคนนั้นก่อนหันไปถามกล้า "นักโทษพวกนี้ทำอะไรกันมา"
กล้าตอบอย่างราบเรียบ"พวกขโมยของในชุมชน และพวกอดีตนักการเมืองท้องถิ่นที่ทุจริต"
เสียงของนักโทษหญิงดังขึ้นอีกครั้งน้ำตาของเธอไหลพราก "ก็เพราะพวกคุณไงพวกเราบางคนถึงต้องอดอยากแล้วมาทำอะไรแบบนี้"
กล้าก้าวเข้าไปข้างหน้าแววตาของเขาเย็นชา "หุบปากไปซะ"
แต่ยากลับยกมือขึ้นเพื่อให้เขาหยุดเธอเดินไปยืนหน้าหญิงคนนั้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ฉันเข้าใจเหตุผลของคุณ...ขอโทษนะเราจะรีบแก้ไขปัญหาความอดอยากให้เร็วที่สุด"
BIRD ROCK ก้าวไปยืนเบื้องหน้ากลุ่มนักโทษที่ยืนเรียงกันอย่างหวาดหวั่นชายร่างใหญ่สวมเสื้อแจ็คเก็ตเก่าแต่ดูสง่างามแสดงถึงการเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและไม่อาจประนีประนอมได้
ชายคนหนึ่งส่งไมโครโฟนมาให้เขาBIRDROCK รับไมค์มาอย่างเงียบๆ ก่อนเอ่ยเสียงดังและชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่กลืนกินพื้นที่
"กฎระเบียบ...พวกแกรู้ไหมว่ามันคืออะไร"เสียงของเขาก้องกังวาน นักโทษบางคนตัวสั่นขณะฟัง"มันคือกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้คนทำสิ่งที่เลวร้ายต่อคนอื่น—ชีวิตการงาน ทรัพย์สิน เพื่อสร้างโลกที่มีแต่ความสงบสุข นั่นคือโลกที่ฉันต้องการและพยายามสร้างมาตลอด"
เขาหยุดชั่วครู่ก่อนจะกวาดสายตามองคนทั้งกลุ่ม "แล้วดูพวกแกสิ! พวกแกทำอะไร แค่ทำตัวให้อยู่ในกฎเกณฑ์มันยากนักรึไงกับการไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น"
จู่ๆนักโทษหญิงคนเดิมที่เคยพูดก่อนหน้านี้ก็ยืนขึ้น เธอจ้องมอง BIRDROCK ด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวด"แกคิดว่าพวกเราบางคนอยากจะเป็นขโมยนักรึไง เพราะสงครามบ้าๆของแกต่างหากที่ทำให้พวกเราต้องเสียงานเสียการ ต้องดิ้นรนจนมาเป็นแบบนี้"
กล้าหันไปมองเธอทันที"ใครก็ได้ ไปหุบปากมันหน่อย" เขาเอ่ยเสียงดุ แต่ยังไม่ทันขยับตัว
BIRD ROCK ยกมือขึ้นส่งสัญญาณหยุด เขาหันมามองกล้าและพูดเสียงเรียบ "ไม่ต้อง ปล่อยให้เธอพูดไป"
เขากลับไปยืนเผชิญหน้ากับนักโทษหญิงที่ยังหายใจแรงด้วยความขุ่นเคือง"ผมขอโทษนะ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเลย" เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย"ผมแค่อยากสร้างโลกที่สวยงามที่ทุกคนจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่มันก็จริงที่สงครามที่ผมทำไว้ในอดีตทำให้พวกคุณต้องสูญเสียงานไป..."
เขาหยุดเล็กน้อยมองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ "ขอถามหน่อยสิ ก่อนหน้านี้คุณทำงานอะไร"
นักโทษหญิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบเบาๆ "ฉันเป็นพนักงานบัญชี"
BIRD ROCK พยักหน้าช้าๆ ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง "พนักงานบัญชี... ใช่ๆแล้วนอกจากทำบัญชี คุณทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วหรือไง หรือชีวิตคุณถูกกำหนดมาให้ทำแค่บัญชี"
คำถามของเขาทำให้นักโทษหญิงนิ่งงันเธออ้าปากจะพูด แต่กลับกลืนคำพูดลงไปในลำคอ "เอ่อ... คือ... นายไม่เข้าใจหรอกว่าพวกเราต้องเจออะไรมาบ้างในแต่ละวัน..."
หลังจากคำพูดของนักโทษหญิงที่สั่นเครือBIRDROCK กลับยืนตัวตรงและพูดด้วยเสียงที่เย็นชาและหนักแน่น"เอาแต่อ้างนู้นอ้างนี้ คุณมันก็แค่คนที่ไร้ความพยายามในการที่จะลงมือทำอะไรการขโมยก็เป็นตัวเลือกที่ง่ายดีใช่ไหม"
เขาหันมามองกลุ่มทหารของเขาก่อนออกคำสั่งเด็ดขาด "ทหาร ตัดมือพวกมันทุกคน"
เสียงดังก้องนั้นทำให้บรรยากาศหนาวเยือกทหารของ BIRDROCK หลายคนเริ่มหยิบมีดเล่มใหญ่จากซองหนังข้างเอวเสียงคมมีดเฉือนอากาศทำให้นักโทษเริ่มแตกตื่น บางคนกรีดร้องบางคนทรุดลงกับพื้นด้วยความกลัว
"ไม่ขอร้องล่ะ พวกเรามีครอบครัวนะ" นักโทษบางคนตะโกนออกมาเสียงสะอื้นดังไปทั่วลานทราย
ยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจคำสั่งของ BIRD ROCK ทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตาและหูตัวเองเธอตะโกนเสียงดังลั่น "เดี๋ยวก่อน ทุกคนหยุด หยุดก่อน"
เสียงของเธอทรงพลังพอที่จะทำให้ทหารทุกคนชะงักแม้มือจะยังค้างอยู่บนด้ามมีด แต่พวกเขาหันมามอง BIRD ROCK เพื่อรอคำสั่งต่อไป
ยาเดินตรงเข้าไปหาBIRDROCK ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ "จะบ้าหรือไง นั่นมันโหดร้ายเกินไปแล้วนะพวกเขาแค่ขโมยหรือทำผิดเล็กๆ น้อยๆ เอง"
BIRD ROCK หันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชาและไร้ความรู้สึก"ไม่มีคำว่าผิดน้อยหรือเยอะ มีแค่ทำผิดหรือไม่ทำผิดเท่านั้น"
ยาไม่ลดละ"แต่ต้องถึงกับตัดมือพวกเขาเลยเหรอ มันโหดร้ายเกินไปแล้ว"
เขายืนนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "ใช่ๆ เธอพูดถูก"
แววตาของยาเปี่ยมไปด้วยความหวังเล็กๆว่าเธออาจเปลี่ยนใจเขาได้แต่สิ่งที่เขาพูดต่อมากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลง
"จะให้คนพวกนั้นใช้ชีวิตโดยไม่มีมือได้ยังไงทหาร ยิงประหารพวกมันทั้งหมดซะ"
คำสั่งนั้นเย็นชาและเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม
ทหารไม่ลังเลพวกเขาหยิบปืนออกมาพร้อมกันเสียงลูกเลื่อนดังประสานกันเหมือนเสียงสัญญาณแห่งความตายยาพยายามก้าวเข้าไปหยุดพวกเขา แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปเสียงปืนดังระรัวสนั่นลาน นักโทษทุกคนล้มลงไปทีละคน เลือดไหลนองลานทรายแสงแดดยามเย็นสะท้อนหยาดเลือดจนดูคล้ายเปลวไฟ
ยาเบือนหน้าหนีน้ำตาคลอในดวงตา เธอไม่อาจทำอะไรได้ในตอนนี้นอกจากยืนมองชายที่เธอเคยเชื่อมั่นค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นปีศาจในคราบมนุษย์...
ลานทรายที่เคยอบอ้าวกลับเย็นยะเยือกเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมหลังเสียงปืนสงบลง
ยาเบือนสายตาไปมองร่างที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและโกรธแค้น น้ำเสียงเธอสั่นเมื่อเอ่ยขึ้น"นายทำบ้าอะไรนะ ผู้หญิงคนนั้น...นางมีลูกนะ"
BIRD ROCK ยังคงยืนตัวตรง สายตาเย็นชาและไร้ความรู้สึก"ฉันจะหาคนรับเลี้ยงลูกของนางให้"
ยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่เชื่อ"เบิร์ด...นายเป็นอะไรไป นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว"
BIRD ROCK หันมามองเธอ ใบหน้าของเขาไม่มีวี่แววของความเสียใจ "ยา เธอฟังฉันนะคนพวกนี้ทำให้โลกที่พวกเรากำลังสร้างพังฉันแค่อยากจะสร้างโลกในอุดมคติที่พวกเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเราต้องกำจัดพวกที่ทำตัวผิดระเบียบให้หมด อย่างน้อยก็ให้มากที่สุด ฉันทำเพื่ออนาคตของเรานะ"
ยาเขยิบเข้ามาใกล้เขาน้ำตาคลอเบ้าตา เธอส่ายหน้า "ไม่...นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้วสิ่งที่นายทำมันไม่ถูกต้อง นายไม่ใช่ BIRD ROCK ที่ฉันรู้จักอีกต่อไป นายกลายเป็นปีศาจร้ายไปแล้ว"
เสียงตะคอกของ BIRDROCK ดังก้อง "เหรอ แล้วเธอคิดว่าฉันควรทำยังไงล่ะ นักโทษพวกนั้นคิดว่าฉันไม่เคยให้โอกาสพวกเขาแก้ตัวรึไงพวกเขามายืนตรงหน้าฉันแบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ฉันให้โอกาสแล้ว...ให้โอกาสอีก...แต่พวกเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง"
ยาสะอื้นหนักน้ำตาไหลรินลงอาบแก้ม "แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะฆ่าพวกเขาอยู่ดี!ฉัน...ฉันไม่เอาด้วยแล้ว ฉันจะไปจากที่นี่" เธอก้าวถอยหลังสองสามก้าว"รู้ไว้เลยนะ หลังจากฉันไปจากที่นี่ ฉันจะหาคนมาต่อต้านนายถ้าจะฆ่าฉันก็เอาเลย เพราะตั้งแต่วันนี้...เราจะเป็นศัตรูกัน"
คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของBIRDROCK เขายืนอึ้ง ขณะที่ยาหันหลังและเดินจากไปพร้อมน้ำตา
"เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน"BIRD ROCK พยายามจะรั้งเธอไว้เสียงของเขาแผ่วเบาลงเมื่อเห็นเธอเดินลับไปในเงามืดของตึกเก่า
เขายืนอยู่นานสายตาเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวด แต่ก็ไม่มีคำใดหลุดออกจากปาก... ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้งเหลือเพียงลมเย็นที่พัดผ่านและคราบเลือดบนลานทรายที่เป็นพยานของสิ่งที่เกิดขึ้น...
หนึ่งเดือนต่อมา
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วฐานทัพของBIRD ROCK ทหารหลายคนกำลังซ้อมยิงและประกอบอาวุธอย่างแข็งขันรถบรรทุกทหาร รถติดปืนกลและรถถังที่จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบสะท้อนให้เห็นความพร้อมและทรงพลังของกองกำลัง
ในมุมหนึ่งของฐานเบิร์ดนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าข้างโต๊ะเหล็ก มือหนึ่งถือบุหรี่ที่มีควันลอยเอื่อยอีกมือหนึ่งไล้นิ้วไปบนด้ามปืนพกคู่ใจ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
นายหรือฉายา "นายน้อย" ผู้ที่ทำหน้าที่วางแผนการรบให้กลุ่มเดินเข้ามาหาเขาอย่างเงียบๆ ก่อนเอ่ยขึ้น
"กองทัพของเราทั้งหมดเหมือนจะพร้อมแล้วละ"น้ำเสียงของนายหนักแน่น แต่แฝงไปด้วยความกังวล
เบิร์ดพยักหน้าเบาๆพลางพ่นควันบุหรี่ออกมา "ดี...กูอยากจะทำทุกอย่างให้จบๆ ไปสักที"
นายมองเขานิ่งก่อนจะพูดต่อ "มึงแน่ใจเหรอ...ที่จะเอากองทัพทั้งหมดเข้ายึดประเทศ กูว่าต้องมีชาวบ้านตายเยอะแน่ๆ"
เบิร์ดหันมามองนายดวงตาเย็นชาและไร้ความลังเล "ตายเหรอ มันก็แค่การเสียสละที่จำเป็นแค่นั้น...เพื่อความสงบสุขของคนรุ่นหลัง"
นายถอนหายใจลึกใบหน้าเต็มไปด้วยความขัดแย้ง "มึงรู้ไหม...ว่ายาเมียมึงกำลังแอบสร้างกองกำลังมาต่อต้านมึง"
เบิร์ดหัวเราะเบาๆแต่ไร้ซึ่งความสุข "รู้สิ...กูปล่อยให้เธอไปจากที่นี่และปล่อยให้เธอทำตามใจชอบแต่เธอไม่ควรทำแบบนั้นเลย...ฉันเตรียมการจัดการเธอไว้แล้วล่ะ"
นายจ้องหน้าเขาด้วยสายตาตกใจ"แกจะฆ่าเธอเหรอ นั่นเมียมึงนะ มึงยังมีหัวใจอยู่บ้างไหม ถึงนางจะทรยศไปสร้างกองกำลังมาต่อต้านมึงแต่นั่นก็เมียมึงนะ"
เบิร์ดเงียบดวงตาเย็นเฉียบจ้องไปที่จุดเดิมบนโต๊ะ
นายพยายามสะกิดจิตสำนึกของเขา"มึงช่วยพูดอะไรบ้างสิ หรือมึงจะบอกว่ามันก็แค่การเสียสละที่จำเป็นอีก"
เบิร์ดยังคงนิ่งไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกจากปาก
นายถอนหายใจยาวน้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้น "งั้นช่างเถอะ...ที่กูมาหามึง กูแค่อยากจะบอกว่ากูไม่เห็นด้วยที่มึงจะส่งกองทัพทั้งหมดเข้ายึดกรุงเทพกูไม่อยากมีส่วนร่วมกับการที่ต้องทำให้คนจำนวนมากต้องตาย แต่พูดยังไงมึงก็คงไม่ฟังกูขอลาออกจากกลุ่ม BIRD ROCK"
เบิร์ดเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองนายด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนพูดคำเดียว "งั้นเหรอ"
นายพยักหน้า"ไปก่อนละ"
เขาหันหลังเดินจากไปทิ้งให้เบิร์ดยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงฝีเท้าของนายค่อยๆ ห่างไกลออกไปจนกลืนไปกับเสียงซ้อมรบและอาวุธในฐาน
เบิร์ดยังคงนั่งเงียบสูดบุหรี่คำสุดท้ายก่อนพ่นควันออกมา ดวงตาของเขามองออกไปในความว่างเปล่าราวกับจมอยู่ในความคิดที่หนักอึ้ง แต่ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ความเงียบงันนั้นเขากำลังรู้สึกอย่างไร...
ณ อำเภอท่าฉางบนยอดเขาที่เป็นที่ตั้งกลุ่มต่อต้าน BIRD ROCK
ลมพัดแรงสะบัดใบไม้รอบบริเวณบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักแต่แฝงด้วยความระแวดระวังชายฉกรรจ์หลายสิบคนกำลังตรวจสอบอาวุธและเตรียมการสำหรับสงครามขณะที่ในกระโจมใหญ่กลางพื้นที่ ป้อม หรุม อดีตหัวหน้าแก๊งชื่อดังของไชยากำลังเจรจาอย่างเคร่งเครียดกับ มอส หรือที่รู้จักกันในฉายา ม้าขาว พ่อค้าอาวุธที่มีชื่อเสียง
"ราคานี้ให้ถูกสุดๆแล้วนะ" มอสกล่าวขณะพิงโต๊ะไม้เก่ามือข้างหนึ่งลูบไล้ด้ามปืนพกหรูที่คาดอยู่ข้างเอว
ป้อมขมวดคิ้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "กับเพื่อนเก่า มึงคิดแพงขนาดนี้เลยเหรอวะ"
มอสหัวเราะในลำคอพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ "คนมันก็ต้องกินต้องใช้นิ และอีกอย่าง มันแพงตรงไหน มึงจะกดราคากูไปถึงไหน"
ป้อมพ่นลมหายใจยาวก่อนจะเอ่ยเสียงจริงจัง "นี่กลุ่มต่อต้าน BIRD ROCK นะ มึงเองก็ไม่ค่อยชอบพวก BIRD ROCK ใช่ไหมล่ะ ไอ้พวกนั้นมันฆ่าเพื่อนของมึงไปไอ้แป๊ะปาไลยก์น่ะ จำได้ไหม"
คำพูดของป้อมทำให้สีหน้าของมอสเปลี่ยนไปเล็กน้อยดวงตาของเขาหรี่ลง และเสียงหัวเราะก็หายไป "ก็ใช่...แต่พวก BIRDROCK มันก็เป็นตัวทำเงินให้กูเหมือนกันนะลูกค้าอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่..."
เขาหยุดชั่วครู่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่พยายามซ่อนเอาไว้ "พอนึกถึงที่มันทำให้ไอ้แป๊ะต้องตายแล้ว...กูให้พวกมึงฟรีๆไปเลยดีกว่า"
ป้อมเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจแต่ก็ฉีกยิ้มออกมา "งั้น...ตามนั้นนะ"
ทั้งสองจับมือกันแน่นรอยยิ้มของป้อมสะท้อนถึงความพอใจ ขณะที่มอสยืนขึ้นเต็มความสูง
มอสยืนพิงกระโจมหรี่ตาเล็กน้อยขณะพ่นควันบุหรี่ออกมา"ว่าแต่...กลุ่มต่อต้านนี่มึงสร้างขึ้นมาเองเหรอ แต่แปลกนะที่พวก BIRDROCK มันปล่อยให้พวกมึงยังอยู่ได้"
ป้อมหัวเราะในลำคอและส่ายหัว"ไม่ใช่กูหรอก คนที่สร้างกลุ่มต่อต้านนี่คือ ยา เมียของไอ้ BIRDROCK นั่นแหละ"
มอสชะงักหันขวับมามองป้อมอย่างไม่อยากเชื่อ "หา เอาจริงดิ ผัวเมียทะเลาะกันเหรอวะ"
ป้อมพยักหน้าพลางยิ้มบาง "เหมือนเธอกำลังพูดอยู่ มึงลองไปฟังเองสิ"
มอสย่นคิ้วก่อนเดินตามป้อมไปยังลานรวมพลขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มต่อต้านนับร้อยคนพวกเขายืนล้อมรอบ ยา ที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและหนักแน่น
"วันนี้พวก BIRD ROCK จะยกทัพบุกขึ้นเหนือเพื่อยึดกรุงเทพ!"เสียงของยายังก้องชัด "พวกเราทุกคนรู้ว่ามันหมายถึงอะไร—คนตายจำนวนมากถึงครั้งหนึ่งพวกเราจะเคยเห็นด้วยกับสิ่งที่ BIRD ROCK ทำแต่ตอนนี้ เราจะลุกขึ้นสู้กับเขา เพื่อยุติการฆ่าที่กำลังจะเกิดขึ้น"
เสียงเชียร์จากฝูงชนดังขึ้นพร้อมอาวุธในมือที่ยกขึ้นเหนือหัวแต่ในสายตาของมอสกลับเห็นเพียงความสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ในใบหน้าของคนเหล่านั้น
เขาเดินกลับไปที่รถของตัวเองอย่างไม่สนใจการปลุกระดมขณะป้อมเดินตามเขามา มอสจุดบุหรี่อีกมวนและพ่นควันออกมาอย่างช้าๆ
"ขอบุหรี่มวนหนึ่ง"ป้อมเอ่ยขึ้น
มอสยื่นซองบุหรี่ให้ป้อมหยิบออกมาจุดสูบ ก่อนเอ่ยขึ้น "มึงว่าเธอจะทำได้ไหมวะ"
มอสหัวเราะเบาๆแต่แฝงความเย้ยหยัน "กูว่า...ทำไม่ได้หรอก เธอจะเอาอะไรไปสู้กับ BIRDROCK ที่ยึดได้เกือบทั้งภาคใต้แล้ว"
ป้อมพยักหน้าเบาๆ"กูก็ว่างั้นแหละ... แต่เธอไม่คิดจะฆ่า BIRD ROCK หรอก เธอแค่อยากให้เขาเปลี่ยนใจเท่านั้นเอง"
มอสสูดควันลึก"อืม...คงงั้นแหละ แต่บอกตรงๆ นะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน เดี๋ยวซวยเอา"
กระสุน RPGพุ่งเข้าใส่ฐานของกลุ่มต่อต้านกลางลานรวมพลแรงระเบิดทำให้ทุกอย่างกระจายออกเป็นชิ้นๆเปลวไฟลุกโชนท่ามกลางเสียงกรีดร้องและความวุ่นวาย
มอสรีบกระโดดหลบพลางหันไปมองป้อมด้วยสีหน้าที่ปนความตื่นตระหนก"นั่นไง กูว่าแล้ว งั้นไปก่อนนะ"เขารีบวิ่งไปที่รถพร้อมสตาร์ทเครื่องเสียงดัง ก่อนเร่งเครื่องหายไปในกลุ่มควัน
ป้อมลุกขึ้นอย่างรวดเร็ววิ่งไปหยิบปืน M16A1 ที่วางอยู่ข้างกระโจมเขารีบพุ่งตัวไปหายาที่กำลังก้มหลบอยู่หลังซากโต๊ะ "เป็นอะไรไหม ตายไปกี่คน"
ยายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากสายตาสั่นระริก "ไม่รู้สิ...ยังไม่ได้เช็คเลย"
ป้อมเช็คปืนในมือเตรียมมันให้พร้อมใช้งาน "ถึงเวลาแล้วสินะ..." เขากล่าวด้วยเสียงนิ่งสงบแต่แววตาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ยาเงยหน้าขึ้นช้าๆมองไปยังทิศทางที่เสียงเครื่องยนต์และกระสุนดังมา "เขามาแล้ว..."
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นเรื่อยๆ
รถติดปืนกลของกองทัพBIRDROCK บุกเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมฝูงกระสุนที่ยิงถล่มใส่ฐานต่อต้าน กลุ่มต่อต้านหลายคนยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกกระสุนพรากชีวิตไปทันที
"ยิงสวนอย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้" ป้อมตะโกนพร้อมยิงปืน M16 ของเขาใส่รถคันหนึ่ง กระสุนที่แม่นยำของเขาทำให้คนขับรถล้มลงไป
ยาเองก็ลุกขึ้นยืนหลังที่กำบังปืนไรเฟิลในมือของเธอปล่อยกระสุนออกไปอย่างแม่นยำเช่นกันเสียงปืนดังระงมจนแทบไม่ได้ยินเสียงร้องของผู้บาดเจ็บ
การปะทะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
ฝ่ายต่อต้านซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าและอาวุธด้อยกว่าเริ่มล้มตายเป็นจำนวนมากฝ่าย BIRDROCK ที่ได้เปรียบในทุกด้านกวาดล้างอย่างโหดเหี้ยม
"ป้อมเราต้องถอยหลัง" ยาตะโกนขณะยิงสวนอีกกระสุนนึงจนทำให้ศัตรูคนหนึ่งล้มลง
"ไม่ได้เราต้องต้านไว้จนถึงที่สุด" ป้อมตะโกนกลับ เขายังคงยิงต่อไปแม้กระสุนของเขาจะเริ่มหมดลง
เสียงระเบิดและกระสุนดังต่อเนื่องจนกระทั่งการปะทะเข้าสู่จุดสิ้นสุด
กลุ่มต่อต้านแทบถูกกำจัดจนหมดเหลือเพียงยาและป้อมที่ยังคงยืนหยัดอยู่ ในขณะที่ฝ่าย BIRDROCK เหลือเพียง 5 คนสุดท้าย
"เหลืออีกไม่กี่คนแล้ว"ยากล่าวเสียงหนักแน่น เธอและป้อมร่วมกันต่อสู้ด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยมสุดท้ายศัตรูคนสุดท้ายของฝ่าย BIRD ROCK ก็ล้มลง
เสียงปืนเงียบลงทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นควันปืนที่คละคลุ้ง
ยาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากพลางมองไปรอบๆ"พวกมันน่าจะหมดแล้วล่ะ..." เธอกล่าวเสียงเบาขณะที่ลมหายใจของเธอยังหนักหน่วงจากการต่อสู้
ป้อมมองไปรอบลานรบที่เต็มไปด้วยร่างไร้ชีวิตทั้งของพวกเขาเองและศัตรู ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ในดวงตามีแววของความมุ่งมั่น"แต่พวกเราก็แทบไม่เหลืออะไรแล้วเหมือนกัน..." เขากล่าวเบาๆราวกับพูดกับตัวเอง
ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางซากศพและซากปรักหักพังความเงียบงันกลับมาปกคลุม
ฝุ่นควันยังคละคลุ้งจากการต่อสู้ครั้งแรกแต่แล้ว เสียงฝีเท้าของทหารจำนวนมากก็ดังก้องขึ้น กองทัพของBIRD ROCK ที่มีจำนวนมากกว่าเดิมถึงสองเท่าโผล่มาล้อมรอบยาและป้อมไว้โดยสมบูรณ์
BIRD ROCK ก้าวออกมาจากกลุ่มทหารใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าผสมกับความโกรธเขายืนจ้องมองยาและป้อมที่ยังคงยืนหยัดอย่างอ่อนแรงแต่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ทำไม..."เสียงของเขาเย็นชาแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด"ทำไมต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากแบบนี้ เธอก็รู้นิว่าไม่มีโอกาสชนะฉันดูคนพวกนี้สิ" เขาชี้ไปรอบๆ ซากศพของกลุ่มต่อต้านที่กระจัดกระจาย"พวกเขาต้องมาตายเพราะเธอ"
ยามองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเสียใจน้ำเสียงของเธอสั่นระริก "ไม่...มันเป็นเพราะนายต่างหาก นายดูพวกเขาสิพวกเขายอมเอาชีวิตมาแลก เพื่อที่จะหยุดนายไม่ให้บุกขึ้นเหนือไป"
BIRD ROCK ตะคอกกลับ เสียงดังจนทุกคนรอบข้างนิ่งเงียบ "ช่วยเข้าใจกันบ้างสิคิดว่าฉันอยากทำมากนักเหรอ? คิดว่าฉันอยากฆ่าคนพวกนี้เหรอ แต่ฉันไม่มีทางเลือกจะให้ฉันรอจนพวกมันบุกมาฆ่าเราก่อนงั้นเหรอ"
เขาหยุดครู่หนึ่งสูดลมหายใจลึก แต่ความโกรธของเขายังคงเดือดพล่าน "ฉันยอมถูกมองเป็นปีศาจยอมทำแบบนี้...เพื่อสร้างโลกที่ไร้การกดขี่ เพื่อพวกมัน เพื่อพวกเราเพื่อลูกหลานของเรา และที่สำคัญ...ก็เพื่อเธอ"
เสียงของเขาเริ่มสั่นไหวขณะชี้นิ้วไปที่ยา "แต่ดูสิ่งที่เธอทำกับฉัน! เธอไปปลุกระดมคนมาต่อต้านฉันเพื่อที่จะมาฆ่าฉัน"
ยาน้ำตาไหลอาบแก้มเธอพยายามจะอธิบาย "ไม่...ฉันไม่ได้จะ..."
แต่ BIRDROCK กลับหันหลังให้เธอก่อนที่คำพูดของเธอจะจบดวงตาของเขามองตรงไปยังกลุ่มทหารของตัวเอง ราวกับปิดกั้นทุกสิ่งที่เธอพยายามจะสื่อ
กล้า รีบวิ่งเข้ามาหาเขา"จะเอายังไงกับสองคนนั้นดี"
BIRD ROCK ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ปล่อยไปคนของพวกมันตายหมดแล้ว เราเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระมากเกินไปแล้ว"
เขาหันกลับไปมองกล้าด้วยสายตาแน่วแน่"เราจะส่งกองทัพทั้งหมดบุกขึ้นเหนือกันเดี๋ยวนี้"
กล้าพยักหน้ารับคำสั่ง"ตามนั้น"
เสียงสั่งการดังขึ้นกองทัพของ BIRD ROCK เริ่มถอยกลับอย่างเป็นระเบียบพร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ป้อมหย่อนตัวนั่งลงบนซากคอนกรีตถอนหายใจแรง "นึกว่าจะต้องตายแล้ว..." เขาพึมพำกับตัวเองน้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้าและโล่งใจ
ยาเข่าทรุดลงกับพื้นน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจหยุดได้ เธอปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น"ฉันนี่มันล้มเหลวในทุกเรื่องจริงๆ... และที่แย่กว่านั้นฉันทรยศคนที่ฉันรัก"
เธอเงยหน้าขึ้นดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปยังทิศทางที่กองทัพ BIRD ROCK เคลื่อนตัวจากไป "ฉันแค่อยากปกป้องเขา...ไม่อยากให้เขาถูกมองว่าเป็นปีศาจฉันแค่อยากให้เขาเปลี่ยนใจ... เขาต้องเกลียดฉันมากแน่ๆ"
ป้อมมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนผิดกับปกติน้ำเสียงของเขานิ่งและจริงจัง "ไม่หรอก...เขาไม่ได้เกลียดเธอเลย"
ยาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสับสน"ทำไมจะไม่ละ"
ป้อมยิ้มบางพลางถอนหายใจเบาๆ "คนอย่างเขา...ที่โหดเหี้ยมขนาดนั้น ถ้าจะฆ่าใครสักคนมันง่ายสำหรับเขามาก แต่เขากลับปล่อยให้เธออยู่ต่อ ทั้งๆที่เธอเป็นคนสร้างกลุ่มต่อต้านเพื่อหยุดเขา ถ้าให้ฉันเดา...เขายังรักเธออยู่และนั่นแหละคือเหตุผลที่เธอยังมีชีวิตอยู่"
ยานิ่งงันกับคำพูดนั้นน้ำตาของเธอยังไหลแต่ดูเหมือนหัวใจที่หนักอึ้งจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
"รักเหรอ..."เธอกระซิบเบาๆ เสียงของเธอแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน
ณ ชายแดนรกร้างระหว่างชุมพรและประจวบคีรีขันธ์
แสงแดดยามเช้าสาดส่องไปทั่วผืนป่าฝูงนกบนกิ่งไม้กำลังทำความสะอาดขนอย่างสงบ ทันใดนั้นแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อย นกหลายตัวบินหนีไปด้วยความตื่นตระหนก
ทหารไทยประจำชายแดนมองไปยังทิศใต้ฝุ่นขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นกลางขอบฟ้า หนึ่งในทหารชี้ไปด้วยความตกใจ"นั่นอะไรน่ะ"
คำตอบไม่ต้องรอนานจู่ๆ กระสุนจากรถถัง ก็พุ่งมาทำลายแนวป้องกันแรกจนระเบิดเสียงดังสนั่นตามมาด้วยกระสุนจำนวนมากที่โจมตีเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เสียงสั่งการดังขึ้นทันทีทหารไทยรีบเตรียมพร้อมรับมือ แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะสายไปแล้ว เสียงฝีเท้าอย่างเป็นระเบียบของกองกำลังจำนวนมหาศาลของ BIRD ROCK ดังก้องตามมาพร้อมกับรถถังที่เคลื่อนตัวเข้ามาพวกเขาใช้ยุทโธปกรณ์ที่เคยยึดมาได้ในอดีตโจมตีเข้าใส่ฝ่ายไทย
"เปิดสัญญาณเตือนภัยสงครามเดี๋ยวนี้"นายทหารคนหนึ่งสั่งเสียงดัง
แต่สัญญาณเตือนที่ดังขึ้นนั้นกลับไม่ทันการณ์การโจมตีอย่างฉับพลันและไร้ความปรานีของกองทัพ BIRD ROCK ส่งผลให้แนวป้องกันของทหารไทยที่ชายแดนแตกอย่างรวดเร็ว
กองทัพ BIRDROCK ยังคงบุกขึ้นเหนือ
เส้นทางของพวกเขาเต็มไปด้วยการทำลายล้างเมืองและป่าสีเขียวที่เคยสงบสุขกลายเป็นซากปรักหักพัง ควันไฟลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเสียงร้องของผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามดังผสานไปกับเสียงระเบิดเสียงปืนใหญ่จากรถถัง และกระสุนปืนที่ยังคงยิงอย่างต่อเนื่อง
ในแนวหน้าของกองทัพBIRDROCK
กล้าเดินเข้ามาหาเบิร์ดที่กำลังยืนอยู่บนรถบรรทุกคันใหญ่ เขายกมือขึ้นเคารพก่อนรายงาน"เรายึดประจวบคีรีขันธ์ได้แล้วครับ และกำลังบุกเข้าไปที่เพชรบุรี"
เบิร์ดพยักหน้าอย่างพึงพอใจดวงตาของเขาเย็นชาและมุ่งมั่น "ดี บุกต่อไป อย่าหยุดส่งกระสุนและเสบียงให้พวกแนวหน้า อย่าให้ขาด"
"รับทราบครับ"กล้าตอบรับ ก่อนรีบวิ่งไปสั่งการต่อ
เสียงสงครามยังคงดังต่อเนื่อง
การเคลื่อนพลของBIRDROCK เปลี่ยนทุกที่ที่พวกเขาผ่านไปให้กลายเป็นสมรภูมิการสูญเสียเพิ่มขึ้นในทุกย่างก้าวแต่เป้าหมายของเบิร์ดชัดเจนยิ่งกว่าเดิม—การบุกขึ้นกรุงเทพฯเพื่อครอบครองและเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไปตลอดกาล...
สมรภูมิรบยังคงเดือดดาลอย่างต่อเนื่อง
การบุกของกองทัพBIRD ROCK ยังคงเดินหน้าเข้าสู่เพชรบุรีแม้จะเริ่มช้าลงเมื่อกองทัพไทยสามารถตั้งแนวป้องกันได้ แต่ในที่สุดเพชรบุรีก็ล้มลง หลังจากการสู้รบที่ยืดเยื้อมาหลายวันตึกและบ้านเรือนหลายแห่งกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง
เมื่อชัยชนะที่เพชรบุรีเกิดขึ้นกองทัพ BIRDROCK ก็ไม่หยุดเดินหน้าสู่ สมุทรสงคราม
ในฐานบัญชาการแนวหน้า
กล้าเดินเข้ามาหาเบิร์ดอย่างรีบร้อน"เราเริ่มบุกเข้าไปในสมุทรสงครามแล้วครับ เราเริ่มเข้าใกล้กรุงเทพฯ แล้วแต่เหมือนพวกมันจะตั้งแนวป้องกันแน่นมาก เราติดอยู่ตรงนั้น บุกเข้าไม่ได้เลย"
เบิร์ดพยักหน้าช้าๆก่อนถามเสียงเรียบ "เครื่องบินที่ส่งไปสนับสนุนเรือรบเป็นไงบ้าง"
กล้ารีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาติดต่อกับหัวหน้าผู้บัญชาการกองทัพอากาศของ BIRD ROCK หลังจากการสนทนาสั้นๆ เขาหันมารายงานเบิร์ด
"โชคเข้าข้างเรา...สงครามทางทะเลเราชนะแล้วครับ"
เบิร์ดหันมามองกล้าด้วยแววตาเย็นเฉียบ"เรือรบของเราเป็นยังไงบ้าง"
กล้าพยักหน้า"เสียหายนิดหน่อยครับ แต่ยังใช้งานได้ พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปสนับสนุนที่สมุทรสงคราม"
ในสมรภูมิสมุทรสงคราม
การปะทะระหว่างกองทัพไทยและBIRDROCK เป็นไปอย่างรุนแรง เสียงปืนใหญ่ดังสะท้อนทั่วพื้นที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดจนกระทั่ง เครื่องบินรบและเรือรบของ BIRDROCK มาถึง
เครื่องบินรบ เปิดฉากยิงจรวดถล่มแนวป้องกันของฝ่ายไทยเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วท้องฟ้าและแผ่นดิน ขณะเดียวกัน เรือรบ ที่เข้ามาสนับสนุนก็กระหน่ำยิงใส่ฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง
ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทำให้แนวป้องกันของฝ่ายไทยพังทลาย ฝ่าย BIRD ROCK ได้รับชัยชนะที่สมุทรสงคราม และเคลื่อนทัพมุ่งหน้าไปยัง สมุทรสาคร เพื่อเตรียมบุกกรุงเทพฯ
ในฐานบัญชาการของBIRDROCK
เบิร์ดยืนอยู่หน้าฐานชมการเคลื่อนพลของกองทัพที่มุ่งหน้าสู่เป้าหมายสูงสุดแต่สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความดีใจหรือพึงพอใจ
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ"ใกล้จะชนะแล้วสินะ..." เบิร์ดยืนนิ่งขณะที่สายตาของเขามองออกไปยังเส้นขอบฟ้าความคิดในหัวของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด...
ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ
เสียงดังสนั่นของฝ่ามือกระทบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คของนายกรัฐมนตรีไทย ทำให้ที่ปรึกษารอบข้างนิ่งเงียบใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว"ไอ้พวกผู้ก่อการร้ายพวกนั้นมันเข้าใกล้กรุงเทพฯ มาทุกทีแล้วเราต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะสายเกินไป"
ในขณะที่บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดเลขาส่วนตัวของนายกฯ ก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมพาบุคคลหนึ่งเดินเข้ามา "ท่านคะคุณกิตติคุณมาถึงแล้วค่ะ"
ชายร่างสูงผิวขาวสะอาดสะอ้านในชุดสูทสั่งตัดอย่างดี เดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเขาเผยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น "เรียกแค่ โปร ก็ได้นะไงท่านนายก เจอกันอีกแล้ว"
นายกรัฐมนตรีมองหน้าเขาอย่างจริงจังก่อนพูดเสียงเข้ม "แกรู้ใช่ไหมว่าพวกผู้ก่อการร้าย BIRDROCKเข้าใกล้เรามาทุกทีแล้ว"
โปรพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เคยหายไป "แน่นอนครับท่านผมก็กำลังรอท่านจะให้ไฟเขียวบริษัท KITTITECHของผมเพื่อให้ผมตั้งกองกำลังทหารพร้อมอาวุธที่เราได้พัฒนาขึ้นมาเฉพาะสำหรับสถานการณ์นี้ไปจัดการพวกมันอยู่"
นายกรัฐมนตรีสบตาเขาอย่างแน่วแน่"เอาเลย ฉันให้ไฟเขียวบริษัท KITTITECH ของแกเต็มที่ หยุดพวกมันให้ได้ก่อนที่กรุงเทพฯ จะตกอยู่ในมือพวกมัน"
โปรยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ดวงตาของเขาเปล่งประกายความมั่นใจ "ท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอนผมจะนำภาคใต้ของไทยกลับคืนมาให้"
เขากล่าวจบก่อนหันหลังเดินออกจากห้องเสียงรองเท้าหนังของเขากระทบพื้นอย่างหนักแน่นราวกับทุกก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและความทะเยอทะยาน
ในใจของโปรอาวุธและเทคโนโลยีที่เขาพัฒนาภายใต้บริษัท KITTITECH ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อหยุดยั้ง BIRD ROCK เท่านั้นแต่มันอาจเป็นก้าวแรกของการแสดงอำนาจ
สมรภูมิสมุทรสาคร
กองทัพBIRD ROCK เดินหน้าอย่างดุดันด้วยการสนับสนุนจากเครื่องบินรบและเรือรบการปะทะระหว่างสองฝ่ายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด กองทัพไทยเริ่มล่าถอย ทำให้ BIRDROCK กุมชัยชนะที่สมุทรสาครได้อย่างรวดเร็ว
แต่ในขณะที่กองทัพBIRDROCK กำลังเตรียมตัวรุกคืบไปยังกรุงเทพฯ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ปริศนาดังขึ้นจากขอบฟ้า รถถังสามคันที่มีรูปลักษณ์ล้ำยุคแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ
เครื่องบินรบของBIRDROCK เปิดฉากโจมตีทันที จรวดลูกใหญ่พุ่งตรงเข้าใส่รถถังคันหนึ่งจนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง...แต่เมื่อกลุ่มควันจางหายรถถังคันนั้นยังคงเคลื่อนตัวต่อไปโดยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
"อะไรวะ..."เบิร์ดพึมพำขณะใช้กล้องส่องทางไกลดูเหตุการณ์ตัวอักษรที่พ่นสีบนข้างรถถังสะดุดตาเขา "KTR-1 รถถังรุ่นใหม่ของพวกมันเหรอ"

ทันใดนั้นเลเซอร์สีแดงสดพุ่งออกจากรถถังคันหนึ่ง ลำแสงจี้ไปยังเครื่องบินรบที่กำลังวนอยู่เหนือสนามรบก่อนที่เครื่องบินจะระเบิดกลางอากาศทันที
ในศูนย์ควบคุมของบริษัทKITTITECH
โปร นั่งมองจอภาพที่ถ่ายทอดสดจากสมุทรสาครด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์"ยอดเยี่ยมไปเลย... KTR-1 รถถังประสิทธิภาพสูงของเราเกราะคอมโพสิตสุดล้ำ ใช้วัสดุพิเศษที่ทนต่อการเจาะทะลุและแรงระเบิดเทคโนโลยีเลเซอร์ที่สามารถทำลายขีปนาวุธและระเบิดก่อนถึงตัวได้โดยไม่ต้องพึ่งกระสุนสักนัด"
ริมชายฝั่ง
รถถัง KTR-1อีกคันจอดนิ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมปืนใหญ่หน้ารถเริ่มชาร์จพลังงานเสียงหึ่งของระบบแม่เหล็กไฟฟ้าดังขึ้นก่อนที่กระสุนพลังงานสูงจะถูกยิงออกไป
กระสุนพุ่งทะลุเรือรบของBIRDROCK ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แรงระเบิดทำให้เรือทั้งลำแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆเปลวไฟและควันดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ทีเด็ดปืนใหญ่เรลกัน..." โปรพึมพำพร้อมรอยยิ้ม"ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าแทนการใช้ดินปืนยิงกระสุนด้วยความเร็วสูงจนสามารถเจาะเกราะที่แข็งที่สุดได้และที่สำคัญ...มันยิงได้ไกลกว่าปืนใหญ่ทั่วไปหลายเท่า"
ในสนามรบ
เครื่องบินรบของBIRDROCK พยายามโจมตีอย่างสิ้นหวัง แต่ลำแสงเลเซอร์จาก KTR-1 ไล่ยิงพวกมันทีละลำจนหมดสิ้น ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงกองทัพที่เคยยิ่งใหญ่ของ BIRD ROCK ถูกบดขยี้โดยรถถัง KTR-1เพียง 4 คัน
เบิร์ดลดกล้องส่องทางไกลลงใบหน้าเขาเคร่งเครียด ดวงตาจับจ้องไปยังรถถัง KTR-1 ที่ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพและซากปรักหักพัง
เบิร์ดเดินขึ้นเฮลิคอปเตอร์ใบหน้าเขาเคร่งเครียดขณะสั่งการผ่านวิทยุ "สั่งทุกคนหนีถอยกลับไปตั้งหลักที่ไชยา"
กองทัพ BIRDROCK ที่เหลืออยู่เริ่มเคลื่อนตัวถอยกลับไปทางใต้แต่การหนีครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่น ปืนใหญ่เรลกันของ KTR-1 ยังคงยิงตามมากระสุนพุ่งผ่านฟ้าลงสู่พื้นดินอย่างแม่นยำการระเบิดที่รุนแรงทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล ทหารจำนวนมากเสียชีวิตรถถังและรถบรรทุกระเบิดกระจัดกระจาย
อย่างไรก็ตามรถถัง KTR-1หยุดเคลื่อนที่บริเวณสมุทรสาคร ไม่ได้ตามลงใต้ไป
ในศูนย์ควบคุมของKITTITECH
โปร นั่งอยู่หน้าจอขนาดใหญ่เขามองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านภาพถ่ายทอดสด ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์"เราใกล้เจอกันแล้วนะ... PALMER46"เขาพึมพำเบาๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นโปรหยิบขึ้นมารับด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ว้าว ท่านนายกโทรหาผมเองแบบนี้นับว่าเป็นเกียรติมากเลยครับ"
ปลายสายคือ นายกรัฐมนตรีที่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตึงเครียด "ทำได้ดีมาก แต่ทำไมแกไม่สั่งคนของแกให้ไล่ตามไปกวาดล้างพวกมันให้หมด"
โปรยิ้มบางก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ท่านต้องใจเย็นก่อนสิ ผมกำลังรออยู่"
"รออะไร"นายกรัฐมนตรีถามด้วยความหงุดหงิด"ตอนนี้แกไล่กวาดล้างพวกมันได้สบายจะรอให้พวกมันกลับไปตั้งแนวป้องกันที่ไชยาเสร็จก่อนรึไง"
โปรหัวเราะเบาๆ"ใช่ครับท่าน"
"จะบ้ารึไงแกคิดอะไรอยู่" น้ำเสียงของนายกรัฐมนตรีเริ่มดังขึ้น
โปรเอนตัวพิงเก้าอี้มองจอภาพที่กำลังแสดงกองกำลังของ BIRD ROCK ที่กำลังหนีอย่างโกลาหล"ผมอยากให้พวกมันอยู่ในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนครับแล้วจากนั้น...ผมจะส่งกองทัพรถถัง KTR-1 เข้าไปเพื่อให้พวกมันได้เห็นว่าต่อให้พวกมันจะเตรียมตัวแค่ไหน หรือมีอาวุธมากแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาชนะผมได้เลย"
นายกรัฐมนตรีเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ตามใจแก ถ้าแกเอาชนะพวกมันได้ฉันจะให้บริษัทของแกตั้งกองทัพถาวรในฐานะกองกำลังเสริมของไทย"
โปรยิ้มกว้างขณะตอบกลับ "ยินดีมากครับท่าน ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจ"
ฐานหลักของกองทัพBIRDROCK ไชยา
หลายวันผ่านไปกองทัพ BIRDROCK ได้สร้างแนวป้องกันที่แข็งแกร่งรอบฐานหลัก กำแพงเหล็กเสริมด้วยป้อมปราการและคูน้ำ ถูกวางอย่างเป็นระบบเพื่อหยุดยั้งการบุกครั้งใหญ่ของศัตรู
บนชั้นสูงสุดของตึกบัญชาการ เบิร์ดยืนพิงหน้าต่าง มือข้างหนึ่งถือบุหรี่ที่กำลังลุกไหม้เขามองออกไปยังแนวป้องกันเบื้องล่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนลึก
กล้าเดินเข้ามาข้างหลังสีหน้าของเขาหนักอึ้ง เขาพูดด้วยเสียงหงุดหงิด "อุตส่าห์เกือบชนะแล้วเชียวโถ่เว้ย"
เบิร์ดพ่นควันบุหรี่ช้าๆก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "นายบอกทุกคนแล้วใช่ไหมว่าศึกนี้เราไม่บังคับใคร ทุกคนสามารถลาออกจากกองทัพได้"
กล้าพยักหน้า"บอกแล้ว แต่มีคนน้อยมากที่ลาออก ทุกคนพร้อมสู้และถ้าจำเป็นก็พร้อมตายไปกับเรา"
กล้าหยุดไปครู่หนึ่งก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง"แล้วนายล่ะ คิดว่าเราจะป้องกันและชนะรถถังพวกนั้นได้ไหม"
เบิร์ดเงียบไม่มีคำตอบใดเล็ดลอดออกมา
กล้าขมวดคิ้ว"ไม่พูด...หมายความว่าไง"
เบิร์ดสูดบุหรี่ครั้งสุดท้ายก่อนดับมันลงในที่เขี่ยบุหรี่"บอกทุกคน...ลาออกจากกองทัพไปซะ กลุ่ม BIRD ROCK มันจบแล้ว"
คำพูดของเขาทำให้กล้าชะงักเขาส่ายหน้า "ฉันก็บอกทุกคนไปแล้วไง แต่พวกเขาไม่ยอมทุกคนยังเชื่อมั่นในตัวนายอยู่ พวกเขาพร้อมจะสู้ตายไปกับนาย"
เบิร์ดน้ำตาไหลออกมาเงียบๆเขาหันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง "ขอบคุณทุกคนมากนะ แต่...มันจบแล้วล่ะ"
ทันใดนั้นพื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน
เสียงคำรามของเครื่องยนต์หนักดังเข้ามาใกล้กล้าหันไปมองนอกหน้าต่าง ใบหน้าของเขาซีดเผือด "มันมาแล้ว... KTR-1"
รถถัง KTR-1จำนวน 20 คัน เคลื่อนตัวเข้ามาในระยะยิงพวกมันเคลื่อนที่ด้วยความมั่นคงและเป็นระเบียบ เสียงชาร์จเลเซอร์และระบบแม่เหล็กไฟฟ้าของปืนเรลกันดังหึ่งไปทั่วสนาม
เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อกองทัพBIRDROCK ใช้ทุกอย่างที่มีในการต่อกรกับ รถถัง KTR-1 RPG และกระสุนจากรถถังของพวกเขาถูกยิงออกไปอย่างต่อเนื่องกระสุนบางนัดพุ่งตรงไปยังจุดอ่อน แต่เมื่อระเบิดควันจางหาย รถถัง KTR-1 ยังคงเคลื่อนตัวต่อไปโดยไม่มีร่องรอยความเสียหาย
รถถัง KTR-1ทุกคัน ชาร์จพลังงานปืนใหญ่เรลกันเสียงหวีดหวิวของระบบแม่เหล็กไฟฟ้าดังก้องไปทั่วสนามรบก่อนที่กระสุนพลังงานความเร็วสูงจะถูกยิงออกมา ทุกนัดที่พุ่งเป้า ทำลายแนวป้องกันของBIRD ROCK อย่างไร้ปรานี
แม้จะรู้ดีว่าไม่มีหนทางชนะทหารของ BIRDROCK ก็ยังคงต่อสู้ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งทุกคนรู้ว่านี่อาจเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย แต่พวกเขายังคงยิงตอบโต้สู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย
บนชั้นบัญชาการ เบิร์ดยืนพิงกระจกเขามองภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้น ใบหน้าเงียบงันขณะที่น้ำตาไหลรินไม่หยุดริมฝีปากเขาขยับพึมพำเบาๆ"แม่ครับ...เหมือนว่าผมจะทำสิ่งยิ่งใหญ่เหมือนที่แม่เคยบอกไว้ไม่ได้ผมทำอะไรไม่ได้เลย... ทั้งช่วยแม่...หรือสร้างโลกที่สงบสุขให้คนรักของผม"
คำพูดของเขาถูกกลืนหายไปในเสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่อง
รถถัง KTR-1ยังคงชาร์จปืนใหญ่เรลกันอย่างต่อเนื่อง
ทุกนัดที่ยิงออกไปเพิ่มความเสียหายให้กับฐานทัพกำแพงป้องกันพังทลาย อาคารและยานพาหนะถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีผลลัพธ์ของสงครามนี้ชัดเจนตั้งแต่เริ่ม รถถัง KTR-1 ไม่อาจหยุดได้
ผลลัพธ์สุดท้ายของสงครามครั้งนี้
กองทัพ BIRDROCK พ่ายแพ้จนหมดสิ้น
เบิร์ดยังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกราวกับว่าเขาเองก็ยอมรับผลลัพธ์นี้แล้ว ทั้งในฐานะผู้นำและในฐานะชายคนหนึ่งที่พยายามทำในสิ่งที่เขาเชื่อว่า "ถูกต้อง"แม้มันจะจบลงในแบบที่เขาไม่เคยคาดหวังก็ตาม
เสียงระเบิดจากภายนอกดังต่อเนื่องแผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเบิร์ดยังคงยืนอยู่ในห้องบัญชาการที่เต็มไปด้วยเศษซากกระจกแตก
จู่ๆประตูถูกเปิดออกอย่างแรง ยา เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "เบิร์ดนายเป็นบ้าอะไรนะ ทำไมโทรไปไม่รับสายเลย"
เบิร์ดหันมาตะคอกเสียงดัง"เธอมาทำอะไรที่นี่ มันอันตรายนะ"
ยาไม่ลดละเธอตะคอกกลับ "ก็มาหานายน่ะสิ! ทำไมนายถึงยังไม่หนีไปอีก"
เบิร์ดส่ายหน้าดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าสลด "ไม่...ไม่ได้"
ยาเข้ามาใกล้เขาน้ำเสียงอ่อนลง "หนีสิ หนีไปกับฉัน..."
เบิร์ดหลบสายตาเธอ"พวกมันจะไม่หยุดจนกว่าฉันจะตาย เธอหนีไปเถอะ ขอร้อง..."
ยาเอื้อมมือจับไหล่เขาแน่น"ไม่ ฉันเป็นเมียนายนะ ถ้าจะหนี เราต้องไปด้วยกัน"
กล้า วิ่งเข้ามาในห้องหลังจากเสียงระเบิดจากภายนอกเริ่มใกล้เข้ามา"เบิร์ด เราต้องไปแล้ว"
เบิร์ดพยักหน้าเล็กน้อย"กล้า...นายหนีไปเถอะ พาคนอื่นออกไปด้วย"
กล้าส่ายหน้า"แล้วนายล่ะ"
เบิร์ดมองไปที่ยาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกดดัน "ช่วยพาเธอออกไปด้วย...ฉันขอร้อง"
กล้าพยักหน้ารับ"ลาก่อนนะ สหาย"
เขาเข้าไปใกล้ยาหวังจะอุ้มเธอออกไปแต่ยา ยกปืนขึ้นขู่ "อย่าเข้ามานะฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เชิญหนีไปก่อนเลย"
กล้ายกมือขึ้นด้วยความอ่อนใจ"โอเคๆ ฉันไปแล้ว" เขาวิ่งออกจากห้อง ปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง
เบิร์ดมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง"เธอทำบ้าอะไรน่ะ เธอต้องหนีออกไปจากที่นี้สิ"
ยาหยุดนิ่งก่อนก้าวเข้าไปกอดเขาแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม "ขอโทษนะ...สำหรับทุกสิ่ง"
เบิร์ดหลับตาสูดลมหายใจลึก "ฉันไม่เคยโกรธเธอเลย แต่...เธอช่วยหนีไปเถอะ ขอร้อง..."
ยาเงยหน้ามองเขาดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "จำได้ไหม วันที่เราแต่งงานกันเราสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปให้ฉันได้อยู่กับนายตรงนี้...จนถึงวาระสุดท้ายเถอะนะ"
เบิร์ดน้ำตาไหลออกมาขณะที่เขาโอบกอดเธอแน่น
"แต่แบบนั้น...เธอจะต้องตายนะ"เสียงของเขาแผ่วเบา
ยาเอื้อมมือเช็ดน้ำตาของเขา"ฉันจะอยู่ข้างนาย...จนถึงวาระสุดท้าย นั่นคือความต้องการของฉัน"
เบิร์ดกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิมน้ำตาหยดลงบนไหล่ของเธอ "ขอบคุณนะ...ฉันโคตรจะรักเธอเลย ที่รัก"
ยาเองก็เริ่มร้องไห้"ฉันเองก็รักนายนะ...ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้เกิดมาคู่กันอีกนะ"
รถถัง KTR-1ทุกคันเล็งเป้าหมายมายังตึกบัญชาการเสียงชาร์จพลังงานดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ปืนใหญ่เรลกันจะยิงกระสุนพลังงานสูงเข้าใส่
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวตึกบัญชาการทั้งหลังพังทลายกลายเป็นเศษซากในพริบตาทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและซากปรักหักพัง
การตายของ เบิร์ดและยาไม่ได้สูญเปล่า มันทำให้โลกได้รับรู้ว่า "เมื่อคนถูกกดขี่อย่างถึงที่สุดพวกเขาอาจกลายเป็นปีศาจที่ลุกขึ้นมาต่อสู้"
ภาคใต้กลับมาอยู่ในอำนาจของไทยอีกครั้งแต่ความทรงจำเกี่ยวกับ BIRD ROCK และเบิร์ดยังคงหลงเหลืออยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะผู้นำที่ยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เขาเชื่อ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต
เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ดังก้องเหมือนคำพูดสุดท้ายของยา "ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้เกิดมาคู่กันอีกนะ"
เบิร์ดและยาจากไปพร้อมกันทิ้งไว้เพียงเรื่องราวที่เป็นทั้งคำเตือนและบทเรียนว่าการกดขี่ที่ยาวนานและไร้ความยุติธรรมอาจผลักดันให้คนธรรมดากลายเป็นปีศาจร้ายและในขณะเดียวกัน ความรักและความเสียสละก็ยังคงเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต
สงครามจบลง...แต่เรื่องราวของ เบิร์ด และ ยา ยังคงอยู่ในหัวใจของผู้คน ตลอดกาล