ลิขิตเทพอสูร

    ตอนที่ 31 ศึกแรกกับสำนักมารทมิฬ


    ตอนที่ 31 ศึกแรกกับสำนักมารทมิฬ




    ณ ชายแดนสำนักมารทมิฬ


    สายลมพัดกรรโชกผ่านพื้นที่รกร้าง ท้องฟ้าเหนือสำนักมารทมิฬถูกบดบังด้วยเมฆดำราวกับเป็นลางบอกเหตุแห่งหายนะ


    หลิงเทียนและไป๋ซิวยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพของศิษย์มารหลายสิบคน พวกมันล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น


    “เจ้ากล้าบุกมาถึงที่นี่ คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งเพียงพอแล้วงั้นหรือ?” ชายผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหมู่ศิษย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน


    หลิงเทียนไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และเพียงเท่านั้น... แรงกดดันมหาศาลก็ปะทุออกมาราวกับพายุร้าย


    ตู้ม!


    พื้นดินแตกระแหงจากแรงกดดันของเขา ทำให้เหล่าศิษย์มารสะดุ้งถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าของพวกมันเปลี่ยนไปทันที


    ไป๋ซิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองภาพนี้ด้วยแววตาฉายแววภาคภูมิ แม้ก่อนหน้านี้นางจะไม่เห็นด้วยกับการโจมตีครั้งนี้ แต่เมื่อได้เห็นพลังของหลิงเทียน นางก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมเขาถึงกล้าท้าทายสำนักมารทมิฬ


    “ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าถอยไป” หลิงเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หากพวกเจ้าเลือกที่จะขวาง ข้าจะไม่ปรานี”


    คำพูดของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับมีดาบคมกริบจ่ออยู่ที่ลำคอ


    ชายที่เป็นหัวหน้าศิษย์มารกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ “อย่ามาโอหังนัก! ฆ่ามันซะ!”


    เหล่าศิษย์มารคำรามลั่นก่อนจะพุ่งเข้าโจมตี พลังยุทธ์ของพวกมันปะทุออกมาเป็นสาย พลังสีดำทมิฬหมุนวนกลางอากาศราวกับปีศาจคลุ้มคลั่ง


    แต่หลิงเทียนยังคงยืนนิ่ง


    “ไร้ประโยชน์”


    เขายกมือขึ้นแล้วตวัดฝ่ามือไปข้างหน้า


    ซ่า!


    ลำแสงสีทองพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา เปลวแสงส่องสว่างดั่งดวงอาทิตย์ท่ามกลางความมืด


    ตูมมม!


    เสียงระเบิดดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า ศิษย์มารหลายคนถูกซัดกระเด็นออกไป เลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น


    ไป๋ซิวมองภาพตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้านใจ นี่คือพลังที่แท้จริงของมรรคาดวงดาวหรือ?


    แต่การต่อสู้ครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…



    ---


    จ้าวมารมู่หรงเทียนเคลื่อนไหว


    ณ วิหารหลักของสำนักมารทมิฬ จ้าวมารมู่หรงเทียนนั่งอยู่บนบัลลังก์ ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อได้รับรายงานว่าหลิงเทียนบุกมาถึงชายแดนแล้ว


    “เจ้าหนูนั่นช่างบ้าบิ่นนัก”


    เขายิ้มเย็น ก่อนจะหันไปมองชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ


    “มู่หรงหลาง เจ้าเป็นศิษย์เอกของข้า เจ้าคิดว่าอย่างไร?”


    ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่ามู่หรงหลางเป็นยอดฝีมือแห่งสำนักมารทมิฬที่มีพรสวรรค์สูงสุด พลังของเขาถึงขั้น ราชายุทธ์ขั้นต้น เขายิ้มเยาะเล็กน้อย


    “เด็กนั่นอาจจะแข็งแกร่ง แต่มันยังอ่อนหัดเกินไป ข้าจะไปจัดการมันเอง”


    จ้าวมารมู่หรงเทียนหัวเราะเบา ๆ “ดี! ข้าจะให้เจ้านำทัพไปบดขยี้มันซะ”



    ---


    การเผชิญหน้าของยอดฝีมือ


    ไม่นานนัก กองทัพของมู่หรงหลางก็มาถึงชายแดน พลังอันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ


    หลิงเทียนสัมผัสได้ถึงพลังนั้น ดวงตาของเขาหรี่ลง


    “ดูเหมือนว่าสำนักมารทมิฬจะส่งคนที่แข็งแกร่งมาแล้ว”


    ไม่นานนัก เงาร่างของมู่หรงหลางก็ปรากฏขึ้น เขาสวมชุดดำสนิท สายตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน


    “เจ้าคือหลิงเทียน?”


    หลิงเทียนมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งสงบ “และเจ้าคือใคร?”


    มู่หรงหลางหัวเราะเบา ๆ “ข้าคือมู่หรงหลาง ศิษย์เอกของจ้าวมาร เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าตัวเองสามารถล้มล้างสำนักมารทมิฬได้?”


    หลิงเทียนไม่ได้ตอบ แต่กลับยกดาบขึ้นมาแทน


    “ก็ลองดู”


    มู่หรงหลางแสยะยิ้มก่อนจะชักกระบี่สีดำออกมา พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นจนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน


    ตูมมมม!


    ศึกระหว่างยอดฝีมือได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!