ในตอนที่หลี่จินผลิตะุปืนใหญ่ เขาใช้ดินปืนแบบผงละเอียด เหตุผมก็คือเขาอยากจะลองดูแบบที่เก่าที่สุดก่อน
และเพื่อจะไม่รู้ ในโลกก่อนในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้แบบอัดเม็ด ซึ่งมันจะช่วยให้เผาไหม้ได้ดีขึ้นส่วนวิธีก็มีหลายอย่าง(สำหรับดินปืนแบบเก่า)ใช้แอลกอฮอร์ผสมเข้าด้วยและผสมกาวที่สร้างจากแป้งข้าวโพดตาม จากนั้นก็เอาไปเข้าพิมพ์
แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือการบดผลึกน้ำให้แตกกลายเป็น้ำ จากนั้นก็เอาดินปืนไปใส่…หลังจากผ่านไปประมาณ 3 นาที น้ำก็จะสลายหายไป ซึ่งสิ่งที่เหลืออยู่อยู่ในนั้นก็คือก้อนดินปืนที่อัดแน่นกัน…
ขั้นต่อไปคือเราต้องมีวิธีที่จะแบ่งให้ก้อนดินปืนมีขนาดเล็กและเท่ากัน
ตัวเลือกที่หลี่จินมีอยู่ก็คือการทำใส่แม่พิมพ์ แต่เพราะเขาทำคนเดียวทำให้มันช้าเกินไป เขาก็เลยตัดสินใจใช้พลังแฝงถ่ายถอดเข้าไปในก้อนดินปืนเพื่อแบ่งปัน
ผลที่ได้ออกมาก็คือหลี่จินััได้ถึงก้อนนั้นมันคล้ายๆ…ััที่ 6 ล่ะมั้งเพราะไม่ได้มองเห็น ได้ยิน และได้กลิ่น แต่ก็รู้ว่ามีมันอยู่ ราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
และตอนนี้พลังแฝงก็กำลังแทรกเข้าไปในก้อนดินปืนแบบครอบคุมทั้งก้อน แต่ถ้าเราเปลี่ยนไปครอบครุมบางส่วนของดินปืนให้เป็รูปทรงหรือรูปร่างที่เขา้า
ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือตอนนี้พลังแผงที่หลี่จินถ่ายทอดเข้าไปในก้อนดินปืนรูปร่างวงกลม ทำให้พลังแฝงที่ถ่ายทอดเข้าไปเป็ก็มีรูปร่างวงกลมด้วย
แต่ถ้าหลี่จินฝืนเปลี่ยนพลังแฝงจากวงกลมเป็รูปทรงที่้าหรือก็คือดินปืนรูปทรงกระบอกอันเล็กมาก ๆ ที่ตรงกลางมีรู ซึ่งเรียงตัวกันกลายเป็วงกลม
หลี่จินที่ได้ขอสรุปก็คิดภาพในหัวว่า พลังแฝงที่ตอนนี้เป็ทรงกลมใหญ่ๆอันเดียวค่อยๆกลายเป็ทรงกระบอกหลายอันแทน…ลี่จินทำมันอย่างช้าๆเพราะมันไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไป
ในเวลาต่อมา ก้อนกลมๆในมือของหลี่จินก็แตกออกเป็ทรงกระบอกอันเล็กๆ ที่มีรูอยู่ตรงกลาง พร้อมกับร่วงหล่นลงจากมือของหลี่จินเพราะดินปืนก้อนใหญ่กลายเป็ก้อนเล็กๆและไม่มีอะไรรองรับ
ผลลพธ์ของมันทำให้หลี่จินพยักหน้าด้วยความพอใจพร้อมกับเริ่มทำดินปืนอัดเม็ดต่อไป...
1 ชั่วโมงกว่าผ่านไป ดินปืนที่ได้ก็มีมากพอสำหรับตอนนี้แล้ว ต่อไปเราก็เริ่มสร้างปืนโม่ลูกโม่ kar98 และปืนระบบคานเหวี่ยงที่เราไม่ได้บอกพวกหลินฟานไป…
เพราะปืนลูกโม่ใช้สำหรับพกติดตัวปืนคานเหวี่ยงสำหรับระยะกลาง kar98 สำหรับระยะไกล แต่ระยะกลางของปืนระบบคานเหวี่ยงมันไม่ค่อยดีเนื่องจากไม่รัว
ส่วนเหตุผลที่หลี่จินไม่สร้างปืนที่มีแมกกาชีนก็เพราะตอนนี้ เขาคงจะไม่สามารถสร้างะุได้ทันการบริโภคของปืนกลได้...
หลังจากทบทวนสิ่งต่างๆหลี่จินก็เริ่มวาดออกแบบปืนลูกโม่ ซึ่งปืนลูกโม่ที่เขาจะทำมันก็จะคล้ายๆปืนลูกโม่รุ่น G36
มีความยาวลำกล้องปืนประมาณ15-20 ซม.บรรจุะุได้ 6 นัด ใช้กับะุ357magnumที่มีความยาว 6-7 เมตรโชคร้ายที่ตอนนี้เขาไม่มีตะกั่ว ทำให้ใช้ได้แค่เหล็กกล้าหุ้มทองแดงเท่านั้น…
.........................................................
ณ โรงแรมซือหวายห้อง 245 ที่ตอนนี้มีคนอยู่ในห้องนั้น 4 คนด้วยกันมีหลินฟาน ฟางเมิ่งลู่ ซูเหม่ยเหม่ยและสุดท้ายซูเฟย…
"พี่หลินท่านเรียกพวกเรามาทำไมกัน...หรือว่าจะมาคุยนัดหมายเื่บ่อน้ำดำแต่มันก็อีกตั้ง7วันชวนเรามาคุยก่อนแบบนี้ไม่เร็วไปหน่อยหรอ แล้วก็ไม่ใช้ว่ามันตอนนี้ลัทธิหมางหลงกับโบสถ์เทพสฃครามมีากันไม่ใช้หรือ แล้วเรายังต้องไปบ่อน้ำดำรึ" ซูเฟยน้องชายของซูเหม่ยเหม่ยถามพลางมองไปที่หลินฟาน
"เสี่ยวเฟยเหมือนเ้าก็ไม่ใช้จะไม่รู้ข้ากับหลินฟานเป็คู่หมั้นั้แ่เด็กเพราะดูเหมือนข้ากับหลินฟานสนิทกันเกินไปเลยถูกจับหมั้นกันถ้าพวกข้า 2 คนไปรับพวกเ้าข่าวลือคงแพร่กระจายออกไป" เฉินเฉินส่ายหน้า
"และก็ใช้การที่ข้ากับหลินฟานชวนพวกเ้ามาเมืองนี้ก็เพื่อหาประสบการณ์หลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับบ่อน้ำมันแต่ที่ชวนพวกเ้ามาในครั้งนี้ก็เพราะเจออาวุธที่มันน่าสนใจ..." เฉินเฉินพูดต่อพร้อมกับหยิบปืนไฟที่หลี่จินทิ้งไว้ขึ้นมาจากโต๊ะ
"มันมีชื่อว่าปืนไฟเป็อาวุธของคนที่มีมิราสเป็ประเภทแปลงรูปโลหะ ซึ่งอาวุธชนิดนี้มีความรุนแรงพอสมควรและโจมตีได้ไกล แล้วเขายังมีแบบที่ใหญ่กว่านี้ที่ใช้ครั้งเดียวแรดเขาน้ำแข็งที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งที่สุดในหมู่สัตว์เวทระดับต่ำก็าเ็หนัก"
เมื่อเฉินเฉินพูดจบซูเฟยก็ถามอย่างสงสัยทันที "ไอนี้นะหรอปืนพี่เฉินเฉินพูดเองมันคงทรงอานุภาพจขริงๆแต่คนที่มีมิราสประเภทการแปลงรูปใช้ทำอาวุธปืนที่ทรงพลังตามที่พูดมาได้"
"เสี่ยวเฟยอย่าไปแตะมันเรายังไม่รู้วิธีใช้มันอาจจะเกิดอุบัติเหตุถ้าเ้าไปแตะอะไรมันอาจจะกระตุ้นการทำงานได้"ซูเหม่ยเหม่ยที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาด้วยเตือนซูเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ โดยที่ไม่หันมองหลินฟานที่กำลังก้มหน้าอยู่
และจากนั้นซูเหม่ยเหม่ยก็หันหน้าไปทางเฉินเฉิน
"เฉินเฉินเ้าช่วยบอกข้าได้รึไม่ว่าใครกันที่สร้างมันขึ้นมา บางที...ข้ากับซูเฟยอาจจะซื้อไว้ป้องกันตัวเอง ไม่ต้องรบกวนเ้ามาจัดการให้ข้าเช่นนี้" ซูเหม่ยเหม่ยกล่าว เพราะหลังจากเฉินเฉินกล่าวเื่ปืนเธอก็รู้ได้ทันทีว่าหลินฟานกับเฉินเฉิน้าทำอะไร...
ครั้งนี้เฉินเฉินไม่ได้ตอบ แต่หลินฟานเป็คนตอบ"เหม่ย..เหม่ย" หลินฟานค่อยๆเงยหน้าขึ้นและเรียกชื่ออย่างยากลำบาทพร้อมกับพูดถึงหลี่จิน "บางที่เ้าอาจจะรู้จัก..เขาชื่อหลี่จินก่อนที่มิราสของเขาจะตื่นขึ้น เขาชอบไปห้องสมุดและเคยเห็นเ้าอ่านหนังสือมาบ้าง…บางทีเ้าอาจเคยจำหน้าเขาได้"หลินฟานพูดอย่างช้าๆ
ซูเหม่ยเหม่ยที่ได้ยินก็หรี่ตาและก้มหน้าลงเล็กน้อย...คิดไปไม่นานก็จำได้ "เป็เขาผู้นั้นเอง.." เหม่ยเหม่ยพึมพัม
"เ้ารู้จักด้วยหรือ?"เฉินเฉินที่ได้ยินเสียงพึมพัมก็ถามด้วยความสงสัย
ซูเหม่ยเหม่ยส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวว่า
"ข้าไม่รู้จักเขาแต่หลังจากที่ข้ามาเมืองนี้ก่อนพวกเ้า10วันข้ากับซูเฟยก็เข้าพักในหอสมุดเมืองตามที่ข้าขอพวกเ้าหลังจากนั้นข้าก็เห็นเขามาที่หอสมุดตลอดเวลาเขามาตอน8โมงครึ่งตามนาฬิกาทุกวันออกไปตอนเที่ยงเวลาเดิมและกลับมาเวลาเดิมแแกไปก็เวลาเดิมจนกระทั่งวันที่ 15 ข้าก็ไม่เห็นเขามาแล้ว"
"แล้วเ้าคิดว่าหลี่จินผู้นี้เป็คนยังไง" เฉินเฉินถามเพราะเธอคิดว่าเขาก็เป็คนแปลกๆอยู่ดีๆอารมณ์ก็เฉื่อยชาบางทีก็เป็เข้าหาง่าย แต่บางทีกลับเป็คนเ็าเหมือนกับ…คนในบ้าเด็กกำพร้าของเมืองอิสระแห่งนั้น…
"ข้าไม่แน่ใจ...แต่ข้าคิดว่าเขาเหมือนกับ…คนในบ้าเด็กกำพร้าของเมืองอิสระแห่งนั้น…"เหม่ยเหม่ยพูดพร้อมกับมองไปที่เฉินเฉินอย่างเศร้าสรอย
คำพูดนี้ทำให้เฉินเฉินเศร้าไปด้วย ส่วนซูเฟยที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีรีบพูดชวน"นี้!ในเมื่อตกลงกันแล้วข้าว่าเราไปหาหลี่จินกันดีกว่าดูว่าเขาสร้างปืนเสร็จรึยัง...ใช้ไหมพี่หลิน!" ซูเฟยพูดเสียงดัง
"อ่าใช้!..ใช้แล้วเฉินเฉิน เหม่ยเหม่ยไปหาหลี่จินกันเถอะ" หลินฟานได้ทีก็ร่วมชวนด้วย
เฉินเฉินกับเหม่ยเหม่นที่ได้ยินก็พยักหน้า จากนั้นทั้ง4คนก็เดินออกไปจากห้อง...