ฉัวะ!
แสงสีเขียวจากเวทย์สายลมเสริมกำลังห่อหุ้มไปทั่วร่างแอนเดอร์สันพาเขาวิ่งไปตามส่วนต่างๆบนหน้าผา ทุกตำแหน่งที่เขาวิ่งผ่านล้วนแล้วมีร่างมอนสเตอร์ตกตาย ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ 100 ปีหรือมอนสเตอร์ 250 ปีล้วนตกตายทั้งหมด การที่พวกมันไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิดแต่กลับให้ความสนใจกับมอนสเตอร์ 2 ตัวที่กำลังยืนปลดปล่อยพลังเวทย์อันน่าสะพรึงกลัวบนหน้าผา ส่งผลให้เขาฆ่าพวกมันรอบๆได้อย่างง่ายด้วย ตัวที่มีระดับพลังเวทย์ต่ำกว่าเขาหรือเทียบเท่ากับเขาแอนเดอร์สันจะใช้เพียงแค่มีดและพละกำลังในการฆ่า แต่หากพวกมันมีพลังเวทย์มากกว่า 200 ปีเขาจะใช้เวทมนตร์เข้าช่วยเหลือเพราะไม่สามารถแทงทะลวงผ่านผิวหนังที่หนาของมอนสเตอร์ได้
ทันใดนั้นมนุษย์กลุ่มแรกก็ก้าวตามมอนสเตอร์มาถึงยอดหน้าผา แอนเดอร์สันจึงต้องหยุดมือของเขาลงพลางมองไปยังตั๋วในระบบที่มีถึง 2,135 ใบ ในระยะเวลา 30 นาทีที่เขาฆ่ามีมอนสเตอร์ตายไปมากพอสมควร
อย่างไรก็ตามพลังเวทย์ของเขากลับเหลือเพียง 20 % เท่านั้น เดิมทีเขาคิดจะเก็บไว้ใช้กับมนุษย์ แต่เมื่อการฆ่ามอนสเตอร์ทำให้เขาได้ตั๋วมา 1 ใบแอนเดอร์สันจึงใช้พลังเวทย์กับมอนสเตอร์จะดีกว่าเพราะเขาไม่รู้ว่ามนุษย์กลุ่มที่ตามมาจะให้ตั๋วได้มากเท่ามอนสเตอร์ไหม
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน”
นักเวทย์ที่ไต่ขึ้นมาถึงหน้าผาปีกหักล้วนแล้วพูดในทำนองเดียวกัน ศพมอนสเตอร์มากมายตรงหน้านั้นบอกพวกเขาให้รู้ว่าด้านบนนี้มีการต่อสู้ที่ดุเดือดมาก แต่เมื่อทุกคนสังเกตเห็นรอยฟันบริเวณลำคอของมอนสเตอร์ที่ตาย จากเดิมคิดว่ามอนสเตอร์เหล่านี้แย่งชิงกันเพื่อเข้าถึงองุ่นลูกบาศก์ ความคิดของนักเวทย์ทุกคนกลับต้องเปลี่ยนไปกระทันหันเพราะฝีมือการฆ่านี้เป็นฝีมือของมนุษย์ เมื่อรู้ว่าด้านบนมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งอยู่ด้วย ทุกคนจึงพยายามกวาดตามองหาแต่ก็ไม่เจอใคร มีเพียงมอนสเตอร์ที่กำลังล้อมรอบบางอย่างบนหน้าผาแห่งนี้เอาไว้เท่านั้น
“แอนเดอร์สันมันอยู่ไหน”
กลุ่มที่ไล่ตามแอนเดอร์สันขึ้นมาถึงหน้าผาได้สำเร็จ พวกมันพยายามกวาดตามองหาแอนเดอร์สันในทันทีว่าหลบอยู่ส่วนไหนบนผาแห่งนี้ ทว่าพวกเขากลับมองไม่เห็นชายที่คลุมตัวเองด้วยเกราะไม้ บนหน้าผามีเพียงนักเวทย์ที่พยายามทิ้งระยะห่างจากมอนสเตอร์ที่กำลังรวมตัวกันเหมือนกับเฝ้ารออะไรบางอย่าง พวกเขาที่หาแอนเดอร์สันยังไม่เจอจึงสนใจมอนสเตอร์ก่อนเพราะอาจจะมีเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นด้านบนนี้ก็ได้
“แย่แล้ว ทำไมมันสองตัวถึงมาอยู่ที่นี่กัน”
พลังเวทย์ 550 ปีจากมอนสเตอร์ 2 ตัวที่อยู่ใกล้กับต้นหงุ่นลูกบาศก์ปลดปล่อยออกมารอบๆ จนมอนสเตอร์ที่ไต่ขึ้นมาบนหน้าผาไม่กล้าเข้าใกล้ นักเวทย์มากมายก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้เช่นเดียวกัน พวกเขาทำเพียงแค่หาโขดหินที่ว่างแล้วพาตัวเองไปหลบด้านหลังเฝ้ารอโอกาสเพียงเท่านั้น การปรากฎตัวในตอนนี้ทุกคนล้วนคิดเหมือนกัน สิ่งที่คิดนั้นคือกลัวตายจากอันตรายที่มาจากมอนสเตอร์ 550 ปี ด้วยพลังของมันทั้ง 2 ไม่น่าจะมีอยู่ภายในเขต 1 แห่งนี้เลย
“นั่น เจอแล้ว แอนเดอร์สันมันอยู่ตรงนั้น”
ใกล้กับซากมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายกับช้างมีงา 3 งา งวง 4 งวงและมีหางแหลมคมอย่างกับหอก ได้ปรากฎร่างของแอนเดอร์สันกำลังใช้หลังพิงศพมอนสเตอร์เอาไว้ แต่การเจอแอนเดอร์สันไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะตำแหน่งที่เขายืนอยู่ในตอนนี้ใกล้กับแนวหน้าที่มอนสเตอร์กลุ่มแรกที่มาถึงยืน
“เขาอยู่ตรงนั้น”
นักเวทย์ตระกูลซิกฟรีทไต่ขึ้นมาด้านบนหน้าผาพลางมองไปยังแอนเดอร์สันที่ยืนอยู่ท่ามกลางมอนสเตอร์ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้เข้าไปใกล้ จากพลังเวทย์ 550 ปีที่ปลดปล่อยออกมาจากมอนสเตอร์ 2 ตัวใกล้ต้นองุ่นลูกบาศก์พวกเขาจึงเลือกที่จะอยู่ใกล้ทางลง หากมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นการหลบอยู่ใต้หน้าผาเป็นทางเดียวที่จะทำให้พวกเขารอดออกไปได้
“แค่ผลไม้ร้อยปี ทำไมพวกมันถึงต้องมาที่นี่ด้วย”
แอนเดอร์สันย่นคิ้ว ด้วยพลังในตอนนี้เขายังไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ 2 ตัวที่ปลดปล่อยพลังเวทย์ 550 ปีออกมาจากร่างกายได้ เวทย์ระดับ 5 ที่เขาได้จากระบบรวมไปถึงการ์ดโจมตีสามารถฆ่ามอนสเตอร์ที่อยู่ในช่วง 401 ปีไปจนถึง 500 ปีได้เท่านั้น หากพลังเวทย์มอนสเตอร์มากกว่า 501 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องอาศัยหลายอย่างในการช่วยเสริมให้เวทย์ที่ปลดปล่อยออกไปแสดงผลได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับ 5 หรือสูงกว่า หรือจะเป็นบทเวทย์ที่ให้พลังทำลายต่างจากเวทย์ระดับ 5 ธรรมดา
แอนเดอร์สันจึงไม่กล้ารับประกันว่าด้วยการใช้เวทย์ของเขาในตอนนี้จะฆ่ามอนสเตอร์ 2 ตัวนี้ได้ การใช้การ์ดโจมตีอาจจะทำให้พวกมันบาดเจ็บไม่ถึงกับตาย เขาจึงพยายามรักษาระยะห่างไม่ก้าวเข้าไปหาพวกมัน แต่แล้วบนใบหน้าของแอนเดอร์สันก็เริ่มปรากฎรอยย่นเมื่อมอนสเตอร์ทั้ง 2 ที่ยืนปลดปล่อยพลังเวทย์ข่มกัน ได้กางปีของพวกมันจนหน้าผาสูงชันถูกบดบังด้วยปีกทั้ง 2
กา!
กว๊า!
หนึ่งตัวเป็นอีแร้งขนสีน้ำตาล อีกตัวเป็นอีกาตัวสีดำใหญ่ จากขนาดร่างกายของพวกมันที่สูงถึง 100 เมตรส่งผลให้รอบข้างที่มันกางปีกถูกปกคลุมด้วยเงา ทันทีที่พวกมันทั้งสองร้องลั่นพลังเวทย์มหาศาลจากปีกทั้งสองข้างก็ได้ระเบิดออกมาจากร่างส่งผลให้แอนเดอร์สันรีบขุดรูหลบในทันที ด้วยพลังเวทย์ที่ระเบิดออกมานี้สามารถฆ่าเขาได้ง่ายดายมาก
บรึ้ม!
พรวด!
เลือดไหลทะลักออกมาจากปากของแอนเดอร์สันหลังจากเขากระโดดลงไปในหลุมที่ขุดขึ้นด้วยเวทย์ดิน แม้เขาจะหลบการโจมตีเมื่อครู่ไม่ให้ตัวเองกระแทกกับเวทย์ซึ่งๆหน้า เขากลับถูกโจมตีจากคลื่นกระแทกจนต้องเปิดใช้การ์ดป้องกันถึง 2 ใบ แม้การแจ้งเตือนจากระบบจะดังขึ้นเขากลับไม่ดีใจเลยสักนิดเดียว
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 31 ]
“บ้าเอ๊ย ไม่คุ้มกับพลังเวทย์ 10 ปีเลยสักนิด”
แอนเดอร์สันจับหน้าอกตัวเองด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ถึงการ์ดป้องกันจะช่วยชีวิตเขาไว้ มันกลับไม่สามารถป้องกันพลังจากมอนสเตอร์ทั้ง 2 ได้ทั้งหมด การที่มอนสเตอร์ทั้ง 2 มีพลังเวทย์เกินกว่าที่การ์ดป้องกันกำหนดไว้ว่าป้องกันได้เพียงแค่เวทย์ระดับ 5 หรือก็คือพลังโจมตี 500 ปี ส่งผลให้เขามีบาดแผลหลงเหลือจากการโจมตีส่วนที่ป้องกันไม่ได้ อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องหาทางหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ก่อน ตอนนี้เขามองว่าองุ่นลูกบาศก์ที่สามารถเพิ่มพลังเวทย์ได้ 1 ปี ไม่คุ้มแล้ว
“นี่มันบ้าอะไรกัน”
แอนเดอร์สันโผล่หัวออกมาจากหลุมพร้อมกับใบหน้าตื่นตกใจ รอบตัวของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยกองเลือดมากมายจากมอนสเตอร์ที่ถูกฆ่าตายด้วยการปลดปล่อยพลังเวทย์จากมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น
มอนสเตอร์ที่เตรียมจะเข้าไปแย่งชิงองุ่นลูกบาศก์ล้วนตกตายไปทั้งหมดไม่เหลือเลยสักตัว ไม่เพียงเท่านั้นมนุษย์ที่อยู่บนหน้าผายังถูกฆ่าตายไปถึงครึ่งส่งผลให้แอนเดอร์สันต้องยกเลิกแผนทั้งหมด การมีมอนสเตอร์ 2 ตัวที่ไม่สามารถควบคุมปรากฎตัวออกมา ทำให้เขาต้องหนีไปก่อน
แผนทุกอย่างที่วางเอาไว้ล้วนผิดพลาด เดิมทีเขาคิดจะล่อให้มนุษย์ขึ้นมาที่นี่แล้วเก็บผลไม้ไปหมดเพื่อยั่วยุให้ทุกคนเกิดความโกรธจนทำให้ระบบเพิ่มระดับขึ้น เขาจะสามารถรับตั๋วได้อีกครั้ง
ทว่าแผนกลับไม่เกิดขึ้นเพราะมีตัวแปร 2 ตัวที่ไม่สามารถควบคุมปรากฎขึ้นมา หนำซ้ำพวกมันยังเป็นตัวแปรที่ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวได้ ในระหว่างที่แอนเดอร์สันกำลังมองว่าเขาจะหนีไปได้ด้วยวิธีไหน มอนสเตอร์ 2 ตัวที่ระเบิดพลังของพวกมันออกมาเมื่อครู่ก็ได้กางปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง ก่อนจะระเบิดพลังออกมาอีกครั้งหนึ่งจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน สายลมฉีกขาด ด้วยพลังเวทย์ธาตุไฟและธาตุน้ำที่ปลดปล่อยออกมาปะทะกันส่งผลให้ทุกอย่างบนหน้าผาถูกทำลายอีกครั้งจนแอนเดอร์สันรีบกลับลงไปในหลุม
ตู้ม บรึ้ม บู้ม!
“แย่แน่ๆ แบบนี้แย่แน่ๆ”
แอนเดอร์สันพยายามขุดหลุมให้ลึกขึ้นเพื่อหลบซ่อนจากอันตราย อย่างไรก็ตามระบบกลับไม่ยอมหยุดแจ้งเตือนให้รู้ว่าเขาสามารถหลบมอนสเตอร์ทั้ง 2 ได้ ต่อให้พวกมันกำลังต่อสู้กันบนท้องฟ้า ตัวของเขาที่หลบอยู่ในหลุมและอยู่นอกสายตากลับยังคงไม่สำเร็จภารกิจเอาตัวรอดจากพวกมัน
แอนเดอร์สันจึงพยายามใช้เวทย์ตรวจสอบรอบๆก่อนจะพบว่าตัวของเขามีพลังเวทย์ติดอยู่ทุกส่วน มันเป็นเวทย์ที่ใช้ในการตรวจจับรอบๆ ส่งผลให้เขารู้ว่าทำไมระบบจึงไม่ยอมให้เขาสำเร็จภารกิจ นั่นเป็นเพราะว่ามอนสเตอร์ 2 ตัวที่กำลังอยู่บนท้องฟ้าใช้พลังเวทย์ตรวจจับทุกอย่าง ทำให้พวกมันรู้ถึงตัวตนของเขาที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่หลงเหลืออยู่บนหน้าผา
“เจอมันไหม มันตายหรือเปล่า”
นักเวทย์จากตระกูลซิกฟรีทที่สามารถกระโดดหลบใต้หน้าผาได้ทันจนรอดจากการโจมตีของมอนสเตอร์ทั้ง 2 รีบกวาดตามองหาสิ่งมีชีวิตบนหน้าผา อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดเคลื่อนไหวเลยสักนิด มนุษย์กลุ่มที่ใกล้กับมอนสเตอร์ล้วนร่างแลกละเอียดจากพลังเวทย์ที่โจมตี มอนสเตอร์มากมายล้วนถูกบดขยี้ไม่ต่างกัน ภายใต้การกวาดตามองไปรอบๆเพื่อสำรวจว่าแอนเดอร์สันจบชีวิตไปในการโจมตีเมื่อครู่นี้หรือไม่นั้น พวกเขาก็พบเข้ากับแอนเดอร์สันกำลังโผล่หัวออกมาจากหลุมที่ขุดเอาไว้ เมื่อรู้ว่าแอนเดอร์สันไม่เป็นอะไรพวกเขาจึงหวังว่าแอนเดอร์สันจะพบจุดจบบนยอดหน้าผานี้
“เฮ่ย เราต้องเก็บหัวของมันกลับไปด้วย”
หนึ่งในนักเวทย์ที่ต้องการฆ่าแอนเดอร์สันร้องตะโกนบอกเพื่อนหลังจากมันได้สติ การฆ่าสังหารหมู่เมื่อครู่นี้ทำให้มันวิ่งไม่คิดชีวิต แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าค่าหัวแอนเดอร์สันสูงถึง 100 ล้านเหรียญมันจึงหยุดที่จะไต่ลงจากผาแล้วกลับขึ้นไปดูแทน อย่างน้อยขอเพียงแค่ได้หัวของแอนเดอร์สันกลับไปก็เพียงพอแล้ว
“แล้วแบบนี้ใครจะกล้าเข้าไป”
นักเวทย์ที่เกาะอยู่บนผาล้วนแล้วโผล่เพียงแค่หน้าขึ้นมาดูเหตุการณ์บนผาว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทุกคนเห็นซากศพตายเกลื่อนไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือว่ามอนสเตอร์ล้วนแล้วไม่มีใครกล้าจะขึ้นไป อย่างไรก็ตามพวกเขากลับรู้สึกตกใจหลังจากเห็นแอนเดอร์สันโผล่หัวออกมาจากหลุมโดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลยสักนิดเดียว
“มันไม่ตาย”
“ใช่ มันไม่ตาย”
“แล้วเราจะเอายังไง”
กลุ่มนักเวทย์ที่ต้องการล่าแอนเดอร์สันหันมองรอบข้าง ปรากฎว่าหลายกลุ่มต้องการหัวของแอนเดอร์สันเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าขึ้นไปบนผา
“รอ เราเพียงแค่รอเท่านั้น”