เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    ภาค 1 ตอนที่ 37 การรักษาโรคไข้ผลึก

            การสืบสวนของเมอร์ลินได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเขานั้นออกสำรวจลำธารแห่งนี้ด้วยตัวเองเขาได้ทำการตรวจสอบน้ำที่อยู่บริเวณต้นตอโดยการใช้วงเวทย์ในความรู้ของเลเมเกทัน

            ข้อดีของสารานุกรมความรู้เลเมเกทันคือสามารถรับรู้ประโยชน์ของวงเวทย์ทั้งหมดเมอร์ลินจึงเรียกใช้วงเวทย์แต่ละประเภทในการสังเคราะห์น้ำในลำธารเพื่อหาต้นตอของโรคไข้ผลึก

            น่าเสียดายที่เวลานั้นผ่านไปนานจึงทำให้เชื้อโรคไข้ผลึกนั้นเจือจางลงไปเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่มันยังพอจะหลงเหลืออยู่แม้จะน้อยนิดขนาดที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถสังเกตได้ก็ตาม

            ด้วยอำนาจของดวงตาเลเมเกทันเชื้อโรคเหล่านี้จึงไม่อาจเล็ดลอดจากสายตาของเมอร์ลินไปได้

            เมอร์ลินจ้องมองน้ำที่อยู่ในขวดและวิเคราะห์

            “มันเป็นอย่างที่ข้าคิดมีคนจงใจแพร่พันธ์เชื้อโรคนี้”

            ทันทีที่เมอร์ลินกล่าวออกมาผู้ที่ติดตามเขามาทั้งหมดก็ต่างตกใจ

            สาเหตุของการติดโรคไข้ผลึกมันเป็นเพราะยาพิษที่เจือปนในน้ำ

            “ข้าจะไปสืบเบาะแสที่ปลายสุดของลำธารไม่ต้องตามข้ามา”

            กล่าวจบร่างของเมอร์ลินก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายไปดั่งหมอกควัน

            ชาวบ้านไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของเมอร์ลินแม้พวกเขาคิดที่จะติดตามไปก็ไม่มีความสามารถนั้น เพราะการเคลื่อนไหวของเมอร์ลินนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมากมิหนำซ้ำเขายังบินได้

            “เขาคือผู้ใช้อักขระอย่างแท้จริงความสามารถของเขาช่างเหนือคนธรรมดาทั่วไป” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น

            “มันคือโชคดีที่เขาผ่านมายังหมู่บ้านของเราไม่เช่นนั้นพวกเราทุกคนอาจไม่มีชีวิตเหลืออยู่แน่”

            “ข้านั้นละอายใจนักที่ครั้งหนึ่งเคยดูถูกเขาดวงตาของข้านั้นมืดบอดเกินไป ข้าหวังว่าเขาจะไม่ถือสาข้า” เจ้าของร้านบาร์กล่าว

            “เขานั้นเป็นคนดีเขาช่วยเหลือหมู่บ้านของเรา และเขาเลือกที่จะมองข้ามความผิดของทุกคน”

            “ข้ารู้สึกซาบซึ้งกับการกระทำของเขาเป็นอย่างยิ่ง”หญิงสาวผู้มีตุ่มหนองเอ่ยพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลลงแก้มของเธอ

            “พวกเรากลับกันเถอะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราจะสามารถทำอะไรได้ หากติดตามท่านผู้ใช้อักขระมากจนเกินไปอาจเป็นการเกะกะและสร้างภาระให้แก่เขาได้” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับหันหลังเดินกลับหมู่บ้าน

            ในอดีตนั้นขณะที่เมอร์ลินยังใช้ชีวิตเป็นผู้ฝึกตนช่วงรวบรวมปราณครั้งหนึ่งเขาเคยคิดท้อใจกับการเดินทางสายนี้จุดหนึ่งของชีวิตเขาตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาโดยร่ำเรียนความรู้ทางการแพทย์ประกอบเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเขา

            การหาต้นตอของโรคนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเคยทำหลายปีที่ใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาเขานั้นได้ทำมันนับครั้งไม่ถ้วน 

            เมื่อถึงทะเลสาบที่เป็นสถานที่สิ้นสุดของลำธารเมื่อเขากวาดสายตามองออกไปรอบๆ เขาพบว่าทะเลสาบแห่งนี้มีจุดหนึ่งที่มีน้ำใสเกินไป ความใสของมันจึงเป็นที่น่าผิดสังเกต

            ไม่รอช้าเมอร์ลินได้ตักน้ำในส่วนนั้นใส่ขวดกลับไป

            เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านก็จัดเตรียมที่พักและอาหารให้แก่เมอร์ลินเป็นอย่างดี 

            แต่น่าเสียดายการกินและการนอนนั้นแทบจะไม่จำเป็นต่อเมอร์ลินการบ่มเพาะขั้นก่อลำต้นนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดา เขานั้นได้ละทิ้งปัจจัยเหล่านี้ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว

            เมอร์ลินจัดการใช้ห้องโถงของบ้านพักเป็นสถานที่ทำงานเพียงสะบัดมือไม่กี่ครั้งข้าวของที่เตรียมไว้ก็ถูกผลักออกไปและภายในห้องได้ถูกทำเป็นที่โล่ง

            น้ำจากลำธารและน้ำจากทะเลสาบปลายน้ำนั้นถูกนำออกมาจากแหวนเวทย์

            เมอร์ลินตั้งสมาธิและโบกสะบัดมือไปมาอย่างคล่องแคล่ง

            ไม่นานวงเวทย์ตรวจสอบจำนวนมากก็ปรากฏออกมา

            เมอร์ลินทำการตรวจสอบน้ำเหล่านั้นทีทัน

            ประสบการณ์การกลั่นนับครั้งไม่ถ้วนของเขาถูกนำมาใช้อย่างเชียวชาญ

            อักขระที่กลายเป็นวงเวทย์ถูกนำมาใช้อย่างคล่องแคล่วแสงอันหลากสีมากมายส่องสว่างออกมาอย่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งบ้าน

            แสงสีของวงเวทย์เหล่านี้สร้างความตื่นตาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

            “นั่นท่านผู้ใช้อักขระกำลังจะทำอะไร?” หญิงสาวคนหนึ่งพูดออกมาอย่างสงสัย

            “ข้าเองก็ไม่รู้แต่แสงเหล่านั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน” ชายอีกคนกล่าว

            “เจ้าคิดว่าเขาจะสามารถรักษาพวกเราได้หรือไม่”หญิงสาวเอ่ยถามอย่างเศร้าสร้อยพร้อมกับมองไปยังมืออีกข้างหนึ่งของเธอที่ได้กลายเป็นผลึกแล้ว

            “คำถามนี้ข้าไม่สามารถตอบเจ้าได้คงมีแต่เขาเท่านั้นที่สามารถตอบคำถามนี้ได้” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ

            “ข้าขอภาวนาต่อทวยเทพทั้งหลายขอให้เขาทำสำเร็จด้วยเถอะ”

            “ข้าเองก็ขอภาวนาด้วยเช่นกัน”สิ้นเสียงหนุ่มสาวทั้งสองก็เดินจากไป

            เมอร์ลินใช้เวลา1 คืนกับการค้นหาเชื้อโรคไข้ผลึกแต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

            ภายในน้ำเหล่านี้นั้นมีเชื้อโรคเจือจางเป็นอย่างมากหรือมันอาจเป็นเพราะว่าเชื้อโรคได้ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะเวลานานและมันได้เจือจางลงไปเป็นอย่างมาก

            เมอร์ลินต้องการหาต้นตอของเชื้อโรคที่แข็งแกร่งเพื่อนำมาศึกษาการผลิตยาต้านแต่น่าเสียดายเชื้อโรคเพียงเล็กน้อยนี้ไม่เพียงพอสำหรับเขา 

            ผ่านไปอีกสองคืนเมอร์ลินยังคงคิดหาวิธีการรักษาโรค

            อาหารที่หัวหน้าหมู่บ้านจัดมาให้เมอร์ลินไม่ได้แตะมันเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังห้ามไม่ให้ผู้ใดมารบกวนเขาในช่วงนี้

            เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับผู้ใช้อักขระคนนี้มากขึ้นเขานั้นยังเป็นเด็กน้อย แต่ทว่ากลับมีฝืมือที่สูงส่ง ทหารนับร้อยนั้นไม่ใช่คู่มือของเขา

            หลังจากที่เขากลับมาจากการออกสำรวจลำธารเขานั้นก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ในบางคืนนั้นมีแสงประหลาดสาดส่องไปทั่วทั้งตัวบ้าน สร้างความแตกตื่นให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก

            เรื่องที่แปลกที่สุดคือนับตั้งแต่ผู้ใช้อักขระคนนี้เข้ามาในหมู่บ้านเขานั้นไม่หลับ ไม่นอน ไม่ดื่ม ไม่กิน เขาทำเช่นนี้เป็นเวลาหลายวันนี่ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาทั่วไปจะสามารถทำได้

            พวกเขาไม่รู้ว่าผู้ใช้อักขระคนอื่นๆจะเป็นเช่นนี้หรือไม่ หรือผู้ใช้อักขระนั้นไม่จำเป็นต้องดื่มกินและพักผ่อนใด

            หลายคนพูดว่าเขาคือเทพเจ้าเทพที่มาช่วยเหลือหมู่บ้านของพวกเขา

            การที่คนคนหนึ่งไม่กินไม่นอนได้สำหรับคนธรรมดานั่นย่อมเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแต่หากเขาคนนั้นเป็นเทพนี่นับว่ามีเหตุผล

            ข่าวลือที่ว่าผู้ใช้อักขระคนนี้เป็นเทพที่สวรรค์ส่งมาช่วยเหลือหมู่บ้านได้กระจายออกไปเป็นวงกว้าง

            หลายคนเริ่มมีพฤติกรรมบูชาและสวดภาวนาต่อเมอร์ลิน

            ตอนนี้เมอร์ลินนั้นถูกเพิ่มความน่านับถือต่อคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก

            ผ่านไปสามวันเมอร์ลินเรียกหัวหน้าหมู่บ้านเข้าไปพบเขาสั่งให้หัวหน้าหมู่บ้านเรียกรวมพลชาวบ้านอีกครั้งหนึ่ง 

            ครั้งนี้เมอร์ลินมีความต้องการอาสาสมัครเพื่อทำการวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด การสมัครนี้รับทั้งผู้ที่พึ่งติดโรค,ผู้ที่อาการเริ่มออกอาการ, ผู้ที่มีอาการทรงตัว และผู้ที่อาการหนัก

            ผู้ที่เริ่มติดโรคนั้นอาการของเขานั้นจะคล้ายคนกำลังเป็นไข้เนื้อตัวร้อนผ่าวเพราะพิษโรค และทางด้านผู้ที่อาการหนักนั้น พวกเขาบางคนถูกโรคไข้ผลึกกัดกินร่างกายไปบางส่วนจนกลายเป็นผลึกแต่ยังโชคดีที่ส่วนนั้นไม่ใช่อวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น ศีรษะหรือหัวใจ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้อีกต่อไป

            เมอร์ลินใช้ใบไม้ที่เคลือบไปด้วยพลังปราณเซียนกรีดไปที่ส่วนหนึ่งของร่างกายอาสาสมัครแต่ละคน เขาบังคับเอาเลือดที่ไหลออกมาบรรจุลงขวดเปล่าที่เตรียมไว้จนได้เลือดหลายขวดเรียงกันอย่างมีระเบียบและจำแนกหมวดหมู่อย่างเรียบร้อย

            เมื่อเก็บตัวอย่างเลือดได้หมดแล้วเมอร์ลินจึงกลับเข้าบ้านพักของเขาอีกครั้ง

            การกระทำของเมอร์ลินนั้นสร้างความสงสัยให้กับคนในหมู่บ้านแต่ไม่มีใครสักคนที่เอ่ยความสงสัยเหล่านั้นออกมา

            ยามนี้คนในหมู่บ้านทุกคนล้วนเชื่อใจในเมอร์ลินทั้งสิ้น

            เมื่อได้ตัวอย่างเลือดมาแล้วเมอร์ลินจึงเริ่มทำการสังเคราะห์อีกครั้งวงเวทย์จำนวนมากถูกสร้างขึ้น

            วงเวทย์เหล่านั้นเปล่งแสงและกระจายคลื่นพลังเวทย์ออกมา

            ลำแสงเหล่านั้นเคลื่อนผ่านหยดเลือดของแต่ละขวดซ้ำไปซ้ำมา

            ผ่านไปเกือบค่อนวันเมอร์ลินก็ได้พบว่าเลือดเหล่านี้นั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคไข้ผลึกแม้เขาจะเจอรูปร่างของเชื้อโรคแต่เขาก็ยังต้องการเชื้อโรคที่เป็นต้นตอจากลำธารมากกว่า

            เชื้อโรคไข้ผลึกนี้ได้กัดกินพลังชีวิตมาแล้วทั้งสิ้นสำหรับเชื้อโรคที่มีสิ่งเจือปนเมอร์ลินนั้นไม่มั่นใจว่ามันจะสามารถใช้งานได้หรือไม่ 

            วิญญาณชีพของเชื้อโรคไข้ผลึกนั้นได้เข้าไปกัดกินพลังชีวิตที่อยู่ในเลือดของมนุษย์ให้แปรสภาพกลายเป็นผลึกและมันจะกัดกินไปเรื่อยๆ จนลุกลามไปทั่วทั้งร่างและกลั่นตัวกลายเป็นผลึกวิญญาณชีพที่มีขนาดเพียงเสี้ยวหยด

            ซึ่งการจะผลิตผลึกวิญญาณชีพที่ทรงพลังนั้นจะต้องสังเวยชีวิตของมนุษย์เป็นจำนวนมากกว่าจะผลิตมันขึ้นมาได้

            เมอร์ลินได้ทำการทดลองโดยใช้ธาตุต่างๆผสานกันเพื่อทำลายเชื้อโรคของโรคไข้ผลึกไปเรื่อยๆการทดลองนี้ถูกดำเนินการซ้ำไปซ้ำมาจนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์

            เมอร์ลินมีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะปราบปรามโรคชนิดนี้เขาทุ่มทั้งพลังและเวลาไปกับการทดลองอย่างมากมาย จนละทิ้งแผนการต่างๆไว้เบื้องหลัง

            แต่แล้ววันหนึ่งการทดลองหนึ่งของเมอร์ลินก็ประสบความสำเร็จ

            วงเวทย์ธาตุน้ำ36 วง ถูกนำไปใช้โจมตีเชื้อโรคจนวิญญาณชีพนั้นค่อยๆแยกตัวกระจายออกไป

            เมื่อทดลองใส่อีก9 วงเวทย์ธาตุแสงเพิ่มลงไป ปรากฏว่าวิญญาณชีพนั้นค่อยๆสลายหายไป 

            ผลึกที่จับเป็นก้อนนั้นก็เริ่มแตกกระจายไปด้วยเช่นกันแม้มันไม่อาจทำลายให้สิ้นซาก แต่เพียงแค่นี้วิญญาณชีพที่แตกสลายมันก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆต่อร่างกายของมนุษย์ได้แล้ว

            เมอร์ลินคิดถึงตอนที่เขาไปเยือนปลายสุดของลำธาร

            ณทะเลสาบแห่งนั้น จุดที่เชื้อโรคไข้ผลึกอาศัยอยู่นั้นปรากฏหญ้าน้ำชนิดหนึ่งเป็นจำนวนมากหญ้าชนิดนั้นแตกต่างจากหน้าธรรมดาทั่วไปเพราะมันเติบโตอยู่ในน้ำใบและลำต้นของมันนั้นโปร่งแสง และเมื่อสังเกตให้ดีก็จะพบว่ามันสามารถเรืองแสงได้

            ตัวอย่างน้ำที่เมอร์ลินเก็บออกมาจากที่แห่งนั้น

            เชื้อโรคนั้นได้ถูกทำลายและมีการเจือจางเป็นอย่างมาก

            เมอร์ลินเปิดใช้ความสามารถของสารานุกรมเลเมเกทันไม่นานเขาก็พบว่าหญ้าชนิดนี้มีชื่อว่า “หญ้าน้ำแสงดาว”เมื่ออ่านคุณสมบัติของหญ้าชนิดนี้บวกกับการทดลองของเขามันมีความเป็นไปได้สูงที่หญ้าชนิดนี้จะสามารถผลิตเป็นยารักษาโรคนี้ให้หายได้

            ปัง!

            ประตูของบ้านพักถูกเปิดออกร่างสีขาวนั้นทะยานพุ่งขึ้นสู่ฟ้า

            ในหลายวันมานี้ชาวบ้านต่างแวะเวียนมารวมตัวในบริเวณนี้กันอย่างมากมายพวกเขาทั้งหมดต่างฝากความหวังไว้กับผู้ใช้อักขระคนนี้

            เมื่อประตูถูกเปิดออกพวกเขานั้นหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ยินข่าวดีแต่น่าเสียดายที่ในเวลาไม่กี่วินาทีคนที่อยู่ในบ้านก็พุ่งทะยานตัวออกไปและหายลับไปสุดขอบฟ้า

            “นั่นเขากำลังจะไปไหนกัน”ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น

            “ไม่ใช่ว่าเขานั้นล้มเหลวและหนีได้หนีไปแล้ว” ชายคนหนึ่งพูดออกมาด้วยความสิ้นหวัง

            “หากเจ้าไม่ป่วยข้าจะทุบตีเจ้าท่านผู้ใช้อักขระไม่ใช่คนอย่างนั้น เจ้าไม่เห็นรึไงว่าหลายวันที่ผ่านมาเขานั้นไม่ได้หลับได้นอนไม่แม้ที่จะแตะต้องอาหารและน้ำดื่มสักหยดเจ้าคิดว่าคนอย่างเขาเป็นอย่างที่เจ้าพูดหรือ”ชายอีกคนแสดงอาการที่เกรี้ยวกราดตอบโต้ เขานั้นเชื่อใจในเมอร์ลินเป็นอย่างมาก จนชายอีกคนนั้นรู้สึกผิดกับการพ่นคำพูดที่ไม่น่าฟังนั้นออกมา

            ด้วยการเคลื่อนไหวอันน่าสะพรึงของเมอร์ลินจึงทำให้เขาไปถึงทะเลสาบอย่างรวดเร็ว

            หญ้าน้ำแสงดาวนั้นถูกเมอร์ลินเก็บเกี่ยวเป็นจำนวนมากด้วยพลังปราณเซียนที่เยี่ยมยอดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากที่จะเก็บเกี่ยวพวกมัน

            เมอร์ลินไม่ได้เก็บเกี่ยวหญ้าน้ำแสงดาวทั้งหมดเขานั้นยังหลงเหลือไว้เพื่อให้มันเติบโตและอีกส่วนหนึ่งเขาได้ขุดมันขึ้นมาพร้อมกับดินและใส่มันลงไปในอำนาจรูปแบบกักขังด้วยอำนาจรูปแบบนี้ทำให้หญ้าน้ำแสงดาวส่วนหนึ่งสามารถเติบโตได้

            เมอร์ลินนำของทั้งหมดใส่ลงไปแหวนเวทย์เขาพกแหวนเวทย์เอาไว้หลายสิบวง และด้วยสถานะของเขาในตอนนี้มันย่อมไม่มีปัญหาถ้าหากเขาต้องการจะผลิตมันเพิ่ม

            หลังจากที่เสร็จภารกิจการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นเมอร์ลินก็มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านในทันที

            ชาวบ้านเมื่อเห็นเมอร์ลินกลับมาพวกเขาก็ดีใจเป็นอย่างมากถึงแม้พวกเขาจะไม่เชื่อคำพูดของชายคนนั้น แต่ก็ยังมีส่วนลึกในจิตใจที่หวั่นไหวไปกับความคิดแบบนั้น

            เมื่อเมอร์ลินกลับมาความกลัวของพวกเขาก็ถูกขจัดออกไป

            ยิ่งผ่านเหตุการณ์นี้ไปก็ยิ่งทำให้พวกเขานั้นเชื่อมั่นในตัวของเมอร์ลินมากยิ่งขึ้น

            เมอร์ลินเข้าสู่ช่วงของการเก็บตัวอีกครั้งหนึ่งกระบวนการปรุงยาถูกเริ่มหลังจากนั้น จนในที่สุดเวลาก็ผ่านไปถึงสามวัน เสียงของเมอร์ลินก็ดังกังวานออกมาจากตัวบ้าน

            "นำคนที่ติดโรคเข้ามาหาข้าหนึ่งคน"

            เสียงนี้เต็มไปด้วยพลังมันดังกึกก้องไปทั้งหมู่บ้าน ทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านล้วนได้ยินเสียงนี้

            ชาวบ้านที่เฝ้ารอด้วยความหวังนั้นยินดีเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินเสียงของเมอร์ลินพวกเขาหลายคนนั้นถึงกับปักหลักอยู่บริเวณรอบๆ บ้านพักเพื่อเฝ้ารอ

            หัวหน้าหมู่บ้านรีบจัดแจงปฏิบัติตามคำสั่งของเมอร์ลินในทันทีชายหนุ่มคนหนึ่งผู้ติดโรคไข้ผลึกอาสาเข้าไปอย่างมีความหวัง เขานั้นไม่มีความกลัวใดๆเลยแม้แต่น้อยกับการเป็นหนูลองยาคนแรก เพื่อครอบครัว เพื่อหมู่บ้านของเขา เขานั้นยินดีที่เสี่ยงชีวิตอย่างไรเสียการติดโรคไข้ผลึกนั้นก็เหมือนกับตายไปครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว

            ชายหนุ่มนั้นเป็นผู้ติดโรคที่อยู่ในขั้นรุนแรงหินผลึกนั้นกัดกินขาซ้ายของเขาไปทั้งข้าง การเคลื่อนไหวของเขาจึงต้องใช้ไม้เท้าเพื่อช่วยในการพยุงตัว

            ในการปรุงยาในครั้งนี้เมอร์ลินได้ใช้ธาตุน้ำและธาตุแสงที่มีอยู่ในหญ้าน้ำแสงดาวเป็นตัวยาหลักส่วนตัวยารองที่มีสี่ถึงห้าตัวนั้นเขาใช้ผงเรืองแสง, ขี้ผึงแสงอาทิตย์, ว่านทะเล และน้ำตาหิงห้อยมาเป็นส่วนผสม 

            วัตถุดิบเหล่านี้เขานำติดตัวมาจากร้านเสื้อคลุมสีฟ้าแทบทั้งสิ้น 

            ส่วนผสมทั้งหมดถูกกลั่นโดยวงเวทย์นับร้อยๆจนกลายเป็นของเหลว

            เมอร์ลินได้บรรจุพวกมันทั้งหมดไว้ในขวดเปล่าที่เขาเตรียมมา

            เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเข้ามายังตัวบ้านเมอร์ลินก็ยื่นน้ำยาสีขาวบริสุทธิ์ขวดหนึ่งให้กับชายหนุ่มทันที

            “ดื่มมัน”เมอร์ลินมองไปยังชายหนุ่มและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

            ชายหนุ่มไม่มีแม้แต่จะมีความลังเลเขาปฏิบัติตามคำสั่งของเมอร์ลินอย่างรวดเร็วและยินดี

            เมื่อรับขวดน้ำยามาจากมือของเมอร์ลินเขาก็ได้กระดกกลืนมันเข้าไป

            ทันใดนั้นเองเมื่อตัวยาเข้าสู่ร่างกายบริเวณรอบๆ ร่างกายของเขาก็ปรากฏระอองสีทองและสีฟ้าลอยฟุ้งออกมา นับได้สามสิบลมหายใจผลึกที่กัดกินร่างกายก็เริ่มเกิดการแตกร้าว จนในที่สุดมันก็ค่อยๆ แตกสลายและหายไป

            ขาของชายหนุ่มดังงูที่ลอกคราบทุกส่วนในร่างกายของเขาค่อยๆ กลับมาเป็นดังเดิม

            “มันได้ผล!”ชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างไม่มีสติ

            ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา ความยินดีนั้นเอ่อล้นออกมาจากแววตาของเขาโรคอันทุกข์ทรมานของเขาได้ถูกขจัดไปโดยสมบูรณ์ 

            ชายหนุ่มฟุบลงและหมอบเมอร์ลิน

            "ขอบคุณ …ขอบคุณท่านมากท่านผู้ใช้อักขระ ขอบคุณ ...บุญคุณของท่าน  ฮือ .. ข้า ... ข้าจะไม่มีวันลืม ...ขอบคุณ"

            ชายหนุ่มก้มหมอบแสดงความเคารพทั้งน้ำตาเขากล่าวขอบคุณเมอร์ลินซ้ำไปซ้ำมาอย่างคนไม่มีสติ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเขานั้นต้องตายแน่ๆเพราะคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ล้วนไม่มีทางรอด ปลายทางของพวกเขานั้นมีแต่ความตายเท่านั้น

            เด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นดั่งนักบุญเขาเป็นดั่งเทพใน

            จนทำให้ชายหนุ่มอดที่จะแสดงความเคารพบูชาออกมาไม่ได้

            เมอร์ลินสองมือไพล่หลังยืนตัวตรงอย่างสง่าเขามองชายหนุ่มด้วยท่าทีที่พึงพอใจ

            "ออกไปได้แล้วแล้วเรียกหัวหน้าหมู่บ้านให้เข้ามาพบข้า"

            เสียงของเมอร์ลินดึงสติของชายหนุ่มให้กลับมา

            ชายหนุ่มกล่าวคำขอบคุณซ้ำอีกครั้งและเดินออกไป

            ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูเมอร์ลินก็ได้ยินเสียงโห่ร้องดีใจของคนจำนวนมาก เสียงเหล่านั้นสร้างความรู้สึกที่ดีแก่เขาไม่น้อย

            มุมปากทั้งสองข้างของเด็กน้อยถูกยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

    คล้ายกับเรื่องเซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668