ตอนที่ 131 ขอใช้เครื่องเพื่อตัวเอง
ตอนที่ 131 “ฟู่ว...ให้ตายสิเอกสารจะเยอะไปไหนเนี่ย” ฮิคาริเดินออกมาจากโรงพยาบาลหลังจากจัดการเอกสารเสร็จ ตอนนี้ก็เป็นเวลากว่าสองทุ่มแล้วทั้งที่เธอควรจะได้กลับบ้านตั้งแต่หกโมงเย็นแต่ทว่าเธออยากจะเคลียเอกสารให้หมดจึงทำให้เธอได้กลับบ้านในเวลานี้ ระหว่างที่กำลังเดินไปที่รถจู่ๆฮิคาริก็ชะงักไปเพราะที่รถของเธอมีคนยืนพิงรถรอเธออยู่ กึก !! ฮิคาริชะงักไปก่อนจะเอ่ยปากถามคนที่ยืนพิงรถเธออยู่ “นายมาทำอะไรที่รถฉันอย่าบอกนะว่าจะมางัดรถน่ะ” ฮิคาริถาม “เธอจะบ้าหรือไงฉันมารอเธอต่างหาก” ดนัยตอบออกไปใช่แล้วชายคนที่มายืนพิงรถรออยู่นั้นก็คือดนัยนั่นเอง “รอฉัน !!” ฮิคาริทำหน้าสงสัยว่ามารอเธอทำไม “ใช่ฉันมารอเธอว่าแต่เธอจะบ้างานไปไหนเนี่ยขนกลับไปทำที่บ้านก็ได้ไม่ใช่หรือไงฉันน่ะรอเธอตั้งแต่หกโมงครึ่งแล้วนะยืนมาเกือบสองชั่วโมงแล้วเนี่ย” ดนัยบ่นออกมาเพราะเขารอฮิคาริมาชั่วโมงครึ่งแล้ว “ใครใช้ให้มารอล่ะว่าแต่มารอฉันทำไม” ฮิคาริถามถึงจุดประสงค์ของดนัย “ฉันจะไปบ้านเธอ” ดนัยตอบ “บ้านฉันเนี่ยนะไปทำไม” ฮิคาริไม่เข้าใจว่าดนัยต้องการจะไปบ้านเธอทำไม “ฉันจะยืมใช้เครื่อง VR-Life หน่อย” ดนัยบอก “หือ VR-Life เหรอช่วงนี้ฉันยังไม่ได้คิดจะรับเคสของทีมผ่าตัดนะนายยังไม่ต้องรีบไปใช้ก็ได้” ฮิคาริพูด “มันไม่เกี่ยวกับทีมผ่าตัดฉันแค่อยากจะใช้เพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองน่ะ” ดนัยบอก “นายมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าถึงอยากจะใช้ VR-Life น่ะ” ฮิคาริมองหน้าดนัย “ไม่มีหรอกว่าแต่จะใช้ฉันใช้มั้ยอ่ะไม่ให้ฉันจะได้กลับห้อง” ดนัยไม่คิดจะพูดเรื่องนี้ให้ฮิคาริฟัง “เฮ้อ...งั้นก็ขึ้นรถมาแต่ขากลับนายกลับเองนะฉันไม่กลับมาส่งหรอก” ฮิคาริถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดประตูรถให้ “ได้ขากลับฉันจะกลับเอง” ดนัยขึ้นไปนั่งบนรถของฮิคาริจากนั้นรถก็ออกจากโรงพยาบาลไปมุ่งหน้ากลับตระกูลทาเคนากะบ้านของฮิคาริ บ้านทาเคนากะ เอี๊ยด !! เสียงรถของฮิคาริเบรกที่หน้าบ้านของเธอก่อนพ่อบ้านประจำตระกูลของฮิคาริจะเดินออกมารับ “คุณหนูฮิคาริ...หือคุณหมอดนัยทำไมกลับมากับคุณหนูได้ล่ะครับ” พ่อบ้านของฮิคาริที่เห็นดนัยกลับมาพร้อมกับคุณหนูของตนด้วยก็นึกแปลกใจ “พอดีดนัยเขาจะมาขอให้อาคารหลังนู้นน่ะค่ะแล้วก็หลังจากเอารถไปเก็บแล้วฝากเตรียมมื้อค่ำให้หน่อยนะคะเดี๋ยวฉันจะไปที่อาคารด้านหลังกับดนัยก่อน” ฮิคาริบอกก่อนจะยื่นกุญแจรถให้พ่อบ้านของเธอ “รับทราบครับคุณหนูว่าแต่จะให้เตรียมเผื่อคุณหมอดนัยมั้ยครับ” พ่อบ้านถาม “ดนัยนายจะกินข้าวด้วยมั้ย” ฮิคาริหันไปถามดนัย “ไม่ล่ะฉันกินมาแล้ว” ดนัยส่ายหน้า “โอเคงั้นไปกันเถอะ” ฮิคาริพูดก่อนจะพาดนัยไปที่อาคารด้านหลังที่สร้างไว้สำหรับเครื่อง VR-Life เมื่อฮิคาริพาดนัยมาที่อาคารด้านหลังเธอก็ไปจัดการเปิดเครื่อง VR-Life ให้ดนัย “ว่าแต่นายจะผ่าเคสอะไรล่ะฉันจะได้เซ็ตข้อมูลให้” ฮิคาริถามถึงเคสที่ดนัยต้องการจะผ่าเพื่อฝึกฝีมือ “เลือดคั่งในสมองหลายจุด !!” ดนัยตอบเคสที่ต้องการผ่าออกไป “หือเคสนั่นมันเคสเมื่อเช้านี่...” ฮิคารินึกออกได้ทันทีว่าเคสที่ดนัยต้องการเป็นเคสเมื่อตอนเช้าที่ดนัยได้เข้าไปเป็นผู้ช่วยผ่าตัดให้ไซโต้ สงสัยไปเป็นฝีมือของทาเครุคุงมาก็เลยรู้สึกร้อนใจจนต้องมาขอใช้เครื่อง VR-Life สินะ ฮิคาริคิดถึงเหตุผลที่ดนัยมาขอใช้เครื่อง VR-Life ของเธอ “อือจัดให้หน่อยได้มั้ย” ดนัยพยักหน้า “ได้สิฝึกเสร็จแล้วก็ฝากปิดคอมพิวเตอร์ให้ด้วยแล้วก็อย่าลืมล็อกอาคารนี่ส่วนกุญแจฉันทิ้งไว้ตรงโต๊ะนี้นะนายเอาไปคืนฉันพรุ่งนี้ที่โรงพยาบาลแล้วกัน” ฮิคาริบอกก่อนจะตั้งค่าเครื่องให้ตามที่ดนัยต้องการ “โอเคขอบใจนะฮิคาริ” ดนัยพูดพลางเดินไปหยิบแว่น VR มาใส่ วู่บ !! ทันทีที่ดนัยใส่แว่น VR ภาพห้องผ่าตัดก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นทันที “เนื่องจากนายผ่าตัดคนเดียวฉันเลยตั้งค่าผู้ช่วย วิสัญญีแพทย์และพยาบาลส่งเครื่องมือแพทย์ให้เป็นอัตโนมัติให้แล้วต้องการให้ผู้ช่วยเหล่านั้นทำอะไรก็สั่งงานผ่านเสียงได้เลย” ฮิคาริบอก “เข้าใจแล้วเธอก็กลับเข้าบ้านไปเถอะไม่ต้องมาเฝ้าฉันหรอก” ดนัยบอกก่อนจะเริ่มลงมือผ่าตัดทันที “เริ่มการผ่าตัด...เลื่อยไฟฟ้า !!” ดนัยสั่งอุปกรณ์ผ่าตัดผ่านเสียง ส่วนฮิคาริก็มองไปที่จอขนาดใหญ่ที่แสดงภาพที่ดนัยเห็นผ่านสายตาก็เห็นว่าเขากำลังเริ่มลงมือผ่าเปิดกะโหลกเธอมองดนัยที่กำลังใช้เลื่อยไฟฟ้าผ่ากะโหลกอย่างนุ่มนวลก็ยิ้มออกมา “ไม่เลวนี่ใช้เวลาไม่ครู่เดียวก็ผ่ากะโหลกเกือบเสร็จแล้ว” ฮิคาริมองดูฝีมือของดนัยที่แสดงให้เห็นผ่านจอเธอยืนดูการผ่าตัดของดนัยอยู่เกือบห้านาทีก่อนจะตัดสินใจให้ดนัยอยู่คนเดียวและตัวเองก็เดินกลับเข้าบ้านไปเพื่อไปกินมื้อค่ำให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำและเข้านอนในเวลาต่อมา หลายชั่วโมงต่อมา “ฟู่ว...การผ่าตัดเสร็จสิ้น” ดนัยพ่นลมหายใจออกมาหลังจากผ่าตัดมาหลายชั่วโมง ผลล่ะเป็นยังไง ดนัยถอดแว่น VR ออกก่อนจะมองไปที่จอแสดงผลเพื่อดูผลการผ่าตัดว่า AI คำนวณผลความสำเร็จให้เขาเท่าไหร่ “77 % งั้นเหรอต่ำไปมั้ยเนี่ยเป็นเพราะเราใช้เวลานานเกินไปสินะ...ส่วนเวลาที่เราใช้ไปในการผ่าตัดก็ 4 ชั่วโมง 11 นาทีใช้เวลามากชะมัดเลยแฮะตอนนั้นหมอไซโต้ขนาดมีผู้ช่วยไม่ค่อยได้เรื่องแบบเราแถมยังพลาดทำเลือดออกยังใช้เวลาไปแค่ 3 ชั่วโมงกว่าเอง” ดนัยพูดออกมาซึ่งเขานั้นค่อนข้างไม่พอใจกับผลการผ่าตัดจำลองผ่านเครื่อง VR-Life ในครั้งนี้เลยนั่นก็เพราะมันใช้เวลามากเกินไปทำให้ผลความสำเร็จในการผ่าตัดมีเพียงแค่ 77% เท่านั้นนั่นเท่ากับว่ามีโอกาสเป็นไปได้ถึง 23% ที่คนไข้อาจจะอาการทรุดลงหลังจากการผ่าตัดหรืออาจกระทั่งเสียชีวิตคาเตียงผ่าตัดเลยก็ได้ “บ้าจริงยังไม่ดีพอลองอีกรอบแล้วกัน !!” ดนัยพูดพร้อมเดินไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อตั้งค่าการผ่าตัดใหม่ “รู้สึกว่าฮิคาริจะกดแบบนี้สินะ” ดนัยลองกดดูตามแบบที่ฮิคาริกดก่อนหน้านี้ “อ๊ะเจอแล้วมีเคสการผ่าตัดใส่ไว้เพียบเลยเลือกอาการเลือดคั่งในสมองอ๊ะเจอแล้วส่วนตำแหน่งก็สุ่มเอาเรียบร้อยเริ่มการผ่าตัดได้” ดนัยเมื่อตั้งค่าเสร็จก็สวมแว่น VR เหมือนเดิมและก็ดำเนินการผ่าตัดผ่านเครื่อง VR-Life ไปอีกรอบ . . . “บ้าจริงร่นระยะเวลาไปได้แค่ 15 นาทีเองงั้นเหรอนี่เราพลาดตรงไหนกัน” ดนัยหลังจากผ่าตัดเสร็จรอบที่สองก็อดหัวเสียไม่ได้เพราะขนาดเขาตั้งใจแทบตายยังผ่าตัดเร็วขึ้นกว่านิดหน่อยเท่านั้นเวลาการผ่าตัดที่แสดงบนหน้าจอก็คือ 3 ชั่วโมง 56 นาทีแน่นอนเวลาไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่นักแต่ก็ต้องดูที่ผลการผ่าตัดด้วย 82% ผลการผ่าตัดดีขึ้นมานิดนึงแต่ก็ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีไม่รู้ว่าถ้าให้หมอไซโต้มาลองใช้เครื่อง VR-Life ผลการผ่าตัดของหมอไซโต้จะกี่เปอร์เซ็นต์แต่เราคิดว่าคงไม่ต่ำกว่า 90% แน่นอน ดนัยคิดในใจก่อนจะหยิบมือถือออกมาดูเวลา “หือ...ตีสี่แล้วเหรอเนี่ยป่านนี้ไม่มีรถแล้วมั้งเอาไงดีหว่า” ดนัยพึ่งรู้ตัวว่าเขาเผลอซ้อมผ่าตัดจนเกือบเช้าจะให้กลับตอนนี้ข้างนอกคงไม่มีแท็กซี่วิ่งแล้ว “เช้านี้เราไม่มีผ่าตัดด้วยสิลองฝึกอีกสักรอบแล้วค่อยนอนละกันเอาล่ะตั้งค่าใหม่สุ่มจุดเลือดคั่งเหมือนเดิมคราวนี้จะต้องทำเวลาให้ต่ำกว่าสามชั่วโมงครึ่งให้ได้เลย” ดนัยนึกขึ้นได้ว่าตารางทำงานเช้าที่จะถึงนี้ว่างเขาจึงเดินไปที่คอมพิวเตอร์และตั้งค่าการจำลองการผ่าตัดใหม่อีกครั้ง คราวนี้ลองเน้นไปที่ความเร็วดูแล้วกันแต่ถึงเราจะเน้นไปที่ความเร็วแต่ก็ต้องแม่นยำด้วยจะได้ไม่พลาดเพราะถ้าพลาดหมายถึงเราจะเสียเวลาการผ่าตัดเพิ่มขึ้นไปอีก ดนัยคิดในใจจากนั้นการผ่าตัดจำลองผ่านเครื่อง VR-Life ในครั้งที่สามของดนัยก็เริ่มอีกครั้ง ตอนเช้า ฮิคาริตื่นขึ้นมาตอนเช้ากว่าเธอจะจัดการอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 7 โมงเข้าแต่ก็นะจากบ้านเธอไปที่โรงพยาบาลใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้นจึงไม่ต้องรีบขนาดนั้น เธอยังมีเวลากินกาแฟได้อีกสักครู่หนึ่งระหว่างที่กินกาแฟอยู่ฮิคาริก็ถามพ่อบ้านของเธอเรื่องดนัย “ว่าแต่เมื่อคืนดนัยเขากลับไปตอนไหนเหรอคะ” ฮิคาริหันไปถามพ่อบ้านของเธอ “คุณหมอดนัยน่ะเหรอครับเขาไม่ได้กลับไปหรอกครับ” พ่อบ้านตอบ “ไม่ได้กลับเขาค้างที่นี่เหรอคะ !!” ฮิคาริอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่าดนัยจะค้างที่นี่ “เปล่าครับเขานอนค้างที่อาคารด้านหลังของคุณหนูน่ะครับ” พ่อบ้านบอก “ห๋านี่เขานอนที่อาคารนั่นเหรอคะ !!!” ฮิคาริตกใจมากเพราะนึกไม่ถึงว่าดนัยจะนอนที่นั่น ไม่รอช้าฮิคาริลุกขึ้นมาและรีบเดินไปดูที่อาคารด้านหลังทันทีและเมื่อมาถึงฮิคาริก็เห็นดนัยนั่งกอดเข่าตัวเองหลับอยู่ที่มุมห้อง “เวลาการผ่าตัด 3 ชั่วโมง 44 นาที ผลการผ่าตัดสำเร็จอยู่ที่ 84% ตัวเลขไม่เลวเลยแฮะ” ฮิคาริมองที่ตัวเลขบนจอก็อดพูดออกมาไม่ได้แต่ไม่เพียงเท่านั้นฮิคาริเธอยังเดินไปดูที่คอมพิวเตอร์และเรียกประวัติการผ่าตัดขึ้นมาดูด้วย “ครั้งแรก 4 ชั่วโมง 11 นาที....ครั้งที่สอง 3 ชั่วโมง 56 นาทีนี่ฝีมือนายพัฒนาทุกครั้งที่ซ้อมเลยงั้นเหรอเนี่ย” ฮิคาริอดทึ่งไม่ได้เพราะฝีมือดนัยนั้นพัฒนาเร็วมากเธอนั้นไม่เคยเห็นใครที่ไหนพัฒนาฝีมือการผ่าตัดได้เร็วขนาดนี้มาก่อนเลย นี่ถ้าดนัยฝึกซ้อมอีกสักสัปดาห์เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดกับผลการผ่าตัดสำเร็จจะพัฒนาขึ้นอีกแค่ไหนนะไม่แน่ว่าบางทีเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดอาจจะเหลือแค่ 3 ชั่วโมงต้นๆแล้วผลการผ่าตัดสำเร็จอาจจะเลย 90% เลยก็ได้ผู้ชายคนนี้น่ากลัวแฮะเราเองก็ต้องรีบหายและรีบกลับมาผ่าตัดให้ได้ไวๆแล้วสิถ้าไม่รีบหายมีหวังฝีมือของดนัยได้แซงเราไปแน่ ฮิคาริคิดในใจ จบ...