
ตอนที่55 ตลาดมืด
กริชเพชรเก็บไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลเข้าถุงนิมิต พร้อมกับคารวะลาท่านปู่ทวด และท่านตาผู้ตรวจการใหญ่ แล้วนำองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา กลับตำหนักเพื่อรอฤดูกาลเก็บเกี่ยวอีกสองวันข้างหน้า
หนึ่งวันเต็มๆ ที่กริชเพชรพักอยู่ในตำหนักฮองเฮาฝ่ายขวา เขาหนีเรื่องวุ่นวายเข้าไปอยู่ในกล่องนิลกาฬ
นอนพักผ่อนยาวนาน เล่นกับหนิงหนิงอย่างมีความสุข
"นายน้อยหนิงหนิงว่าพวกเราออกไปหาคาถา อาวุธระดับกายอสูรขั้นเจ็ดมาให้นายน้อยได้เล่าเรียนกันดีไหมเจ้าคะ และวิชาอีกอย่างก็คือวิชากลายร่างเหินเวหา ซึ่งต้องใช้ขณะเดินทางไม่ไกลมาก เพื่อย่อระยะเวลา"
หนิงหนิงพูดกับกริชเพชร ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นจากที่นอนบิดขี้เกียจ หลังจากที่เขาได้พักผ่อนมาหนึ่ง วันหนึ่งคืนเต็มๆ
"ก็ดีนะแล้วเราจะไปหาที่ไหนกันล่ะในเมืองนี้ข้าไม่คุ้นเคยด้วยหนิงหนิง.."
กริชเพชรขยับตัวลุกขึ้นมานั่งข้างๆ หญิงสาว
ชายหนุ่ม หันมองเรือนร่างที่อวบอั่นในชุดนอนบางๆ สีชมพูอ่อน เน้นเรือนร่างเค้าโครงแบบเห็นวับๆ แวมๆ เต้าขนาดใหญ่จุกสีชมพูอ่อนๆ ทำให้ยิ่งโชว์เรือนร่างที่งามสะพรั่งของสาวสวย
"ธรรมดาแล้วในนครใหญ่ขนาดนี้ต้องมีตลาด ที่มีการเสนอขายสินค้าที่ประมูลของจำเป็นที่ใช้แลกเปลี่ยน พวกเรามีเงินดอร์ เหรียญพวกนี้สามารถเอาไปซื้อขายสินค้าในตลาดได้ ทั้งตลาดประมูลและตลาดมืด ไม่รู้ว่าตลาดพวกนี้ยังจะมีเหมือนสมัย ที่หนิงหนิงมีชีวิตอยู่หรือไม่..." หญิงสาวขยับตัวกอดแขนชายหนุ่มอย่างสนิทสนม
กริชเพชรมองหน้าเธอ ซาบซึ้งประทับใจ กับความอ่อนหวานและความเอาใจใส่ของนาง จนรู้สึกรักใคร่ภูตสาวตนนี้ ไม่อยากให้นางจากเขาไปไหน รู้สึกว่า หญิงสาวเป็นไกด์ที่ดี สำหรับชีวิตเขาในโลกอสูรแห่งนี้ เหมือนGMสาวคอยแนะนำเกมส์ออนไลน์ยังไงไม่รู้
"แล้วมันอยู่ที่ไหนกันล่ะหนิงหนิง เจ้ารู้หรือไม่..."
ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นเขารู้สึกว่าคาถาเรียนการต่อสู้ มีความสำคัญสำหรับเขา นึกถึงวิชาที่เรียกอาวุธมาจากร่างกายตัวเองมันสำคัญ กริชเพชรใช้แต่เพียงความแข็งแกร่ง ของปลายเล็บเท่านั้นที่เอาชนะคู่ต่อสู้ตลอดมาถ้าเขาสามารถเรียนรู้วิชาคาถาเรียกอาวุธ มันก็คงจะดีเหมือนกัน
"องค์หญิงเจ้าลีหมิงที่สามารถเรียกเกล็ดเป็นอาวุธใช้ในการสู้รบได้ พวกเราไปหาองค์หญิงเจ้าเฟิงนางอาจจะแนะนำตลาดที่ดีๆ ให้เราได้นะเจ้าคะ...."
เสียงของหญิงสาวแนะนำชายหนุ่มเขาพยักหน้าเห็นด้วย
"ถ้าอย่างนั้นเราไปเที่ยวตลาดกัน.."ชายหนุ่มดึงหนิงหนิง กลับเข้าไปอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของเขา แล้วเดินออกจากห้องสีชมพูกลับไป ห้องบรรทมของตัวเอง เขาส่งข้อความไปหาองค์หญิงเจ้าเฟิงชวนไปเที่ยวตลาดผ่านเหรียญดอร์ ข้อความที่ส่งตอบกลับมาคือตกลงและพระนาง เจ้าเฟงก็จะไปเที่ยวด้วยรอไม่ถึงครึ่งจิบชา (หนึ่งจิบชาเท่ากลับ10-15นาทีครับ) องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าห้องกริชเพชร
เขาออกมาต้อนรับนาง สาวสวยทั้งสองแต่งตัวสดใสสวยงาม พระนางเจ้าเฟยใส่ชุดยาวปักดิ้นทองทั้งตัวบ่งบอกถึงความสูงศักดิ์ ส่วนองค์หญิงเจ้าเฟิงก็แต่งตัวทะมัดทะแมง เหมือนนักรบตามสไตล์ของนาง แต่ก็ดูสวยงามโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งจนเห็นได้ชัด มันทำให้เลือดลมชายหนุ่มสูบฉีดในหัวใจพอสมควรเมื่อเห็นสาวงามทั้งสอง
"องค์ชายเจ้าจิงโจวจะไปเที่ยวตลาดแบบไหนหรอ ข้าจะนำทางเอง.."องค์หญิงเจ้าเฟิงถามชายหนุ่มขณะเดินเข้ามาหาเขา
"หลานรักจะไปเที่ยวที่ไหนเหรอเดี๋ยวเจ้าอาจะพาไปเปิดหูเปิดตา.."
สาวใหญ่ขยับร่างอวบอั๋น เข้ามาเกาะแขนชายหนุ่มพร้อมกระซิบถาม อย่างสนิทสนมเขาแอบกลืนน้ำลายลงคอ
"พอดีข้าอยากได้คัมภีร์วิชาเกี่ยวกับการกลายร่างเหาะเหิน แล้วก็คัมภีร์วิชา เรียกอาวุธออกมาใช้งานระดับเจ็ดนะพระเจ้าอา...."ชายหนุ่มก้มหน้าบอกหญิงสาว
"และอีกอย่างคือคัมภีร์ส่งวิญญาณพูดอสูรไปเกิด ข้าจะไปหาวิชาเหล่านี้เรียนได้ที่ใด...."
กริชเพชรบอกถึงสิ่งที่เขาต้องการกับเจ้าอาแสนสวย พระนางเจ้าเฟยยกยิ้มให้กับชายหนุ่ม
"ธรรมดาคัมภีร์วิชาเหล่านี้มีมากมายในหอคัมภีร์ของราชสำนักอยู่แล้ว สามารถไปเลือกสรรได้ที่นั่น แต่มันมีข้อแม้อยู่ว่าจะต้องใช้ค่าคุณความดี ในการเอาไปแลกซึ่งมันต้องไปรับภารกิจ ของราชสำนักก่อนจึงจะสามารถ ได้ค่าคุณความดี
แต่ถ้าใช้เงินซื้อดอร์ต้องไปตลาดประมูลและตลาดมืด ซึ่งของเหล่านี้ก็จะมีขายอยู่บ้างองค์ชาย ต้องไปเลือกหาดูซึ่งจะมีคนนำมาจำหน่ายพอสมควร บางทีเลือกดีๆ ก็จะได้ของเทพระดับ ที่ไม่เคยปรากฏในหอคัมภีร์ของราชสำนัก ข้าก็ไปเดินดูบ่อยๆ วิชาที่ข้าใช้เรียกอาวุธประจำกายออกมาต่อสู้ ก็ได้มาจากตลาดมืดนี่แหละ ซึ่งพวกเสาะหาสมบัติสถานที่ต้องห้าม และมีอันตรายเป็นคนเสาะหามาขาย..."
หญิงสาวอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจขนาดฉุดแขนเขาเดินออกจากตำหนักขององค์ชายสิบสี่
"พวกเราไปกันเถอะ..."
พูดจบนางก็เรียกทหารองครักษ์สาวมาสามคน ให้พวกเธอกลายร่างเป็นนางสิงห์โต ขนาดใหญ่แล้วกระโดดขึ้นคอบอกให้พวกนาง เดินทางไปที่ตลาดมืดเป็นเป้าหมายแรก
"กฎของตลาดมืดคือพวกเราต้องใช้ผ้าคลุมหน้าสีดำและเปลี่ยนชุดเป็นสีขาวเหมือนกันหมด ชุดเหล่านี้จะมีให้หลายขนาดที่หน้าหอตลาดมืด เพราะป้องกันการค้าขายที่ลำเอียง จากอิทธิพลของห้า และตระกูลใหญ่กับกลุ่มราชวังซึ่งตลาดที่นี่ ค้าขายโดยไม่ให้ผู้อิทธิพลทั้งหลายมาก้าวก่าย ทุกคนมีสิทธิ์ซื้อขายกันอย่างสะดวกใจ
ไม่มีการข่มขู่คุกคามเพื่อเอาสิ่งของ มันเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจซื้อง่ายขายคล่อง เพื่อให้ประชาชนนำของมาขายได้ทุกระดับชั้น ใครมีเหรียญดอร์ก็สามารถซื้อของที่ตนเองต้องการไปได้.."
องค์หญิงเจ้าเฟิงอธิบายให้องค์ชายสิบสี่ เข้าใจเพราะนางรู้ว่าพระองค์ไม่รู้เรื่องอะไร ในนครแห่งนี้เพราะเพิ่งกลับมาจากดินแดนน้ำตกศักดิ์สิทธิ์
ใช้เวลาไม่นานทั้งสามก็เดินทางมาถึงกำแพงที่เป็นรูปทรงกลม มีรัศมีกว่าหนึ่งลี้ด้านหน้าเป็นประตูขนาดใหญ่ ติดป้ายเขียนไว้ชัดเจนว่าตลาดมืด
'เอ๊ะ.! มันเหมือน ตลาดสะพานเหล็กแถวสนามหลวงหรือเปล่านะ...'
ชายหนุ่มขมวดคิ้วคิดในใจ เขาอยากเดินเข้าไปดูด้านในทั้งสามต้องเสียเงินค่าเข้า คนละหนึ่งร้อยดอร์ สำหรับเสื้อผ้าชุดที่จะเข้าไปเดินในตลาด มันอาจจะเป็นค่าผ่านประตูด้วย
ที่นี่คือตลาดมืดเป็นส่วนกลางของนครอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืด ไม่ว่าอะไรที่เอามาขายที่นี่จะต้องเสียค่าเข้าคนละหนึ่งร้อยดอร์ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายหลังกำแพงนี้จะมีผู้คนจำนวนมาก ที่เป็นพ่อค้าเปิดแผงลอยวางขายของตามใจชอบ
เจ้าของที่แห่งนี้คือตระกูลหลงเป็นผู้มีอิทธิพลในห้าตระกูลใหญ่ ของนครอสูรวารีน้ำจืด เขาเป็นผู้ประมูลได้จากราชสำนักดังนั้น ของที่นี่ทุกอย่างซื้อขายกันแบบอิสระ เมื่อผ่านประตูนี้เข้าไปแล้ว ถ้าใครคิดคดโกง หรือชักดาบจะไม่สามารถออกมาจากกำแพงนี้ได้ เพราะหลงองตี๊ผู้มีกายคนอสูรระดับสิบตอนปลายอีกครึ่งก้าวก็จะเทียบเท่าเทพอสูรระดับต้นเป็นรองแต่เจ้าเมืองบิดาขององค์ชายสิบสี่เท่านั้น แล้วใครเล่าในอาณาจักรแห่งนี้จะกำแหงหาญงัดข้อกับมหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ผู้นี้
"พวกเราเข้าไปเสียค่าบัตรผ่านประตูกันเถอะช่องตรงนั้นเอาเหรียญดอร์หยอดลงไปประตูบานเล็กๆ ที่อยู่เรียงรายรอบข้างกำแพงก็จะเปิดออกให้ทุกคนเลือกสรรเข้าบานประตูนั้นไปหยิบเสื้อผ้าที่พวกเขาเตรียมไว้แล้วเดินผ่าน ประตูบานใหญ่ดันเข้าไป..."
เสียงพระนางเจ้าเฟย บอกกริชเพชรแล้วเดินนำหน้าเข้าช่องที่สาม เลือกหยอดเหรียญโดยตรงช่องประตู พอเหรียญหายเข้าไปประตูบานเล็กๆ ที่อยู่ข้างกำแพงก็เปิดออกเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เหมือนทดลองในห้างต่างๆ ไม่มีผิด
กริชเพชรเข้าไปในห้องกับหญิงสาวทั้งสาม องค์หญิงเจ้าเฟิงก็ส่งเสื้อสีขาวพร้อมกับผ้าคลุมสีดำ เขาทั้งสามคลุมกายด้วยชุดขาวสวมศีรษะ ด้วยผ้าคลุมสีดำเห็นแต่ดวงตาเท่านั้น กริชเพชรยกยิ้มภายใต้หมวกโม่งใบนั้น
'โอ้โห.!! อะไรมันจะลึกลับซับซ้อนขนาดนี้แต่ก็ถือว่าบริหารได้ยอดเยี่ยมนะเนี่ย..'
..........................................................................................................................................................................................