CHAPTER 2
เ้าหญิงต้องสาป
“ข้าว่าหลังจากนี้ท่านควรงดดื่มสุราไปได้เลยล่ะ ความผิดพลาดจากความเมาของท่านในครั้งนี้กำลังสร้างความบรรลัยให้กับทั้งนรกและ์”เทพชราผู้มียศต่ำกว่าองค์หนึ่งเอ่ยขึ้นขณะนั่งร่วมอยู่ในที่ประชุมขณะที่มหาเทพผู้ปกครองแดน์ยังคงง่วนกับการคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาและพาตัวเองเดินร้อนรนวนไปวนมา
ซึ่งในขณะนี้ห้องประชุมหลักของปราสาทจันทรา ณดินแดน์ต่างเต็มไปด้วยเทพจากทั้งสองดินแดนและทั้งหมดต่างกำลังโต้เถียงกันอย่างวุ่นวาย
“แล้วจากนี้เราควรจะทำอย่างไรดีล่ะ” เทพอีกองค์หนึ่งเอ่ยขึ้น“เพราะถ้าหากไม่มีท่านจ้าวเอสเปอลันโดแล้วละก็ ใครจะเป็ผู้มีความสามารถควบคุมไฟโลกันตร์และดินแดนนรกได้ไหนจะพวกิญญาอาฆาตกับปีศาจอีก” พร้อมผายมือในท่ายอมแพ้ “จบสิ้นกันแล้วสินะ”
“เ้าก็พูดเกินไป”เทพธิดาอีกองค์หนึ่งซึ่งนั่งถัดออกไปเอ่ยขึ้น“ยังพอมีวิธีนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอ” คนอื่นๆต่างหันมามองนางเป็จุดเดียว
“วิธีอะไร”
“ก็ปลิดชีพเ้าหญิงน้อยนั่นน่ะสิถามได้เช่นนั้นท่านจ้าวเอสเปอลันโดจะได้กลับมาเป็อย่างเช่นเดิมอย่างไรล่ะ”ว่าจบคนอื่นๆต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ไม่ได้นะ” แต่เทพองค์หนึ่งจากฝ่ายดินแดนนรกขัดขึ้น“หากทำเช่นนั้นท่านจ้าวจะไม่ได้กลับมาในฐานะเดิมแต่จะได้กลับมาเป็เพียงดวงิญญาธรรมดาที่ต้องรอเวลาชดใช้กรรม ซึ่งข้าไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้นเด็ดขาดมันเป็วิธีที่โง่เง่า”
“แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะ เ้ามีวิธีดีๆอย่างอื่นอย่างนั้นเหรอ”เทพ์แย้ง
“ตอนนี้ยังไม่มีแต่ถ้าใครคิดที่จะปลิดชีพเ้าหญิงน้อยนั่นเพื่อให้ท่านเ้าเอสเปอลันโดกลับมาแล้วละก็ข้าสาบานว่าดวงิญญาของมันผู้นั้นจะต้องสลายไปด้วยไฟโลกันตร์อย่างแน่นอน”
“หยุดทะเลาะกันได้แล้วน่าเรามาที่นี่ก็เพื่อช่วยกันคิดแก้ปัญหาไม่ใช่เหรอ”เทพหนุ่มอีกองค์ที่นั่งอยู่ถัดออกไปหันไปทางหัวโต๊ะที่ตอนนี้มีท่านมหาเทพอีกองค์ที่ยังคงคิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไรดี“ว่าแต่ท่านมีวิธีอะไรหรือไม่ขอรับท่านมหาเทพซาวา” เสียงเอ่ยถามดังขึ้นทำให้ผู้ที่มีตำแหน่งปกครองดินแดน์ต้องหยุดตัวเองที่กำลังเดินวนไปวนมาก่อนจะเบนสายตาของตนกลับมายังกลุ่มบริวารที่นั่งจ้องมาที่ตนเป็จุดเดียว
“จะว่าไปท่านจ้าวเอสเปอลันโดไม่ได้ดื่มซุปจากเห็ดจันทราเข้าไป”ซาวาเอ่ยขึ้นอย่างพึมพำเมื่อนึกถึงบางสิ่งออก “เพราะฉะนั้น..นอกจากจะปลิดชีพเ้าหญิงนั่นไม่ได้แล้วและรวมถึงให้เ้าตัวฆ่าตัวตายแทนก็คงไม่ได้มีแต่คงจะต้องรอให้หมดอายุขัยของการจุติไปเองถึงจะได้กลับมาในฐานะมหาเทพเช่นเดิมเช่นนั้น” ว่าพลางเงยใบหน้าขึ้นสบตากับเทพองค์อื่นนี่นั่งร่วมอยู่ในห้องประชุม“เพราะท่านจ้าวเอสเปอลันโดไม่มีดื่มน้ำซุปเห็ดจันทราเข้าไปข้าคิดว่า..ก็คงจะมีแต่ต้องรอให้เ้าหญิงหญิงน้อยนั่นจดจำตัวเองในฐานะมหาเทพผู้ปกครองแดนนรกได้เร็วๆ”ยกมือหนึ่งขึ้นกุมขมับเพราะยังคงมีอาการมึนงงจากสุราที่ดื่ม“เอาเป็ว่าระหว่างที่ต้องรอให้ท่านจ้าวเอสเปอลันโดจดจำตัวเองได้ที่นรกใครมีหน้าที่ทำอะไร อย่างไรก็ให้ทำไปเป็ปกติเช่นเดิมเหมือนทุกครั้งส่วนข้าจะเข้าไปตรวจดูงานที่ท่านจ้าวเอสเปอลันโดเคยทำไว้ทุกๆสัปดาห์ แต่อย่าได้แพร่งพรายเื่นี้หรือพูดซุบซิบนินทาอะไรเด็ดขาดเพราะถ้าพวกิญญาอาฆาตหรือปีศาจล่วงรู้เข้ามันจะต้องไม่เป็ผลดีแน่และหลังจากนี้เ้า...” เงยใบหน้าขึ้นสบกับคาโลผู้เป็เลขาคนสนิทของเอสเปอลันโดคนปัจจุบัน“คาโล หลังจากนี้เ้าจะต้องคอยตรวจสอบทุกๆอย่างที่นายของเ้าเคยทำและคอยนำมันมาส่งให้ข้าตรวจสอบอีกทีด้วยตัวเองเข้าใจไหม” คาโลซึ่งยืนห่างออกไปไม่ไกลพยักใบหน้าตอบรับอย่างมุ่งมั่น“และ..ระหว่างที่ต้องรอจนกว่าท่านจ้าวเอสเปอลันโดจะฟื้นคืนความทรงจำ คาโล”หันไปหาคาโลอีกครั้ง“เ้าช่วยส่งบริวารสักสองสามคนลงไปอยู่เป็เพื่อนเล่นและคอยอารักขาเ้าหญิงนั่นที”
“ขอรับ” คาโลตอบ
สูดลมหายใจเข้าลึก “เอาเป็ว่าในตอนนี้ก็แก้ไปตามนี้ก่อนก็แล้วกันส่วนเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็เพราะตัวข้าที่สะเพร่าจนทำให้ทั้ง์และนรกต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเพราะฉะนั้นข้าต้องขอโทษพวกท่านอย่างสุดซึ้งด้วย” ว่าจบก็โค้งตัวลงเป็การขอโทษซึ่งการกระทำนั้นทำให้เหล่าเทพที่นั่งร่วมกันอยู่ในห้องประชุมต่างมีสีหน้าใ
“ท่านมหาเทพซาวา” เทพีองค์หนึ่งอุทานขึ้น
“การที่ท่านขอโทษมันก็สมควรแล้วล่ะ” เทพชราองค์เดิมบ่น“ครั้งนี้มันเป็เหตุการณ์ที่แย่เอาเสียมากๆ เพราะท่านนั้นเลินเล่อและเอาแต่โปรดการดื่มสุราข้าน่ะถึงจะมียศต่ำกว่าและอำนาจไม่มากเท่าท่าน แต่หลายครั้งข้าก็เตือนท่านแล้วว่าให้เบาๆเื่สุราลงหน่อยท่านก็เอาแต่บอกปัดๆ เพราะอย่างนี้มันถึงได้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอย่างไรล่ะ”
“ท่านเทพพฤกษา”เทพีอีกองค์ที่อยู่ใกล้ๆอุทานขึ้นก่อนจะขยับตัวเข้ามาแตะไหล่เทพชราให้เพลาคำพูดลง
แต่มหาเทพอย่างซาวาก็ไม่ได้ติดใจและถือโทษโกรธเทพชราตรงหน้าและเข้าใจในคำตำหนินั่นเป็อย่างดี
“ไม่เป็ไรหรอก ที่ท่านเทพพฤกษาพูดก็ถูกแล้วล่ะ”หันไปสบตากับคนที่เพิ่งตำหนิตน“เอาเป็ว่าหลังจากนี้ข้าจะลงโทษตัวเองโดยการงดดื่มสุราจนกว่าท่านจ้าวเอสเปอลันโดจะกลับมาเลยก็แล้วกัน”หันไปมองสบกับดวงตาคู่อื่นๆ “แล้วพวกท่านคิดเห็นกันว่าอย่างไร” เมื่อถามออกไปเช่นนั้น เหล่าเทพและเทพีที่ต่างอยู่ร่วมภายในห้องประชุมต่างก็เห็นดีเห็นงามกับบทลงโทษ
ซึ่งการเสนอบทลงโทษแก่ตนเองในตอนนั้นมันยังไม่ได้ทำให้ซาวาฉุกคิดได้สักนิดว่าสิ่งนั้นมันคือการฆ่าตัวตายดีๆนี่เอง
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกที่โลกมนุษย์ในตอนนี้นั้นเวลาได้ล่วงเลยไปแล้วถึงสามเดือนหลังจากที่เ้าหญิงองค์น้อยทายาทลำดับที่สองแห่งจักรวรรดิโอลันทันได้ถือกำเนิดขึ้น
ซึ่งในทุก่เวลาต่างก็ช่างเปรมปรีดิ์เหลือก็เพียงแต่ในบางเวลาที่เ้าหญิงองค์น้อยได้อยู่เพียงลำพังหรือคาดสายตาจากพี่เลี้ยงหรือแม้กระทั่งองค์จักรพรรดินีไปสักนิดเ้าหญิงที่มีนามว่าเซราฟิน่า อาวาเดลก็มักจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบอกชอบใจไปกับสิ่งลึกลับที่ไม่อาจมีใครมองเห็นได้นั่นเอง
เพราะเหตุฉะนั้นนับั้แ่ที่เ้าหญิงเซราฟิน่าได้ถือกำเนิดขึ้นมาจนเวลาล่วงเลยมาจวบจนปัจจุบันที่ซึ่งตอนนี้เ้าหญิงนั้นได้มีอายุครบพรรษาสามปีข่าวลือที่ว่าเ้าหญิงทรงมักจะพูดคุยหัวเราะและเล่นกับสิ่งลึกลับที่ไม่อาจมีใครมองเห็นก็ต่างเริ่มแพร่สะพัดออกไปจากพระราชวัง
ทำให้องค์จักรพรรดิผู้เป็บิดาไม่อาจนิ่งนอนใจ จึงหาสารพัดวิธีที่จะปกปิดข่าวลือหรือแม้กระทั่งให้เ้าหญิงเข้ารับการชำระล้างตนที่พระวิหารกับนักบุญในทุกๆสามเดือนแต่ถึงกระนั้นข่าวลือที่ได้เริ่มแพร่งพรายออกไปแล้วก็ยากที่จะทำให้ผู้คนลืมเลือน
ในคืนเลี้ยงฉลองพระชนมพรรษาอายุครบสามปีของเ้าหญิงเซราฟิน่า อาวาเดลตัวเ้าหญิงเองก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองนั้นเป็ใครพร้อมกับที่ได้รู้ว่าในตอนนี้นั้นผู้คนมากหน้าหลายตาที่กำลังจับจ้องมาที่ตนเป็จุดเดียวมีความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเองอย่างไรเช่นกันก็เพราะว่าผู้คนเ่าั้ต่างพากันกล่าวหาว่าตนนั้นคือเ้าหญิงต้องสาปแห่งโอลันทันนั่นเอง
แม้ผู้คนจะกล่าวหาเช่นนั้นต่อเ้าหญิงผู้เป็ถึงทายาทลำดับที่สองของราชวงศ์ที่ปกครองดินแดนโอลันทันแต่คนในครอบครัวหรือแม้แต่ข้าราชบริพารกลับไม่มีใครสักคนที่คิดจะยื่นมือออกมาปกป้องเ้าหญิงน้อยในตอนนั้นแต่กลับตรงกันข้ามที่ทุกคนคิดที่จะหลีกเลี่ยงปลีกหนีตีตัวออกห่างไปจากเ้าหญิงและได้ทอดทิ้งเด็กน้อยให้อยู่ตามลำพังในส่วนท้ายของพระราชวังที่ไม่มีใครกล้าย่างกายเข้าไป
ถึงแม้จะเป็เช่นนั้นแต่กลับกันเ้าหญิงเซราฟิน่าที่มีพรรษาได้เพียงสามปีและได้ล่วงรู้ว่าตนเองนั้นคือใครกลับคิดตรงกันข้ามเพราะว่านั่นกลับถือเป็เื่ดีเสียอีกหลังจากที่ได้รับความทรงจำกลับมาเซราฟิน่าหรือมหาเทพเอสเปอลันโดก็ทรงสั่งให้บริวารที่มักจะมาอยู่เล่นเป็เพื่อนั้แ่ถือกำเนิดในฐานะมนุษย์และเป็ต้นเหตุของข่าวลือทั้งหมดตามคาโลขึ้นมาหาตนบนโลกทันที
“ท่านจ้าว..ท่านจ้าวขอรับ” เสียงร้องไห้ดังระงมถึงแม้จะไม่อาจมีใครได้ยินแต่เอสเปอลันโดที่อยู่ในร่างของเซราฟิน่าต่างก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ
“พอได้แล้วน่าคาโล” เ้าหญิงน้อยยกมือทั้งสองของตนขึ้นปิดใบหู“น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว นี่ข้าไม่ได้เรียกเ้ามา เพื่อให้เ้ามาคร่ำครวญอยู่อย่างนี้หรอกนะ”
“แต่ว่าข้าคิดถึงท่านมากเลยนี่ขอรับ ทุกคนเองก็คิดถึงท่านเหมือนกันถ้าพวกเขารู้ว่าในที่สุดท่านก็จดจำตัวเองได้แล้วละก็..”คาโลพยายามระงับบ่อน้ำตาของตนเองเพื่อไม่ให้มันออกมามากกว่าเดิมพลางยกมือขึ้นปาดคราบน้ำที่ไหลเปรอะเปื้อนทั้งสองแก้ม“ฮะ..ฮึก ท่านจ้าว..” แต่ดูเหมือนนอกจากความพยายามที่จะระงับบ่อน้ำตาจะไม่ช่วยอะไรแล้วเ้าตัวยังโถมตัวเองเข้าโอบรัดผู้เป็นายเหนือหัวที่ตอนนี้อยู่ในร่างเด็กน้อยเอาไว้แน่น“ข้าคิดถึงท่านจริงๆนะขอรับ”
“ปล่อยข้านะคาโล” และเป็เพราะตอนนี้ร่างของตนนั้นยังเป็เพียงแค่เด็กน้อยเมื่อถูกกอดรัดจากผู้ที่มีนิสัยติดเ้านายอย่างคาโลก็ทำให้ร่างเล็กๆของตนถูกเหวี่ยงไปตามแรง“บอกให้ปล่อยสักที..ข้าจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วนะ”
ในที่สุดคาโลก็ผละออกจากผู้เป็นายเหนือหัวก่อนจะผล็อยรอยยิ้มออกมาอย่างเก้กังเขินอาย“ขออภัยขอรับ”
“แล้วระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ตอนนี้ที่นรกเป็อย่างไรบ้าง”ว่าพลางยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าที่ยับเพราะบุคคลตรงหน้า
“ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็ไปด้วยดีขอรับถึงจะไม่ได้ดีเท่าเวลาที่มีท่านจ้าวอยู่ก็ตาม ซึ่งตอนนี้งานทั้งหมดที่เป็ของท่านจ้าวส่วนใหญ่ข้าก็เป็คนรับผิดชอบเองขอรับแต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ต้องส่งไปให้ท่านมหาเทพซาวาตรวจสอบอีกที”
“ซาวาเหรอ..” ใกับชื่อที่ได้ยิน ก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นสบกับบุคคลตรงหน้าที่ตอนนี้มีร่างกายสูงใหญ่กว่า
“ขอรับ” คาโลตอบ “หลังจากที่ท่านจ้าวตกลงไปในบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์์และนรกก็หาลือกันถึงวิธีแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นซึ่งก็มีเทพหลายองค์กล่าวโทษที่ท่านมหาเทพซาวาทรงเลินเล่อและสะเพร่าแต่ปัญหาก็แก้ได้ทั้งหมดเพราะมหาเทพซาวาเองนั่นแหละขอรับเพราะทุกคนก็รู้ว่าท่านมหาเทพซาวาน่ะโปรดปรานสุรามากเพียงใดเพราะอย่างนั้นท่านมหาเทพเลยตัดสินลงโทษตนเองว่าจะไม่แตะต้องสุราจนกว่าท่านจ้าวจะได้กลับคืนสู่ตำแหน่งมหาเทพผู้ปกครองแดนนรกภูมิเลยแหละขอรับแถมท่านมหาเทพซาวายังเป็คนลงมาตรวจสอบความเรียบร้อยที่แดนนรกเองทุกสัปดาห์และคอยตรวจทานงานทั้งหมดจากข้าอีกทีเลยนะขอรับ”
“อย่างนั้นเหรอ..” ว่าพลางเสียงอ่อย“เ้านั่นก็คงนึกโทษตัวเองเหมือนกันสินะ แต่ว่า..”เงยใบหน้าขึ้นสบกับคนตรงหน้าที่มีร่างกายสูงใหญ่กว่าอีกครั้ง“เื่ที่บอกว่างดสุราน่ะ ข้าไม่เชื่อหรอกเพราะเ้านั่นมันอดสุราได้ไม่เกินสามวันอย่างแน่นอน”
“เชื่อข้าเถอะโด โด ั้แ่ที่เ้าลงมาเกิดได้ถึงสามปีใน่เวลานั้นข้าก็ไม่ได้แตะต้องสุราเลยแม้เพียงสักนิดเลยนะ” เ้าของเสียงที่ต่างก็รู้ดีว่าเป็ใครคร่ำครวญขึ้นหลังจากที่รู้ว่าเอสเปอลันโดจดจำตัวเองได้แล้วจนเ้าตัวที่กำลังพร่ำพูดอยู่ในตอนนี้นั้นถึงกับรีบบึ่งลงมาจาก์ มาหาสหายสนิทที่อยู่ในร่างเด็กน้อยตรงหน้าทันที“ดูหน้าข้าสิ ตอนนี้มันไม่เหลือร่องรอยแห่งความมีชีวิตชีวาเลยสักนิด”ยกมือทั้งสองขึ้นจับใบหน้าของตนเองก่อนจะถลาตัวเข้ามาใกล้สหายที่อยู่ในร่างเ้าหญิงน้อยและกำลังยืนจับจ้องตนด้วยบุคลิกอันคุ้นตา“เพราะฉะนั้น” วางมือทั้งสองลงบนไหล่เล็กๆในฉับพลัน “รีบตายสักทีข้าขอร้องล่ะโดโด..”
เอสเปอลันโดในร่างเ้าหญิงเซราฟิน่าตกตะลึงไปกลับประโยคสุดท้ายทันทีก่อนจะผลักมือทั้งสองที่วางอยู่บนไหล่ของตนออกอย่างรวดเร็ว“ทั้งที่เ้าเป็คนทำให้ข้าต้องมาเกิดเป็เ้าหญิงแล้วตอนนี้ยังจะบอกให้ข้ารีบตายอีกอย่างนั้นเหรอ”รู้สึกโกรธจนใบหน้านั้นขึ้นสีพลันชี้นิ้วส่งไปยังคงตรงหน้าทันที
แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะมีเส้นผมดำขลับและดวงตาสีแดงฉานเฉกเช่นเดิมแต่ด้วยรูปลักษณ์ที่หดตัวทั้งยังอยู่ในร่างของเด็กหญิงทำให้สีหน้าแววตาและท่าทางที่ควรจะน่ากลัวน่าเกรงขามเหมือนเมื่อครั้งในอดีตกลับกลายเป็น่าเอ็นดูขึ้นมาจนพลันให้ท่านมหาเทพอย่างซาวาอดที่จะไม่ขำพร้อมกับไม่เอ็นดูเด็กน้อยตรงหน้าจนต้องถลาตัวเข้าสวมกัดรัดในทันทีไม่ได้
“เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนี่ แต่ที่พูดอย่างนั้นก็เพราะว่าข้าน่ะอยากให้เ้ากลับไปเป็มหาเทพเอสเปอลันโดเร็วๆอย่างไรล่ะ”
เอสเปอลันโดที่อยู่ร่างเซราฟิน่ากลอกตาอย่างรู้ทัน“ไม่ได้หมายความว่าเ้าอยากดื่มสุราเร็วๆอย่างนั้นหรอกเหรอ ข้ารู้ทันเ้าหรอกน่า”ว่าจบเ้าตัวคนโดนรู้ทันก็หัวเราะแหะๆออกมาทันที “เพราะฉะนั้นปล่อยข้าสักทีทำไม่พวกเ้าต้องชอบเข้ามากอดข้ากันตลอด ทั้งเ้าและก็เ้าคาโลนั่นก็ด้วย”น้ำเสียงหงุดหงิดสุดๆพร้อมกับพยายามบิดตัวให้หลุดออกจากอ้อมแขนของซาวา
ซาวาที่ได้ยินคำบ่นของสหายรักในร่างเด็กน้อยก็กระเด้งตัวออกมาทันทีแต่มือทั้งสองข้างยังคงจับอยู่ที่แขนของคนตัวเล็กกว่าพลางเลื่อนสายตาสีม่วงของตนขึ้นสบกับดวงตากลมโตสีแดงฉาน“นี่เ้าไม่รู้หรอกเหรอว่าตัวเองในตอนนี้น่ะน่าเอ็นดูเพียงใด”ส่งรอยยิ้มพร้อมกับยกมือหนึ่งขึ้นยีผมของคนตัวเล็ก “ถึงจะมีสีผมสีดวงตาและยังมีรังสีอำนาจแห่งความตายแผ่ออกมาจากตัวเ้าเฉกเช่นเดิม แต่ว่าในตอนนี้ตัวเ้าน่ะน่ารักมากเลยล่ะ ฮา ฮ่า ฮ่า”