ทลายภพสยบหมื่นดารา

    ตอนที่ 37 นักฆ่าใต้ดิน

    เสียงขุดใต้โม่เหอดังเพียงครั้งเดียวแล้วเงียบไป

    แต่ความเงียบนั้นทำให้ทุกคนไม่กล้าลงน้ำหนักเท้า

    ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้คนย้ายออกจากเรือนฝั่งเหนือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นชาวบ้านขนเด็ก คนเจ็บ และถุงเสบียงไปเรือนกลางโดยเดินตามแผ่นไม้ซึ่งวางพาดพื้นไม่มีผู้ใดรู้ว่าดินส่วนใดกลวง และไม่มีผู้ใดอยากเป็นคนแรกที่ตกลงไป

    เยี่ยซิงเหอนั่งคุกเข่าข้างร่องเกลือเขาวางปลายฝักกระบี่แตะพื้น มิใช้ปราณ เพียงฟังแรงสั่นผ่านไม้

    ครืด

    เสียงอยู่ใต้ดินลึกเกินสามจั้ง เคลื่อนจากทิศเหนือไปตะวันตกแล้วหยุดทุกครั้งเมื่อคนด้านบนพูดดังขึ้น

    อีกฝ่ายกำลังฟังพวกเขาเช่นกัน

    ผู้เฒ่าโม่เดินมา วางชามน้ำบนพื้นผิวน้ำเรียบอยู่สามลมหายใจก่อนเกิดวงคลื่นจากขอบเข้าศูนย์กลาง

    “มิใช่โพรงธรรมชาติ” ชายชรากล่าว“คนขุดรู้ว่าต้องเลี่ยงรากบ้านและบ่อน้ำ”

    “นักฆ่าเมื่อคืน?”

    “เลือดของมันเชื่อมกับเส้นเก่า มันจึงเห็นทางที่เราไม่เห็น”

    เยี่ยซิงเหอมองแขนตนเองรอยกระบี่ที่ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บกลับมอบกุญแจให้ศัตรูราคาของชัยชนะครึ่งหนึ่งตามมาถึงใต้เท้าเร็วกว่าที่คิด

    อาเหวินวิ่งมาพร้อมเชือก “พบพื้นยุบหลังศาลบรรพชน ลึกแค่เข่าแต่มีลมอุ่นพ่นขึ้นมา”

    ผู้เฒ่าโม่สีหน้าเปลี่ยน “ห้ามจุดไฟใกล้หลุม”

    คำเตือนมาช้าไปครึ่งก้าว ชายคนหนึ่งถือคบเพลิงชะโงกดูลมจากรอยแยกพลันติดเปลวสีเขียว ไฟวิ่งเป็นเส้นใต้หิมะตรงเข้าหากำแพงเรือนกลาง

    เยี่ยซิงเหอคว้าถังน้ำสาดทางไฟ น้ำกลายเป็นไอทันทีแต่ทำให้เปลวชะงัก อาเหวินกับคนอื่นเทดินชื้นทับจนดับกลิ่นเหม็นคล้ายไขมันเน่าลอยทั่วลาน

    ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้าเขี่ยดิน พบเส้นสีแดงดำบางเท่าเส้นผม“ค่ายกลโลหิตอยู่ใต้หมู่บ้านมานานกว่าบ้านรุ่นนี้ ศัตรูไม่ได้สร้างทั้งหมดมันกำลังปลุกของเดิม”

    “มีบางสิ่งใต้หมู่บ้านที่พวกมันต้องการ” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    ชายชรามองเขา “หรือมีบางสิ่งซึ่งพวกมันไม่ต้องการให้เจ้าพบ”

    พื้นสั่นอีกครั้ง คราวนี้ชามน้ำแตกเสียงร้องดังจากเรือนฝั่งตะวันตก แผ่นดินยุบเป็นร่องยาวลากผ่านยุ้งหินซึ่งเยี่ยซิงเหอใช้ก่อรากฐาน

    เขาวิ่งไปถึงก่อนหลังคาถล่ม เสาไม้เอียง แต่ไม่มีคนอยู่ด้านในใต้เสื่อกลางห้องปรากฏหลุมกว้างพอให้คนลอด ขอบหลุมถูกตัดเรียบจากด้านล่างกลิ่นเลือดของนักฆ่าลอยขึ้นมา

    อีกฝ่ายจงใจเปิดทางตรงสถานที่ซึ่งคลื่นทองเคยรั่ว

    “มันต้องการให้ข้าลงไป” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    ผู้เฒ่าโม่โยนก้อนถ่านลงหลุมแสงส้มตกไปหลายชั่วลมหายใจก่อนกระทบพื้น “ถ้าไม่ลงมันจะขุดถึงเรือนกลางก่อนเที่ยง”

    “ท่านจึงจะบอกว่าห้ามข้าลงหรือ”

    “ข้าจะบอกว่าอย่าแกว่งกระบี่ในถ้ำแคบเหมือนคนมีลานกว้าง”

    พวกเขาผูกเชือกกับเสา เยี่ยซิงเหอลงก่อนกระบี่เงาดาราสะพายหลังเพื่อไม่ให้ปลายฝักกระทบผนังผู้เฒ่าโม่ตามมาพร้อมตะเกียงน้ำมันขนาดเล็ก ด้านบนอาเหวินเฝ้าปากหลุมหากเชือกสั่นสามครั้งให้ดึง หากมีควันแดงให้เทเกลือปิดทันทีแม้ทั้งสองยังอยู่ข้างล่าง

    “ถ้าปิด พวกท่านจะขึ้นอย่างไร” อาเหวินถาม

    “หาทางอื่น” เยี่ยซิงเหอตอบ

    “ถ้าไม่มี?”

    “อย่าให้เรื่องของคนสองคนกลายเป็นประตูฆ่าทั้งหมู่บ้าน”

    อาเหวินกัดฟันแล้วพยักหน้า

    ก้นหลุมเป็นอุโมงค์หินดินดาน สูงเพียงอก ผู้เฒ่าโม่ต้องก้มหลังผนังมีรอยขุดใหม่ปะปนกับอิฐเก่า อิฐเหล่านั้นสลักลายวงกลมซ้อนกันบางก้อนมีรอยไหม้จากหลายสิบปีหรืออาจหลายร้อยปี

    เยี่ยซิงเหอแตะอิฐด้วยฝักกระบี่ เสียงตอบกลับกลวงหลายชั้น“ข้างล่างยังมีทางอีก”

    “อย่าแตะรอยแดง”

    “ข้าไม่ได้แตะ”

    “เงากระบี่เจ้าแตะ”

    เยี่ยซิงเหอชักฝักกลับ เงาจากตะเกียงทอดผ่านลายแดงบนผนังเพียงเงาสัมผัส ลายก็เลื้อยตามขึ้นมาบนพื้น เขาใช้ดินขาวป้ายทับก่อนมันถึงรองเท้า

    ค่ายกลนี้ตอบสนองไม่เพียงเลือด แต่รวมแสงและเงาทุกสิ่งในทางแคบกลายเป็นข้อมูลให้ศัตรู

    พวกเขาดับตะเกียง

    ความมืดปิดอุโมงค์ทันที เหลือเสียงหยดน้ำกับลมหายใจเยี่ยซิงเหอไม่หมุนปราณเพื่อมอง เพราะแสงทองจะบอกตำแหน่งเขาใช้ปลายฝักแตะพื้นทีละก้าว ฟังเสียงสะท้อนเพื่อแยกผนังกับช่องว่าง

    เสียงหนึ่งดังกลับมาช้ากว่าปกติ

    แล้วดังซ้ำทั้งที่เขาไม่ได้เคาะ

    นักฆ่าอยู่ข้างหน้า กำลังเลียนจังหวะของเขา

    เยี่ยซิงเหอยกมือเตือนผู้เฒ่าโม่ ทั้งสองหยุดหายใจชั่วขณะเสียงเคาะข้างหน้ายังดำเนินต่ออีกสองครั้ง ก่อนอีกฝ่ายรู้ว่าถูกจับได้

    ดาบสั้นพุ่งออกจากความมืด

    เยี่ยซิงเหอเบี่ยงศีรษะ คมดาบเฉือนเส้นผมและปักผนังด้านหลังลายแดงบนอิฐสว่างขึ้นตามเลือดหนึ่งหยดจากใบหู

    แสงนั้นเผยร่างนักฆ่าชุดดำ แขนซ้ายพันผ้าหนาแผลจากกระบี่เมื่อคืนยังซึม แต่ดวงตาเย็นนิ่งเขาถือดาบอีกเล่มในมือขวาและถอยเข้าแนวอุโมงค์ซึ่งแคบลง

    เยี่ยซิงเหอชักกระบี่ได้เพียงครึ่งคม ปลายติดเพดานเขาจึงเก็บกลับและใช้ทั้งฝักเป็นอาวุธสั้น

    นักฆ่ายิ้ม “กระบี่ของเจ้าช่วยไม่ได้ที่นี่”

    “แขนซ้ายเจ้าก็เช่นกัน”

    อีกฝ่ายพุ่งเข้ามา ดาบสั้นแทงตรงไม่ต้องอาศัยระยะเยี่ยซิงเหอใช้ฝักปัด แต่แรงปราณระดับสูงกว่ากระแทกเขาชิดผนังลายแดงพยายามดูดเลือดผ่านเสื้อ เขาใช้ศอกดันตัวออกก่อนผิวสัมผัสเต็มที่

    ผู้เฒ่าโม่อยู่ด้านหลัง ไม่อาจอ้อมมาช่วยทางแคบบังคับให้คนทั้งสามยืนเป็นเส้นเดียวนักฆ่าจึงเลือกตำแหน่งนี้เพื่อทำให้ผู้เฒ่าเป็นเพียงผู้ชม

    ดาบแทงซ้ำต่ำกว่าครั้งแรกเยี่ยซิงเหอฟังเสียงเสื้อเสียดอากาศแล้วถอยครึ่งก้าวเขากระแทกฝักใส่ข้อมือเจ็บของอีกฝ่าย มิได้แรงพอหัก แต่ทำให้ผ้าพันแผลแตกเลือดดำสาดผนัง

    ค่ายกลทั้งอุโมงค์สว่าง

    เส้นเลือดบนอิฐดูดเลือดนักฆ่าเข้าไปแล้วพุ่งเป็นตาข่ายระหว่างทั้งสอง

    เยี่ยซิงเหอไม่มีพื้นที่หลบเขาหมุนปราณทองหนึ่งรอบเฉพาะฝ่าเท้า ถีบตัวขึ้นเหยียบผนังสองข้างร่างลอยข้ามตาข่ายเพียงชั่วลมหายใจ รอยร้าวในรากฐานเจ็บแปลบ แต่ไม่เปิดกว้าง

    เขาตกลงข้างหน้านักฆ่า กลายเป็นผู้ขวางทางลึก

    อีกฝ่ายไม่หันกลับ เขาใช้ศอกกระแทกผนัง ก้อนอิฐเก่าหลุดพื้นใต้เยี่ยซิงเหอยุบลง

    ทั้งคู่ตกสู่โพรงชั้นล่าง

    เยี่ยซิงเหอใช้ฝักค้ำพื้น ร่างกลิ้งหลบก้อนหินกระบี่เงาดาราหลุดจากหลังไถลไปอีกด้าน นักฆ่าตกห่างออกไปสามจั้งแขนซ้ายกระแทกพื้นจนส่งเสียงกระดูก แต่เขายังลุกได้ทันที

    โพรงชั้นนี้กว้างกว่า ทว่ามีเสาหินเรียงแน่นทุกต้นพันด้วยโซ่ดำ พื้นสลักวงค่ายกลเก่าแก่ซึ่งลายส่วนใหญ่ดับแล้วตรงกลางมีแท่นหินแตกครึ่ง

    นักฆ่าไม่ได้มองเยี่ยซิงเหอเขามองแท่นหินด้วยความโลภและหวาดกลัวปะปนกัน

    “นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าหา?” เยี่ยซิงเหอถาม

    “พวกเราหาสิ่งซึ่งถูกส่งผ่านมัน”

    คำตอบยืนยันว่าอีกฝ่ายรู้มากกว่าค่ายกลใต้หมู่บ้านแต่ก่อนเยี่ยซิงเหอจะถามต่อ นักฆ่าขว้างมีดใส่โซ่ต้นหนึ่ง

    โซ่ขาด

    ปราณสีแดงดำทะลักจากเสา แท่นหินกลางโพรงตอบสนองลายวงเก่าติดสว่างทีละส่วน พื้นสั่นจนฝุ่นร่วงลงมา

    ผู้เฒ่าโม่ตกตามช่องลงมา เขาเห็นลายแล้วใบหน้าแข็ง“อย่าให้เลือดแตะวงกลาง”

    นักฆ่ากรีดฝ่ามือขวา

    เยี่ยซิงเหอเตะกระบี่เงาดาราจากพื้น คมกระบี่หมุนผ่านอากาศเขารับด้ามกลางทางแล้วฟันไปที่แขนขวา แต่เสาหินจำกัดวงฟันเขาต้องหักข้อมือให้คมเคลื่อนแคบ แรงจึงลดลง

    ดาบของนักฆ่ารับไว้ เลือดจากฝ่ามือหยดหนึ่งหลุดไป

    ผู้เฒ่าโม่สะบัดด้ายขาวจากแขนเสื้อ ด้ายพันหยดเลือดกลางอากาศแต่ลายค่ายกลบนพื้นส่งแรงดึง ด้ายตึงจนบาดนิ้วชายชรา

    หยดเลือดแขวนอยู่เหนือวงกลางเพียงหนึ่งฉื่อ

    นักฆ่าใช้ไหล่ชนเยี่ยซิงเหอ กระบี่เงาดารากระแทกเสาเสียงโลหะสะท้อนไปทั่วโพรง ทุกเสียงบอกตำแหน่งแต่ก็เปิดเผยสิ่งหนึ่ง—เสาต้นหลังนักฆ่ากลวงกว่าต้นอื่น

    เยี่ยซิงเหอจงใจฟันพลาดอีกครั้ง คมกระบี่กระทบเสากลวง

    เสาแตก

    ลมจากช่องด้านในพุ่งออก ดับแสงแดงชั่วขณะและดูดหยดเลือดซึ่งแขวนอยู่ให้เบนจากวงกลาง ตกบนขอบลายด้านตะวันตกแทน

    ค่ายกลทำงานไม่ครบ

    มันไม่เปิดทางตามที่นักฆ่าต้องการแต่ปลุกผนึกอีกชั้นซึ่งซ่อนใต้แท่นหิน

    เสียงครางต่ำดังจากพื้น เส้นแสงสีเงินตัดผ่านสีแดงดำโซ่ทุกเสากระตุกพร้อมกัน นักฆ่าถูกโซ่พันข้อเท้า เขาตัดได้หนึ่งเส้นแต่อีกสามเส้นรัดตาม

    เยี่ยซิงเหอเห็นโอกาส เขาแทงกระบี่ตรงไหล่ขวาหากทำลายแขนที่เหลือ อีกฝ่ายจะเปิดค่ายกลต่อไม่ได้

    นักฆ่ากลับไม่รับ เขาปล่อยให้คมแทงทะลุไหล่แล้วใช้ระยะใกล้แทงดาบสั้นเข้าหาท้องน้อยของเยี่ยซิงเหอ

    เขาต้องการรากฐานทองคำมากกว่าชีวิตตน

    เยี่ยซิงเหอบิดตัว คมดาบเข้าใต้ชายโครงแทนปราณโลหิตแทรกผ่านแผล พยายามเกาะรอยร้าวในทะเลปราณ รากฐานทองคำตอบโต้เองวงพลังที่สองหมุนแรงจนแสงลอดออกจากเสื้อ

    นักฆ่าหัวเราะ “ข้าเห็นแล้ว”

    กระบี่เงาดาราในมือเยี่ยซิงเหอหนักขึ้นราวกับรับความเจ็บทั้งหมดเขากดด้าม ไม่เร่งปราณตามความโกรธ แต่ใช้แรงหมุนของค่ายกลใต้เท้าพาร่างตนเบนแล้วกระแทกสันกระบี่ใส่แผลแขนซ้ายของอีกฝ่าย

    กระดูกที่บาดเจ็บแตก

    นักฆ่าทรุด โซ่ดำลากเขาเข้าหาเสา

    ผู้เฒ่าโม่เข้าถึงวงกลางเขาแทงไม้เท้าลงบนหยดเลือดซึ่งตกผิดตำแหน่ง อักขระสีหม่นแผ่ออกเป็นรูปตราปิดแต่ทันทีที่ตราแตะลายเงินใต้แท่น ชายชรากลับชะงัก

    เขาจำผนึกนี้ได้

    เยี่ยซิงเหอเห็นสีหน้า “ท่านเคยมาที่นี่?”

    “ไม่ใช่เวลา”

    “ทุกครั้งที่ความจริงปรากฏ ท่านกล่าวเช่นนี้”

    นักฆ่าซึ่งถูกโซ่รัดหัวเราะทั้งเลือด“ถามเขาสิว่าใครวางเด็กไว้เหนือค่ายกลนี้”

    เยี่ยซิงเหอหันไป

    ช่วงสั้นนั้นนักฆ่ากัดเม็ดยาซึ่งซ่อนใต้ลิ้นร่างเขาปล่อยควันแดง โซ่ดำถูกกัดกร่อน เขาทิ้งแขนซ้ายซึ่งติดอยู่ในห่วงโดยไม่ลังเลแล้วมุดเข้าสู่ช่องหลังเสากลวง

    เยี่ยซิงเหอพุ่งตามได้สองก้าว แผลชายโครงกระตุกปราณโลหิตที่แทรกเข้าร่างดึงรอยร้าวให้เปิด เขาทรุดเข่าหนึ่งข้าง

    ผู้เฒ่าโม่ไม่ไล่ เขากดสองนิ้วที่หลังเยี่ยซิงเหอขับปราณโลหิตออกเป็นหยดดำ “ถ้าเจ้าใช้รอบที่สาม มันไม่ต้องกลับมาฆ่าเจ้า”

    “มันรู้ว่าข้าอยู่รากฐานแล้ว”

    “รู้ระดับไม่เท่ารู้โครงสร้างรอยร้าวของเจ้าคือทางฆ่าที่แม่นยำกว่า”

    ทางหนีหลังเสากลวงถล่ม เสียงของนักฆ่าหายไปแต่แขนซ้ายที่ถูกตัดยังอยู่ โซ่รัดมันแน่น เลือดดำไหลเข้าสู่ลายเก่าไม่หยุด

    ค่ายกลสีเงินใต้แท่นสว่างขึ้นเรื่อย ๆ

    ผู้เฒ่าโม่เดินไปถอนไม้เท้า “ต้องปิดเดี๋ยวนี้”

    “มันคืออะไร”

    “ผนึกภาพจำ”

    “ของผู้ใด”

    “ของสถานที่”

    ชายชราวางฝ่ามือลงแท่นหิน ลายสีหม่นพยายามคลุมแสงเงินแต่เลือดของนักฆ่ากับปราณทองซึ่งรั่วจากแผลเยี่ยซิงเหอเชื่อมกันบนพื้นแล้วค่ายกลเก่ารับสองสิ่งนั้นเป็นกุญแจคนละส่วน

    ภาพเลือนรางปรากฏเหนือแท่น

    ตอนแรกเป็นเพียงหิมะ จากนั้นเสาหินกลับสมบูรณ์ โซ่ดำหายไปโพรงใต้หมู่บ้านกลายเป็นห้องกว้างซึ่งมีแสงดาวไหลอยู่บนเพดาน

    เยี่ยซิงเหอได้กลิ่นอากาศซึ่งไม่ใช่กลิ่นถ้ำเป็นกลิ่นฝนบนหินร้อนจากสถานที่ห่างไกล

    ผู้เฒ่าโม่เพิ่มแรงปิดผนึก ภาพสั่นไหว “ถอยออกจากวง”

    “ถ้าปิดตอนนี้ เราจะไม่รู้ว่าศัตรูหาอะไร”

    “ถ้าไม่ปิด ศัตรูจะเห็นสิ่งเดียวกับเจ้า”

    นี่มิใช่ทางเลือกระหว่างรู้กับไม่รู้เท่านั้นแต่เป็นการเปิดหลักฐานให้ฝ่ายตรงข้ามพร้อมกัน

    บนผนังด้านหนึ่ง เศษเลือดของนักฆ่าเริ่มเรืองแสงคนผู้นั้นยังเชื่อมกับค่ายกลผ่านบาดแผล เขากำลังมองกลับมาจากทางหนี

    เยี่ยซิงเหอยกกระบี่จะตัดเส้นเชื่อมแต่ภาพเหนือแท่นเปลี่ยนก่อน

    เงาคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้องแห่งอดีต

    ชายคนนั้นสวมฉลองพระองค์สีเข้ม ปักลายดาวแทนมังกรชายแขนเสื้อเปื้อนเลือด เขาอุ้มบางสิ่งแนบอกและหันมองด้านหลังราวกับมีผู้ไล่ล่าซึ่งภาพไม่ยอมเผย

    แม้ใบหน้ายังถูกแสงบดบังอำนาจในทุกย่างก้าวทำให้อากาศรอบตัวสั่น

    เยี่ยซิงเหอลืมหายใจ

    ชายในฉลองพระองค์เดินตรงมายังแท่นหินที่เขายืนอยู่แต่ในอดีตแท่นยังสมบูรณ์ และเหนือแท่นนั้นมีประตูแสงตั้งตระหง่าน

    ผู้เฒ่าโม่หยุดมือที่กำลังปิดผนึก

    ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนใจ

    เพราะเขาจำชายผู้นั้นได้

    ภาพอดีตหมุนชัดขึ้น เผยชายชุดจักรพรรดิเต็มร่าง

    คล้ายกับเรื่องทลายภพสยบหมื่นดารา ที่คุณอ่าน