ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 87 ฆ่าไม่ตาย หยุดไม่ได้แล้ว

    เสียงคำรามของวิญญาณคนขับรถดังก้องไม่ขาดสายมันพุ่งเข้าหาผมอีกครั้งโดยไม่ลังเล

            ผมไม่เสียเวลาคิดคว้าผงพริกหยิบมือหนึ่งแล้วปาออกไปทันที

            เจ้าผีตนนี้เคยลิ้มรสความทรมานจากผงพริกมาก่อนจึงโบกสะบัดมือแรงๆ ลมเย็นยะเยือกพัดโหมเข้าใส่ ทำให้ผงพริกปลิวไปด้านข้างในพริบตา

            แต่ผมกลับเผยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก

            ผงพริกเป็นแค่ตัวล่อขณะที่มันยกมือขึ้น ผมก็สะบัดแส้กระดูกงูออกไปทันที

            เสียง“แซ่บ!” ดังขึ้น

            แส้พันรอบคอมันแน่นหนาจากนั้นผมกระชากลงอย่างแรง

            มันกรีดร้องโหยหวนถูกกระชากล้มลงบนพื้น

            ผมไม่รอให้มันได้ตั้งตัวควักยันต์สะกดวิญญาณออกมาแล้วฟาดใส่มันทันที

            ยันต์ปะทะเข้ากลางหน้าผากโดยตรง

            ทันทีที่ยันต์สัมผัสร่างของมันแสงสีเหลืองทองก็ปะทุขึ้น

            “ตูม!”

            เสียงระเบิดดังสนั่นเสียงกรีดร้องของมันดังขึ้นอีกครั้ง

            พลังของยันต์สะกดวิญญาณทำให้ใบหน้าของมันแตกร้าวเลือดและเนื้อฉีกขาดเผยให้เห็นรอยแผลเหวอะหวะทั่วใบหน้า น่าขนลุกจนสุดจะบรรยาย

            ไม่เพียงเท่านั้นควันสีดำยังเริ่มซึมออกจากรอยแยกบนศีรษะของมันไม่หยุด ดูแปลกประหลาดอย่างที่สุด

            ผมมองภาพตรงหน้ารู้สึกตกตะลึงอย่างไม่คาดคิด

            วิญญาณตนนี้ช่างน่าเหลือเชื่อฟันด้วยกระบี่กระดูกปลาไม่ตาย ใช้แส้กระดูกงูก็ไม่ตาย

            แม้กระทั่งยันต์สะกดวิญญาณที่มีพลังรุนแรงขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถทำให้มันแตกสลายได้!

            ให้ตายเถอะ!มันฝึกวิชากายาเพชรอยู่ยงคงกระพันหรือไง

            ไม่มีทาง!ไม่มีทางเป็นไปได้!

            บนโลกนี้ไม่มีผีตนไหนที่ฆ่าไม่ตายแน่!

            ขณะนั้นเองวิญญาณคนขับรถเบิกตากว้างคำรามอย่างบ้าคลั่ง พยายามลุกขึ้นมากัดผม

            แน่นอนว่าผมไม่มีทางปล่อยให้มันทำสำเร็จ

            ผมคว้ากระบี่กระดูกปลาขึ้นมาแล้วกระหน่ำแทงลงไปที่ศีรษะของมัน

            เสียง“ฉึก!” ดังขึ้น

            กระบี่กระดูกปลาทะลุผ่านกะโหลกของมันอย่างจังปักลึกลงไปบนพื้นรถโดยสาร

            โดยปกติผีที่ถูกฟันหัวเช่นนี้ควรจะระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงวิญญาณและสลายหายไปทันที

            แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ผมต้องอ้าปากค้าง

            เจ้าผีคนขับยังไม่ตาย!

            มันยังคงนอนอยู่บนพื้นร่างกระตุกเป็นระยะ

            ดวงตาสีขาวโพลนของมันยังคงจับจ้องมาที่ผมอย่างไม่ลดละปากของมันขยับพึมพำ เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความแค้นดังขึ้น

            “ต้องถูกฝังไปพร้อมกัน...ต้องถูกฝังไปพร้อมกันกับฉัน...”

            ผมไม่รู้ว่าเจ้าผีคนขับรถนี่เจอเรื่องอะไรตอนยังมีชีวิตหรือทำไมมันถึงขับรถพาผู้โดยสารทั้งคันรถลงไปในอ่างเก็บน้ำ

            แต่ที่แน่ๆมันเต็มไปด้วยความอาฆาต และไม่สนใจใครเลย!

            เมื่อเห็นว่าฆ่ามันไม่ตายผมก็สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด

            “ไปกับแม่มึงเถอะ!”

            ทันทีที่พูดจบผมหยิบยันต์สะกดวิญญาณแผ่นที่สองออกมาแล้วกระแทกลงบนหน้าของมันอีกครั้ง

            เหมือนกับครั้งก่อนทันทีที่ยันต์สัมผัสร่างของมัน แสงสีเหลืองทองก็ระเบิดออกมา

            “ตูม!”

            คลื่นพลังร้อนระอุแผ่ซ่านออกไปแต่ถึงอย่างนั้น วิญญาณคนขับรถที่ถูกตรึงกับพื้นด้วยกระบี่กระดูกปลาก็ยังไม่ตาย

            เพียงแต่ใบหน้าของมันปรากฏรอยร้าวเพิ่มขึ้นเสียงคำราม “อือๆๆ” ของมันยังคงดังไม่หยุด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต

            ผมเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าฆ่ามันไม่ตาย ผมจึงคว้าผงพริกที่เหลือทั้งหมดเทลงบนตัวมัน

            ผงพริกเหมือนน้ำกรดที่กัดกร่อนผิวของมันอย่างต่อเนื่อง

            มันดิ้นทุรนทุรายเสียงร้องโหยหวนดังระงม แต่ถึงอย่างนั้น...

            มันก็ยังไม่ตาย…

            นี่มันเรื่องบ้าอะไร!ผมไม่เคยเจอผีที่ฆ่าไม่ตายแบบนี้มาก่อน

            ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหมดหนทาง

            หรือว่าต้องตัดหัวมันออกไปเลย?

            คิดได้ดังนั้นผมจึงกระชากกระบี่กระดูกปลาขึ้นมา ก่อนที่มันจะได้ตั้งตัว

            ผมฟันลงไปที่คอของมันอย่างแรงหวังจะตัดหัวมันให้ขาดสะบั้น

            แต่ผมกลับพบว่าผมทำไม่ได้ คอมันแข็งราวกับเหล็กกล้า!

            ในขณะที่ผมกำลังหาวิธีจัดการมันบรรดาผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มแสดงอาการหวาดกลัวขึ้นมาทันที

            “อ่างเก็บน้ำ…อ่างเก็บน้ำ…!”

            “ฉัน…ฉันไม่อยากลงไป!ฉันไม่อยากลงไป!”

            “ห้ามลงน้ำ!ห้ามลงน้ำ! ถ้าลงไปพวกเราจะตายกันหมด!”

            “…”

            วิญญาณหนุ่มรอยสักกระโจนจากด้านข้างตรงไปยังที่นั่งคนขับ

            เขาจับพวงมาลัยแน่นเหยียบเบรกสุดแรง หวังให้รถบัสผีคันนี้หยุดลง

            ถึงแม้ความเร็วของมันจะลดลงแต่รถกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย

            “ไม่ได้!ฉัน…ฉันควบคุมรถคันนี้ไม่ได้! จบแล้ว!พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปอ่างเก็บน้ำนั่นอีกครั้ง…ต้องกลับไปเผชิญกับฉากแห่งความตายอีกครั้ง…”

            เสียงของวิญญาณหนุ่มรอยสักเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

            ขณะเดียวกันภรรยาพี่เฉาเองก็ตะโกนเตือนผมอย่างร้อนรน

            “รีบหนีไป! ถ้ารถพุ่งลงไปในอ่างเก็บน้ำ นายก็ไม่รอดเหมือนกัน! รีบไปซะ! ฝากบอกเฉาเมิ่งด้วยว่าฉันก็คิดถึงเขา ขอให้เขามีชีวิตที่ดีต่อไป!”

            พูดจบเธออุ้มลูกไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างกระชากกระจกหน้าต่างสุดแรง

            เธอพยายามเปิดกระจกเพื่อให้ผมหนีออกไป

            เธอร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

            และไม่ว่าเธอจะพยายามเปิดหน้าต่างแค่ไหนมันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย รถบัสคันนี้ราวกับเป็นกล่องเหล็กที่ปิดสนิท

            วิญญาณที่เหลือบนรถก็พยายามทำเช่นเดียวกัน

            พวกเขาต่างพยายามเปิดหน้าต่างเพื่อหนีออกไป แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนหน้าต่างก็ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

            ผมมองเห็นแสงสะท้อนจากผิวน้ำอยู่ลิบๆ

            อีกไม่เกินหนึ่งนาทีรถคันนี้จะถึงจุดเกิดเหตุ

            นี่เป็นครั้งแรกที่ผมออกมาเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายเพียงลำพังหลังจากฝากตัวเป็นศิษย์

            หากล้มเหลวผมคงไม่อาจเผชิญหน้ากับอาจารย์ซ่ง และคงเป็นการทำให้พี่เฉาผิดหวัง

            “ไม่มีใครรอดไปได้…ไม่มีใครรอดไปได้ทั้งนั้น…พวกแกต้องถูกฝังไปพร้อมกับฉัน!”

            วิญญาณคนขับรถกำพวงมาลัยแน่นมือของมันยังกำกระบี่กระดูกปลาที่ผมปักเข้าที่คอแน่นราวกับจะดึงออกมา

            แม้มือของมันจะถูกความร้อนจากกระบี่กระดูกปลาลวกเสียง “ซี่ๆ” ดังขึ้นด้วยเนื้อถูกเผาไหม้ แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อย

            ตราบใดที่กระบี่กระดูกปลายังคงปักอยู่มันจะถูกตรึงไว้กับพื้นรถ ไม่อาจลุกขึ้นมาได้

            ผมคิดว่าการที่มันฆ่าไม่ตายน่าจะมีสาเหตุบางอย่าง

            ถ้าไม่หาสาเหตุนั้นให้เจอเราก็ไม่มีทางกำจัดมันได้

            แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาค้นหาสาเหตุ เพราะรถคันนี้กำลังจะพุ่งลงสู่อ่างเก็บน้ำ

            หากมันตกลงไปผมจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งอาจถึงขั้นจมน้ำตาย

            ความรู้สึกหมดหนทางคืบคลานเข้ามา

            ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไป

            หากต้องรักษาชีวิตไว้อย่างน้อยตอนนี้ผมต้องหาทางหนีออกจากรถบัสผีนี้ให้ได้ก่อน

            ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจีอย่าได้กลัวว่าจะไม่มีฟืน[1]

            เมื่อกลับไปแล้วค่อยหาวิธีใหม่วันหลังค่อยจัดการกับรถบัสผีคันนี้

            คิดได้เช่นนั้นผมจึงละทิ้งความคิดที่จะสังหารวิญญาณคนขับรถ แล้วหันไปมุ่งหน้าทำลายหน้าต่างแทน

            “พี่สะใภ้ ให้ผมช่วย!”

            พูดจบผมหยิบยันต์สะกดวิญญาณแผ่นสุดท้ายขึ้นมา ปฏิบัติตามที่อาจารย์เคยสอน

            ผมตบยันต์ลงบนกระจกหน้าต่าง

            ทันทีที่ยันต์สัมผัสกับกระจกหน้าต่างทั้งคันรถก็เปล่งแสงวาบออกมา

            “ตูม!”

            เสียงระเบิดดังสนั่นกระจกทุกบานในรถแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยววินาทีนั้น

            บรรดาวิญญาณผู้โดยสารเห็นดังนั้นก็รีบพากันพุ่งตรงไปยังหน้าต่างหวังจะกระโจนออกไปจากรถบัสผีคันนี้

            แต่แล้วเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น

            แม้กระจกจะไม่มีอีกต่อไปแต่พวกเขากลับออกไปไม่ได้!

            รถบัสคันนี้ราวกับกรงขังที่จองจำวิญญาณเหล่านี้ไว้ตลอดกาล

            “ออกไปไม่ได้! ทำไมออกไปไม่ได้!”

            “ทำไม…ทำไมถึงยังออกไปไม่ได้!”

            “...”

            เสียงของวิญญาณผู้โดยสารเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่เป็นผล

            มีเพียงภรรยาพี่เฉาเท่านั้นที่หันมามองผมด้วยสีหน้าสิ้นหวังน้ำเสียงสั่นเครือ

            “น้องชายรีบไปเถอะ! รีบไปซะ! ถ้ายังอยู่ต่อนายก็จะจบชีวิตเหมือนพวกเราที่เคยขึ้นรถคันนี้มาก่อน จมน้ำตายในอ่างเก็บน้ำ!”

            เธออุ้มลูกไว้แน่นก่อนจะเบี่ยงตัวออก เปิดทางให้ผมหนีไป

            ผมเองก็อยากช่วยเธอรวมถึงวิญญาณผู้โดยสารทุกคนบนรถคันนี้

            แต่ตอนนี้…ผมทำอะไรไม่ได้เลย

            ผมละทิ้งความคิดที่จะดึงกระบี่กระดูกปลาที่ปักอยู่บนคอวิญญาณคนขับรถออกมา รีบเก็บแส้กระดูกงู แล้วตั้งใจจะกระโจนออกไปจากรถบัสผีให้เร็วที่สุด

            รถคันนี้อาจจะกักขังวิญญาณทั้งหมดไว้ได้แต่ไม่สามารถกักขังผมได้

            ผมโผล่ศีรษะออกไปนอกหน้าต่างอย่างง่ายดาย

            แม้จะรู้สึกไม่เต็มใจแต่ตอนนี้ทางเดียวที่ทำได้คือกระโดดหนีไปจากรถคันนี้…


             


    [1]ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจีอย่าได้กลัวว่าจะไม่มีฟืน หมายถึง ตราบใดที่ยังมีชีวิตย่อมต้องมีความหวัง

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน