เสียงคำรามของวิญญาณคนขับรถดังก้องไม่ขาดสายมันพุ่งเข้าหาผมอีกครั้งโดยไม่ลังเล
ผมไม่เสียเวลาคิดคว้าผงพริกหยิบมือหนึ่งแล้วปาออกไปทันที
เจ้าผีตนนี้เคยลิ้มรสความทรมานจากผงพริกมาก่อนจึงโบกสะบัดมือแรงๆ ลมเย็นยะเยือกพัดโหมเข้าใส่ ทำให้ผงพริกปลิวไปด้านข้างในพริบตา
แต่ผมกลับเผยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ผงพริกเป็นแค่ตัวล่อขณะที่มันยกมือขึ้น ผมก็สะบัดแส้กระดูกงูออกไปทันที
เสียง“แซ่บ!” ดังขึ้น
แส้พันรอบคอมันแน่นหนาจากนั้นผมกระชากลงอย่างแรง
มันกรีดร้องโหยหวนถูกกระชากล้มลงบนพื้น
ผมไม่รอให้มันได้ตั้งตัวควักยันต์สะกดวิญญาณออกมาแล้วฟาดใส่มันทันที
ยันต์ปะทะเข้ากลางหน้าผากโดยตรง
ทันทีที่ยันต์สัมผัสร่างของมันแสงสีเหลืองทองก็ปะทุขึ้น
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังสนั่นเสียงกรีดร้องของมันดังขึ้นอีกครั้ง
พลังของยันต์สะกดวิญญาณทำให้ใบหน้าของมันแตกร้าวเลือดและเนื้อฉีกขาดเผยให้เห็นรอยแผลเหวอะหวะทั่วใบหน้า น่าขนลุกจนสุดจะบรรยาย
ไม่เพียงเท่านั้นควันสีดำยังเริ่มซึมออกจากรอยแยกบนศีรษะของมันไม่หยุด ดูแปลกประหลาดอย่างที่สุด
ผมมองภาพตรงหน้ารู้สึกตกตะลึงอย่างไม่คาดคิด
วิญญาณตนนี้ช่างน่าเหลือเชื่อฟันด้วยกระบี่กระดูกปลาไม่ตาย ใช้แส้กระดูกงูก็ไม่ตาย
แม้กระทั่งยันต์สะกดวิญญาณที่มีพลังรุนแรงขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถทำให้มันแตกสลายได้!
ให้ตายเถอะ!มันฝึกวิชากายาเพชรอยู่ยงคงกระพันหรือไง
ไม่มีทาง!ไม่มีทางเป็นไปได้!
บนโลกนี้ไม่มีผีตนไหนที่ฆ่าไม่ตายแน่!
ขณะนั้นเองวิญญาณคนขับรถเบิกตากว้างคำรามอย่างบ้าคลั่ง พยายามลุกขึ้นมากัดผม
แน่นอนว่าผมไม่มีทางปล่อยให้มันทำสำเร็จ
ผมคว้ากระบี่กระดูกปลาขึ้นมาแล้วกระหน่ำแทงลงไปที่ศีรษะของมัน
เสียง“ฉึก!” ดังขึ้น
กระบี่กระดูกปลาทะลุผ่านกะโหลกของมันอย่างจังปักลึกลงไปบนพื้นรถโดยสาร
โดยปกติผีที่ถูกฟันหัวเช่นนี้ควรจะระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงวิญญาณและสลายหายไปทันที
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ผมต้องอ้าปากค้าง
เจ้าผีคนขับยังไม่ตาย!
มันยังคงนอนอยู่บนพื้นร่างกระตุกเป็นระยะ
ดวงตาสีขาวโพลนของมันยังคงจับจ้องมาที่ผมอย่างไม่ลดละปากของมันขยับพึมพำ เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความแค้นดังขึ้น
“ต้องถูกฝังไปพร้อมกัน...ต้องถูกฝังไปพร้อมกันกับฉัน...”
ผมไม่รู้ว่าเจ้าผีคนขับรถนี่เจอเรื่องอะไรตอนยังมีชีวิตหรือทำไมมันถึงขับรถพาผู้โดยสารทั้งคันรถลงไปในอ่างเก็บน้ำ
แต่ที่แน่ๆมันเต็มไปด้วยความอาฆาต และไม่สนใจใครเลย!
เมื่อเห็นว่าฆ่ามันไม่ตายผมก็สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด
“ไปกับแม่มึงเถอะ!”
ทันทีที่พูดจบผมหยิบยันต์สะกดวิญญาณแผ่นที่สองออกมาแล้วกระแทกลงบนหน้าของมันอีกครั้ง
เหมือนกับครั้งก่อนทันทีที่ยันต์สัมผัสร่างของมัน แสงสีเหลืองทองก็ระเบิดออกมา
“ตูม!”
คลื่นพลังร้อนระอุแผ่ซ่านออกไปแต่ถึงอย่างนั้น วิญญาณคนขับรถที่ถูกตรึงกับพื้นด้วยกระบี่กระดูกปลาก็ยังไม่ตาย
เพียงแต่ใบหน้าของมันปรากฏรอยร้าวเพิ่มขึ้นเสียงคำราม “อือๆๆ” ของมันยังคงดังไม่หยุด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
ผมเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าฆ่ามันไม่ตาย ผมจึงคว้าผงพริกที่เหลือทั้งหมดเทลงบนตัวมัน
ผงพริกเหมือนน้ำกรดที่กัดกร่อนผิวของมันอย่างต่อเนื่อง
มันดิ้นทุรนทุรายเสียงร้องโหยหวนดังระงม แต่ถึงอย่างนั้น...
มันก็ยังไม่ตาย…
นี่มันเรื่องบ้าอะไร!ผมไม่เคยเจอผีที่ฆ่าไม่ตายแบบนี้มาก่อน
ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหมดหนทาง
หรือว่าต้องตัดหัวมันออกไปเลย?
คิดได้ดังนั้นผมจึงกระชากกระบี่กระดูกปลาขึ้นมา ก่อนที่มันจะได้ตั้งตัว
ผมฟันลงไปที่คอของมันอย่างแรงหวังจะตัดหัวมันให้ขาดสะบั้น
แต่ผมกลับพบว่าผมทำไม่ได้ คอมันแข็งราวกับเหล็กกล้า!
ในขณะที่ผมกำลังหาวิธีจัดการมันบรรดาผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มแสดงอาการหวาดกลัวขึ้นมาทันที
“อ่างเก็บน้ำ…อ่างเก็บน้ำ…!”
“ฉัน…ฉันไม่อยากลงไป!ฉันไม่อยากลงไป!”
“ห้ามลงน้ำ!ห้ามลงน้ำ! ถ้าลงไปพวกเราจะตายกันหมด!”
“…”
วิญญาณหนุ่มรอยสักกระโจนจากด้านข้างตรงไปยังที่นั่งคนขับ
เขาจับพวงมาลัยแน่นเหยียบเบรกสุดแรง หวังให้รถบัสผีคันนี้หยุดลง
ถึงแม้ความเร็วของมันจะลดลงแต่รถกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
“ไม่ได้!ฉัน…ฉันควบคุมรถคันนี้ไม่ได้! จบแล้ว!พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปอ่างเก็บน้ำนั่นอีกครั้ง…ต้องกลับไปเผชิญกับฉากแห่งความตายอีกครั้ง…”
เสียงของวิญญาณหนุ่มรอยสักเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ขณะเดียวกันภรรยาพี่เฉาเองก็ตะโกนเตือนผมอย่างร้อนรน
“รีบหนีไป! ถ้ารถพุ่งลงไปในอ่างเก็บน้ำ นายก็ไม่รอดเหมือนกัน! รีบไปซะ! ฝากบอกเฉาเมิ่งด้วยว่าฉันก็คิดถึงเขา ขอให้เขามีชีวิตที่ดีต่อไป!”
พูดจบเธออุ้มลูกไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างกระชากกระจกหน้าต่างสุดแรง
เธอพยายามเปิดกระจกเพื่อให้ผมหนีออกไป
เธอร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
และไม่ว่าเธอจะพยายามเปิดหน้าต่างแค่ไหนมันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย รถบัสคันนี้ราวกับเป็นกล่องเหล็กที่ปิดสนิท
วิญญาณที่เหลือบนรถก็พยายามทำเช่นเดียวกัน
พวกเขาต่างพยายามเปิดหน้าต่างเพื่อหนีออกไป แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนหน้าต่างก็ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
ผมมองเห็นแสงสะท้อนจากผิวน้ำอยู่ลิบๆ
อีกไม่เกินหนึ่งนาทีรถคันนี้จะถึงจุดเกิดเหตุ
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมออกมาเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายเพียงลำพังหลังจากฝากตัวเป็นศิษย์
หากล้มเหลวผมคงไม่อาจเผชิญหน้ากับอาจารย์ซ่ง และคงเป็นการทำให้พี่เฉาผิดหวัง
“ไม่มีใครรอดไปได้…ไม่มีใครรอดไปได้ทั้งนั้น…พวกแกต้องถูกฝังไปพร้อมกับฉัน!”
วิญญาณคนขับรถกำพวงมาลัยแน่นมือของมันยังกำกระบี่กระดูกปลาที่ผมปักเข้าที่คอแน่นราวกับจะดึงออกมา
แม้มือของมันจะถูกความร้อนจากกระบี่กระดูกปลาลวกเสียง “ซี่ๆ” ดังขึ้นด้วยเนื้อถูกเผาไหม้ แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อย
ตราบใดที่กระบี่กระดูกปลายังคงปักอยู่มันจะถูกตรึงไว้กับพื้นรถ ไม่อาจลุกขึ้นมาได้
ผมคิดว่าการที่มันฆ่าไม่ตายน่าจะมีสาเหตุบางอย่าง
ถ้าไม่หาสาเหตุนั้นให้เจอเราก็ไม่มีทางกำจัดมันได้
แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาค้นหาสาเหตุ เพราะรถคันนี้กำลังจะพุ่งลงสู่อ่างเก็บน้ำ
หากมันตกลงไปผมจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งอาจถึงขั้นจมน้ำตาย
ความรู้สึกหมดหนทางคืบคลานเข้ามา
ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไป
หากต้องรักษาชีวิตไว้อย่างน้อยตอนนี้ผมต้องหาทางหนีออกจากรถบัสผีนี้ให้ได้ก่อน
ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจีอย่าได้กลัวว่าจะไม่มีฟืน[1]
เมื่อกลับไปแล้วค่อยหาวิธีใหม่วันหลังค่อยจัดการกับรถบัสผีคันนี้
คิดได้เช่นนั้นผมจึงละทิ้งความคิดที่จะสังหารวิญญาณคนขับรถ แล้วหันไปมุ่งหน้าทำลายหน้าต่างแทน
“พี่สะใภ้ ให้ผมช่วย!”
พูดจบผมหยิบยันต์สะกดวิญญาณแผ่นสุดท้ายขึ้นมา ปฏิบัติตามที่อาจารย์เคยสอน
ผมตบยันต์ลงบนกระจกหน้าต่าง
ทันทีที่ยันต์สัมผัสกับกระจกหน้าต่างทั้งคันรถก็เปล่งแสงวาบออกมา
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังสนั่นกระจกทุกบานในรถแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยววินาทีนั้น
บรรดาวิญญาณผู้โดยสารเห็นดังนั้นก็รีบพากันพุ่งตรงไปยังหน้าต่างหวังจะกระโจนออกไปจากรถบัสผีคันนี้
แต่แล้วเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น
แม้กระจกจะไม่มีอีกต่อไปแต่พวกเขากลับออกไปไม่ได้!
รถบัสคันนี้ราวกับกรงขังที่จองจำวิญญาณเหล่านี้ไว้ตลอดกาล
“ออกไปไม่ได้! ทำไมออกไปไม่ได้!”
“ทำไม…ทำไมถึงยังออกไปไม่ได้!”
“...”
เสียงของวิญญาณผู้โดยสารเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่เป็นผล
มีเพียงภรรยาพี่เฉาเท่านั้นที่หันมามองผมด้วยสีหน้าสิ้นหวังน้ำเสียงสั่นเครือ
“น้องชายรีบไปเถอะ! รีบไปซะ! ถ้ายังอยู่ต่อนายก็จะจบชีวิตเหมือนพวกเราที่เคยขึ้นรถคันนี้มาก่อน จมน้ำตายในอ่างเก็บน้ำ!”
เธออุ้มลูกไว้แน่นก่อนจะเบี่ยงตัวออก เปิดทางให้ผมหนีไป
ผมเองก็อยากช่วยเธอรวมถึงวิญญาณผู้โดยสารทุกคนบนรถคันนี้
แต่ตอนนี้…ผมทำอะไรไม่ได้เลย
ผมละทิ้งความคิดที่จะดึงกระบี่กระดูกปลาที่ปักอยู่บนคอวิญญาณคนขับรถออกมา รีบเก็บแส้กระดูกงู แล้วตั้งใจจะกระโจนออกไปจากรถบัสผีให้เร็วที่สุด
รถคันนี้อาจจะกักขังวิญญาณทั้งหมดไว้ได้แต่ไม่สามารถกักขังผมได้
ผมโผล่ศีรษะออกไปนอกหน้าต่างอย่างง่ายดาย
แม้จะรู้สึกไม่เต็มใจแต่ตอนนี้ทางเดียวที่ทำได้คือกระโดดหนีไปจากรถคันนี้…
[1]ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจีอย่าได้กลัวว่าจะไม่มีฟืน หมายถึง ตราบใดที่ยังมีชีวิตย่อมต้องมีความหวัง