รถม้าค่อยๆวิ่งไปอย่างช้าๆ มุ่งหน้ากลับไปยังหุบเขาจันทรา ภายในรถม้า เย่ซวนกำลังนั่งปรับลมปราณให้มั่นคงอยู่ หลังจากที่เขาใช้พลังลมปราณจนเกือบหมดตัว
ตอนนี้ความกระหายในการต่อสู้ของเย่ซวนค่อยๆ ลดลง ก่อนหน้าเย่ซวนแทบจะไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเขานั้น กระหายในการต่อสู้มากขนาดไหน
เย่ซวนคิดย้อนกลับไปช่วงเวลาของการต่อสู้ มันเป็นความตื่นเต้นที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน
'ไม่คิดเลยว่าการต่อสู่จะสนุกถึงขนาดนี้'
'ต่อจากนี้คงต้องหาเวลาว่างเพื่อที่จะฝึกฝนวิชาอื่นๆ บ้างแล้ว'
อีกไม่กี่วันก็จะถึงหุบเขาจันทรา ตอนนี้มี ซินอี๋ และ ซินหยาน เพิ่มมาทำให้ความเร็วในการเดินทางของพวกเขาช้าลงไปนิดหน่อย
...
"ด้านหน้าก็คือหุบเขาจันทรา" เย่ซวนพูดกับซินอี๋ ซินหยานมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น ตั้งแต่นางเกิดมา นางก็ไม่เคยเดินทางออกจากเมืองเสิ่นหยางเลยแม้แต่ครั้งเดี๋ยว ระหว่างทางนางเป็นคนเดียวที่ดูตื่นเต้นไปกับทุกอย่างที่เจอ หลายวันที่ผ่านมา นางเริ่มที่จะสนิทกับเย่ซวนมากขึ้น
ครั้งแรกที่ ซินหยานเรียกเย่ซวนว่าคุณชาย ซินอี๋ถึงกับตกตะลึง นางพยายามที่จะให้ซินหยานเรียกเย่ซวนว่าพี่ชาย แต่ซินหยานกลับถามหาเหตุผลทั้งๆที่มารดาของนาง เรียกเย่ซวนว่าคุณชาย แต่ทำไมถึงเรียกไม่ได้
'คุณหนู ถ้านายหญิงและนายท่านรู้ ว่าคุณหนูต้องเรียกคนอื่นว่าคุณชาย พวกเขาต้องลงโทษข้าแน่ๆ'
สุดท้ายซินอี๋ก็ไม่ได้ตอบคำถามของซินหยาน และ ยอมให้ซินหยานเรียกเย่ซวนว่าคุณชายในที่สุด เหตุผลที่ซินอี๋ไม่อยากให้ ซินหยานเรียกเย่ซวนว่าคุณชายนั้น คงไม่มีใครรู้นอกจากนาง
"คุณชายดูนั้น" นางชี้ไปที่กวางเผือก สองแม่ลูก ที่กำลังยืนอยู่ใกล้ต้นไม้ก่อนถึงทางเข้าหุบเขาจันทรา อย่างตื่นเต้น
ทุกคนมองไปตามนิ้วมือน้อยๆชี้
"ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" ฮุ่ยหมิงพูดขึ้น ตั้งแต่เขาอยู่ที่หุบเขาจันทรามา เขาไม่เคยเห็นกวางเผือกมาก่อนเลย
เย่ซวนมองไปยังกวางเผือกสองแม่ลูก รอยยิ้มที่มุมปากของเขาค่อยๆยกขึ้น ความเชื่อในชาติก่อนของเย่ซวนนั้น เชื่อว่ากวางเป็นตัวแทนของความมั่งมีศรีสุขและช่วยให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา
ในตำนานกวางเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนเป็นพันๆปี เขาเห็นคนในชาติก่อนนำรูปปั้นกวางมาตั้งเพื่อความเป็นมงคลและการแสดงถึงว่ากวางนำ ความร่ำรวย ความมั่งคั่ง การมีสุขภาพดี มาให้อย่างยาวนานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
'นี้ถึงกับมาเป็นตัวเลย แถมยังเป็นกวางเผือกอีกด้วย'
'จะมาพวกมันไปเลี้ยงภายในหุบเขาได้มั้ยนะ'
เมื่อคิดได้แบบนั้นเย่ซวนก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้พวกมัน เมื่อเดินมาถึงเย่ซวนก็อดแปลกใจไม่ได้ตอนแรกเขาคิดว่าพวกมันจะหวาดระแวงเขา เย่ซวนยื่นมือออกไปลูปหัวของพวกมันเบาๆ เขารู้สึกได้ว่าพวกมันพยายามที่จะเอาหัวของพวกมันถูไปมากับมือของเย่ซวน
ฮุ่ยหมิง ซินอี๋ ซินหยาน ทั้ง 3 มองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง โดยเฉพาะฮุ่ยหมิง เขานึกย้อนกลับไปก่อนที่เย่ซวนจะเกิด ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาได้ฟังคำทำนายของผู้เฒ่าจันทรา '1 ดับสูญ 1 หวนคืนฟื้นกลับมานำพาจันทรารุ่งเรืองหมื่นปี' ความรู้สึกตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง
'คำทำนายของผู้เฒ่าจันทราต้องเป็นเรื่องจริงแน่ๆ'
'ตั้งแต่นายน้อยกลับมาสิ่งต่างๆก็เริ่มเปลี่ยนไป'
ในโลกนี้ กวางเผือก ก็นับว่าเป็นสัตว์มงคลเช่นกัน ความหมายของกวางเผือกก็แทบจะเหมือนกับในโลกก่อนของเย่ซวน
"พวกเจ้าไปอยู่หุบเขาจันทรากับข้าเถอะ" เย่ซวนพูดขึ้น พร้อมกับยิ้มให้พวกมัน
เหมือนกวางเผือกสองแม่ลูก จะเข้าใจในสิ่งที่เย่ซวนพูด หัวเขาพวกมันก้มต่ำลงเหมือนกับว่า พวกมันพยักหน้าเข้าใจ เมื่อเห็นแบบนั้นเย่ซวนก็หันหลังแล้วเดินกลับมาหาพวกฮุ่ยหมิง
"พวกเรากลับกันเถอะ"
"คุณชายข้าจับพวกมันได้หรือไม่" ซินหยานพูดกับเย่ซวน
"ต้องดูว่าพวกมันจะยอมให้เจ้าจับตัวพวกมันหรือไม่" เย่ซวนยิ้ม
เมื่อได้รับคำอนุญาตจากเย่ซวน ซินหยานก็ยืนมือน้อยๆไปลูปหัวของลูกกวาง
"ฮิฮิ" นางหัวเราะออกมาเมื่อกวางน้อยใช้หัวของมันถูเข้ากับมือของนาง
เสียงหัวเราะของ ซินหยานทำให้ทุกคนอดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ นิสัยของนางเริ่มที่จะเปลี่ยนไปทีละน้อยๆโดยไม่รู้ตัว
...
"นายน้อยกับท่านฮุ่ยหมิงกลับมาแล้ว" เสียงของอู๋เจ๋อ ดังขึ้น
"ไหนๆ" อู๋ซวน มองหาก่อนที่เขาจะเห็นเย่ซวน
"จริงด้วยนายน้อยกลับมาแล้ว" พวกเขาทั้งสองวิ่งมายังรถม้าอย่างรวดเร็ว
"ท่านฮุ่ยหมิง" เมื่อมาถึงพวกเขาก็คารวะชายชราทันที
ฮุ่ยหมิงพยักหน้า "พวกเจ้าเดี๋ยวให้คนไปรวมกันที่จวนของท่านประมุขด้วย"
"ได้ เดี๋ยวข้าไปเอง" อู๋เจ๋อพูดก่อนที่เขาจะหันหลังและวิ่งออกไป
"ช่วงที่ข้าไม่อยู่มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่" ฮุ่ยหมิงถาม อู๋ซวนที่ตอนนี้ขึ้นมานั่งบังคับรถม้าแทนเขา
"ไม่มีขอรับ หลายวันที่ผ่านมาเงียบสงบเช่นเคย"
ไม่นานรถม้าก็มาหยุดที่จวนของเย่ซวน เมื่อเย่ซวนเดินลงมาเขาก็ได้ยินเสียงของ เยว่อิงดังขึ้นก่อนใคร
"ลูกแม่" นางรีบเดินมากอดเย่ซวน
"ข้ากลับมาแล้วท่านแม่" เขาตบหลังมารดาเบาๆ
"กลับมาก็ดีแล้ว" ตั้งแต่เย่ซวนจากไปนางก็อดเป็นห่วงไม่ได้
"ท่านพ่อ ท่านพี่" เย่ซวนพยักหน้าให้กับทั้ง 2
"พวกเรา.." เยว่อิงกับลังจะพูดก็มีคนเดินลงมาจากรถม้าอีก 2 คน นางมอง หญิงสาวกับเด็กตรงหน้าด้วยสายตาที่เบิกกว้าง
"พวกนางคือ ?" นางหันไปถามเย่ซวน
"เดียวข้าเล่าให้พวกท่านฟัง พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ"
"ท่านอู๋ซวน ข้าฝากท่านจัดการสร้างที่พักให้กับพวกมัน 2 ตัวนี้ด้วย" เย่ซวนชี้ไปที่กวางเผืองที่เพิ่งเดินลงจากรถมา
ทุกคนในที่นี้ยังไม่เคยเห็นต่างก็มองพวกมันด้วยสายตาที่เบิกโพลง
"กวางขาว !" ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน
"มันคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ !" อู๋ซวนตะโกนดังกว่าใคร
"1 หวนคืนฟื้นกลับมานำพาจันทรารุ่งเรืองหมื่นปี !" เมื่อคำนี้ถูกพูดออกมา ภายในใจของทุกคนก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ดวงตาของพวกเขาแต่ละคนมีประกายขึ้นมา โดยเฉพาะชาวบ้านที่ที่เดินมาพร้อมกับอู๋เจ๋อ พวกเขาได้ยินสิ่งที่ อู๋ซวนตะโกนพอดี
พวกเขาแต่ละคนหันไปมองทางเย่ซวนพร้อมกันจนเจ้าตัวรู้สึกเขินอายไม่ได้
"ดีดี !" ไท่หลินพูดคำว่าดีอยู่หลายครั้ง
"แบบนี้ต้องฉลอง !" ต้าเซี่ยงที่ยืนอยู่ด้านหลังของไท่หลินพูดขึ้น
"เจ้านี่นะ ! คิดถึงเรื่องของจริงทุกที" หนิงเฉิงพูด
เมื่อทุกคนได้ยินก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
"ได้งั้นให้ท่านเป็นคนจัดการ" ไท่หลินหันไปพูดกับ ต้าเซี่ยง
"ขอรับท่านประมุข" ต้าเซี่ยงพยักหน้าก่อนที่จะรีบเดินหายไป
"เอาล่ะ พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ" ไท่หลินเดินนำทุกคนเข้าไปภายในจวน
...
เมื่อเดินเข้ามาด้านใน ไท่หลินก็นั่งลงเก้าอี้ตรงกลาง ส่วนคนที่เหลือก็แยกกันนั่งเก้าอี้ที่ว่าง ชาวบ้านที่เหลือก็ยืนล้อมวงอยู่ด้านหลังของแต่ละคน
เมื่อทุกคนพร้อมแล้วเย่ซวนก็เล่าเรื่องต่างๆให้พวกไท่หลินฟัง แต่เขาเล่าเพียงคร่าวๆเท่านั้น เย่ซวนได้แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ให้กับหัวหน้าชาวบ้าน เขาอธิบายขั้นตอนแต่ละขั้นตอน ให้ทุกคนฟัง ชาวบ้านทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
หลังจากที่เย่ซวนอธิบายเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวทันที ทุกคนเดินออกไปภายนอกจวนอย่างกระตือรือร้น เพราะเย็นนี้พวกเขาจะเลี้ยงฉลองกัน
เมื่อเห็นอารมณ์ของทุกคนในหุบเขาจันทราเป็นแบบนี้ไท่หลินเองก็อดที่จะปลื้มใจไม่ได้
"แล้วพวกนางคือ ?" เยว่ซินมองไปยัง ซินอี๋และซินหยาน
"อ่อ ข้าลืมไปเลย" เย่ซวนชี้ไปที่ ซินอี๋ ก่อนที่จะชี้ ซินหยาน
"พวกนางคือ ซินอี๋และซินหยาน"
"ข้าพบกับพวกนางในเมืองเสิ่นหยาง ข้าเลยพาพวกเขากลับมาเพื่อที่จะได้ช่วยงานท่านแม่และท่านพี่"
"คารวะท่านประมุข ฮูหยิน" นางย่อตัวคารวะ ไท่หลิน กับ ฮุ่ยหมิง ก่อนที่จะหันไปทาง เยว่ซิน
"คารวะคุณหนูและผู้อาวุโสของทุกท่าน เจ้าค่ะ"
ทุกคนมองไปทางซินอี๋และยิ้มให้ ก่อนที่จะมองไปทางซินหยานที่ตอนนี้ยืนหลบอยู่ด้านหลังซินอี๋ด้วยความอาย เย่ซวนเล่าเรื่องของทั้งสองให้ทุกคนฟังก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเข้าใจโดยเฉพาะเยว่อิง นางอดที่จะรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่ได้ ที่บุตรชายคิดถึงนาง
"พวกเจ้าอยู่ที่นี้ได้ตามสบาย เดี๋ยวข้าจะให้เยว่ซินจัดห้องให้กับพวกเจ้า" เยว่อิงหันไปพูดกับซินอี๋
"ขอบคุณเจ้าค่ะ"
"'งั้นพวกท่านตามข้ามาเถอะ" เยว่ซิน เรียกให้ทั้งสองเดินตามไป
ซินอี๋หันมามองทางเย่ซวนเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพยักหน้าให้ พวกนางจึงได้เดินตามเยว่ซินไป
เย่ซวนนั่งคุยกับทุกคนอยู่สักพัก ก่อนที่ไท่หลินจะบอกให้เย่ซวนไปพักผ่อน
...
"พวกท่านพักที่อยู่ห้องนี้ ขาดเหลืออะไรสามารถบอกกับข้าได้" เยว่ซินหินไปยิ้มให้กับทั้งสอง
"ขอบคุณ คุณหนูมากเจ้าค่ะ" ซินอี๋ย่อตัวคารวะอีกครั้ง
"ไม่ต้องๆ เยว่ซินเฉยๆ ก็พอ" เยว่ซินพูดนางไม่คุ้นชินกับการที่คนอื่นเรียกนางว่าคุณหนู
"จะทำแบบนั้น.." ซินอี๋กำลังจะปฏิเสธ
ก็ถูกเสียงของเยว่ซินพูดแทรกซะก่อน "ข้ากับท่านพวกเราน่าจะอายุพอๆกัน ไม่จำเป็นต้องเรียกคุณหนูหรอก"
"แต่ว่า.." ซินอี๋ลังเล
"เอาตามนี้" เยว่ซินเดินไปจับมือของนาง เพื่อให้นางสบายใจ
"ก็ได้" ซินอี๋พยักหน้าเบาๆ
เมื่อได้ยินแบบนั้นเยว่ซินก็ยิ้มออกมา ตั้งแต่เกิดมานางมีเพื่อนที่อายุพอๆกันน้อยมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น คนที่อายุพอๆ กับนาง พวกเขาก็ออกจากหุบเขาจันทราไปจนหมดแล้ว
...
ในช่วงตอนเย็นทุกคนมาเลี้ยงฉลองกันที่หน้าจวนของประมุขหุบเขา เสียงความครึกครื้นดังไปทั่วหุบเขา ทุกคนตอนนี้มีความสุขมาก
โดยเฉพาะซินหยาน ที่ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นกับเด็กๆ คนอื่นๆ เสียงหัวเราะของพวกเด็กๆ ทำให้ทุกคนอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
เย่ซวนเองก็เช่นกัน เขามองภาพตรงหน้าด้วยร้อยยิ้ม ก่อนที่จะหันไปมองไท่หลินที่ตอนนี้กำลังนั่งดื่มสุรากับพวกผู้อาวุโสของหุบเขาจันทรา ไท่หลินหันมาสบตากับเย่ซวนพอดี เขาก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะเรียกให้บุตรชายของตนมาดื่มด้วยกัน
เย่ซวนเดินเข้ามาคารวะให้กับทุกคน ก่อนที่จะมีคนเดินถือจอกเหล้ามาให้กับเขา
"ข้าขอคารวะให้กับผู้อาวุโสทุกท่าน" เย่ซวนยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม
เมื่อทุกคนเห็นว่าเย่ซวนดื่มรวดเดียวจนหมดจอกพวกเขาต่างมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมา
"เหมือนนายน้อยของเราจะเป็นเซียนสุรา" ต้าหลงพูดขึ้น
"ดี วันนี้ข้าต้าหลงต้องขอประลองกับท่าน" เขาพูดขึ้นพร้อมกับยกจอกเหล้าในมือขึ้นดื่ม
ทุกคนอดที่จะส่ายหัวไม่ได้ พวกเขาต่างรู้ดีว่า ต้าหลงนั้นชอบดื่มสุราเป็นชีวิตจิตใจ
...