ตอนที่ 28
เช้าวันต่อมา
ในที่สุดสตีฟก็สามารถใช้รถเวสป้าของตัวเองได้โดยไม่ต้องปิดบังหรือกลัวถูกจับได้อีกต่อไปวันนี้ซาร่าไปที่โรงเรียนเพื่อยื่นเรื่องเพิ่มมาตราการป้องกันเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนฮีโร่ ส่วนสตีฟนั้นกำลังขับรถออกนอกเมืองนิวยอร์คอยู่ซึ่งสตีฟนั้นตั้งใจลงใต้ไปที่แถวๆชายหาดแมนฮันตั้น ซึ่งเป็นชายหาดที่อยู่ทางใต้สุด
ถ้าถามว่าไกลจากเมืองนิวยอร์คมากแต่ไหนต้องบอกว่าไกลมากซึ่งสตีฟต้องใช้เวลาขับรถถึงสี่ชั่วโมง
“ดีนะซาร่าบอกว่าสองสามวันนี้จะไม่กลับบ้านเพราะต้องอยู่คุยเรื่องมาตราการป้องกันอะไรนั่นที่โรงเรียน เลยเป็นโอกาสดีเลยที่จะรับภารกิจระดับ A มาทำเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเรา” สตีฟพูดก่อนจะเปิดดูภารกิจที่ตัวเองรับมา
หน้าต่างภารกิจระดับ A เข้าร่วมกับฮีโร่แนวหน้าที่กำลังคุ้มครองช่างที่กำลังสร้างท่าเรืออยู่รางวัล 1,500,000 เหรียญ
“ได้เงินเยอะมาก” สตีฟพูดออกมาซึ่งจากที่อ่านดูรายละเอียดดูเหมือนจะมีฮีโร่กลุ่มหนึ่งเสียชีวิตจากการคุ้มครองช่างกลุ่มนี้ เพราะช่วงนี้นั้นเป็นช่วงเวลาฤดูวางไข่ของเต่ากลายพันธ์ ซึ่งทำให้มีสัตว์ทะเลหลายชนิดมาป้วนเปี้ยนแถวนี้เป็นจำนวนมากเพื่อล่าพวกเต่ากลายพันธ์
“แต่นึกไม่ถึงเลยนะว่าประเทศเรายังไม่ละความพยายามในการสร้างท่าเรือเพื่อออกเรื่อไปในทะเล” สตีฟพูดเพราะจากที่ติดตามข่าวมากว่าสิบปี ประเทศของเขานั้นล้มเหลวในการออกทะเลครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งส่งเรือและเรือดำน้ำออกไปไม่เคยได้ข่าวและเรือพวกนั้นเองก็ไม่เคยได้กลับมาเพราะถูกสัตว์กลายพันธ์ที่อยู่ในน้ำจัดการไปหมด
สตีฟขับรถมาหลายชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงบริเวณชายหาดแมนฮัตตั้น สตีฟเจอด่านตรวจของทหารเหมือนเคยก่อนจะยื่นภารกิจให้ดูพวกนั้นพอดูภารกิจเสร็จก็ตรวจสอบเลเวลของสตีฟก่อนจะเปิดให้ผ่านไปอย่างง่ายดาย
“ต้องไปรายงานกับพวกช่างก่อนสินะว่าเรามาแล้ว” สตีฟพูดก่อนจะมองดูที่ชายหาดทางด้านซ้ายซึ่งมีเครื่องจักรต่างๆกำลังทำงานก่อสร้างท่าเรืออยู่
“ไม่เห็นฮีโร่คนอื่นๆเลยแฮะ” สตีฟพูดหลังจากเดินมาได้สักพักก็ไม่เห็นฮีโร่คนอื่นเลย
“เฮ่ !! พี่ชายเป็นคนครัวคนใหม่เหรอ มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ” ระหว่างที่สตีฟกำลังเดินอยู่ก็เจอเข้ากับเด็กคนหนึ่งเข้าอายุของเด็กคนนี้ราวๆยี่สิบปี เด็กคนนั้นทักสตีฟก่อนจะถาม
“หือไม่ใช่คนครัวหรอกพี่เป็นฮีโร่น่ะ กำลังหาหัวหน้าช่างอยู่พอดีพี่รับภารกิจคุ้มกันมา” สตีฟบอก
“สภาพพี่แบบนี้อ่ะนะฮีโร่ !!!” เด็กคนนั้นถามอย่างตกใจพลางใช้สายตาสำรวจสภาพเสื้อผ้าของสตีฟตั้งแต่หัวจรดเท้า มองยังไงๆสตีฟก็คนธรรมดาชัดๆ
“ไม่เชื่อก็ลองตรวจสอบดูสิ” สตีฟพูดพลางยิ้มออกมาเดี๋ยวนี้เขาชักจะชินกับเครื่องแบบพ่อบ้านของเขาซะแล้วสิ
“ ละ ละ เลเวลแปดสิบเจ็ด ฉายาคุณพ่อบ้าน !!!” เด็กคนนั้นอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ว่าแต่น้องชายพอจะบอกได้หรือเปล่าว่าหัวหน้าช่างอยู่ที่ไหน พี่ยังไม่รู้เลยงานพี่ต้องทำอะไรบ้าง” สตีฟถาม
“พี่ชาย ไม่สิคุณพ่อบ้านตามมาทางนี้เลยผมจะพาไปหาพ่อเอง” เด็กคนนั้นพูด
“เรียกสตีฟก็ได้ พี่ไม่ถือหรอกว่าแต่เป็นลูกชายหัวหน้าช่างเหรอ” สตีฟถาม
“ครับพี่สตีฟผมชื่อเฮ็คเตอร์ พ่อผมอยู่ทางนู้นแหนะกำลังคุมลูกน้องอยู่” ที่แท้เด็กคนนี้ก็ชื่อเฮ็คเตอร์นั่นเอง
“นี่แล้วฮีโร่คนอื่นๆไปไหนหมดล่ะ” สตีฟถาม
“อยู่ในทะเลน่ะพวกนั้นต้องออกไปกำจัดสัตว์กลายพันธ์ให้เราในระยะ ห้ากิโลเพื่อที่พวกเราจะได้สร้างท่าเรือได้อย่างสบายใจ” เฮ็คเตอร์ตอบ
“แบบนี้นี่เองแสดงว่าพี่เองก็ต้องขึ้นเรือออกไปที่ทะเลเหมือนกันสินะ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“ก็อะไรประมาณนั้น” เฮ็คเตอร์ยักไหล่
“ว่าแต่เลเวลของพวกสัตว์กลายพันธ์อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ล่ะ” สตีฟถาม
“เลเวลเฉลี่ยของพวกมันอยู่ที่เก้าสิบ ออกล่าเป็นฝูง โจมตีระยะไกล” เฮ็คเตอร์ตอบสตีฟได้ยินดังนั้นก็พยักหน้านั่นสินะ ปกติปลามันจะอาศัยรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่หลายหมื่นหลายแสนตัวอยู่แล้ว ยิ่งสิบปีมานี้พวกมันไม่ถูกมนุษย์ล่ามาเป็นอาหารเลย พวกมันคงอยู่แบบอุดมสมบูรณ์ไม่น้อยเลย
“แล้วกลุ่มของพี่สตีฟล่ะอยู่ไหนกันหมด” เฮ็คเตอร์ถามสตีฟ
“ไม่มีหรอกพี่มาคนเดียว” สตีฟพูด
“หา !! นี่พี่จะมาฆ่าตัวตายหรือไง หรือพี่คิดว่าพี่เลเวลเยอะเลยคิดจะลุยเดียว ผมบอกอะไรให้นะพี่ เคยมีกลุ่มก่อนหน้านี้ ทุกคนเลเวลแปดสิบกันหมด ยังทำภารกิจคุ้มกันได้ไม่ถึง สองสัปดาห์เลยก็ตายกันหมดแล้ว” เฮ็คเตอร์อุทานออกมาอย่างตกใจที่สตีฟมาคนเดียว
“เอาน่าพี่คิดว่าพี่ไม่เป็นอะไรหรอก” สตีฟพูดเพราะเขาคิดว่าสัตว์กลายพันธ์พวกนี้คงไม่ได้เก่งไปกว่าเจ้าไซครอปหรอกมั้ง ขนาดเจ้าไซครอปยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย แถมจากที่อีเกิ้ลอายบอกนั้น สถานะของเขามีมากกว่าระดับ S ซะอีกแสดงว่าค่าสถานะของเขานั้นต้องพอๆกับพวกเลเวลหนึ่งร้อยขึ้นไปนั่นเอง
“เฮ้อถ้าพี่สตีฟพูดแบบนั้นล่ะก็ตามใจแล้วกัน” เฮ็คเตอร์ถอนหายใจก่อนจะพาสตีฟมาถึงจุดที่กำลังก่อสร้างกันอยู่
“เฮ้ย !! เสาเข็มเบี้ยวไปหน่อยนะตั้งใหม่ !!!” เสียงชายมีอายุคนหนึ่งถือโทรโข่งตะโกนบอกลูกน้องที่ควบคุมรถตอกเสาเข็มอยู่
“เออนั่นแหละได้แล้วตอกเลย !!!” ชายมีอายุคนนั้นสั่งอีกครั้งหลังจากเห็นว่าได้ที่แล้ว
ตึง !! ตึง !! ตึง !! ตึง !! ตึง !! เสียงตอกเสาเข็มดังอย่างต่อเนื่อง สตีฟคาดว่าคนๆนี้คงเป็นพ่อของเฮ็คเตอร์หรือก็คือหัวหน้าช่างนั่นเองสตีฟใช้ระบบตรวจสอบดูอีกทีเพื่อความแน่ใจ
หน้าต่างชื่อ : อีวาน แคนวอลล์ Level 1อาชีพ : ช่างมืออาชีพอายุ : 42
“พ่อผมพาฮีโร่มาหาพ่ออ่ะ” เฮ็คเตอร์ตะโกนบอกชายมีอายุตรงหน้า
“หือมีคนมาเพิ่มงั้นเหรอดีเลย พวกฮีโร่ที่ออกทะเลเริ่มบ่นไม่ไหวกันแล้วด้วย” ชายคนนั้นหันกลับมาก่อนจะเดินเข้ามาหาสตีฟพร้อมตรวจสอบสถานะของสตีฟไปด้วย
“สวัสดีครับผมชื่ออีวานเป็นหัวหน้าช่างของโครงการก่อสร้างท่าเรือโครงการนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพ่อบ้าน” อีวานพูดก่อนจะยื่นมือออกมาเพื่อเช็คแฮนด์
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ เรียกผมสตีฟเฉยๆก็ได้” สตีฟยื่นมืออกไปจับมือเช็คแฮนด์ตอบ
“ได้ครับคุณสตีฟ เฮ้ยส่วนแกเฮ็คเตอร์ งานที่สั่งให้ไปทำเรียบร้อยยัง” อีวานหันไปถามลูกชาย
“อ๊ะลืมไปเลยถ้างั้นผมไปก่อนนะพี่สตีฟ” เฮ็คเตอร์นึกขึ้นได้เพราะระหว่างที่ไปทำงานของอีวานมอบหมายให้เขาก็เจอสตีฟเสียก่อนนั่นเอง
“ว่าแต่คนอื่นๆในทีมของคุณสตีฟล่ะครับ ผมไม่ยักเห็น” อีวานถาม
“ผมมาคนเดียวน่ะครับ” สตีฟตอบและปฏิกิริยาที่อีวานแสดงออกทันทีที่ได้ยินก็เหมือนกับเฮ็คเตอร์
“คนเดียวมาฆ่าตัวตายหรือไงเจ้าหนุ่ม !!!” อีวานอุทานออกมาอย่างตกใจจนเผลอเรียกสตีฟว่าเจ้าหนุ่มไปทันที
“ไม่คิดจะมาฆ่าตัวตายหรอกครับ ผมตั้งใจมาทำภารกิจจริงๆ” สตีฟพูดพลางพยักหน้ายืนยัน
“ก็ได้ยังไงถ้าตายไปทางนี้ก็ไม่ผิดอะไรอยู่แล้วเพราะการรับภารกิจของฮีโร่ ถือว่าพวกคุณตัดสินใจแล้ว” อีวานพูดเขานั้นเคยเจอพวกไม่ประมาณตนแบบสตีฟมาเยอะแล้ว
“ว่าแต่ผมต้องทำยังไงบ้างเหรอครับ” สตีฟถาม
“ก็ไม่มีอะไรมาก คุณเห็นเจ็ตสกีที่อยู่ตรงนั้นมั้ย” อีวานถามพลางชี้ไปที่เจ็ตสกีลำหนึ่งซึ่งจอดอยู่ที่ชายหาด
“ครับอย่าบอกนะว่าจะให้ผมขับมันออกไปสู้กลางทะเล” สตีฟถาม
“ใช่แต่ไม่ใช่กลางทะเลหรอกนะ ใต้ทะเลต่างหาก” อีวานพูดออกมา
“เอ๋ จะให้ผมใส่ชุดดำน้ำลงไปเหรอครับ ผมดำน้ำไม่เป็นนะครับ” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“หึ !! เราไม่ล้าสมัยขนาดนั้นหรอกนะ เราใช้อะไรที่เหนือกว่านั้น มันถูกพัฒนาโดยรัฐบาล” อีวานยิ้มออกมาก่อนจะหยิบกระเป๋ามิติของเขาออกมาและหยิบหมวกอะไรบางอย่างออกมาให้สตีฟซึ่งสภาพของมันนั้นเหมือนกับหมวกกันน็อกยังไงยังงั้น
“นี่มันอะไรเหรอครับ” สตีฟถามพลางรับหมวกนั้นมา
“ลองตรวจสอบดูสิ” อีวานพูดสตีฟได้ยินดังนั้นรีบตรวจสอบทันที
หน้าต่างSwimming Gear Driveหมวกดำน้ำที่ออกแบบโดยรัฐบาลเมื่อสวมใส่แล้วจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้เหมือนสภาพไร้แรงโน้มถ่วงในอวกาศหมวกใบนี้ออกแบบให้สามารถใช้อยู่ใต้น้ำได้ถึงเจ็ดวัน การเติมออกซิเจนนั้นทำได้เพียงแค่ตากแดดไว้สามชั่วโมง
“โหนี่โลกเรามันพัฒนาไปถึงขนาดนี้แล้วเหรอครับเนี่ย” สตีฟอุทานออกมา
“ใช่แรกๆอาจจะยังไม่ค่อยคล่องเพราะสภาพไร้แรงโน้มถ่วง แต่พอชินแล้วมันไม่ยากหรอกเหมือนกับเดินบนบกนั่นแหละ” อีวานพูด
“แล้วผมต้องเริ่มภารกิจตอนไหนครับ” สตีฟถาม
“ก็ตอนนี้เลยยังไงล่ะ อ๊ะจริงสิชุดนี้ห้ามหายห้ามชำรุดนะ ถ้าหายหรือชำรุดล่ะก็ตัวละ สิบล้านเลยนะ” อีวานพูดออกมา
“สิบล้าน !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่แต่ถ้าตายไม่เป็นไรถือว่าหยวนๆกัน แต่ทางที่ดีอย่าตายดีกว่า” อีวานพูดก่อนจะเดินไปทำงานต่อปล่อยให้สตีฟยืนโง่ๆอยู่คนเดียวตรงนั้น
“เอาก็เอาวะเรามีเวลาประมาณสามวันก่อนซาร่าจะกลับห้อง หวังว่าเราคงจะอัพเลเวลได้มากพอสมควรนะ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่ริมทะเล
“เราคงต้องลองลงทะเลก่อนสินะ จะได้ใช้งานหมวกนี่ให้คล่อง” สตีฟพูดก่อนจะสวมหมวกนั่นทันที
ฟุ่บ !! หมวกถูกสวมลงบนหัวสตีฟ
“ไม่เห็นรู้สึกแตกต่างอะไรเลยแฮะ” สตีฟพูดออกมาอย่างแปลกใจเพราะหลังจากสวมหมวกแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงระบบดังอีกครั้ง
กำลังติดตั้งระบบใต้น้ำโปรดรอหนึ่งนาที.......................ระบบติดตั้งเสร็จสิ้น !!!
“หือเสร็จแล้วงั้นเหรอ !!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากรอครบหนึ่งนาที แต่เขาก็ยังไม่เห็นถึงความแตกต่างอยู่ดี ตอนนั้นเองจู่ๆคลื่นทะเลลูกหนึ่งก็ขึ้นมาสูงถึงจุดที่สตีฟยืนอยู่
“เฮ้ย !!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะคลื่นมันซัดมาจนโดนสตีฟไปครึ่งตัว
“โอ้ย !! เปียกหมดเจ้าคลื่นบ้า” สตีฟพูดอย่างอารมณ์เสียก่อนจะจับไปที่เสื่อเพื่อจะบิดน้ำออกตอนนั้นเองเขาก็ต้องตกใจ
“เฮ้ย !! อะไรกันเสื้อไม่เปียก !!!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะสำรวจไปทั่วตัว
“ไม่เปียกจริงๆด้วย !!” สตีฟพูดก่อนจะลองเดินลงไปในทะเลดู
“ไม่รู้สึกเหมือนเดินลงน้ำเลยแปลกจริงๆ หรือว่าเจ้าหมวกนี้มันปรับสภาพร่างกายและเสื้อผ้าเราให้สามารถลงทะเลได้โดยไม่เปียก” สตีฟอุทานออกมาอย่างแปลกใจก่อนจะเดินลงทะเลไปเรื่อยๆจนลงไปมิดทั้งตัว
“โอ้ลงทะเลได้จริงๆด้วย แถมเสื้อผ้าก็ไม่เปียก แบบนี้คนที่ใส่ก็ใช้อาวุธได้สินะกระเป๋ามิติอเองก็ใช้ได้ แต่เดินลำบากแฮะ เพราะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักตอนอยู่ในทะเลเลย” สตีฟพูดออกมาเวลาเขาเดินแต่ละก้าวนั้นควบคุมแรงไม่ได้เลย สภาพเหมือนกับในหนังอวกาศที่นักแสดงจะลอยไปลอยมาในยานจริงๆด้วย
“การทำงานของหมวกนี่จะเป็นไงก็ช่าง แต่เหมื่อนอยู่ในอวกาศเลยเว้ย !! ก่อนอื่นเราคงต้องปรับตัวให้ชินกับสภาพไร้น้ำหนักสินะ” สตีฟเริ่มใช้เวลาฝึกเดินใต้น้ำทันทีเพื่อให้ตัวเองชินกับสภาพไร้น้ำหนักได้ไวที่สุด
จบ...