ด้วยความพยายามของเทียนหลงและโอสถจำนวนมากของหนิงเซียนหยูหลังจากผ่านไปได้หนึ่งเดือนทำให้เทียนหลงสามารถฝึกฝนจนมาถึงระดับสร้างรากฐานระดับสูงสุด อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเทียนหลงก็จะบรรลุระดับก่อกำเนิดลมปราณและกลายเป็นผู้ฝึกตนที่แท้จริง
เนื่องจากความแตกต่างระหว่างขั้นสร้างรากฐานกับระกับก่อกำเนิดปราณนั้นแตกต่างกันอย่างมากต่อให้ขั้นสร้างรากฐานจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาชนะคนที่มีพลังลมปราณได้ นี้จึงเป็นความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกตนกับคนธรรมดา เลยทำให้บนโลกใบนี้ผู้ฝึกตนที่แท้จริงมองคนธรรมดาราวกับมดปลวกที่ไม่มีค่าอะไร
“ท่านยายข้าเก่งหรือไม่ขอรับ” เทียงหลงถามหนิงเซียนหยูด้วยสายตาที่คาดหวังและรอรับคำชมจากยายของตน
“เทียนเอ๋อร์ของยายเก่งทีี่สุดอยู่แล้ว แต่หลานต้องจำเอาไว้ด้วยว่าบนโลกนี้มีคนที่เก่งกาจกว่าหลานมากมายเราจะหยิ่งผยองเพราะคิดว่าหลานเก่งหรือจะแค่มีคนชมหรือพูดจาเอาใจหลานก็ตาม หลานจะต้องใจดีกับคนที่ดีกับหลาน มีทั้งคนที่ดีและไม่ดีมากมายบนโลกนี้ จิตใจคนเรานั้นยากจะเข้าใจหลานเข้าใจที่ยายบอกใช่ไหม” หลังจากที่ชมหลานชายตัวเองแล้วก็ไม่ลืมที่จะสอนด้วยเนื่องเพราะเทียนหลงนั้นจิตใจดีเกินไปอาจทำให้โดนคนอื่นเอาเปรียบได้ง่าย
“หลานเข้าใจแล้วขอรับท่านยาย” เทียนหลงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ยังรับปากยายของตนอย่างเชื่อฟัง
“หลานเข้าใจก็ดีแล้ว เอาล่ะหลังจากที่หลานพักผ่อนมาหลายวันแล้วหลังจากที่ถึงระดับสร้างรากฐานถึงเวลาที่หลานจะต้องเลื่อนระดับแล้วโอสถเม็ดนี้มีชื่อว่าโอสถรวมปราณมันจะช่วยให้หลานสามารถสร้างตันเถียนขึ้นมาได้ และตันเถียนของแต่ละคนจะมีความกว้างใหญ่และแข็งแกร่งไม่เท่ากันแล้วแต่พรสวรรค์ของแต่ละคน”หนิงเซียนหยูยื่นโอสถรวมปราณให้เทียนหลงหนึ่งเม็ด
หลังจากที่เทียนหลงรับมาด้วยรอยยิ้มดีใจเสร็จก็รีบวิ่งไปนั่งลงที่ประจำของตัวเองและกลืนโอสถลงไปหลังจากที่โอสถเริ่มละลายทำให้พลังปราณที่ปล่อยออกมาจากโอสถเริ่มที่จะไหลผ่านไปตามเส้นชีพจรร่างกายแล้วไหลไปรวมกันที่อยู่เหนือขึ้นไปจากสะดือเล็กน้อยแล้วค่อยๆรวมกันคล้ายกับลูกแก้วกลมใสที่ผิวภายนอกบางมากๆมองเข้าไปจะเห็นหมอกทองลอยอยู่ในลูกแก้วซึ่งปริมาณยังน้อยมากๆแต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเทียนหลงได้เข้าสู่ระดับกำเนิดลมปราณขั้นต่ำแล้ว
(ที่เลือกให้ตันเถียนอยู่เหนือสะดือนั้นไม่มีเหตุผลครับเขียนตามจิตนาการของไรท์เลยครับ #ไรท์)
เมื่อมาถึงระดับนี้แล้วจะทำให้มีพลังปราณในร่างกายที่จะช่วยให้เราใช้วิชาต่างๆไม่ว่าจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงมากขึ้นด้วยการเสริมพลังปราณเข้าไปในการโจมตีได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น หรือจะเป็นวิชาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่จะทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วจนมองไม่เห็นหรือถ้ามีระดับการบ่มเพาะสูงแม้แต่การเคลื่อนที่ไปไกลหลายหมื่นหลายแสนลี้ได้สบายๆถ้ามีพลังปราณในร่างกายเพียงพอ
เทียนหลงนั่งอยู่แบบนั้นตลอดโดยไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปแล้วหนึ่งวัน ที่ใช้เวลานานเนื่องจากแสดงให้ว่าเทียนหลงนั้นมีพรสวรรค์แค่ระดับกลางเท่านั้นไม่เหมือนกับพวกสัตว์ประหลาดที่มีพรสวรรค์ในระดับที่สูงมากจะใช้เวลาจริงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้นหลังจากที่เทียนหลงรู้สึกตัวขึ้นมาก็รู้ว่าร่างกายตัวเองนั้นแตกต่างไปจากเดิมและพูดได้ว่าแม้จะถูกตัวเองก่อนหน้านี้รุมถึง10คนก็แทบจะไม่ต้องใช้แรงถึง5ส่วนก็สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
เมื่อหนิงเซียนหยูเห็นว่าเทียนหลงเข้าสู่ระดับกำเนิดลมปราณแล้วจึงมอบตำราวิชาบ่มเพาะให้ซึ่งเป็นระดับจักรพรรดิถ้าโลกภายนอกรับรู้เทียนหลงจะต้องถูกไล่ล่าแน่นอน นางจึงต้องกำชับไม่ให้บอกใครถึงวิชาที่ตัวเองฝึกฝน
“เทียนเอ๋อร์นี้คือวิชาระดับจักรพรรดิที่ยายจะให้หลานฝึก มันมีชื่อว่าเคล็ดวิชาสวรรค์หวนคืน เป็นวิชาบ่มเพาะที่จะช่วยให้หลานบ่มเพาะได้เร็วขึ้น นี่คือวิชาก้าวไร้เงาเป็นวิชาเคลื่อนไหวและวิชาเก้าดาบเป็นวิชาโจมตีทั้งสองเป็นวิชาระดับจักรพรรดิ หากหลานฝึกสำเร็จมันจะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก”เทียนหลงเริ่มที่จะอ่านตำราที่หนิงเซียนหยูให้มาอย่างตั้งใจเพื่อฝึกฝนให้แข็งแกร่่งจะได้ดูแลปกป้องยายของตนได้ แม้พรสวรรค์ของตัวเองจะไม่สูงก็ตาม
หลังจากที่เทียนหลงเริ่มบ่มเพาะวิชาสวรรค์หวนคืนรวมกับโอสถทำให้ความเร็วใจการดูดซับพลังปราณได้รวดเร็วมากขึ้นจนทำให้ตอนนี้หมอกสีทองทองของเทียนหลงค่อยๆเพิ่มมากขึ้นความหนาผิวของลูกแก้วก็มายิ่งชัดขึ้นเทียนหลงที่เริ่มฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งจนไม่รู้เลยว่าเวลาได้ผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งเดือนและหลังจากหนึ่งเดือนที่พยายามอย่างหนักตอนนี้เทียนหลงได้มาถึงระดับกำเนิดปราณขั้นสูงสุดแล้วอีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะเลื่อนเข้าสู่ระดับแก่นแท้แล้ว
เทียนหลงในตอนนี้ดูหล่อเหลาและดูสูงขึ้น เมื่อเทียนหลงเห็นยายของตนกำลังยืนยิ้มอย่างอบอุ่นจึงรีบเข้าไปกอดบอกโม้ไม่หยุด “ท่านยายตอนนี้ข้าแข็งแกร่งแล้วข้าจะเป็นคนดูแลท่านเองขอรับ” หนิงเซียนหยูได้ยินดังนั้นก็อบอุ่นหัวใจแล้วลูบผมของเทียนหลงเบาด้วยความรักแม่ว่าเทียนหลงจะไม่ใช้หลานชายแท้ๆของนางแต่นางก็รักและเอ็นดูเทียนหลงเป็นอย่างมาก
“เทียนเอ๋อร์แม่ว่าหลานจะดูแข็งแกร่งขึ้นแต่หลานยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้จริงๆเลยสักครั้งวันนี้ยายจะพาหลานไปฝึกต่อสู้กับสัตว์อสูรในป่าแต่ยายจะไม่เข้าช่วยหลานถ้าหลานไม่มีอันตรายจริงๆ” หนิงเซียนหยูจึงตัดสินใจที่จะพาเทียนหลงไปสัมผัสกับประสบการณ์การต่อสู้จริงสักครั้งเพื่อเป็นประสบการณ์
หลังจากนั้นสองยายหลานก็ออกจากบ้านมุ่งไปบริเวณรอบนอกของป่าซึ่งจะมีเพียงสัตว์อสูรระดับ1และ2เท่านั้นการที่จะเจอสัตว์อสูรระดับสูงกว่านั้นถือว่ายากมากเพราะส่วนใหญ่พวกระดับ3ขึ้นไปจะอยู่บริเวณพื้นที่ส่วนในของป่าต้องห้าม
“เอาล่ะยายจะส่งหลานแค่ตรงนี้ที่หลานจะต้องล่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งและสองอย่างน้อยอย่างละ1ตัวกลับมาเข้าใจไหม”เมื่อส่งเทียนหลงเสร็จหนิงเซียนหยูก็แกล้งหันหลังแล้วจากไป
เมื่อมองดูยายของตัวเองจากไปเทียนหลงก็ออกเดินทางหาสัตว์อสูรที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้หลังจากนั้นไม่นานเทียนหลงก็เจอเข้ากับหมูป่าขนหนามสัตว์อสูรระดับสอง ‘เจ้านี่แหละคู่ต่อสู้คนแรกของข้า’หลังจากที่คิดในใจเทียงหลงก็พุ่งตัวเข้าไปปล่อยหมัดใส่หมูป่าขนหนามที่กลางหัวแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้มากนักเนื่องจากที่เทียนหลงใช้พลังปราณในร่างกายแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
ถ้าถามว่าทำไมไม่ใช้วิชาที่หนิงเซียนหยูให้มาก็ต้องบอกว่าเทียนหลงนั้นยังไม่ได้เริ่มฝึกเลยเอาแต่บ่มเพาะอย่างเดียว หลังจากนั้นเทียนหลงค่อยๆเพิ่มพลังปราณมากขึ้นในการต่อสู้ทำให้หมูป่าเริ่มบาดเจ็บมากขึ้นจนในที่สุดก็ถูกเทียนหลงต่อยเข้าที่เข้าที่กลางลำตัวจนมันไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกหลังจากที่ชนะแล้วเทียนหลงก็ออกหาคู่ต่อสู้เพื่อเก็บประสบการณ์ต่อ ถ้าถามว่าทำไมไม่ยอมฆ่ามันเนื่องเพราะเทียนหลงนั้นใจดีเกินไปนั้นแหละ
หนิงเซียนหยูที่เห็นแบบนั้นก็อดที่จะกังเวลไม่ได้จึงทำให้นางตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่นางได้คิดเอาไว้แต่ก็ลังเลไม่กล้าที่จะทำเพราะอดที่จะสงสารเทียนหลงไม่ได้ ‘ไม่ทีทางเลือกแล้วสินะ’