ตอนที่ 82 แอปเปิลวสันต์ผันแปร
งานเลี้ยงหมื่นอสูรถูกขายให้เหล่าโจรสลัดไปในราคา80ล้านไกอา แม้จะเป็นราคาที่สูงเกินกว่าค่าของสมบัติชิ้นนี้แต่เหล่าโจรสลัดดูจะไม่ยี่หระกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย พวกเขาเพียงนั่งเอนหลังดื่มเหล้าคุยกันเฮฮาต่อไป ราวกับของชิ้นนี้พวกเขาซื้อมาเพื่อสร้างความครึกครื้นให้แก่งานประมูลเท่านั้น
และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศของงานประมูลกลายเป็นร้อนระอุไปด้วยความตื่นเต้นและความปรารถนา เหล่าผู้เข้าร่วมต่างใจจดใจจ่อกับสินค้าชิ้นต่อไป แม้แต่ห้องส่วนตัวชั้นสองและชั้นบนสุดก็ดูจะคับคั่งไปด้วยเหล่าผู้ที่สามารถผลาญเงินได้อย่างไม่กังวล
พิธีกรทั้งสองต่างมีสีหน้ายินดีอย่างปิดไม่มิด ความสำเร็จจากการขายสมบัติชิ้นแรกนี้ทำให้พวกเขาสัมผัสได้ว่าเวลานี้เหล่าผู้เข้าร่วมประมูลย่อมอยากจับจ่ายใช้สอยกันอย่างเต็มที่ พวกเขาย่อมไม่ยอมเสียโอกาส ทางด้านหลัง เหล่าคนรับใช้นำวัตถุอีกชิ้นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
“สำหรับชิ้นที่ 2 พวกเราจะขอเปลี่ยนอารมณ์จากวัตถุสลักคำไปเป็นสิ่งล้ำค่าตามธรรมชาติกันบ้าง” พิธีกรหญิงพูดอย่างยิ้มแย้ม เธอบรรจงหยิบแอปเปิลผลสีรุ้งที่มีขนาดใหญ่เท่าหัวมนุษย์ขึ้นมาให้ทุกคนได้ชม
“นี่คือแอปเปิลวสันต์ผันแปร หลายท่านน่าจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมันมากันบ้างแล้ว” เธอเผยรอยยิ้ม แอปเปิลในมือของเธอพลันเปลี่ยนสีไปมาอย่างต่อเนื่อง ลายสายรุ้งที่อยู่บนเปลือกราวกับมีชีวิต เคลื่อนไหวคล้ายกับกระแสน้ำ ก่อให้เกิดภาพอันงดงามแห่งสายรุ้ง
เหล่าผู้เข้าร่วมงานต่างจับจ้องแอปเปิลผลนั้นด้วยสายตากระหาย หลายคนในนี้ย่อมรู้จักสมบัติตามธรรมชาติอันโด่งดังชิ้นนี้
“สรรพคุณของแอปเปิลวสันต์ผันแปรนั้นเข้าใจได้ง่ายเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ ปลุกศักยภาพทางกาย!”
“ใครก็ตามที่ระดับต่ำกว่าอริยะและได้รับประทานสมบัติตามธรรมชาติชิ้นนี้ พลังกายของพวกเขาจะสูงขึ้นจนเทียบเท่ากันกับสัตว์อสูรระดับนักสลักโทอย่างอสรพิษวสันต์ผันแปร!” พิธีกรชายกล่าวเสริม
เสียงอื้ออึงดังกระหน่ำห้องโถงอีกครั้ง พลังกายของสัตว์อสูรระดับนักสลักโท! แม้สิ่งนี้จะไม่ได้สูงค่าเท่างานเลี้ยงหมื่นอสูร แต่ก็สามารถทำให้งานประมูลครั้งนี้ดุเดือดได้อย่างต่อเนื่อง หากนับกันแล้วสมบัติตามธรรมชาติจะถือว่าหายากกว่าสมบัติประเภทอื่นอยู่ขั้นหนึ่ง ได้แต่พบพานด้วยวาสนา ยากจะรังสรรค์ขึ้นเองเหมือนวัตถุสลักคำและวัตถุเสริมอาคม
“แอปเปิลชิ้นนี้จะเกิดขึ้นจากการที่ต้นแอปเปิลได้รับการหล่อเลี้ยงโดยคราบที่อสรพิษวสันต์ผันแปรลอกออกมาทุก ๆ สิบปีเท่านั้น และตามที่เคยบันทึกไว้ เคยปรากฏอสรพิษวสันต์ผันแปรระดับผู้แสวงวิถีที่ลอกคราบให้แก่ต้นแอปเปิล เกิดเป็นผลไม้ขนาดเท่ามนุษย์ ผู้ที่รับประทานมันจนหมดจะได้รับพลังกายของอริยะขั้นปลาย!” พิธีกรหญิงยังคงทำหน้าที่ของตนได้อย่างยอดเยี่ยม มีการเล่าตำนานและสรรพคุณเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นความสนใจ
“แม้จะน่าเสียดายที่แอปเปิลลูกนี้มิได้ทรงพลังระดับนั้น หากลูกนี้ก็สามารถมอบพลังกายระดับนักสลักโทให้ได้ เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับมอบให้แก่หน่ออ่อนผู้อัจฉริยะ พัฒนาความสามารถของอัจฉริยะผู้นั้นเพื่ออนาคต!”
เสียงพูดคุยระหว่างผู้เข้าร่วมดังขึ้นไม่ขาดสาย พวกเขาต่างคำนวณราคาและความน่าสนใจของสินค้าชิ้นนี้กัน จะอย่างไรพวกเขาล้วนเป็นตัวแทนขุมกำลังใหญ่ เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะมีอัจฉริยะระดับนักสลักอันเป็นอนาคตของขุมกำลัง พวกเขาเหล่านั้นย่อมได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่ออนาคตที่พวกเขาถูกคาดหวังให้แบกรับ
ยิ่งเป็นอัจฉริยะระดับนักสลักยิ่งเป็นแกนหลักของขุมกำลัง จะอย่างไรผู้เรียนรู้ที่สามารถค้นพบคำได้หลายคำก่อนทำพิธีสลักคำครั้งแรกก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่าย ๆ แม้แต่มหาตระกูลอย่างตระกูลคชสารเองก็มีข่าวลือหนาหูว่าอัจฉริยะของรุ่นนี้ค้นพบคำแห่งพลังเพียง 3คำ ระดับเดียวกันกับนักผจญภัยระดับมรกตเท่านั้น
แต่นักสลักหลายคนนั้นต่างออกไป หากพวกเขาแสดงศักยภาพที่มากพออย่างค้นพบคำแห่งพลังเพิ่มได้หลังจากที่มหานทีรากวิญญาณแห้งเหือดไปแล้ว ขุมกำลังระดับสูงย่อมสามารถจัดหาสมบัติที่ทำให้พวกเขาสามารถทำพิธีสลักคำได้อีกหลายครั้ง ขุมกำลังใหญ่จึงมีอริยะอยู่มากมาย ตระกูลคชสารย่อมทำเช่นนี้เช่นกัน พวกเขาเหล่านี้มีศักยภาพในการขึ้นเป็นอริยะสูง ควรค่าแก่การฟูมฟัก
อัจฉริยะเฉกเช่นนิทานที่สามารถค้นพบคำแห่งพลังได้ถึง 4คำทั้งที่มีอายุเพียง 21ปีนั้นย่อมอยู่คนละระดับกับเหล่าผู้ที่ต้องการสมบัติวิเศษช่วยฟูมฟัก หากสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าคืออนาคต จะอย่างไรนิทานก็เป็นเพียงผู้เรียนรู้ เขาอาจพลาดเสียชีวิตได้ง่าย ต่างกับนักสลักที่สามารถปกป้องตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ขุมกำลังใหญ่ส่วนมากย่อมเลือกลงทุนกับนักสลักที่มีโอกาสขึ้นไปถึงอริยะได้มากกว่าผู้เรียนรู้เช่นนิทานที่อาจพลาดท่าเสียชีวิตได้ง่าย ๆ
ที่ทำให้นิทานต่างออกไปจนถูกเรียกว่าเป็นผู้ที่ทำลายอนาคตของตัวเองนั่นเพราะมหานทีรากวิญญาณของเขาแห้งเหือดเร็วจนเกินไป หากอย่างน้อย ๆ เขาทำพิธีสลักคำยาม 30 หรือทำเพราะถึงทางตันนั่นยังดีเสียกว่า อย่างน้อย ๆ จิตวิญญาณก็ยังได้รับการหล่อเลี้ยงจากมหานทีรากวิญญาณยาวนานเพียงพอ มีโอกาสค้นพบคำแห่งพลังและเรียนรู้คำได้สูงหลังจากมหานทีรากวิญญาณแห้งเหือดไปแล้ว
นิทานได้รับการหล่อเลี้ยงสั้นจนเกินไป โอกาสที่จะเติบโตในอนาคตนั้นต่ำเป็นอย่างยิ่ง เขาเป็นเพียงของที่พังแล้วเท่านั้น ไม่มีใครยินดีลงทุนกับของที่พังแล้วเช่นนี้ แม้แต่หน่วยเชื้อไฟก็ไม่อาจ เขาได้แต่พึ่งพาตนเองเท่านั้น
สำหรับนิทานเองเขานั้นไม่คิดมากอะไร ประเด็นหลักของการเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้คือการพึ่งพาตนเอง หากได้รับการปกป้องราวกับนกน้อยในกรงทอง อัจฉริยะเช่นนิทานก็อาจไม่มีโอกาสได้โผบิน ไม่สามารถเรียนรู้คำของตนได้ตลอดกาล ผู้เรียนรู้ที่เป็นอัจฉริยะจึงถูกประเมินด้านอนาคตไว้น้อยกว่าผู้ที่เป็นนักสลักได้แล้วแม้จะมีคำเพียงสามคำ พวกเขาเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้ได้แล้ว ค้นพบตัวเองมาระดับหนึ่งแล้ว สามารถปกป้องตัวเองได้ดียิ่งกว่า
จะอย่างไรก็ไม่ใช่ทุกขุมกำลังที่สามารถมอบทรัพยากรปริมาณมหาศาลให้ได้โดยไม่กระทบถึงตัวขุมกำลังหลัก พวกเขาจึงขอเลือกลงทุนกับอนาคตอันใกล้มากกว่าอนาคตที่อาจสูงส่งกว่า แต่ยากจะไปถึงเช่นของนิทาน
และแอปเปิลวสันต์ผันแปรก็เป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพียงให้นักสลักของพวกเขาได้รับประทานมัน พลังต่อสู้ย่อมสูงขึ้นไปอีกขั้นโดยไม่มีข้อเสียใด
“แอปเปิลวสันต์ผันแปร ราคาเริ่มต้นอยู่ที่5แสนไกอา สามารถเพิ่มได้ทีละไม่น้อยกว่า5หมื่นไกอาครับ!” เสียงประกาศของพิธีกรชายเป็นสัญญาณเริ่มศึกการละลายเงินอีกครั้ง
“5แสนไกอา!” คราวนี้ผู้ที่เริ่มประมูลคนแรกคืออินจันทร์
“6แสนไกอา!” เสียงจากเหล่าผู้เข้าร่วมที่ชั้นล่างตะโกนเข้าสู้
นิทานต้องยอมรับว่าแม้แต่ตัวเขาเองยังสนใจสมบัติตามธรรมชาติชิ้นนี้มาก เขาสามารถรับประทานเองหรือให้คีตารับประทานก็ได้ เพียงแค่นั้นพลังต่อสู้ของพวกเขาก็จะสูงขึ้นอีกมาก ยิ่งพวกเขาเป็นสายเสริมพลังที่ทับพลังขึ้นไปอีกหลายขั้น พวกเขาอาจสามารถต่อกรกับนักสลักโทได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเช่นหลายครั้งก่อน
เป็นอีกหนึ่งครั้งที่นิทานเห็นถึงพลังของการมีทรัพย์สิน
แม้จะอยากได้เพียงไร เขาก็รู้ตัวเองดีว่าตนไม่อาจเข้าแก่งแย่งสมบัติชิ้นนี้ แม้เขาจะพอมีโอกาสได้อยู่บ้างแต่สมบัติชิ้นนี้ไม่ตอบสนองจุดประสงค์หลักของเขา เขาต้องการสมบัติที่สามารถเพิ่มทางเลือกและรูปแบบการต่อสู้ให้เขาได้ เขาชอบเข้าต่อสู้โดยวางแผนไว้ก่อน ไม่ใช่เข้าชนโดยตรง
แม้การเสริมกำลังกายจากแอปเปิลวสันต์ผันแปรจะเสริมศักยภาพให้เขาโดยตรง แต่มันยากต่อการพลิกแพลง
“1ล้านไกอา!” องค์หญิงไพลินสู้ราคาโดยการกระโดดขึ้นไปทีเดียวถึง1ล้านไกอา
นิทานเพียงมองก็เข้าใจได้ทันทีว่าสมบัติชิ้นนี้เหมาะกับไพลินเพียงใด ในฐานะผู้ไร้พลังหากเธอทำพิธีสลักคำเป็นผู้เรียนรู้เมื่อใด เพียงแค่เธอรับประทานมัน พลังต่อสู้ของเธอจะสูงขึ้นอีกหลายเท่าในพริบตา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่เจอคำแห่งพลังน้อยเช่นเธอ
“1ล้าน2แสนไกอา!” คราวนี้ผู้เข้าร่วมประมูลคือตัวแทนจากศาสนาปฐมมันตรา นิทานเพียงจ้องมองการประมูลนี้อยู่ห่าง ๆ
"1ล้าน5แสนไกอา!" ชายหนุ่มผมเขียวจากจักรวรรดิมาลาไคเอ่ยขึ้น
เวลาผ่านพ้นไป ผู้ที่ได้รับสมบัติตามธรรมชาติชิ้นนี้ไปครองคือผู้เข้าร่วมงานทางชั้นล่างผู้หนึ่ง โดยราคาประมูลถูกดันไปอยู่ที่ 2ล้านไกอา
“สมบัติชิ้นต่อไป วัตถุเสริมอาคมประเภทป้องกัน สามารถป้องกันการโจมตีระดับนักสลักได้หลายครั้ง กระดิ่งครวญกุหลาบขาว!” การประมูลอันดุเดือดเริ่มขึ้นอีกครั้ง
เพียงไม่นานสมบัติหลายชิ้นก็ทยอยถูกนำออกมาล่อตาล่อใจ
“สมบัติชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่เราภูมิใจ สมบัติตามธรรมชาติ สะเก็ดดาวตกเพลิงทอง! วัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับหลอมสร้างวัตถุเสริมอาคมหรือวัตถุสลักคำ!”
“มีท่านใดต้องการพลังโจมตีเพื่อต่อกรกับพลังแห่งไฟหรือไม่? วัตถุสลักคำ คันฉ่องเหมันต์ซ่อนเร้น! ตราบใดที่คันฉ่องยังไม่แตกหัก เปลวไฟทั้งหมดย่อมถูกสายลมหนาวพัดทลายสิ้น!”
สมบัติชิ้นแล้วชิ้นเล่าประมูลผ่านสายตาของเขาไป เพียงเริ่มการประมูลไม่นานก็ปรากฏสมบัติล้ำค่าหลายสิบชิ้นแล้ว นิทานเพียงนั่งมองสมบัติต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ เพื่อขยายความรอบรู้ของตนเอง มีหลายชิ้นที่ราคาประมูลจบลงไม่ถึงล้านไกอา เขาสามารถซื้อได้ แต่ของเหล่านี้ล้วนไม่ตรงต่อความต้องการของเขา
มีถึงสามชิ้นที่ถูกประมูลไปโดยองค์หญิงไพลิน ของทุกชิ้นที่เธอได้รับล้วนมีศักยภาพในการใช้งานสูงและส่งเสริมกันได้เป็นอย่างดี เพียงนิทานนึกถึงยามที่เธอจะใช้มันออกมาเขาก็อดตัวสั่นไม่ได้ เพื่อนของเขาผู้นี้มีวิธีต่อสู้ที่ค่อนข้างน่ากลัวทีเดียว
กระดิ่งครวญกุหลาบขาวตกเป็นของอินจันทร์ เขาซื้อมันมาในราคาถึง1ล้าน5แสนไกอา อินจันทร์เพียงยิ้มน้อย ๆ ให้นิทานพลางเก็บมันลงในกระเป๋าเสื้ออย่างไม่ยินดียินร้าย ดูเหมือนอินจันทร์จะเตรียมการในกรณีอย่างเหตุการณ์ในป่าศิลาลัยอีก
เวลาหลายชั่วโมงผ่านพ้นไป จนในที่สุดก็มีของชิ้นหนึ่งที่เข้าตานิทานเป็นอย่างยิ่ง