Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    No.19 ทางใคร ทางมัน

    "วู้บบบบบ!!"
    เมื่อฟ็อกซ์กับลูเคียถูกเคลื่อนย้ายมาถึงดันเจี้ยนชั้นแรก ซึ่งอยู่ในจุดปลอดภัยที่มีออร่าแสงสีเขียวปกคลุมตรงจุดเชื่อมทางวาร์ป ฟ็อกซ์ก็เริ่มสาดส่องสายตามองไปพื้นที่รอบๆ บริเวณ ก็พบว่าดันเจี้ยนนี่ค่อนข้างให้ความรู้สึกที่ชวนน่าขนลุกทั้งๆ ที่ไม่ปรากฏสัตว์อสูรสักตัว ก่อนที่ฟ็อกซ์จะเรียกใช้เนตรมนตรา
    "ฮืม!!"
    ฟ็อกซ์ถึงกับตกตะลึงไม่น้อยหลังจากที่ใช้เนตรมนตรา เพราะสามารถตรวจจับอสูรได้นับไม่ถ้วน ส่วนมากมักจะอยู่ใน Rank E กับ F แต่ที่น่าหวาดหวั่นก็คืออสูรพวกนี้ชอบอยู่เป็นกลุ่มอย่างน้อย 4-5 ตัว และที่ตรวจจับได้เป็นอสูรประเภทเดียวกัน ส่วนภารกิจของฟ็อกซ์กับลูเคียคือล่าจิ้งจอกหิมะที่อยู่ในชั้น 3 จำนวนสองตัวกี่หางก็ได้
    นั่นหมายความว่าพวกเขาจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอสูรพวกนี้ และหาทางขึ้นไปในชั้นต่อไปเพื่อรักษากำลังรบให้เหลือมากที่สุด เพราะมีเวลาจำกัดอยู่ที่ 5 ชั่วโมงเมื่อครบกำหนดเวลายังไม่สามารถเคลียร์ภารกิจได้ ถือว่าภารกิจล้มเหลวและต้องได้รับโทษตามกฏของโรงเรียน
    ในส่วนของดันเจี้ยนทั่วไปนั้นจะมีเพียงเส้นทางเดียว แค่ฝ่าออกไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับจุดวาร์ปที่สามารขึ้นไปยังชั้นต่อไปได้ ส่วนจุดปลอดภัยจะมีเพียงแค่ชั้นแรกเท่านั้น พอขึ้นไปยังชั้นต่อไปสิ่งแรกที่ต้องกระทำก็คือกระจายจิตสัมผัสออกไปรอบๆ เพื่อคอยตรวจสอบและป้องกันสัตว์อสูร
    "นายคิดว่าไง จะฝ่าไปยังจุดวาร์ปต่อไปเลยไหม!?" ลูเคียเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
    "แล้วแต่!!" ฟ็อกซ์เอ่ยตอบอย่างเรียบง่ายก่อนจะเรียกมีดคู่ออกมา
    "แล้วจะเอาอาวุธออกมาทำไม!?" ลูเคียถามอย่างสงสัย
    "จะฝ่าออกไปไม่ใช่หรือไง คิดว่าจะไม่มีการปะทะกันหรือไง" ฟ็อกซ์ถามกลับให้อีกฝ่ายได้คิด
    "นี่นายจะบ้าหรอ!! แค่หลบเลี่ยงก็พอแล้วพวกเราไม่ได้มีเวลามาสู้กับอสูรระดับต่ำพวกนี้หรอกนะ"
    "หรอ!! ตามนั้น" ฟ็อกซ์เอ่ยตอบสั้นๆ ก่อนจะเก็บอาวุธไป
    "นี่นายจะไหวแน่หรอ!? อย่างมาเป็นตัวถ่วงก็แล้วกัน!!" ลูเคียถามย้ำก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก
    "อย่าเสียเวลากับคำถามไร้สาระ!!" ฟ็อกซ์ที่เริ่มฉุนกล่าวปัดขึ้นทันที
    "ตามใจ ถ้าตายก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน" ลูเคียก็เริ่มเดือดดาลเหมือนกัน
    ฟ็อกซ์ไม่พูดพล่ามต่อก่อนจะวิ่งฝ่าออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีลูเคียตามไปติดๆ จะมีอสูรบางตนเท่านั้นที่มีระดับสูงหน่อย สามารถตรวจจับพวกของฟ็อกซ์ได้จากกลิ่นก็คือหมาป่าขนเทา เมื่อพวกมันได้กลิ่นก็เริ่มวิ่งตามกันมาหลายสิบตัว ด้วยความเร็วของฟ็อกซ์และลูเคียเรียกได้ว่าเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
    แต่เป็นเพราะภายในดันเจี้ยนคล้ายคลึงกับถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสูงมากกว่าสิบเมตร ความกว้างจากสายตาที่ประเมินคร่าวๆ คือห้าสิบเมตร ทว่าเส้นทางภายในดันเจี้ยน กลับเต็มไปด้วยโขดหินที่แหลมคมเกือบตลอดเส้นทางและแสงสว่างที่มีเพียงน้อยนิด ทำให้ฟ็อกซ์กับลูเคียไม่อาจใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่
    ผิดกับฝูงหมาป่าขนเทาที่ชำนาญเส้นทางภายในดันเจี้ยนเป็นอย่างดี จึงเริ่มตามมาติดๆ สำหรับฟ็อกซ์ที่วิ่งนำหน้าไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว ส่วนลูเคียที่ตามมาแม้จะลบสัมผัสตัวตนได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้หมาป่าขนเทาตรวจจับได้คือกลิ่นกายของสิ่งมีชีวิตอื่นนอกเหนือไปจากพวกมัน
    สำหรับฟ็อกซ์แล้วนั้นในคราแรกที่เรียกอาวุธขึ้นมา ก็เพราะรู้ว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ ตั้งแต่ที่รู้ว่าอสูรในชั้นแรกคือตัวอะไร และยิ่งเมื่อเห็นว่าอสูรในภารกิจครั้งนี้คืออะไรก็ถึงกับต้องขุมขมับ นั่นก็เพราะยัยลูเคียที่ออกมาทำภารกิจกับเขายังไงซะก็เป็นผู้หญิง แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ฝูงหมาป่าขนเทาไลล่าพวกเขาก็คือกลิ่นน้ำหอม
    แม้ว่ามันจะเจือจางไปบ้างแต่ขนาดฟ็อกซ์ยังได้กลิ่น มีหรือที่ฝูงหมาป่าขนเทาจะไม่ได้กลิ่นถึงลูเคียจะลบสัมผัสตัวตนก็จริง แต่ถ้าเทียบกับราเซียมันคนละชั้นกันเลยขนาดราเซียนั้นมีกลิ่นน้ำหอมที่คละคลุ้มไปทั่ว แต่พอถึงเวลาการต่อสู้ กลับไร้ซึ่งกลิ่นเรียกได้ว่าการลบสัมผัสตัวตนของราเซียสมบูรณ์แบบมาก
    ส่วนลูเคียนะเหรอยังมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ออกมาตลอดเวลา ในตอนแรกฟ็อกซ์จึงคิดจะรั้งท้ายเพื่อถ่วงเวลาให้ แต่เจ้าตัวปัญหาอย่างลูเคียกลับเข้าใจเจตนาเขาผิด แถมยังส่งท้ายด้วยคำพูดเชิงดูถูกอีกต่างหาก ฟ็อกซ์จึงไม่สนใจอีกถ้าหากอีกฝ่ายต้องตายไปก็ถือว่าเป็นเพราะความโง่งมของตัวเธอเอง
    ทางด้านลูเคียเองก็แปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่าฝูงหมาป่าขนเทาไล่ตามเธอมาติดๆ ซ้ำยังคิดไปว่าเป็นเพราะฟ็อกซ์เด็กหนุ่มที่นำหน้าเธอลบสัมผัสตัวตนได้ไม่แนบเนียน ทำให้ฝูงหมาป่าขนเทาจำนวนมากต่างวิ่งมาทางกลุ่มของพวกเธอ ก่อนจะพูดอย่างดูถูกขึ้นอีกครั้ง
    "ถ้านายไร้ความสามารถขนาดลบสัมผัสตัวตนไม่ได้ ก็อย่ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำคนอื่นสิ" สิ้นเสียงของลูเคียเธอก็รีบดีดตัวนำหน้าฟ็อกซ์ไปทันที
    ฟ็อกซ์ได้แต่ทำเหนื่อยหน่ายกับความโง่ของเด็กสาวตรงหน้า จนอดคิดไม่ได้ว่าไอ้ท่าทีหยิ่งจองหองอวดดีนั่นคงต้องให้กลายเป็นผีเฝ้านรกอยู่ในดันเจี้ยนนี่แหละ ก่อนจะสวนกลับไปด้วยประโยคง่ายๆ
    "จากนี้ไปทางใครทางมัน ต่างคนต่างสู้แล้วกันนะ!!" ทันทีที่ฟ็อกซ์เอ่ยจบก็ดีดตัวไปอีกด้านนึงทันที
    30 นาทีผ่านไป...
    หลังจากที่ฟ็อกซ์แยกตัวออกมาก็พบทางวาร์ปขึ้นไปยังชั้นสอง เขาไม่รอช้ารีบขึ้นไปยังชั้นต่อไปทันที โดยที่ชั้นนี้ต่างจากชั้นแรกอย่างสิ้นเชิงเพราะมันแลดูคล้ายป่าหนาทึบซะมากกว่า ฟ็อกซ์ต้องเร่งทำภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนเรื่องลูเคียจะเป็นหรือตายก็ช่าง เหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวก็คือเขาต้องการสะสมแต้มภารกิจให้ได้มากที่สุด
    เพราะมันสามารถนำไปใช้แลกทักษะมนตราระดับสูง และยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายทั้งแลกของทั่วไป อาวุธ เงิน หรือแม้แต่แลกเป็นวันหยุดพักผ่อนเพื่อกลับบ้านก็ได้ สำหรับฟ็อกซ์แล้วมีเพียงสองอย่างที่ต้องการก็คือทักษะมนตราระดับสูง และวันหยุดเพื่อลากลับบ้านเท่านั้นซึ่งล้วนแล้วแต่มีราคาสูงทั้งสิ้น
    พอขึ้นมาถึงชั้นที่สองฟ็อกซ์ก็พบว่าไม่สามารถลบตัวตนแบบชั้นที่หนึ่งได้ เพราะอสูรในชั้นนี้คือจากัวร์เป็นอสูรที่ขึ้นชื่อเรื่องการล่าเหยื่อ มันมีรูปร่างคล้ายคลึงกับเสือดาวที่ดูแปลกไปก็คือเกล็ดมีขึ้นตามตัวของมัน ดูคล้ายกับว่ามันกำลังสวมเสื้อเกราะ ที่อสูรพวกนี้จัดเป็นอสูรระดับต่ำก็เพราะพวกมันไม่สามารถใช้มนตราได้
    ฟ็อกซ์ถึงกับลอบเหงื่อตกเพราะการต่อสู้ภายในชั้นสองนี้จะเรียกว่าง่ายหรือยากก็ได้ เพราะจากัวร์ไม่ชอบอยู่เป็นกลุ่มหรือก็คือถ้าสังหารมันเงียบๆ ได้ก็ผ่านไปได้ง่ายเช่นกัน แต่พวกมันนอกเหนือไปจากความเร็วแล้วยังมีประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยมอีกด้วย หากโจมตีพลาดหรือใช้มนตราโจมตีจนเกิดเสียงดังพวกจากัวร์ที่เหลือก็จะแห่กันมา ขณะที่ฟ็อกซ์กำลังซุ่มรออยู่เงียบๆ เพื่อหาวิธีล่อมันออกไปทางอื่นอยู่นั้น
    "ตู้มมมมมมมมมม!!!!!"
    เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งชั้น เจ้าจากัวร์ที่ได้ยินเสียงระเบิดมันรีบวิ่งพุ่งออกไปยังจุดที่เกิดระเบิดอย่างรวดเร็ว ฟ็อกซ์ได้แต่ส่ายหัวกับความโง่เง่าของยัยลูเคีย ก่อนจะเลิกสนใจแล้วดีดตัวพุ่งไปเพื่อหาจุดวาร์ปไปยังชั้นสามเพื่อล่าจิ้งจอกหิมะต่อ ได้แต่แอบขบคิดในใจอย่างเงียบๆ
    "อย่าตายโง่ๆ ก็แล้วกันยัยบื้อเอ้ย!!"
    มาทางด้านของลูเคียที่ในเวลานี้เริ่มมีอาการบาดเจ็บออกมาให้เห็นบ้างแล้ว เสื้อผ้าที่ขาดเป็นวิ่นๆ เพราะรอยเล็บของหมาป่าขนเทา ที่น่าแปลกก็คือร่างกายเธอไม่มีเลือดไหลออกมาเลย ทันทีที่ลูเคียก้าวขึ้นมาถึงชั้นสองก็พบจากัวร์ที่กำลังกัดกินซากของจากัวร์ด้วยกันเองอยู่ ก่อนจะร่ายมนตราธาตุน้ำแข็งที่แหลมคมพุ่งเข้าไปโจมตี
    "ฟึ่บ!! ฟึ่บ!! ฟึ่บ!!"
    ทว่าแท่งน้ำแข็งที่แหลมคมที่รวดเร็วกลับไม่โดนเป้าหมายสักอัน ก่อนที่จากัวร์จะเห็นเหยื่อรายใหม่ของมันแล้วพุ่งเข้าจู่โจมลูเคียอย่างรวดเร็ว อาจเรียกได้ว่าเร็วกว่าแท่งน้ำแข็งของลูเคียหลายสิบเท่า ในเสี้ยวจังหวะนั้นเองลูเคียร่ามนตราธาตุไฟเป็นลูกบอลสีเพลิงขนาดหนึ่งฝ่ามือ
    ในชั่วเสี้ยววิก่อนที่กรงเล็บของจากัวร์จะถึงลูเคียเธอก็อาศัยจังหวะนั้นหลบหลีกเล็กน้อย ก่อนจะประทับบอลสีเพลิงไปกลางลำตัวจากัวร์ส่งร่างของมันกระเด็นออกไป และเกิดเสียงระเบิดจนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว แรงระเบิดจากบอลสีเพลิงมีพลานุภาพมากทำให้ลูเคียต้องร่ายมนตราป้องกันตัวเธอด้วย
    ทว่าเมื่อเธอกำลังดีใจกับผลงานของเธอ และกำลังจะเข้าไปเก็บผลึกอสูรเพื่อใช้ดูดซับมานา กลับพบว่าบัดนี้เธอได้ถูกฝูงจากัวร์ล้อมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลูเคียถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปทันทีก่อนจะนำเอายาสองเม็ดขึ้นมาโยนใส่ปาก พร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้อย่างรวดเร็วพลางได้แต่คิดในใจ
    "ไอ้ผู้ชายเฮงซวยถ้าหากฉันต้องตายไป จะขอตามจองล้างจองผลาญแกไปทุกๆ ชาติ!!"
    ----------------------------------------------------------