ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่100 เปลี่ยนแปลงกฎ

            หนิงเฟยหลงไม่รอช้ารีบเข้ามารับคะแนนทันทีผู้อาวุโสคนเดิมเป็นผู้ตรวจสอบและมอบคะแนนคราวนี้มันไม่มีข้อกังขาแต่อย่างใดกับชายหนุ่มชื่อเสียงของชายหนุ่มโด่งดังเกินกว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้กลับกันยามนี้มันรู้สึกหวาดกลัวในตัวชายหนุ่มลึก ๆ

     

              นอกจากการรบเป็นที่ประจักษ์แล้วยังมีข่าวลืออกมาอีกว่าชายหนุ่มได้ก้าวเข้าสู่แก่นแท้พลังขั้นปลายแล้ว นั่นจึงทำให้ผู้อาวุโสหวาดกลัวมันมันรีบมอบคะแนนเพื่อให้ชายหนุ่มรีบจากไปเสียที

     

              จุดมุ่งหมายต่อไปคือ ตึกศาสตราคราวนี้มันจะได้แลกอาวุธระดับปฐพีเพิ่มอีก

     

              เมื่อมาถึงตึกศาสตราชายร่างอ้วนตุ๊ต๊ะคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เบิกบานมันรู้ดีว่าวันนี้ต้องมีโชค “ศิษย์พี่ที่เคารพเชิญ ข้าจะพาท่านเข้าไปเอง”

     

              “ได้ นำทางเถอะ”ศิษย์นอกผู้นี้แสดงกิริยาที่สุภาพ ให้ความเคารพหนิงเฟยหลงอย่างยิ่งเมื่อหนิงเฟยหลงบอกจะไปดูอาวุธระดับปฐพีรอยยิ้มของมันก็ยากที่จะปกปิดรีบนำทางไปโดยเร็ว

     

              ในห้องอาวุธระดับปฐพียังคงไว้ดังเดิม ไม่มีอาวุธลดหรือเพิ่มชัดแล้วว่านอกจากหนิงเฟยหลงคงไม่มีใครที่มีความสามารถเทียบเท่าชายหนุ่มวันนี้มันถือแต้มกว่าสามหมื่นมาหากมันเลือกอาวุธปฐพีที่ราคาไม่สูงนักอาจแลกได้ถึงสามชิ้น

     

              แต่ชายหนุ่มไม่ได้มาเพื่อแลกอาวุธปฐพีพวกนั้นที่มาในวันนี้เพราะชุดเกราะว่างเปล่า ครั้งก่อนมันเคยมาแล้วและถูกใจอาวุธเพียงสองอย่าง หนึ่งกระบี่ หนึ่งชุดเกราะมันรับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาของชุดเกราะนี้ แต่ชุดเกราะนี้ราคาแพงเกินไปและยังดูชำรุดบางส่วน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีพลังลึกลับดึงดูดชายหนุ่มให้สนใจ

     

              มันมาถึงแล้ว แต่กำลังชั่งใจอยู่เดินวนรอบห้องถึงสามรอบแล้วจึงตัดสินใจ กลั้นใจเลือกชุดเกราะว่างเปล่า

     

            สำนักยุทธ์หลวงบัดนี้เหลือศาสตราวุธระดับปฐพีเพียงหกชิ้นแล้ว ได้แก่ ทวนขวาน ค้อน กระบอง หอก ดาบ แต่ของทั้งหกนี้แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นระดับปฐพีแต่นั่นก็เป็นเพียงอดีต ยามนี้มันชำรุดเสียหายมาก จึงสมควรต้องเรียกว่ากึ่งปฐพีนี่จึงเป็นเหตุผลที่แลกมันได้ในราคาที่ต่ำกว่าชุดเกราะว่างเปล่าและกระบี่ร่วงโรย

             

            ในอาณาจักรแห่งนี้สำนักยุทธ์หลวงนับว่าครอบครองอาวุธระดับปฐพีมากที่สุดเดิมมีทั้งสิ้นสิบสองชิ้น สองชิ้นอยู่ที่เจ้าสำนัก อีกสองชิ้นแบ่งให้รองเจ้าสำนักคนละชิ้นและสุดท้ายสองชิ้นมาอยู่ในมือของผู้เยาว์เลื่องชื่อนาม หนิงเฟยหลง

             

            แน่นอนว่าเรื่องที่ชายหนุ่มครอบครองยุทธภัณฑ์ระดับนี้ได้ถูกปล่อยข่าวออกไปแล้วโดยผู้ที่ไม่หวังดีผู้ฝึกยุทธ์มากมายต่างจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาเป็นมันชายหนุ่มคล้ายเนื้ออันโอชะของพวกมัน แต่หารู้ไม่ว่าเนื้อชิ้นนี้แม้ว่าอร่อยแต่กลับมีพิษร้ายซุกซ่อน

             

            แต่อาวุธระดับนี้ไม่ได้มีเพียงสำนักยุทธ์หลวงเท่านั้นที่ครอบครองแต่ยังมีราชสำนักถือครองชิ้นหนึ่ง สามตระกูลใหญ่ที่ครอบครองอยู่ตระกูลละชิ้นรวมถึงสถานที่อันคุมการเงินของอาณาจักรอย่างหอสมบัติที่เก็บซ่อนไว้อีกชิ้นเท่ากับว่าในอาณาจักรนี้มีอาวุธระดับปฐพีถึงสิบเจ็ดชิ้น !

             

            มันเป็นไปได้ยากที่จะทำใจเชื่อว่าแคว้นระดับกลางครอบครองยุทธภัณฑ์ระดับปฐพีได้ถึงสิบเจ็ดชิ้นยังดีที่เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้รั่วไหลไปทั้งหมดไม่เช่นนั้นแคว้นเยว่คงจะอยู่ไม่เป็นสุขอีก โดยเฉพาะสำนักยุทธ์หลวง

             

            สำนักยุทธ์หลวงยิ่งอยู่ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกถึงความลึกลับบางประการการถือครองศาสตราระดับปฐพีไว้มากมาย พวกมันนำมาจากที่ใดหรือว่าอาณาจักรแห่งนี้จะซุกซ่อนยอดฝีมือผู้หลอมอาวุธไว้อยู่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น่ากลัวเกินไปแล้ว รากฐานของอาณาจักรคงต้องล้ำลึกสุดจะหยั่งเป็นแน่

             

            ยังดีที่ศาสตราอีกหกชิ้นไม่สมบูรณ์จึงไม่สามารถเปล่งอานุภาพที่แท้จริงได้ไม่เช่นนั้นคงเกิดความโกลาหลไม่จบสิ้น

             

            หนิงเฟยหลงเป็นผู้ศึกษามากเรื่องแบบนี้มันต้องรู้เช่นกันต่อไปมันต้องจัดการปัญหาเรื่องอาวุธต่อ มิเช่นนั้นคงมีจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพมาเยือนมันเหมือนคราที่ออกศึกครั้งสุดท้ายในสงครามกับโจรเขาตงซานอีก พลังของมันในยามนี้ไม่อาจต่อกรได้เต็มที่

     

              ศิษย์ฝ่ายนอกผู้คอยบริการกล่าวแสดงความยินดีเรียกสติของชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าศิษย์พี่ผู้นี้เงียบนานเกินไป มันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่“ยินดีด้วยศิษย์พี่ท่านได้รับยุทธภัณฑ์ระดับปฐพีอีกชุดแล้วท่านเป็นคนแรกเลยที่มาแลกเอาของระดับนี้ไปได้ ทั้งยังได้รับไปถึงสองชิ้น”

     

            ศิษย์นอกผู้นี้แม้ว่าจะเคยเห็นหนิงเฟยหลงมาเลือกอาวุธระดับปฐพีไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็อดแปลกประหลาดใจไม่ได้ กับความสามารถที่สั่งสมแต้มมากมาย เพื่อมาแลกสิ่งของ

     

              หากเป็นตัวมันเองต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะมีแต้มมากมายถึงเพียงนี้กัน?

     

              “ฮ่า ฮ่า ศิษย์น้องขอบใจมากข้าไปก่อนล่ะ” หนิงเฟยหลงรู้สึกอารมณ์ดีและเสียดายในเวลาเดียวกันมันดีใจที่ได้ยุทธภัณฑ์ระดับนี้มา แต่ก็เสียดายแต้มที่เสียไป

     

              “โชคดีนะศิษย์พี่”ชายร่างกลมโบกมือไล่หลังด้วยรอยยิ้ม วันนี้มันรวยแล้ว ได้แต้มตั้งสองพันห้าร้อย !

     

              ตอนนี้คะแนนของหนิงเฟยหลงเหลืออยู่ห้าพันมันไม่รู้จะเอาไปทำสิ่งใดดี แต่ในหัวก็นึกถึงสิ่งหนึ่งได้ “หนิงอันอัน”ใช่แล้วขณะที่มันตัดสินใจมาแลกอาวุธก่อน ก็ไม่ได้นึกถึงนางมากเท่าไหร่มันต้องรีบไปหาน้องสาว “เลยเวลาไปหลายวันไม่รู้นางจะโกรธข้าหรือไม่ ?”

     

              ชายหนุ่มรีบตะบึงไปหาน้องสาว “อันอันพี่มาแล้ว !”หนิงอันอันที่นั่งใต้ต้นไม้บ่มเพาะพลังอยู่เมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายก็รีบกระโจนร่างใส่ “พี่ !”สาวน้อยรู้สึกดีใจมากแต่ก็โกรธเคืองนิด ๆ

     

              “ท่านหายไปนานเหลือเกิน”นัยน์ตาของนางสั่นไหว

     

              หนิงเฟยหลงลูบหัวนางแล้วเอ่ยปลอบเบา ๆ“ข้ามานี่แล้วไง” มันหยุดพูดสักพัก “ข้ามีของมาฝากเจ้าด้วย”

     

              หญิงสาวถอยร่างออกเล็กน้อย “อะไรหรือ ?”

     

              “คะแนนห้าพันแต้ม พอหรือไม่ ?”หนิงอันอันเงียบไป นางตกตะลึงอึ้งอยู่ “ห้าพันเลยรึ ?” หนิงอันอันคิดว่าตนฟังผิดไปแต่ต่อมานางก็รู้ว่าตนไม่ได้ฟังผิด เมื่อพี่ชายยื่นห้าพันแต้มให้นางจริง ๆ“ขอบคุณ” หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา พี่ชายยังไม่ลืมนาง

     

              ทั้งสองพูดคุยกันสักพักหนิงเฟยหลงไถ่ถามเรื่องการฝึกฝนของหนิงอันอัน ถึงได้รู้ว่านางมาถึงกำเนิดพลังแล้วและกำลังทะลวงขึ้นขั้นที่สอง หากทำได้สำเร็จการประลองที่จะถึงนี้นางจะร่วมด้วยเพื่อที่จะเลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายใน หนิงเฟยหลงกลายเป็นอึ้งงันแทนไม่คิดว่าการเติบโตพลังยุทธ์ของน้องสาวจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ไม่อาจดูถูกร่างบงกชเหมันต์ได้เลย

     

              “อันอันเจ้านำคะแนนพวกนี้ไปแลกสิ่งของที่เจ้าต้องการในการฝึกฝนพี่จะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่” หนิงเฟยหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูยิ่ง

     

              ดวงตาของหนิงอันอันสว่างไสวพร่างพราวเสมือนสาวน้อยน่ารักไร้ซึ่งพิษภัย หนิงเฟยหลงเกือบลืมเลือนวีรกรรมของสาวน้อยไปสิ้นทว่านั่นมันก็คืออดีต เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วย่อมไม่หวนคืนไปมันเริ่มจะมั่นใจในตัวน้องสาว หลังจากพูดคุยอยู่นาน ทั้งสองก็ได้ล่ำลาไปฝึกฝนในที่ของตนเอง

             

            หนิงเฟยหลงก็จำเป็นต้องฝึกฝน แม้ว่ามันจะชนะได้อย่างสบาย ๆแต่นั่นก็ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของมัน การประลองที่จะมาถึงเป็นเพียงเรื่องเด็ก ๆสำหรับมัน แต่ที่มันต้องการคือ ความแข็งแกร่งที่มากขึ้นมากจนขอบเขตแดนพิภพไม่เป็นภัยกับตัวมัน !

             

            ต่อไปนี้การเผชิญหน้าของมันคงไม่พ้นระดับแก่นแท้พลังจนถึงขอบเขตแดนพิภพ !

             

            ...

             

            เมื่อกลับมาถึงห้องของตนมันก็แขวนป้ายปิดด่าน เข้าสู่มิติปริศนาอีกครั้ง

             

            “พลังยุทธ์ใกล้ทะลวงแล้ว !” หลายวันที่ผ่านมันไม่ได้สังเกตเลยว่าหลังจากการต่อสู้กับชายลึกลับเขตแดนพิภพนั่นไปจะทำให้พลังยุทธ์ของมันเพิ่มมากขึ้นลมปราณในทะเลลมปราณหนาแน่นมากมากจนเกือบจะทะลวงผ่านไปได้ ขาดอีกเพียงนิดเท่านั้น

             

            จุดตันเถียนของชายหนุ่มมีขนาดใหญ่เกินไป หลังจากที่ได้โอสถวิเศษจากผู้สูงส่งมาหลายสิ่งหลายอย่างภายในร่างกลับขยายใหญ่ขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระดูก เส้นลมปราณและจุดชีพจรต่าง ๆ โดยเฉพาะจุดตันเถียนที่ใหญ่มากกว่าคนปกติถึงสิบถึงร้อยเท่า !

             

            นี่เป็นอีกสาเหตุที่การเผชิญหน้ากับระดับแก่นแท้พลังไม่ใช่ปัญหาสำหรับชายหนุ่ม

             

            หนิงเฟยหลงทำการบ่มเพาะพลังทันทีพลังแห่งชีวิตในมิตินี้หนุนเสริมมันเป็นอย่างมาก ลมปราณบริสุทธิ์ถูกดูดกลืนเข้าภายในร่างกายอย่างหิวกระหาย

             

            ปึง !

             

            โฮก !!!!

             

            ทะเลลมปราณร้องคำราม

             

            ปัง !เสียงดังราวกับระเบิด คลื่นลมโดยรอบหมุนวนและหายไปในร่างชายหนุ่มในที่สุดหนิงเฟยหลงลืมตาขึ้นมา มันก้าวสู่ขั้นที่เจ็ดสำเร็จแล้วการทะลวงขั้นในครั้งนี้เป็นไปอย่างง่ายจนน่าเหลือเชื่อแม้แต่ตัวมันเองยังต้องตะลึง

             

            “นี่มันจะเร็วเกินไปหรือไม่ ?” หนิงเฟยหลงค่อย ๆ ปรับความคุ้นชินระหว่างขั้นหกกับเจ็ดถือว่าต่างกันมากอยู่ เนื่องจากเป็นการแบ่งระหว่างขั้นกลางกับขั้นปลาย หากจะเรียกว่าห่างกันอยู่ครึ่งระดับก็ได้พลังที่มีความหนาแน่นก็แตกต่าง

             

            สิ่งที่มันจะทำต่อไปคือการฝึกฝนกาย จากเคล็ดวิชากายาปัญจธาตุมันได้ฝึกไปแล้วร่างหนึ่งคือร่างลมหวน ยังขาดอีกสี่ร่างเพียงแต่ในคัมภีร์กลับบันทึกไว้เพียงสามร่างเท่านั้น ได้แก่ ร่างลมหวนร่างธาราเคลื่อน และร่างหงสา คือธาตุลม ธาตุน้ำ และธาตุไฟ มีเพียงนามของธาตุไฟที่แตกต่างมันดูสูงส่งเกินกว่าร่างใดก็ตาม

             

            มันควรจะเลือกร่างใดต่อจากร่างลมหวนกัน ?

             

            ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง !!!!

             

            เสียงเคาะประตูห้องอย่างรุนแรงปลุกชายหนุ่มให้ออกจากห้วงความคิดและมิติปริศนา

             

            ใครกัน ?

             

            หนิงเฟยหลงรู้สึกเสียอารมณ์ไม่น้อยใครกันมารนหาที่ตาย !

              

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน