ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 ศรพิษ

            “จะให้เอาออกมาให้นั้นย่อมได้แต่เสด็จพี่ก็ควรให้ข้าเห็นคนก่อนจริงหรือไม่” ม่อเวิ่นเฉินยังคงมีท่วงท่าเสมือนไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา

            เขาเอ่ยถามออกมาอย่างสบายๆ

            ท่าทางเช่นนั้นของเขาทำให้คนคิดอยากจะยกดาบขึ้นแทงเสียให้ตายอยู่ตรงนั้น

            แต่พวกเขาก็ไม่มีความสามารถพอจะทำได้

            เบื้องหลังของม่อเวิ่นเสวียนนั้นมีคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่เช่นเดิมทุกคนนั้นล้วนเป็นยอดฝีมือคอยคุ้มกันเขาทั้งทางซ้ายและขวา

            “แน่นอน...ว่าย่อมได้...”ม่อเวิ่นเสวียนกัดฟันเอ่ยออกมา ตอนนี้พวกเขาได้หักหน้ากันแล้วไม่จำเป็นต้องพะวงใดๆ อีก

            ซูฉีฉีในตอนนี้ก็เลิกผ้าม่านในรถม้าขึ้นมองไปด้านหน้าเช่นกัน

            นางกำลังคิดว่าม่อเวิ่นเฉินจะทำเช่นไร

            จะใช้ป้ายคุมทหารแลกกับตัวของเหลยอวี๊เฟิงจริงหรือ? นางดูอย่างไรก็ไม่เหมือนจะเป็นเช่นนั้นเสมือนว่าม่อเวิ่นเฉินนั้นกำลังหยอกล้อม่อเวิ่นเสวียนอยู่เสียมากกว่า

            ด้านหน้ากำลังพูดคุยตกลงกันอยู่ทว่าเหลิ่งเหยียนนั้นกลับเดินมาที่ด้านข้างของรถม้าที่ซูฉีฉีนั่งอยู่ในแววตามีความจนใจฉายออกมาเล็กน้อย “พระชายาท่านต้องระวังหน่อย บริเวณรอบๆ ได้ถูกฮ่องเต้สั่งให้คนมาล้อมไว้จนหมดแล้ว”

            ความหมายของเขาคืออีกเดี๋ยวนางต้องดูแลตนเองให้ดีๆ

            ในเวลาคับขันเช่นนี้พวกเขาต้องคุ้มครองเพียงม่อเวิ่นเฉินเท่านั้น

            ซูฉีฉีพยักหน้าสำหรับการกระทำเช่นนี้นั้นนางรู้ดีอยู่แก่ใจ

            ยังดีที่นางไม่ได้คิดว่าตนมีความสัมพันธ์พิเศษอันใดกับม่อเวิ่นเฉิน

            นางยกมือขึ้นทาบลงตรงตำแหน่งหัวใจจะบอกว่าไม่เจ็บตรงหัวใจนั้นเป็นเรื่องโกหก นางหวั่นไหวแล้วแท้ๆ จะแสดงท่าทีนิ่งเฉยไม่รู้สึกอันใดได้เช่นใดกัน

            แต่นางก็มีเพียงแต่ใช้ความนิ่งเฉยปกปิดทุกสิ่งอย่างเอาไว้เท่านั้น

            “รู้แล้ว”นางปล่อยผ้าม่านในมือลงก่อนจะตอบรับออกไปสั้นๆ ท่าทางของนางทำให้เหลิ่งเหยียนเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนี้เหมือนกันแต่ว่าเขาจะคุ้มครองซูฉีฉีได้ก็ต่อเมื่อม่อเวิ่นเฉินปลอดภัยแล้วเท่านั้น

            ลมหนาวเย็นพัดผ่านใบหน้าและร่างกายอย่างแรงทำให้ปลายของเสื้อคลุมตัวยาวสะบัดไปมาจนเกิดเสียงพึบพับๆ ดังขึ้น

            คนหนึ่งสวมชุดดำสนิทท่วงท่าเคร่งขรึมอีกคนหนึ่งสวมชุดเหลืองสว่างดูสูงศักดิ์ พวกเขาทั้งสองจับจ้องกันและกันนิ่งๆอยู่เช่นนั้น

            ต่างฝ่ายต่างไม่ขยับก่อนทว่าในทางลับนั้นกลับวางแผนทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยแล้วครั้งนี้จะต้องเป็นสงครามนองเลือดอย่างแน่นอน

            ห่างไปไม่ไกลนักก็เห็นองครักษ์ฝ่ายในสองคนกำลังพยุงเหลยอวี๊เฟิงก้าวเดินมาทางนี้เหลยอวี๊เฟิงในตอนนี้บาดแผลเต็มร่างกายเห็นได้ชัดว่าได้รับการทรมานมาอย่างรุนแรงแต่บนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นกลับกำลังยิ้มอยู่พลางใช้สายตาทักทายม่อเวิ่นเฉิน

            เมื่อเห็นสภาพของเหลยอวี๊เฟิงแล้วม่อเวิ่นเฉินก็กำเชือกในมือของตนแน่นขึ้นไอสังหารกระจายออกไปรอบพื้นที่อย่างไม่ปกปิดกระทั่งอาชาที่เขาขี่อยู่ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากไอสังหารของเขามันส่งเสียงร้องต่ำๆ ออกมาไม่หยุด

            บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ฝ่ายศัตรูขวัญเสียไปจนหมดแล้ว

            ม่อเวิ่นเสวียนที่รับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายตรงหน้าก็ค่อยๆยกมือขึ้นเพื่อเป็นการแจ้งทุกคนให้พร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ

             แม้ว่าเขาจะไม่เคยยอมรับว่าม่อเวิ่นเฉินนั้นเก่งกาจกว่าตนแต่เขาก็ไม่อยากใช้ชีวิตของตนมาเสี่ยง เขายังต้องรวมแผ่นดินนี้ให้เป็นหนึ่งและเอาทุกสิ่งที่ต้องการมาเป็นของตน

            ขอเพียงม่อเวิ่นเฉินเริ่มกระทำการใดๆก็แล้วแต่ เขาก็จะหลบออกจากคนกลุ่มนี้และให้พวกยอดฝีมือทั้งหลายจัดการกับเขาแทน

            คนต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของยอดฝีมือนับพันได้หรอก

            ต้องรู้ว่าเพื่อวันนี้ เขาได้จ้างยอดฝีมือในยุทธภพไปหลายพันคนแล้ว

            เมื่อเห็นว่าบรรยากาศโดยรอบนั้นไม่ปกตินักม่อเวิ่นเฉินก็มีสีหน้าจริงจัง เวลานี้เขาหันกลับไปมองรถม้าที่อยู่ด้านหลังของตนคนที่นั่งอยู่บนรถม้าก็คือซูฉีฉี

            สำหรับท่าทีที่นิ่งสงบของนางนั้นเขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจใดๆ

            ซ้ำเขายังรู้สึกชื่นชมในความเยือกเย็นและฉลาดหลักแหลมของนางอีกด้วย

            ทว่าซูฉีฉีที่อยู่ในรถม้าตอนนี้กลับกำลังคิดว่าจะช่วยตนเองให้รอดพ้นอย่างไรดีนางเย้ยหยันตัวเองพลางหยิบเอาเข็มทองที่อยู่ในแขนเสื้อของตนขึ้นมาหนีบไว้ระหว่างนิ้วมืออีกทั้งยังเอาไปคาบไว้ในปากอีกดอกหนึ่งอาวุธเพียงอย่างเดียวของนางก็คือเข็มทองเหล่านี้

            นางไม่เป็นวรยุทธ์นางมิอาจปกป้องตนเองในสนามรบได้เลย

            ตอนนี้ ขอเพียงแค่พวกยอดฝีมือไม่ได้จับจ้องมาทางนางซูฉีฉีก็เชื่อว่านางจะต้องรอดพ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้าไปได้อย่างแน่นอน

            การดูแลที่นางได้รับระหว่างทางมานั้นได้ทำให้นางรู้สึกเฉยชาไม่คาดหวังว่าจะมีผู้ใดมาช่วยชีวิตตนอีก

            ม่อเวิ่นเฉินรู้ว่าเหลยอวี๊เฟิงครั้งนี้จะไม่ใช่ตัวปลอมอีกแน่เขาหยิบเอากล่องผ้าในอกเสื้อของตนออกมาก่อนจะกระดกยิ้มมุมปากขึ้นรอยยิ้มนั้นเป็นยิ้มที่แข็งกระด้างแอบแฝงไปด้วยไอสังหาร

            ม่อเวิ่นเสวียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมิได้ขยับตัวเขายังคงจับจ้องไปที่ม่อเวิ่นเฉิน ไม่ปล่อยให้ท่าทางใดๆ ของเขาเล็ดลอดผ่านสายตากล่องผ้านั้นเป็นของที่เขาอยากได้ ขอเพียงปลดอำนาจทหารของม่อเวิ่นเฉินได้การจะฆ่าเขานั้นก็ถือเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งแล้ว

            เมื่อเห็นม่อเวิ่นเฉินยื่นมือออกมาทำให้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาบนกล่องผ้านั้นดึงดูดสายตาของผู้คนโดยทั่ว

            เหลยอวี๊เฟิงเดิมมีสีหน้ายิ้มแย้มไม่สนใจสิ่งใดแต่เมื่อได้เห็นการกระทำเบื้องหน้าของม่อเวิ่นเฉินแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที “ม่อเวิ่นเฉิน คนอย่างข้าไม่ต้องให้เจ้ามาช่วยเหลือรีบสั่งให้คนของเจ้าไสหัวออกไปเสีย”

            เห็นได้ชัดว่าเขามีโทสะเสียแล้ว

            “หุบปาก”ม่อเวิ่นเสวียนสะบัดแส้ในมือลงไปบนใบหน้าของเหลยอวี๊เฟิงทันทีใบหน้าหล่อเหลาที่ขาวสะอาดดุจหยกนั้นมีรอยเลือดปรากฏออกมาเส้นหนึ่ง

            นั่นทำให้ดวงตาที่แต่เดิมเยือกเย็นอยู่แล้วของเหลยอวี๊เฟิงในตอนนี้เต็มไปด้วยไอสังหารอันแรงกล้า

            แม้จะเป็นดุจพยัคฆ์ที่ไร้เขี้ยวเล็บแล้วแต่ก็ยังคงหยิ่งผยองทะนงตน

            ไม่มีท่าทียอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย

            ม่อเวิ่นเฉินดึงมือที่ถือกล่องของตนกลับทันที “เสด็จพี่”

            เพียงแค่เอ่ยสองคำนี้ออกมากลับทำให้ผู้คนโดยรอบรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่บุกทะลวงเข้ามาอย่างกะทันหันเป็นการเปิดสงครามเย็นขึ้นในทันที

            ดวงตาทั้งสองแม้ไม่มีโทสะปรากฏขึ้นแต่กลับดูน่าเกรงขามริมฝีปากเม้มแน่นเข้าหากันทำให้เขาดูโหดร้ายมากยิ่งขึ้น

            ม่อเวิ่นเสวียนหันไปจ้องเหลยอวี๊เฟิงก่อนจะดึงแส้ในมือกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์แล้วจึงค่อยหันไปมองม่อเวิ่นเฉิน “น้องข้า เจ้าจะยังยืนยิ้มอยู่ทำไมมือหนึ่งมอบคนมือหนึ่งส่งของ”

            เขาพูดพลางมองไปที่กล่องผ้านั้นเขาทนรอไม่ไหวอีกแล้ว

            ม่อเวิ่นเฉินส่งเสียงหึออกมาในลำคอก่อนจะพยักหน้าลง “ได้สิ”

            ทางม่อเวิ่นเสวียนก็ได้ส่งสัญญาณให้องครักษ์สองคนเดินพยุงเหลยอวี๊เฟิงไปด้านหน้าแต่กลับคาดไม่ถึงว่าเหลยอวี๊เฟิงจะดื้อดึงไม่ยอมเดินไป เขาจ้องไปที่ม่อเวิ่นเฉินโทสะของเขาลุกฮือจนแทบจะสามารถเผาที่นี่จนราบเป็นหน้ากองได้อยู่แล้ว

            “ม่อเวิ่นเฉินถ้าหากเจ้าเอาป้ายคุมทหารมาแลกกับตัวข้า จากนี้ไปพวกเราจะต่างคนต่างอยู่ไม่เกี่ยวข้องอันใดกันอีก”

            เหลยอวี๊เฟิงพูดทุกคำออกมาอย่างชัดเจนท่าทีของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก

            นี่ทำให้ผู้คนด้านหลังของม่อเวิ่นเฉินนั้นล้วนแต่รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นสหายที่ยอมร่วมเป็นร่วมตายต่อกันแม้กระทั่งซูฉีฉีที่อยู่ในรถม้าก็รู้สึกซึ้งใจไปกับคำพูดของเขา ช่างเป็นคนที่ยึดมั่นในคุณธรรมเสียจริงๆ

            ทว่าม่อเวิ่นเฉินกลับไม่สนใจแม้แต่น้อยเขายังคงยื่นกล่องผ้าออกไปนิ่งๆ เช่นเดิมเพื่อรอให้ฝ่ายตรงข้ามมาหยิบเอาไป

            เขาไม่มองไปที่เหลยอวี๊เฟิงหรือไม่แม้แต่จะสนใจในคำข่มขู่เมื่อครู่

            ความนิ่งสงบของม่อเวิ่นเฉิน โทสะของเหลยอวี๊เฟิงความนับถือจากซูฉีฉี อีกทั้งรอยยิ้มเย้ยหยันของม่อเวิ่นเสวียน ทุกสิ่งอย่างที่ผสานกันนี้กลับทำให้สถานการณ์ตรงหน้าหยุดนิ่งชั่วขณะ

            จากนั้นเหลยอวี๊เฟิงก็ถูกแรงผลักให้ก้าวไปข้างหน้า

            เหลิ่งเหยียนพร้อมกองทหารโลหิตเตรียมพร้อมที่จะบุกโจมตีทุกเมื่อ

            ในเวลาเช่นนี้ การบุกโจมตีเท่านั้นถึงจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

            เพราะว่าคนที่ม่อเวิ่นเสวียนพามานั้นไม่เพียงแต่จำนวนที่มีเยอะกระทั่งความสามารถก็ยังไม่ด้อยอีกด้วย

            เหลิ่งเหยียนและคนอื่นๆรับรู้ได้ถึงสภาวะกดดันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบริเวณรอบๆ

            ความจริงแล้วเหลยอวี๊เฟิงก็รู้สึกได้เช่นกันเพียงแต่ว่าตอนนี้เขาไม่อยากจะทำให้ม่อเวิ่นเฉินเดือดร้อนไปด้วยแต่เดิมเขาก็ไม่สามารถคุ้มครองมารดาของซูฉีฉีให้ปลอดภัยได้แล้วตอนนี้เขากลับมาเป็นตัวถ่วงให้กับม่อเวิ่นเฉินอีกเรื่องนี้ทำให้เขาเกลียดชังตนเองนัก

            เกลียดตนเองที่ไร้ความสามารถ

            เหลยอวี๊เฟิงค่อยๆเข้าใกล้ม่อเวิ่นเฉินขึ้นเรื่อยๆ ห่างกันเพียงแค่สิบก้าว...แปดก้าว...

            ลมเย็นพัดผ่านทำให้เสื้อคลุมตัวยาวสีดำกระพือเป็นเสียงดังพึบพับๆโครงหน้าที่งดงามดั่งรูปปั้นแกะสลักนั้นยิ่งดูเยือกเย็นมากยิ่งขึ้นเมื่อประกอบกับท่วงท่าอันเย็นชาของเขายิ่งทำให้องครักษ์สองคนที่ผลักเหลยอวี๊เฟิงอยู่นั้นกลับลังเลไม่กล้าก้าวเท้าไปข้างหน้าต่อ

            แม้ไม่ได้ขยับแต่ก็สามารถสร้างความกดดันให้กับฝั่งตรงข้ามได้แล้ว

            เมื่อเห็นเหลยอวี๊เฟิงถูกผลักไปด้านหน้าอีกเพียงสองก้าวม่อเวิ่นเสวียนที่นั่งอยู่บนอาชานั้นก็หรี่ตาทั้งสองลงก่อนจะกำสายบังเหียนในมือแน่นจากนั้นเขาก็ถีบตัวเองให้ลอยขึ้นอย่างมีโทสะ ก่อนจะพุ่งไปหากล่องผ้าที่อยู่ในมือของม่อเวิ่นเฉิน...

            แสงสว่างหลายเส้นพุ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว

            ม่อเวิ่นเสวียนที่อยู่กลางอากาศเอียงตัวหลบในชั่วพริบตาลูกศรเย็นสามดอกทะลุผ่ากลางอากาศ ยิงตรงไปโดนองครักษ์สองคนที่อยู่ด้านหลังของเขา โลหิตได้ทะลักออกมาจากโพรงจมูกและปากของคนทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะล้มลงบนพื้น

            การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันเช่นนี้กลับทำให้ใจของม่อเวิ่นเสวียนบีบแน่นมากขึ้นสายตาของเขายังไม่ได้ละออกจากตัวของม่อเวิ่นเฉินตอนนี้เขารู้แล้วว่าในมือของม่อเวิ่นเฉินนั้นเป็นป้ายคุมทหารจริงๆแต่เป็นป้ายคุมทหารที่แฝงไปด้วยศรพิษ

            แค่ม่อเวิ่นเฉินขยับเพียงนิดเดียวธนูในกล่องผ้านั้นก็จะพุ่งตัวออกมาทันที

            ถ้าหากว่าเมื่อครู่เขาขยับตัวช้าอีกเพียงแค่นิดเดียวคนที่ล้มอยู่ที่พื้นในตอนนี้จะต้องเป็นเขา ม่อเวิ่นเสวียนอย่างแน่นอน!

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808