ณ เรือนพักส่วนตัวในคฤหาสน์ตระกูลหลง หลงเทียนเฟยใช้ชีวิตที่เขาปรารถนาอย่างแท้จริง
เขาทอดกายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้เอนหลังที่ทำจากไม้จันทน์หอม จิบชาชั้นเลิศที่อาเป่าบรรจงรินให้ พลางเหลือบมองตำราโบราณว่าด้วยปรัชญาเต๋าที่แสนน่าเบื่อหน่ายด้วยหางตา ข้างกายของเด็กหนุ่ม เสี่ยวหลงในร่างลูกงูเทพขดตัวหลับใหลอย่างสงบสุขบนเบาะไหมนุ่ม ส่งไออุ่นจางๆ ออกมาอย่างภักดี
บุรุษหนุ่มยกโอสถที่ได้รับจากหอคอยขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะเก็บมันเข้าแหวนมิติโดยไม่ได้คิดจะใช้มันโดยตรง 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล (青龙古息诀) ช่างมีประสิทธิภาพน่าทึ่งนัก' เขาครุ่นคิดอย่างพึงพอใจ 'ทำให้การฟื้นฟูพลังเป็นเรื่องง่ายดายราวกับหายใจ...เช่นนี้แล้วข้าก็ยิ่งมีเวลาให้เกียจคร้านมากขึ้นไปอีก'
ในเวลาเดียวกัน ณ เรือนรับรองที่หรูหราที่สุดของตระกูลหลง บรรยากาศกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของดรุณีผู้หนึ่งทำให้แม้แต่เปลวเทียนในห้องยังสั่นไหว หลี่ ชิงเหยา (李清瑶) ยืนทอดสายตามองไปยังสวนหินเบื้องนอกหน้าต่าง ดวงตาที่งดงามราวกับดวงดาวคู่นั้นกลับฉายแววว่างเปล่าและซับซ้อน
นางไม่เต็มใจที่จะมาที่นี่ สัญญาหมั้นหมายที่ปู่ของนางได้ทำไว้กับสหายเก่าก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวไปในดินแดนอันไกลโพ้น ได้กลายเป็นพันธนาการที่นางมิอาจปฏิเสธ การมาเยือนครั้งนี้จึงเป็นเพียงการทำตามหน้าที่และความรับผิดชอบต่อตระกูล ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวสารล่าสุดจากพันธมิตรทางเหนือแจ้งว่าตระกูลจ้าวและตระกูลฉินเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย ทำให้การผูกพันธมิตรระหว่างตระกูลหลี่และตระกูลหลงผ่านการแต่งงานครั้งนี้มีความสำคัญและเร่งด่วนขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
'หลงเทียนเฟย' นางทวนชื่อนั้นในใจ 'คุณชายผู้ไร้ราก...เหตุใดท่านปู่จึงได้ทำสัญญาเช่นนี้ไว้กัน'
ความสงบสุขของหลงเทียนเฟยถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่เร่งร้อน หลงหลิงซีเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดและกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านลุงใหญ่เรียกเจ้าไปพบที่โถงใหญ่ เดี๋ยวนี้ เทียนเฟย"
เมื่อหลงเทียนเฟยเดินไปถึงโถงใหญ่ด้วยท่าทีที่ยังคงความเกียจคร้าน เขาก็พบกับเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลที่นั่งรออยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง โดยมีท่านลุงใหญ่ หลงเจิ้นเหยียน นั่งอยู่ ณ ตำแหน่งประธาน และข้างกายเขาก็คือบิดาของเด็กหนุ่มเอง หลงเทียนซิง
ทันทีที่เด็กหนุ่มก้าวเข้ามาในโถง เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น มันแผ่ออกมาจากร่างของท่านลุงใหญ่ราวกับคลื่นความร้อนที่บิดเบือนอากาศ มันคือแรงกดดันจากผู้บำเพ็ญเพียรขั้น จิตจำแลง (Spirit Clone) ที่ทรงอำนาจ ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือขั้นหลอมรวมธาตุยังต้องตัวสั่น ในขณะที่ท่านพ่อหลงเทียนซิงเพียงแค่มองมาที่เขาด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่ายใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"เทียนเฟย" ท่านลุงใหญ่ หลงเจิ้นเหยียน เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งแต่กลับหนักแน่นราวกับภูผา "การมาเยือนของตระกูลหลี่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ "เจ้ามีสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่ หลี่ ชิงเหยา"
หลงหลิงซีที่ยืนอยู่ข้างๆ เสริมข้อมูลด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล "ตระกูลหลี่คือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งจักรวรรดิ พวกเขามีรากฐานมั่นคงในแคว้นทางเหนือ เชี่ยวชาญวิชาบำเพ็ญธาตุน้ำแข็ง และคุณหนูหลี่ ชิงเหยา คืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในรุ่นเยาว์ นางมีอายุมากกว่าเจ้าสามปี และระดับพลังของนางในตอนนี้คือ...สานรากฐานขั้นกลาง"
คำพูดของนางทำให้บรรยากาศในโถงพลันเงียบงัน หลงหลิงซีรู้สึกหนักใจอย่างยิ่งเมื่อเทียบความอัจฉริยะของหลี่ ชิงเหยา กับภาพลักษณ์ "ผู้ไร้ราก" ของเทียนเฟยที่นางรับรู้ นางไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าญาติผู้พี่ของนางจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร
หลงเทียนเฟยยืนนิ่ง เขากะพริบตาปริบๆ ใบหน้าที่ดูซื่อตรงจริงใจนั้นปรากฏร่องรอยของความงุนงงอย่างที่สุด ราวกับเขาเพิ่งได้ยินเรื่องราวที่เหลือเชื่อและไม่เกี่ยวข้องกับตนเองเลยแม้แต่น้อย
ทว่าภายในใจของเด็กหนุ่มนั้นกลับกำลังเกิดพายุคลั่ง
'ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องอะไรกัน' เสียงกรีดร้องที่ไร้เสียงดังระงมอยู่ในหัว 'ข้าแค่ต้องการพักผ่อนอย่างสงบสุข เหตุใดโชคชะตาจึงต้องโยนภาระอันน่าเหนื่อยหน่ายเช่นนี้มาให้ข้าด้วย'
'สตรีที่แข็งแกร่งกว่าข้าอย่างเทียบไม่ติด การหมั้นหมาย พิธีรีตอง เรื่องวุ่นวายไม่รู้จบ...นี่มันคือหายนะที่แท้จริง'
หลงเทียนเฟยยังคงยืนนิ่งด้วยใบหน้าที่ซื่อตรง แต่ดวงตาของเขากลับดูเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
"เจ้าเข้าใจหรือไม่ เทียนเฟย" หลงเจิ้นเหยียนถามย้ำเมื่อเห็นท่าทีของหลานชาย
"เอ๋" เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ "ขอรับท่านลุง ข้า...ข้าเข้าใจแล้ว"
การหารือจบลงด้วยความคาดหวังของเหล่าผู้อาวุโสและความกังวลของหลงหลิงซี หลงเทียนเฟยเดินกลับมายังเรือนพักของตนราวกับวิญญาณที่ล่องลอย เขาทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ความคิดในหัวเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายใจกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง
'ข้าต้องหาทาง...หาทางที่จะ 'ประหยัดแรง' จากเรื่องที่น่ารำคาญใจที่สุดในชีวิตนี้ให้ได้'
(จบตอนที่ 48)