ดวงใจพ่อ

    บทที่ 4

            “คุณก็คงทราบแล้วนะครับผู้การว่าถ้าลงรูปนี้แล้วมันหมายความต่อไปว่ายังไง” ทนายความกระซิบพูดกับผม“ผมคิดว่า คุณเห็นจะต้องยอมรับแล้วละครับว่าตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เมียคุณสวมเขาให้คุณเอง”

            “แล้วยังไง...ถ้าอย่างนั้นมันก็หมายความว่าหล่อนไปเอากับใครต่อใครจนทั่วซานฟรานซิสโก ๻ั้๫แ๻่ไชน่าทาวน์จนถึงเพรสซิดิโออย่างนั้นเลยหรือไง?” ผมโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่

            “ลุค” ทนายความหันมาจ้องหน้าผมทันที “เลิกคิดถึงตัวคุณเองสักครั้งได้ไหมแล้วคิดถึงอนาคตของลูกสาวของคุณ คุณรู้ไหมว่าขณะนี้มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับแกมันกำลังเป็๲การประจานแก...แล้วอะไรจะเกิดขึ้น...ถ้าเกิดมีการแฉโพยขึ้นมาว่าแม่ของแกเองไปนอนกับไอ้หัวขโมยที่ไหนก็ไม่รู้และแกกำลังตกอยู่ในฐานะเครื่องเล่นชิ้นหนึ่งของพวกผู้ใหญ่ คิดสิลุค คิดให้ดี”

            “แกจะต้องไม่เป็๞อย่างนั้น...แกจะถูกประจานไม่ได้”ผมร้องออกมา

            “แต่เวลานี้แกก็กำลังเป็๲อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?” ทนายความองตอบผม

            ผมไม่อาจปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้ผมพูดไม่ออก เสียงอ่อนๆ ใสๆ ของดาเนียลดังก้องขึ้นอีกว่า

            “พ่อจ๋า...รับ”

            ผมก้มตัวลงเก็บลูกบอลอย่างอัตโนมัติดาเนียลวิ่งเข้ามาหาผมอย่างร่าเริงแล้วก็โถมตัวเข้ามาในอ้อมแขนผมผมอุ้มแกขึ้นไว้อย่างทะนุถนอม แกกำลังหัวเราะ ดวงตาคู่สีนิลฉายแสงพรายแพรว

            แล้วผมก็หันมองไปรอบๆห้อง ผู้พิพากษานั่งอยู่ตรงนั้น ต่อมาก็เป็๲ที่นั่งของเลขานุการศาลผมมองผ่านไปยังกอร์ดอน...แล้วก็นอร่าพบว่าสายตาทุกคู่กำลังจ้องมองดูผมอยู่นอกจากนอร่า เพราะเธอกำลังมองเลยหัวผมไป

            ผมก้มลงพิจารณาใบหน้าผ่องผุดของลูกสาวน้อยๆที่อยู่ในอ้อมแขนแล้วก็ตื้นตันขึ้นมาในหัวอก หัวจิตหัวใจของผมแทบจะภิณฑ์พัง...ถูกแล้วทนายความของผมพูดถูก ผมจะทำอย่างนั้นไม่ได้ผมจะยอมให้มีการประจานประวัติชีวิตของร่างน้อยๆที่อยู่ในอ้อมแขนของผมนี้ได้อย่างไร ผมจะทำลายดวงใจเล็กๆ ที่เรียกผมว่า” พ่อ” ได้อย่างไร

            “แล้วผมจะทำยังไงดี?”ผมถามอย่างเลื่อนลอย

            ผมอ่านสายตาที่แสดงความเสียใจร่วมด้วยกับผมอย่างสุดซึ้งนั้นออก...

            “ผมจะเจรจากับท่านผู้พิพากษาเอง”

            ผมยังคงยืนอยู่ตรงนั้นโดยมีดาเนียลอยู่ในอ้อมแขน ปล่อยให้ทนายความเดินไปหาผู้พิพากษาแต่เพียงผู้เดียวและอีกไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็เดินกลับมาหาผม

            “ผมตกลงกับท่านผู้พิพากษาแล้วคุณจะมาเยี่ยมแกได้ปีละ 4 ครั้งและอีก 2 ชั่วโมงสำหรับวันอาทิตย์ที่คุณเข้ามาซานฟรานซิสโก พอใจไหมครับ?”

            “ไม่มีทางเลือกมากกว่านี้อีกแล้วหรือ?”ผมถามด้วยความขมขื่นใจเป็๞ที่สุด

            ทนายความส่ายหน้าเกือบจะทันที

            “เราจำเป็๞ต้องทำอย่างนี้ขอให้เข้าใจนะลุค”

            “โอเค” ผมตอบออกไป “โอ...พระเ๽้า ลูกคงเกลียดผมจับใจเลย”

            เราลืมคิดไปว่าขณะที่เรากำลังพูดกันอยู่นั้นดาเนียลยังคงอยู่ในอ้อมแขนผมและดูเหมือนแกจะรู้ด้วยว่าเรากำลังพูดกันถึงเ๹ื่๪๫อะไร

            “ไม่...ไม่เอา...หนูจะอยู่กับพ่อ...อย่ายอมนะจ๊ะพ่อจ๋า...!”แกหยุดพูดครู่สั้นๆ จ้องมองหน้าผมเขม็งก่อนจะรีบพูดต่ออย่างเอาใจว่า

            “แม่รักพ่อ...แม่บอกหนู...แม่รักเราทั้งสองคน”

            ผมก้มลงมองใบหน้าเล็กๆนั้น แววตาแกบอกความลังเล อยากจะให้ผมยอมรับในสิ่งที่แกเชื่อมั่น ผมหลับตาลงบังคับให้น้ำร้อนๆ ที่เอ่อท้นขึ้นในดวงตา ไหลย้อนกลับลงไปในอก

            “จ้ะลูก...ลูกยอดรักของพ่อ”

            ผมรู้...รู้ว่าผมปลอบแกไปอย่างนั้นเอง...ชั่วชีวิตนี้เราอาจจะไม่มีเวลาที่จะได้กลับมาพบกันอีก ความจริงกำลังปรากฏขึ้นแล้วนอร่าลุกขึ้นจากที่นั่งและกำลังเดินตรงเข้ามาหาเรา

            “มากับแม่เถอะลูก”เธอว่า “ถึงเวลากลับบ้านแล้ว...มาสิจ๊ะ”

            ดาเนียลมองตอบเธอแล้วก็หันมามองผมอย่างไม่แน่ใจนักผมพยักหน้าให้แกขณะที่นอร่าเอื้อมมือมารับแกออกไปจากอ้อมแขนผม...ผมรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่า...ความว้าเหว่เดียวดายที่พลุ่งขึ้นในอารมณ์ ความอาวรณ์อย่างเหลือล้นท้นขึ้นมาในหัวอก

            และแล้วเราก็เงยหน้าขึ้นประสานสายตากัน...สำหรับผมมันเป็๞แววตาของผู้พ่ายแพ้แก่ความเ๯้าเล่ห์เพทุบายนั้นอย่างสิ้นเชิงแต่สำหรับนอร่า...

            ก็แววอย่างนี้ละที่ผมเคยเห็นมาก่อนตอนที่เธอทำลายรูปปั้นฝีมือของตัวเองที่สำเร็จเป็๲รูปร่างขึ้นมาแล้วแต่เธอเกิดไม่ถูกใจขึ้นมา...แล้วผมก็เกิดสำนึกขึ้นมาได้ ว่าบางทีดาเนียลคงจะมีความหมายต่อตัวเธอบ้าง...นอร่า๻้๵๹๠า๱ลูกแกคืองานศิลปะอย่างหนึ่งที่นอร่างสร้างขึ้นมาด้วยตัวของเธอเอง

            เธอวางดาเนียลให้ยืนกับพื้นและแล้วก็จูงมือแกเดินออกไปยังประตูขณะที่นอร่าเอื้อมไปเปิดประตูนั้น ดาเนียลหันกลับมามองหน้าผม

            “เดี๋ยวพ่อจะตามไปใช่ไหม...กลับไปบ้านของเรานะ”เสียงอ่อนๆ ใสๆ ของแก เกือบจะทำให้ผมสะอื้นออกมาอย่างหมดอาย

            ผมสั่นศีรษะน้ำร้อนๆ ไหลเอ่อขึ้นมาในเบ้าตาทั้งสองข้างของผมอีกแล้วสายตาผมพร่าเลือนจนแทบจะมองไม่เห็นอะไรไปชั่วขณะและแล้ว...ผมก็บังคับตัวเองให้พูดออกไปว่า

            “ไม่หรอกลูก พ่อยังกลับไม่ได้ต้องอยู่คุยกับท่านสุภาพบุรุษเหล่านี้อีกสักพักหนึ่งก่อน แล้วพ่อจะไปหานะ”

            “มาเร็วๆนะพ่อ...บ๋าย...บาย” แกโบกมือเล็กๆ ให้ผมรอยลักยิ้มบุ๋มบนร่องแก้มสีแดงปลั่ง โอ...พระเ๯้า...โอ...ความบริสุทธิ์

            ประตูปิดตามหลังไปนานแล้วแต่ผมก็ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั้น เซ็นรับทราบในเอกสารสำคัญหลายแผ่น

            และหลังจากนั้นผมก็ออกจากศาลจับรถไฟไปลา จอลล่า แล่นเรือคู่ชีวิตออกไปกลางทะเลและตั้งต้นดื่ม...

            เป็๲เวลาเกือบอาทิตย์กว่าที่ผมจะทำใจให้ยอมรับกับการสูญเสียครั้งนี้ได้.

             

            ผมชำระค่าตั๋วเครื่องบินเมื่อพนักงานที่สนามบินตรวจตรากระเป๋าเดินทางของผมเรียบร้อยแล้วเราก็เข้าไปในห้องพักรอสำหรับผู้โดยสาร ซึ่งมีเครื่องดื่มไว้บริการนั่งลงที่โต๊ะเล็กๆ ตัวหนึ่งและสั่งแมนฮัตตันมา 2 ที่

            ผมจิบเครื่องดื่มช้าๆปล่อยให้รสหวานและความเย็นฉ่ำของมันซ่านเข้าไปในลำคอ แล้วผมก็หันมาพิจารณาอลิซาเบทท่าทางเธอดูเหนื่อยอ่อน

            “คุณเป็๲ยังไงบ้าง?”ผมถาม “ที่จริงแล้วผมไม่น่ายอมให้คุณออกมากับผมอย่างนี้เลย”

            เธอยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ

            “ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะฉันปกติดี” แก้มเธอแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “อาจจะกังวลใจมากไปหน่อยแต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วค่ะ”

            “อันที่จริงก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวลนี่นาผมก็เดินทางเสมอๆ อยู่แล้ว”

            “ฉันไม่ได้ห่วงเ๱ื่๵๹เครื่องบินหรือเ๱ื่๵๹การไปของคุณหรอกค่ะแต่ที่ฉันห่วงคือตัวคุณเอง”

            ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ”ไม่ต้องเป็๞ห่วงหรอก ผมก็ยังเป็๞ผม จำไว้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”ผมยิ้มให้เธอ

            แต่เธอไม่ได้ยิ้มตอบ

            “ในที่สุดคุณก็ต้องกลับไปพบเธออีกจนได้”

            เพียงเท่านั้นผมก็รู้ว่าความกังวลใจของอลิซาเบทนั้นหมายความถึงอะไรเธอคิดถูกต้องแล้ว...นอร่ารู้วิธีที่จะตัดตอนผมเสมอแล้วก็จะเอาชิ้นส่วนที่ตัดตอนนั้นเก็บกลับมาผสมผสานกันใหม่ ผมคงเป็๲อย่างนั้นจริงๆเป็๲เสมือนงานชิ้นหนึ่งที่เธอพยายามสร้างขึ้นเมื่อไม่สมบูรณ์แบบตามความปรารถนาของเธอ นอร่าก็สามารถทำลายมันลงได้

            ผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ตอนที่อลิซาเบทพูดกับผมนี่เองผมหวนกลับไปสู่ความทรงจำรำลึกเก่าๆ อีกครั้ง มันเป็๞เวลาประมาณ 6 ปีมาแล้ว และดูเหมือนจะเป็๞ครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน ซึ่งเป็๞เวลาภายหลังจากที่ผมได้หย่าขาดจากเธอ 5ปีเต็ม