สมิทธิ์นิ่งฟังอยู่นานเขารู้ตัวดีว่าตัวเองซึ่งเป็คนทรงได้เพียงไม่กี่นาที ถ้าเทียบกับคราส คนทรงระดับ2 เทพแห่งความมืดที่อยู่ตรงหน้า ผู้ที่มีพลังถึงกับทำให้ทั้งโลกมืดมิดลงได้ย่อมไม่ใช่คนที่เขาควรจะหาเื่ด้วยโดยเด็ดขาดแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดความในใจออกไป
“นายต่างหากที่เห็นแก่ตัวคนที่เป็เหยื่อจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่ได้มีแค่นายคนเดียวหรอกนะ”
คราสได้ยินก็ถึงกับอึ้งไป และคงไม่คิดว่าสมิทธิ์จะกล้าพูดพลางชี้นิ้วใส่หน้าเขา
“พ่อแม่ของชั้นเป็คนทรงที่ถูกฆ่าตายในเหตุการณ์ครั้งนั้นทั้งคู่หลังจากนั้นเป็ต้นมา ชั้นก็เลยไม่เชื่อเื่ทรงเ้าอีกเลย”
แม้ว่าสมิทธิ์จะไม่ได้กำลังสื่อสารกับเทพแห่งาก็ตามแต่เขาก็ได้ยินทุกคำที่สมิทธิ์พูด
สีหน้าของเทพแห่งาที่นั่งอยู่ตรงบันไดในห้องโถง(ทิพย์) ดูเศร้าสร้อย จะว่าไปแล้วเทพที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาคนทรงหรือคนมีองค์ที่มีชะตาคู่กันย่อมรู้ความเป็ไปในทุก่ชีวิตของคนคนนั้นอยู่แล้ว หากแต่ว่าบางเื่ แม้แต่เทพเองก็สอดมือเข้าไปช่วยเหลือหรือฝืนดวงชะตาของมนุษย์ไม่ได้ได้แต่ยอมรับว่า ทุกเื่ราวไม่ว่าร้ายหรือดีที่เกิดขึ้นก็ล้วนเป็สิ่งที่หล่อหลอมให้มนุษย์คนนั้นเติบโตขึ้นกลายเป็คนแบบที่เป็อย่างทุกวันนี้
“ชั้นไม่เคยโทษใครและรอให้กฎหมายจัดการแต่สิ่งที่นายทำในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับฆาตกรเมื่อ 10 ปีที่แล้วนั่นเลย!” ด้วยความอัดอั้นที่มีมาตลอด10 ปี สมิทธิ์ะโใส่หน้าคราสอย่างไม่เกรงกลัว
คราสฟังที่สมิทธิ์พูดนิ่งไปครู่หนึ่ง
ในใจของสมิทธิ์คิดว่าถ้าคนทรงเทพแห่งความมืดคนนี้คิดไตร่ตรองได้ ยอมถอยด้วยเหตุผล ยกเลิกหมอกทมิฬที่เขาสร้างคืนความสว่างให้กับโลกอีกครั้งได้ก็คงดี แต่อะไรๆ ก็คงไม่จบง่ายแบบนั้นแน่
“แล้วแกจะหยุดข้าได้อย่างนั้นรึ” คราสยิ้มแสยะอย่างน่ากลัว
สิ้นเสียงเย้ยหยันของคราสควันสีดำจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากร่างของเขา เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตห่อหุ้มรอบตัวของสมิทธิ์อย่างรวดเร็วไม่นานนักท้องฟ้าที่โปร่งโล่งก็กลับกลายเป็มืดสนิทราวกับอยู่ใต้ทะเลลึกอีกครั้งมีเพียงแสงสว่างเรืองรองจากแผ่นแสงหลังศีรษะของสมิทธิ์เท่านั้น ที่แม้แต่พลังของเทพเ้าแห่งความมืดก็ไม่สามารถลบล้างออกไปได้
“หายไปแล้ว!” สมิทธิ์หันไปมองรอบตัวอย่างตื่นใ คราสหายตัวไปแล้วความรู้สึกของสมิทธิ์เหมือนกำลังอยู่ในบ้านผีสิงที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรโผล่ออกมาตอนไหน
ฉับพลัน ใบหน้าของสมิทธิ์รู้สึกถึงอะไรบางอย่างมาปะทะอย่างแรงจนหันไปทิศทางตรงกันข้ามความเ็ปทำให้เขาร้องะโออกมา เขารู้สึกถึงลมพัดและเงาดำผ่านร่างไปวูบหนึ่ง
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว คราวนี้เงาดำพุ่งเข้ามาชนหัวไหล่ขวาสร้างความเ็ปให้เขาเป็ครั้งที่2 เช่นเดียวกันกับครั้งแรก เขามองไม่ทันว่าสิ่งที่จู่โจมเขานั้นคืออะไร รู้แต่ว่าทิศทางการเคลื่อนที่ของมันนั้นไม่ซ้ำกัน
หลังจากนั้นเงาดำยังพุ่งเข้ามาโจมตีสมิทธิ์ไม่หยุดหย่อนเหมือนนักล่าที่กำลังเล่นกับเหยื่อสมิทธิ์จำเสียงหัวเราะที่แว่วออกมาระหว่างที่เงานั้นเคลื่อนไหวได้จึงแน่ใจว่าเงาสีดำนั้นก็คือคราส คนทรงเทพแห่งความมืดนั่นเอง
“มืดจนมองอะไรไม่เห็น อั้ก...แค่คิดจะหลบยังไม่ได้เลย โอ๊ย... ทำไมร่างทรงเทพแห่งา อึก...ถึงได้กระจอกแบบนี้ล่ะ”
สมิทธิ์บ่นระหว่างที่พยายามใช้แขนทั้ง 2 ข้างปัดป้องตัวเองแต่ไม่เป็ผลเหมือนว่าเงาที่จู่โจมเข้ามานั้นมองเห็นช่องว่างให้โจมตีเขาได้อย่างชัดเจน
เทพแห่งารู้ดีว่าเมื่อสมิทธิ์อยู่ในร่างทรงระดับ2 เขาจะได้รับการปกป้องจากชุดที่สวมใส่ การโจมตีจากคราสถ้าเป็คนธรรมดาคงตายไปแล้ว แต่สำหรับคนทรงเทพแห่งาก็เป็เพียงการซ้อมมวยกันเท่านั้น
“ขี้บ่นเสียจริง บทเรียนที่ 2 ของเราลองเรียกระบบ พันตา ดูสิ” เทพแห่งาแนะนำอย่างใจเย็น
“ระบบ... อะไรนะ?” เมื่อกี้ สมิทธิ์ได้ยินไม่ค่อยถนัดเพราะโดนชกที่กกหูพอดี
“ระบบพันตา เปล่งเสียงออกมา...” เทพแห่งาย้ำอีกครั้ง
ทำไมเวลาตัวละครจะใช้ท่าไม้ตายต้องะโชื่อท่าออกมาด้วยนะสมิทธิ์คิด แต่ในสภาพที่โดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อใจเทพคุ้มครองของเขา เอาก็เอาวะ
สมิทธิ์สูดลมหายใจเฮือกหนึ่งแล้วะโออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก
“ระบบพันตา!...”
