ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ตอนที่ 54 【ปกครอง】

    ตอนที่ 54

    【ปกครอง】

     

    ภายใต้การมีศัตรูร่วมกัน เวลาผ่านไปเพียงสามวันสำนักดาบหมึกได้ถูกทัพพันธมิตรผู้ฝึกตนอันดุดันสังหาร สำนักในแต่ละแคว้นต่างเริ่มเข้าจับกุมเศษเหลือของสำนักเซียนเหินกับสำนักดาบหมึก ทั่วทั้งดินแดนทางตอนใต้แห่งแคว้นจู่รวมเป็นปึกแผ่น ขึ้นตรงอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพันธมิตรหกราชา

     

    ส่วนรางวัลผู้ชนะของผู้ที่จัดการสำนักดาบหมึก ทัพพันธมิตรไม่คิดที่จะแตะต้องเลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดล้วนถูกส่งมอบให้กับทัพใหญ่เผ่าปีศาจภายใต้สังกัดของเฉินหมิง จนเขาสามารถรีดไถหินปราณไปมากมายหลายสิบหมื่น ศาสตราปราณ ยาอายุวัฒนะแต่ละชนิดได้มาไม่น้อย ถึงอย่างไรทัพพันธมิตรก็ทราบดีว่า สิ่งของเหล่านี้ หาได้เป็นของพวกเขาไม่ ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินหมิงและราชาปีศาจพยัคฆ์ดำที่ฆ่าสองราชาไป พวกเขามีหรือที่จะมีโอกาสเช่นนี้

     

    รางวัลผู้ชนะอะไรนั้น ล้วนแต่เป็นของพันธมิตรหกราชา แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆคืออาณาเขต หากผู้ใดได้ครอบครองหรือยึดครองเขตอิทธิพลของ สำนักเซียนเหินและสำนักดาบหมึกทั้งสองแห่งนี้ ย่อมมีโอกาสที่จะรุ่งโรจน์ขึ้นมา

     

    เฉินหมิงคิดไปคิดมา ทางที่ดีเขตอิทธิพลทั้งสองแห่งนี้ควรมอบให้สำนักวายุบริสุทธิ์กับสำนักน้ำแข็งเยือกเถอะ ทั้งสองสำนักนี้ถือเป็นผู้มีน้ำใจต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง

     

    “ติ่ง ทำลายล้างสำนักดาบหมึก และสำนักเซียนเหินเสร็จสิ้น ภารกิจสำเร็จไป 99% ต้องการส่งมอบภารกิจหรือไม่?”

     

    เฉินหมิงเลือกที่จะส่งมอบภารกิจในทันที สุดท้ายแล้วพวกปลาซิวปลาสร้อยที่หลบหนีไปได้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะจับได้หมด

     

    “ติ่ง ภารกิจสำเร็จ คุณได้รับปราณรู้แจ้ง 4950แต้ม และชื่อเสียง 990หน่วย”

     

    “ติ่ง แจ้งเตือนรางวัลภารกิจชื่อเสียง คุณได้ทำการฆ่าชนชั้นราชันสองคนได้เป็นที่สำเร็จ สะเทือนลือลั่นไปทั้งสี่คาบสมุทร ยอมสยบไปทุกสารทิศ ขอให้คุณประกาศสถานะเป็นผู้ปกครองดินแดนทางตอนใต้แห่งแคว้นจู่ รางวัล: ค่าชื่อเสียง3000หน่วย ประกายวงแหวน【ปกครอง】”

     

    อือ เป็นภารกิจที่มีรางวัลเป็นค่าชื่อเสียงถึง 3000หน่วย เป็นของตอบแทน  ทั้งยังมีประกายวงแหวนอีกหนึ่งอย่าง!

     

    ว่ากันตามตรง สิ่งของอย่างประกายวงแหวนนี้ จะอย่างไรก็ถือว่าเป็นของที่มีอยู่ไม่มาก อีกทั้งการที่จะได้มาครอบครองยิ่งมีโอกาสน้อยเป็นอย่างมาก

     

    การขึ้นเป็นผู้ปกครองของเขตแดนใต้ยังมีประโยชน์อยู่อีกอย่าง นั่นก็คือเมื่อ หลิงเซียนกับจ้าวชิงเหยามีพลังฝึกปรือที่สูงขึ้น หากพวกเขาคิดที่จะถูกเรียกว่าราชา ยังไงก็จำเป็นที่จะต้องมีดินแดนแห่งราชามอบให้สักผืน เพื่อที่จะได้มีไว้เป็นต้นทุนในการบำเพ็ญของพวกเขา อีกทั้งเฉินหมิงเองก็สามารถให้ยาโอสถของขอบเขตกลิ่นอายวิถีได้ตามต้องการ แต่ยาโอสถของขอบเขตสู่วิถีถือเป็นของที่หาได้ง่ายอย่างที่ต้องการไม่

     

    ถึงอย่างไรตอนนี้ ก็สามารถที่จะให้ดินแดนทางตอนใต้แห่งแคว้นจู่ เป็นต้นทุนในการเลี้ยงหลิงเซียนกับจ้าวชิงเหยา

     

    ส่วนทางด้านท่านปู่และท่านพ่อ เฉินหมิงคิดที่จะให้พวกเขาอยู่ที่แคว้นเหยียนอย่างสันติ เผื่อจะมีชีวิตที่ดียิ่งกว่าตน

     

    ท่านปู่เองก็ไม่ได้มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร การบำเพ็ญเพียรของท่านพ่อก็ไม่ถือว่าสูงมากนัก ถ้าเทียบกับหลิงเซียนและจ้าวชิงเหยา ยังถือว่าห่างไกลอยู่มาก แต่หากมียาโอสถยืดชีวิต ทำให้พวกเขามีชีวิตยืนยาวมากยิ่งขึ้นย่อมถือเป็นเรื่องดี

     

    ช่วงหลายวันนี้ หากให้ท่านปู่กับท่านพ่อมาหา คงจะลำบากอยู่มากไม่น้อย

     

    เฉินหมิงจัดแจงให้เจ้าสำนักสำนักวายุบริสุทธิ์และเจ้าสำนักสำนักน้ำแข็งเยือกไปจัดการให้เจ้าสำนักและกษัตริย์แคว้นดินแดนทางตอนใต้แห่งแคว้นจู่มาเพื่อเข้าเฝ้า ขณะนั่งอยู่ภายในพระราชวังราชาปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นเป็นการชั่วคราว เฉินหมิงเรียกหลิงเซียนมาพบ แล้วพาหลิงเซียนเดินอยู่รอบนอกพระราชวัง มองไปยังขุนเขาลำธารในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า : “ขุนเขาลำธารที่กว้างใหญ่นี้  เจ้าเห็นเป็นอย่างไรบ้าง?”

     

    หลิงเซียนตอบ : “งดงามเป็นอย่างยิ่ง!”

     

    เฉินหมิงกล่าว : “หากว่าข้าทำให้เจ้ากลายเป็นผู้ปกครองเขตแดนใต้ เจ้ากล้าหรือไม่?”

     

     

     

    เฉินหมิงไม่มีความตั้งใจที่จะมาเป็นผู้ปกครองเขตแดนใต้ด้วยตัวเองไม่ ในตอนนี้ในหัวของเขายังถูกสลักเอาไว้ด้วยคำว่าตัวตายตัวแทนระดับสูงอยู่ ชีวิตของเขาได้ถูกตัดสินแล้วว่าต้องเป็นผู้สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่! 

     

    อีกทั้งหลิงเซียนและจ้าวชิงเหยาที่เป็นเหมือนจอมล้างผลาญ ยาอายุวัฒนะก็ถูกกินไม่ต่างจากข้าว ถ้าไม่กดดันสักหน่อย มีหรือที่เฉินหมิงจะวางใจได้?

     

    หลิงเซียนคิดอยู่ชั่วขณะ ความแตกต่างของเขากับจ้าวชิงเหยา ยากที่จะชดเชยได้เป็นอย่างยิ่ง และผู้ปกครองเขตแดนใต้ ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถึงอย่างไรการเข้ากอบโกยสมบัติในเขตแดนใต้ อย่างน้อยก็ต้องผ่านมือเขาสักรอบอยู่แล้ว หากเก็บสิ่งที่ตัวเองต้องการบางส่วนเอาไว้ ก็ถือเป็นเรื่องที่สมควร หลิงเซียนกล่าว : “เมื่อครั้งกาลก่อนตระกูลของข้าเป็นเพียงแค่เจ้าเมืองแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ข้าเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถที่จะทำได้!”

     

    เฉินหมิงพยักหน้า แล้วตอบ : “เยี่ยม หลังจากที่ข้าได้ยืนยันสถานะผู้ครองอำนาจเขตแดนใต้แล้ว ข้าจะให้เจ้าขึ้นอยู่ในตำแหน่งของผู้ดูแลสูงสุดเขตแดนใต้   เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลจนเกินไป เรื่องราวที่เหลือก็มอบให้สำนักวายุบริสุทธิ์กับสำนักน้ำแข็งเยือกเป็นผู้ไปจัดการ ส่วนเจ้าก็เพียงแต่กอบโกยทรัพยากรที่เจ้ากับ  ศิษย์พี่หญิงต้องการก็เพียงพอแล้ว”

     

    หลิงเซียนผสานมือแล้วกล่าว : “ศิษย์เข้าใจแล้ว”

     

    ณ สนามรบหุบเขาพรางอากาศ พันธมิตรหกราชา

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำที่เหยียบเมฆปีศาจกลับมา ร่อนลงสู่ใจกลางห้องโถงที่มีแต่ผู้เป็นราชาปีศาจจึงจะมีคุณสมบัติร่อนลงได้ ราชาปีศาจทั้งสี่ตนต่างหันไปมองที่เขาโดยพลัน : “ได้ยินมาว่าสำนักดาบหมึกกับสำนักเซียนเหินเป็นพันธมิตรกับ    ราชาปีศาจราชสีห์แล้ว ทางด้านของพวกเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง?”

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำพบว่าราชาปีศาจทั้งสี่ตนยังอยู่ดี ก็พอที่จะทราบได้แล้วว่าศึกตัดสินยังไม่ทันได้ปะทุขึ้น : “ข้ากับน้องยาหวูเต้า ได้ฆ่าราชาเผ่ามนุษย์ทั้งสองลงแล้ว สถานการณ์ตอนนี้อยู่ในความสงบแล้ว!”

     

    ด้านหลังราชาปีศาจจิ้งจอกขาว หางทั้งสามถึงกับสั่นไหวไปมา : “เยี่ยม คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้ากับน้องหวูเต้าจะมีความสามารถมากถึงเพียงนี้!”

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำยิ้มแล้วกล่าว : “จิ้งจอกขาวเจ้าอาจยังไม่ทราบว่าน้องหวูเต้า ไม่สิ บางทีอาจควรเรียกว่าน้องเฉินหมิง นามยาหวูเต้านี้ เป็นเพียงชื่อที่เขาใช้เพื่อหลอกราชาปีศาจราชสีห์ เดิมทีนั้นเขามีนามว่าเฉินหมิง ทั้งยังเป็นผู้สืบทอดผู้สำเร็จราชการแคว้นเหยียน ทว่าสืบเนื่องมาจากฝึกปรือเคล็ดวิชาเผ่าปีศาจของพวกเรา จนสำเร็จขึ้นสู่ตำแหน่งราชา ด้วยเหตุนี้ถึงได้มีกลิ่นอายปีศาจในกาย น้องเฉินหมิงยังมีความถ่องแท้ต่อวิถีวิชาค่ายกลที่เหนือธรรมดา ถือเป็นผู้ใช้วิชาค่ายกลผู้หนึ่ง ตั้งค่ายกลจตุลักษณ์ขึ้นได้ด้วยตัวเพียงคนเดียว ภายในกลางค่ายกลจตุลักษณ์นั้น กระทั่งข้าคนเดียวก็สามารถที่จะรับมือกับสองราชาเผ่ามนุษย์ได้ อีกทั้งข้ายังเป็นฝ่ายรุก!”

     

    ราชาปีศาจเต่ายิ้มแล้วกล่าว : “ที่แท้ก็เป็นผู้ใช้วิชาค่ายกล เช่นนั้นเหตุใดน้องเฉินหมิงถึงยังไม่กลับมาอีก เมื่อมีวิชาค่ายกลของเขาให้การช่วยเหลือ ต่อให้เป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งเยี่ยงราชาปีศาจราชสีห์ พวกเราก็มีโอกาสที่จะฆ่าเขาได้ เพื่อคลี่คลายปัญหาใหญ่ในใจนี้ไป!”

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าว : “ในเวลาที่น้องเฉินหมิงฆ่าสองราชา ได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง อีกทั้งเขตแดนใต้ยังต้องเก็บกวาดพวกปลายแถวทีเหลือ ข้าเลยให้เขาอยู่สะสางเรื่องของเขตแดนใต้ไปพลาง พร้อมกับพักฟื้นรักษาตัวเองไปด้วย รอจนน้องเฉินหมิงหวนคืนกลับมา พวกเราก็จะสามารถเปิดศึกสุดท้ายได้แล้ว!”

     

    ราชาปีศาจงูเหลือมดำกล่าว : “ได้ได้ได้! เคล็ดวิชาที่ราชาปีศาจราชสีห์ฝึกปรือถือว่ามีคุณสมบัติที่ชั่วร้ายเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ที่เขากินทารกพวกเราล้วนแต่ไม่ทันได้สังเกต แต่ว่าตอนนี้ สามารถที่จะอธิบายได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก ตอนนี้เมื่อมีโอกาสที่สามารถกำจัดเขาได้ ก็ช่างถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง!”

     

    ราชาปีศาจนางแอ่นไฟฟาดเข้าไปที่โต๊ะแล้วกล่าว : “เมื่อน้องเฉินหมิงกลับมา ก็จะได้เวลาของศึกตัดสิน และเมื่อเวลานั้นมาถึง ก็จะเป็นจุดสิ้นสุดของราชาปีศาจราชสีห์!”

     

    เมื่อเฉินหมิงจัดแจงเรื่องของทางเขตแดนใต้เรียบร้อย ภายใต้การรีดไถจนหมด เขาเก็บ《โลงศพปราณราชันย์พิสุทธิ์》มาจากภายในกองขยะกองหนึ่งได้ คาดว่าแม้แต่สำนักดาบหมึกเองก็ยังไม่ทราบว่าเคล็ดวิชาเล่มนี้เป็นเคล็ดวิชาระดับเซียน ซึ่งความต้องการของการฝึกปรือเคล็ดวิชาเล่มนี้ น่าจะใกล้เคียงกับ《เคล็ดสามภพเร้นลับ》

     

    นำเอา《โลงศพปราณราชันย์พิสุทธิ์》เก็บไว้อยู่ภายในแหวนเก็บวัตถุ ขณะเดียวกัน เฉินหมิงก็ได้ยินหลิงเซียนกล่าว :” ท่านอาจารย์ ล้วนแต่จัดการเสร็จสิ้นเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว ขอให้ท่านอาจารย์ไปที่เบื้องนอกเพื่อรับการเข้าเฝ้าจากกษัตริย์แคว้นและเจ้าสำนักที่ภายนอกด้วย”

     

    เฉินหมิงพยักหน้า พร้อมกับสวมชุดคลุมยาวปีกปักษา เดินออกนอกพระราชวัง ที่ด้านนอกพระราชวัง ฝูงชนพากันเงยหน้าขึ้นมองเฉินหมิง ภายในดวงตาแฝงไปด้วยความหวาดกลัว แคว้นเหยียนได้ทราบเรื่องของเฉินหมิงมาตั้งแต่แรกแล้ว ท่านปู่กับท่านพ่อเองก็ทราบ ในตอนนี้พวกเขาช่วยอะไรเฉินหมิงไม่ได้แล้วโดยสิ้นเชิง จึงได้ส่งหลี่ฉางเกิงแห่งสำนักหมื่นกระบี่มา 

     

    ขณะที่หลี่ฉางเกิงได้พบเฉินหมิง จึงได้ทราบความแตกต่างระหว่างพวกเขากลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจประเมินได้อีกแล้ว เนื่องด้วยเฉินหมิงกลายเป็นราชาปีศาจไป ทั้งยังเป็นราชาปีศาจที่สามารถฆ่าระดับราชาได้ถึงสองคน!

     

    เฉินหมิงนั่งอยู่บนบัลลังก์ใหญ่ ณ จุดสูงสุด และที่เบื้องหน้าของเขา หมื่นสิ่งล้วนแต่ยอมสยบ 

     

    เฉินหมิงยื่นมือออกไปแล้วกล่าว : “ลุกขึ้นเถอะ อีกไม่กี่วัน ข้าจะฆ่าราชาปีศาจราชสีห์ นับจากนี้เป็นต้นไป ดินแดนทางตอนใต้แห่งแคว้นจู่ จะขึ้นตรงอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของพันธมิตรหกราชา ถ่ายทอดคำสั่งข้า หลิงเซียนจะเป็นผู้ดูแลสูงสุดของเขตแดนใต้ เจ้าสำนักแห่งสำนักวายุบริสุทธิ์และเจ้าสำนักแห่งสำนักน้ำแข็งเยือกจะเป็นรองผู้ดูแลเขตแดนใต้ ในส่วนที่เหลือ ก็ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดการเอง!”

     

    ที่ด้านล่างของเวทีสูง ผู้คนทั้งหมดพากันคุกเข่าลงกันอีกครั้ง กล่าวอย่างเคารพนบนอบ : “น้อมรับคำสั่ง ท่านราชาปีศาจ!”

     

    “ติ่ง ภารกิจสำเร็จ รางวัลค่าชื่อเสียง 3000หน่วย และได้รับประกายวงแหวน【ปกครอง】”

     

    【ปกครอง】

     

    คำอธิบาย : คุณได้สำเร็จเป็นผู้นำแห่งทิศ สำเร็จและก้าวเข้าสู่โลกของการเป็นนักปกครองขั้นที่หนึ่ง

     

    ผลลัพธ์ : ในเวลาที่ออกคำสั่งต่อทัพใหญ่ ขวัญกำลังใจจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

     

    หาได้เป็นผลลัพธ์ที่น่าตกใจอะไรไม่ แต่ก็ยังถือว่าไม่เลว ถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่ตัวละครเอกอยู่แล้ว!

    .

    .

    .

    .

     

    คล้ายกับเรื่องระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน