ทะเลรู้สึกเคว้งเหมือนกัน เมื่อรู้ข่าวว่านานี่ลาออก ถึงเธอจะทำร้ายเขามาก แต่เธอก็เคยเป็เพื่อนสนิทของเขา อาจจะเรียกได้ว่าเป็เพื่อนเพียงคนเดียวของเขาในโรงเรียนนี้ พอเธอออกไปเขาก็อดรู้สึกโหวงๆไม่ได้
มือหนึ่งแตะที่ไหล่เขา ดึงทะเลออกจากภวังค์ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น พบนิลส่งยิ้มมาให้
“ไปอ่านหนังสือที่ชมรมไหม” นิลถาม “แม่ส่งหนังสือใหม่ๆมาให้เยอะเลย”
“ชมรม” ทะเลว่า เขาเกือบลืมชมรมไปเลย นานี่ไม่อยู่แล้ว เขาก็คงต้องจัดการชมรมคนเดียว
“ใช่” นิลยิ้มกว้าง “ ไปกันเถอะ เราต้องเลือกรองประธานใหม่”
นิลกับทะเลมาถึงชมรม พวกเขานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน ที่ถูกก็คือนิลอ่านหนังสือส่วนทะเลมองเหม่อไปเก้าอี้ที่นานี่เคยนั่ง
“เป็อะไร” นิลถาม “ไม่สนุกเหรอ”
“ผมคิดถึงนานี่” ทะเลว่า กัดริมฝีปาก
นิลถอนหายใจ เขาไม่มีวันเข้าใจเลยว่าทำไมทะเลถึงคิดถึงคนที่ทำร้ายตัวเองได้ แต่เขาไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตัดสินอะไรได้ เขาจึงได้แต่แนะนำ “คิดถึงก็ทักไปหาสิ มีเฟซเขาไม่ใช่เหรอ”
ทะเลส่ายหน้า เขาคิดถึงนานี่ก็จริง แต่ไม่โง่พอที่จะพาตัวเองไปเจ็บซ้ำอีก
นิลวางหนังสือลงบนโต๊ะ ดึงตัวทะเลเข้าไปในอ้อมแขน ก่อนกอดเขาไว้แน่น
“นายยังมีฉันนะ ต่อให้คนทั้งโลกทิ้งนาย นายก็ยังมีฉัน
“ขอบคุณมาก แต่ตอนนี้ปล่อยก่อน ผมหายใจไม่ออก”
“โทษที” นิลพูดเก้อๆ เขาคลายอ้อมแขน เกาแก้มเขินๆ
“พวกนายสองคนไม่ได้เป็อะไรกันจริงเหรอ” รุ่นพี่ม.6 ใส่แว่นหนาเตอะถามขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้ามาจากกองหนังสือ เธอสังเกตพฤติกรรมของรุ่นน้องสองคนนี้มานานแล้ว สัญชาตญาณสาววายของเธอบอกว่าเื่นี้ไม่ธรรมดา แต่เธอก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไร จิ้นเงียบๆในสมองเท่านั้น
“ก็เป็เพื่อนกันไงครับ” นิลพูดพลางยิ้ม
รุ่นพี่หัวเราะ เธอตัดสินใจไม่ซักอะไรเพิ่ม เื่ของคนสองคนก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองเถอะ
เที่ยงคืนแล้ว ทะเลยังลืมตาโพลง จ้องมองเพดาน ความคิดหลากหลายวิ่งวนอยู่ในหัวของเขา แต่หลักๆแล้วเป็เื่ของนานี่และนิล
ทะเลเปิดหน้าจอมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เปิดดูโปรแกรมแช็ต แช็ตอันล่าสุดเป็ของนานี่ ทะเลพิมพ์ไปว่าเป็ไงบ้าง แต่แล้วก็ตัดสินใจลบ
ทะเลเปิดโปรแกรมแช็ตที่คุยกับนิลขึ้นมา เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรก็จะกดปิด แต่มือดันเผลอไปโดนปุ่มโทรออกเสียอย่างนั้น ทะเลรีบวางสายทันที ใจเต้นระทึก หวังว่านิลคงไม่ได้ยินหรอกนะ
ทันใดนั้นเองมือถือของทะเลก็สั่น เด็กหนุ่มหยิบขึ้นมาเห็นว่าทะเลโทรเข้า เขารีบรับสาย
“นิล ผมไม่ได้เป็อะไร มือเผลอไปโดนน่ะ”
“ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอน” นิลถาม
“กำลังจะนอนแล้ว” ทะเลอธิบาย “มือผมไปโดนเฉยๆ ขอโทษที่รบกวนนะ”
“ไม่เป็ไร” นิลว่า “ฉันยังไม่นอนหรอก เตรียมบทสัมภาษณ์อยู่” เขาหัวเราะในลำ๕ฮ
“สัมภาษณ์อะไร” ทะเลถามรัวเร็ว มือกำมือถือแน่นขึ้น
“ก็เื่รักสามเส้า เราสามคนไง” นิลตอบพลางหัวเราะ
ทะเลนิ่งอึ้ง เขาคิดว่าเื่มันจะจบไปแล้วเสียอีก แล้วถ้านักข่าวมาสัมภาษณ์เขาด้วยล่ะ เขาต้องตอบยังไง เขาไม่เก่งเื่พวกนี้เอาเสียเลย
“นายไม่ต้องให้สัมภาษณ์หรอก” นิลพูดราวกับรู้ว่าทะเลกังวลเื่อะไร“ฉันกับพ่อจะจัดการเอง”
“ขอบคุณครับ” ทะเลตอบเสียงแ่
“เื่แค่นี้เอง ฉันยินดี ถ้าไม่มีอะไรแล้วจะวางสายแล้วนะ ฝันดี” นิลว่า
ทะเลไม่ตอบ รู้ตัวอีกทีนิลก็วางสายไปแล้ว
ทะเลมีเื่ให้เครียดอีกแล้ว เขาไม่อยากตกเป็ข่าวอีก ทำไมนิลจะต้องให้สัมภาษณ์ด้วยนะ โชคยังดีที่ทะเลไม่ต้องให้สัมภาษณ์ด้วย เขาไม่ชอบการมีชื่อเสียงจริงๆ อยากใช้ชีวิตสงบๆมากกว่า แต่ลองได้ก้าวเข้ามาเป็คนของสังคมแล้ว ก็ยากที่จะกลับไปเป็คนที่ไม่มีใครรู้จัก ได้แต่หวังว่ากระแสข่าวนี้จะเป็ข่าวดีก็แล้วกัน
วันนี้ดำเกิง วันเพ็ญและลูกชายแต่งชุดอย่างดีที่สุดมาออกงานแถลงข่าว พวกเขารู้ดีว่ามีหลายคนที่ตัดสินผู้คนจากการแต่งกาย ถ้าพวกเขาแต่งตัวดูดีก็ทำให้คำพูดของเขาน่าเชื่อถือขึ้น หลังจากที่ดำเกิงจัดการนานี่ได้ ก็มีสำนักข่าวหลายสำนักขอสัมภาษณ์ แต่เขาก็ปฏิเสธมาตลอด จนกระทั่งวันนี้ที่เขาพร้อมจะเปิดแถลงข่าวด้วยตัวเอง
“สวัสดีครับ” ดำเกิงพูดพร้อมยกมือไหว้นักข่าวทุกคน “ยินดีที่ทุกคนมากันในวันนี้นะครับ”
“สวัสดีครับ/ค่ะ” นักข่าวะโตอบ ประทับใจอยู่ไม่น้อยที่ดำเกิงไม่มีท่าทีถือตัวหรือเกรี้ยวกราด
ดำเกิงโปรยยิ้มให้ทุกคนอีกครั้ง “ผมกับลูกชายขอพูดก่อน แล้วค่อยเปิดโอกาสให้ตั้งคำถามนะครับ”
นักข่าวพยักหน้า บางคนเตรียมปากกาจด
“วันนี้เราจะมาคุยกันเื่ของทะเล สำหรับคนที่สงสัยว่าทะเลกับลูกชายผมเป็อะไรกัน เท่าที่ผมรู้สองคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พวกเขาพักอยู่คอนโดเดียวกัน เรียนห้องเดียว” ดำเกิงพูดช้าๆ “ลูกชายของผมเพิ่งย้ายจากต่างจังหวัด เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ก็ไม่แปลกอะไรที่เขาจะสนิทกับคนที่ทั้งพักคอนโดเดียวกัน เรียนห้องเดียวกันแบบนี้ ผมขอยืนยันว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็แบบที่ข่าว่ก่อนออกมา ผมไม่เคยสอนให้ลูกใช้เงินซื้อ ความสัมพันธ์ครับ ขอบคุณครับ” ดำเกิงโค้งคำนับ
“สวัสดีพี่ๆทุกคนนะครับ” นิลพูดพลางยิ้ม “บางคนอาจสงสัยเื่ความสัมพันธ์ของผมกับเล ผมขอยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับผมไม่มีเื่เงินมาเกี่ยวข้อง ผมคบกับเขา เพราะเขาเป็คนดีและเช้ากับผมได้ ผมกับเขามีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกันครับ”
“เชิญถามคำถามได้ครับ” ดำเกิงว่า
“ขอถามน้องนิล กับน้องทะเลนี่เป็อะไรกันแน่คะ” นักข่าวคนหนึ่งถามอย่างกระตือรือร้น
“ตอนนึ้เป็เพื่อนครับ”
“หมายความว่ามีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์..”
“ให้เป็เื่ของอนาคตดีกว่าครับ” นิลเลี่ยง
นักข่าวหรี่ตา “ตอบกำกวมนะคะเนี่ย”
“ถ้าผมบอกว่าไม่มีแล้วผมดันตกหลุมรักเล ผมก็เป็คนโกหก แต่ถ้าผมบอกว่ามี แล้วเราคนใดคนหนึ่งไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นก็เป็การโกหกอีก ผมไม่ใช่หมอดู ผมไม่รู้อนาคต ผมจึงตอบแบบนี้ครับ”
“งั้นแสดงว่าน้องนิลเป็เกย์เหรอครับ” นักข่าวชายอีกคนถามทะลุกลางปล้องขึ้นมา สายตาหลายคู่มองเขาอย่างตำหนิ
“อืม ถ้านิยามของความเป็เกย์คือผู้ชายที่ชอบผู้ชาย ตอนนี้ผมก็ยังไม่เป็หรอกครับ เพราะผมยังไม่ได้รักใครในแง่นั้นเลย แต่ผมก็ไม่ได้พูดว่าผมไม่มีวันเป็นะครับ ก็อย่างที่บอกแหละครับ ผมไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเอง”
“แล้วคุณดำเกิงกับคุณวันเพ็ญคิดยังไงครับที่ลูกชายของพวกคุณมีแนวโน้มที่จะมีรสนิยมผิดธรรมชาติ” นักข่าวผู้ไร้มารยาทหันไปถามผู้ใหญ่ทั้งสอง
ใบหน้าของดำเกิงตึงขึ้นมา เขากำหมัดแน่น วันเพ็ญบีบมือสามีเป็เชิงเตือน
“ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ” วันเพ็ญพูด “แต่ดิฉันไม่เห็นว่าการที่ลูกดิฉันชอบผู้ชายจะผิดธรรมชาติตรงไหน ดิฉันเป็อาจารย์ด้านวรรณคดี ได้ศึกษาวรรณคดีของชาติต่างๆมามาก จะเห็นได้ว่าความหลากหลายทางเพศมีมาแต่โบราณและมีในเกือบทุกวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็เมโสโปเตเมีย,อียิปต์โบราณ กรีกโบราณหรือแม้แต่วัฒนธรรมใกล้ตัวเราอย่างจีนและอินเดียก็ปรากฏเื่พวกนี้อยู่ ถ้าสิ่งนี้เป็สิ่งผิดธรรมชาติและน่ารังเกียจจริงก็คงไม่มีเื่พวกนี้บันทึกมาให้เราเห็นหรอกค่ะ คงถูกทำลายหมดแล้ว”
“แล้วคุณไม่กลัวไม่มีทายาทสืบสกุลเหรอครับ”
“ทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปมากค่ะ” วันเพ็ญว่า “ถ้าวันหนึ่งนิลรักทะเลหรือผู้ชายคนไหนก็ตามแล้สอยากมีลูกขึ้นมา การอุ้มบุญก็เป็อีกทางออกหนึ่ง ในเมืองไทยอาจจะยังทำไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ด้วยฐานะของเราจะย้ายไปต่างประเทศก็ไม่ใช่เื่ยากค่ะ”
“อีกอย่างหนึ่ง” ดำเกิงพูดขึ้นมาบ้าง “ในโลกนี้ก็มีเด็กกำพร้าอีกหลายคนที่้าครอบครัวครับ”
หลายคนปรบมือให้กับคำตอบของดำเกิง นักข่าวคนนั้นจึงไม่กล้าถามอะไรต่ออีก ได้แต่ถอยหลังไปหลบมุม
จากนั้นก็เป็คำถามเบ็ดเตล็ดทั่วไป หลังจากที่ทุกคนพอหอมปากหอมคอแล้ว ครอบครัวดุรงค์คุณากรก็แยกย้ายกัน ดำเกิงและวันเพ็ญกลับไปที่ฟาร์ม ส่วนนิลก็กลับคอนโด
“คุณหนูให้สัมภาษณ์ดีมากเลยค่ะ” นิ่มว่า เธอกับนิลนั่งอยู่บนโซฟา ดูรายการสัมภาษณ์
“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ” นิลว่า
“แล้วกับน้องเล” นิ่มเอนตัวเข้าไปหาคุณหนูของเธอ แววตาเป็ประกาย“มีโอกาสไหมคะ”
“ตอนนี้เป็เพื่อนกันครับ ผมยังไม่คิดเื่นี้” นิลตอบ
นิ่มยิ้มอย่างพอใจ ในฐานะสาววาย เื่นี้เหมือนนิพพานของเธอเลยทีเดียว แต่เธอไม่ใช่สาววายไร้สติที่จะจิ้นโดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น ดังนั้นเธอจึงไม่พูดอะไรเื่นี้อีก
ฝ่ายทะเลที่ดูการสัมภาษณ์ของนิลก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ ท้องไส้ของเขาปั่นป่วน
“เพื่อนดี” จ๋อมว่า “แบบนี้หายาก”
“ครับ” ทะเลเห็นด้วย “นิลเป็เพื่อนที่ดี”
จ๋อมแตะไหล่ลูกชายเบาๆ “แม่ดีใจนะที่ลูกได้เจอคนดีๆแบบนิล ลูกเป็คนโชคดี อย่างน้อยก็โชคดีกว่าแม่” ประโยคหลังเธอพูดแ่เบากับตัวเอง
“แม่พูดอย่างกับผมกับนิลเป็แฟนกันงั้นแหละ” ทะเลเฉไฉไปเื่อื่น เขาไม่ชอบตอนแม่เศร้าเลย บ่อยครั้งเขาคิดว่าถ้าพ่ออยู่จะช่วยอะไรได้ไหมหรือว่าจะแย่กว่าเดิม
จ๋อมยิ้ม “แม่ไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย แต่แม่ไม่รังเกียจหรอกนะ แม่มีแค่ลูก ใครหรืออะไรที่ทำให้ลูกมีความสุข แม่ว่าดีทั้งนั้น”
ทะเลหน้าร้อนผ่าว “ผมไม่ได้เป็อะไรกับนิลสักหน่อย แล้วแม่ไม่คิดหน่อยเหรอครับว่าความรักแบบนี้มันไม่ค่อยยั่งยืนน่ะ”
“ไม่ได้เป็อะไรกันแล้วทำไมต้องหน้าแดง” จ๋อมแซว ก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทางจริงจังขึ้น “แล้วลูกคิดว่าความรักชายหญิงยั่งยืนเหรอ พวกเขาก็เลิกกันเยอะแยะไป ดูแม่เป็ตัวอย่างก็ได้”
“ทำไมแม่ถึงเลิกกับพ่อครับ” ทะเลถามอย่างกล้าๆกลัวๆ เขาสงสัยเื่นี้มานานแล้ว แต่ไม่เคยกล้าถาม
จ๋อมถอนหายใจ “เขาไม่้าลูก”
ทะเลอ้าปากค้าง “แม่ท้องก่อนแต่งเหรอครับ”
จ๋อมส่ายหน้า “แม่กับเขาแต่งงานกันแล้ว แต่เขาไม่้ามีลูก เขาไม่ชอบเด็ก แม่ต้องกินยาคุม แม่ยอมทำตามเขาเพราะรักเขามาก แต่ลูกควรรู้ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนที่ได้ผลเต็มร้อย เช้าวันหนึ่งแม่ตื่นขึ้นมาแล้วอ้วก ตอนแรกแม่ยังไม่แน่ใจ แต่พอซื้อที่ตรวจครรภ์มา แม่ก็รู้ว่าแม่มีลูก พอเขากลับมา แม่ก็บอกเขา”
“แล้วเขาว่ายังไงครับ” ทะเลถาม ไม่แน่ใจว่าจะชอบคำตอบไหม แต่รู้ความจริงที่เ็ปก็ยังดีกว่าต้องอยู่ในความมืดตลอดไป
จ๋อมยิ้มเศร้าๆ “เขาบอกให้แม่ไปทำแท้ง ไม่งั้นก็เลิกกับเขา”
“แล้วแม่ทำยังไงครับ”
จ๋อมดึงตัวลูกชายเข้าไปกอด “แม่ก็เก็บข้าวของออกมาจากบ้านวันนั้นเลย แม่ทนอยู่กับผู้ชายแบบนั้นไม่ได้หรอก”
“แล้วเขาว่าไงล่ะครับ” ทะเลถามต่อ
“เขาพยายามมาง้ออยู่่แรกๆประมาณอาทิตย์หนึ่ง” จ๋อมว่า “แต่หลังจากนั้นเขาก็ไปมีคนใหม่”
“แม่เห็นเหรอครับ” ทะเลถาม
“มันออกข่าวจ้ะ” จ๋อมว่า เมื่อเห็นลูกชายทำหน้าสงสัย เธอก็รีบอธิบาย “เขาเป็คนในวงการจ้ะ ความจริงจะว่าเป็คนใหม่ก็ไม่เชิง เขากับเธอก็มีข่าวั้แ่ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เขายืนยันว่าเป็แค่การสร้างกระแส เลิกกับแม่ได้ไม่ถึงเดือนก็ประกาศคบกันซะงั้น น่าเจ็บใจตอนที่คบกับแม่ทำเป็หลบๆซ่อนๆ แทบจะไม่มีข่าวเลย เขากลัวกระแสตกน่ะ”
“เพราะยังงี้เขาถึงโอนเงินให้แม่ใช่ไหมครับ” ทะเลถาม “เขากลัวว่าแม่จะแฉเขา”
“อาจจะ” จ๋อมว่า “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” เธอลุกไปปิดโทรทัศน์ “ดึกแล้ว นอนเถอะ”
ความจริงยังไม่ถึงสองทุ่มเลย แต่ทะเลไม่เถียง เขาเองก็รู้สึกเหนื่อยๆเหมือนกัน เขาปีนขึ้นเตียงของตัวเอง
“ฝันดีครับแม่” เขาพูดมาจากใต้ผ้าห่ม
“ฝันดี” จ๋อมตอบ.