ท่ามกลางเสียงอึกทึกที่ดังมาจากฟากหนึ่งของป่า กองกำลังของเมืองกลอเซนที่นำโดยเคเซอร์ได้เข้าปะทะกับกองทัพก็อบลินที่นำโดยโอเกอร์ เสียงการปะทะที่ดังมาถึงตรงนี้สามารถบอกได้เลยว่าเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและรุนแรงแค่ไหน อีกฝั่ง ด้านหน้าโบราณสถานกลับมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังตรงเข้าไปในรังของโอเกอร์ พวกเขาดูเร่งรีบจนผิดสังเกต แกรนด์ที่ได้ยินบทสนทนาของคนกลุ่มนี้ถึงกับหางคิ้วกระตุก พวกมันเองก็เล็งห้องสมบัติของโอเกอร์เช่นเดียวกัน และที่สำคัญ คนพวกนนี้เป็นตัวแปรที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่วางเอาไว้เลย
“เฮ้ยๆ หมอนั่นมันเดินโทงๆ ออกไปทั้งยังงั้นเลยเนี่ยนะ”
ครีทมองไปยังแกรนด์ที่เดินออกจากที่ซ่อนและตรงไปที่คนกลุ่มนั้นเหมือนจะเข้าไปหาเรื่องซะเอง คนที่หลบอยู่ไม่ทันแม้จะห้าม รู้ตัวอีกทีแกรนด์ก็เดินออกไปแล้ว
“เจ้ารู้จักคนพวกนั้นสินะ ที่ลูกพี่เดินออกไปจัดการพวกมันแบบนั้นแสดงว่ามันไม่แข็งแกร่งมากมายอะไรใช่มั้ย”
บ็อบเอ่ยถามเอเลน่า ปกติแกรนด์ไม่ใช่คนวู่วามและรอบคอบอย่างที่สุด แผนการของเขาแต่ละครั้งล้วนถูกคิดวิเคราะห์ออกมาอย่างดี แม้แต่ในการต่อสู้ที่สถานการณ์ย่ำแย่ แกรนด์ก็มักที่จะคิดหาวิธีพลิกกลับและกำชัยชนะมาได้เสมอ ทั้งเขายังมีสกิลตรวจสอบที่พัฒนาแล้ว ทำไมจะไม่รู้ขีดความสามารถของอีกฝ่าย
“ไม่ได้แข็งแกร่งบ้านเจ้าสิ ตาลุงนั่นพลังพอๆ กับมิคาเอล!”
“หา! งั้นก็แย่แล้วสิ! พวกเราต้องรีบออกไปสมทบกับลูกพี่แล้ว!”
“เดี๋ยว! เราออกไปแล้วจะช่วยเขาได้เท่าไหร่กัน อีกอย่าง หมอนั่นไม่ได้เรียกพวกเราซะหน่อย ถ้าเห็นท่าไม่ดีเราค่อยซุ่มจู่โจม จะได้ผลมากกว่าออกไปสู้ซึ่งๆ หน้า ข้าว่าหมอนั่นคงมีแผนอะไรสักอย่างแน่”
เอเลน่าวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น ถ้าแกรนด์จะออกไปลุยจริงๆ ทำไมต้องสวมชุดคลุมสีดำนั่นด้วย และถ้าจะออกไปลุยก็ควรจะบอกทุกคนให้โจมตีพวกนั้นพร้อมๆ กันไปแล้ว แต่นี่สวมชุดคลุมเดินเข้าไปหาศัตรูอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไร
“หืม?”
คารอนรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองและเดินตรงมาทางกลุ่มของเขา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาในทิศทางที่เขาหันไปคือ ชายที่สวมชุดคลุมสีดำ แววตาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนที่ส่องสว่างออกมาจากมุมมืดของผ้าคลุม ลักษณะของชายผู้นี้เหมือนกับคำบอกเล่าของกลุ่มคนที่ถูกหัวหน้าอัศวินสั่งลงโทษไม่มีผิด คนที่สังหารนักรบและผู้ใช้เวทย์จากตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองอย่างโหดเหี้ยม และทุกคนในที่นั้นถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว! ข่าวนี้แม้ทางการจะสั่งปิดข่าวไว้ แต่เขาในฐานะสมาชิกภาคีเวทย์ ผู้ที่มีตำแหน่งสูงทำไมจะไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งชายคนนี้ยังถูกระบุว่าเป็นบุคคลที่นำยาเบิกจันทรามาประมูลในวันนั้นอีกด้วย
“ช..ช..ชายชุดคลุมดำ!”
ผู้ติดตามของคารอนชี้มาที่แกรนด์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ชื่อเสียงของชายผู้นี้เป็นที่วิตกของทหารที่รักษาการพอสมควร ผู้ติดตามของคารอนที่มาด้วยมีพลังคลาส 6 คนเดียว อีกสองคนคลาส 5 ซึ่งทั้งสี่คนรวมถึงคารอนด้วยล้วนมาจากตระกูลเดียวกันซึ่งคารอนเองก็คัดเฉพาะคนที่ไว้ใจได้มา ชายผู้ที่โจมตีแม้กระทั่งนักรบระดับอัศวินตายภายในครั้งเดียว กับพวกเขาแล้วคงไม่ต่างกัน แม้จะมากับคารอนก็ใช่จะปลอดภัย เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าชายผู้นี้มีพลังอยู่ระดับไหน และทั้งสี่ไม่มีใครเลยที่เรียนรู้สกิลตรวจสอบ
“เป็นท่านนั่นเอง ข้าได้ยินว่าท่านเป็นผู้ที่นำยาเบิกจันทรามาประมูล เป็นเกียรติแก่ตัวข้ายิ่งนักที่มีโอกาสได้พบกับท่าน”
คารอนทำใจดีและปั้นหน้ายิ้มพร้อมกับเอ่ยทักทายขึ้น เมื่อชายชุดคลุมดำเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้แสดงความอ่อนแอและเกรงกลัวชายผู้นี้เหมือนดั่งลูกน้องออกมาเลยแม้แต่น้อย ยังไงเสียเขาก็เป็นถึงสมาชิกภาคีเวทย์ เป็นบุคคลระดับสูงของ 1 ใน 9 เมืองที่ใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เกียรติภูมินี้จะถูกดูแคลนต่อหน้าชายผู้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจากที่ไหนก็ไม่รู้ได้อย่างไร
“ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว ไสหัวไปจากที่นี่ซะ!”
ชายชุดคลุมดำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเพื่อบ่งบอกจุดประสงค์ของเขาอย่างชัดเจนไม่อ้อมค้อม
“ท่านก็ต้องการสิ่งนั้นเหมือนกันสินะ ข้าเดินทางไกลมาเพื่อของสิ่งนั้น คิดว่าข้าจะยอมรามือง่ายๆ หรอ งั้นถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ”
คารอนยิ้มที่มุมปากพร้อมเอามือกอดอก เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าชายผู้นี้จะทำยังไงต่อ ชายในชุดคลุมดำถอนหายใจออกครั้งนึง ท่าทางของเขาบ่งบอกเป็นนัยๆ เหมือนกับว่า ‘ช่วยไม่ได้ล่ะนะ พวกเจ้าวอนหาที่ตายกันเอง’ ถอนหายใจเสร็จชายในชุดคลุมก็ลอยตัวขึ้นอย่างนิ่มนวลจนไปหยุดบนอากาศสูงจากพื้น 4- 5 เมตร
“เฮ้ยนั่น! ลูกพี่ลอยได้..อ้วย..อู้..อี้”
“เงียบหน่อยสิวะ พวกคลาส 6 ขึ้นไปมันก็ลอยได้กันทุกคนนั่นแหละ ตื่นเต้นบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย”
บ็อบพรวดพราดอุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้นจนครีทรีบกระโดดเอามืออุดปากไว้ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่บ็อบเห็นแกรนด์ลอยตัวอยู่บนอากาศได้เหมือนกับเหยียบบนพื้นดิน
“อย่าคิดว่าข้าจะยอมง่ายๆ”
คารอนยิ้มพลางเร่งพลังขึ้น แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ภายในใจของเขากังวลเป็นอย่างมาก หากเกิดการปะทะกันที่รุนแรงพวกที่สู้กันอยู่ด้านโน้นคงรู้ตัว ที่เขามาในครั้งนี้เป็นการลักลอบมา ถ้าเคเซอร์รู้เรื่องนี้คงงานเข้าไม่น้อยแน่ๆ
ในคณะที่คารอนกำลังกังวลเรื่องเคเซอร์เขาก็คิดที่จะจู่โจมเพื่อกำจัดชายชุดคลุมสีดำในชั่วพริบตา แต่ยังไม่ทันที่จะใช้ทักษะก็เหมือนมีเท้าของสัตว์ประหลาดยักษ์เหยียบลงที่หัวอย่างจังจนตัวเขาสะดุ้ง เมื่อมองไปรอบๆ พบว่าผู้ติดตามที่อยู่คลาส 5 ต่างมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า และคุกเข่าลงอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ส่วนอีกคนที่อยู่คลาส 6 เหงื่อผุดขึ้นไม่ต่างกัน แม้จะไม่ถึงกับหมดแรงลงไปคุกเข่าแต่มือและขาของเขากำลังสั่นอยู่อย่างเห็นได้ชัด
“พลังจิตข่มขวัญ!!!”
คารอนเงยหน้าขึ้นมองชายในชุดคลุมดำที่ลอยอยู่ ดวงตาของชายผู้นี้เจิดจ้าขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เมื่อมองไปที่ตาคู่นั้นมันทำให้ขนทั่วทั้งร่างกายของเขาตั้งชัน มันเป็นสายตาที่ดูทรงพลังและมีอำนาจยิ่งนัก ความรู้สึกของเขาตอนนี้ดั่งมีภาพร่างของเท้ามังกรยักษ์เหยียบกดเขาไว้อยู่ ผู้ที่มีพลังข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามได้คือผู้มีพลังสูงกว่าอย่างเด็ดขาด ชายผู้นี้แข็งแกร่งขนาดไหนกัน? ช่างน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก! คารอนเริ่มมีเหงื่อเม็ดแรกผุดออกมาจากหน้าผาก แน่นอนว่าแกรนด์นั้นระดับพลังยังด้อยกว่าคารอนอยู่ แต่ร่างกายของเขาคือร่างสถิตมังกร พลังที่ใช้ข่มขวัญจึงไม่ใช่พลังในระดับที่มนุษย์ทั่วไปใช้เป็นมาตรฐานวัดกันได้ ยิ่งความสามารถเด่นเฉพาะตัวของเทพมังกรคือการข่มขวัญด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าวัดกันในด้านพลังจิต เทพมังกรคือผู้ที่มีพลังจิตแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเทพผู้คุมกฎ และผู้สืบทอดของเทพมังกรก็จะได้รับความสามารถพิเศษเฉพาะนี้ติดตัวมาด้วย ฉะนั้นแม้จะเจอกับศัตรูที่พลังสูงกว่าก็สามารถที่จะข่มขวัญกลับไปได้ และการใช้พลังจิตข่มขวัญเป็นสิ่งที่แกรนด์ใช้อยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว
“ช้าก่อนท่านผู้ทรงเกียรติ เราสามารถตกลงกันได้ เรามาร่วมมือกันค้นโบราณสถานกันเถอะ สมบัติที่หามาได้เราก็เอามาแบ่งกัน ท่านต้องการเท่าไหร่ท่านเรียกร้องได้เลย”
“จะไสหัวไปดีๆ หรือกลายเป็นเศษเนื้อที่นี่!”
จู่ๆ ก็มีพลังสายฟ้าถูกรวบรวมไว้ที่มือขวาของชายในชุดคลุมดำ เป็นพลังที่เข้มข้นจนแม้แต่คารอนเองยังรู้สึกอึดอัด กลุ่มก้อนพลังขนาดเท่ากำปั้นแต่กลับมีความเข้มของพลังมหาศาลจนคารอนเองตระหนักทันทีเลยว่าตัวเขาเองก็สร้างพลังแบบนั้นไม่ได้แน่นอน แต่ชายผู้นี้กลับสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย? สีหน้าของเขานิ่งเฉย ไม่มีเค้าว่าพยายามรีดเร้นพลังเลยแม้แต่น้อย
“ไปเร็ว! ถอย!”
คารอนกัดฟันพูดอย่างไม่เต็มใจนัก สมบัติอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่กลับเจอตอมาขวางทางไว้ ทั้งยังมีข้อจำกัดภายใต้สถานการณ์นี้มากมาย เขาลักลอบแฝงตัวมาเองซึ่งเป็นความผิดหากรู้ถึงหูสมาชิกคนอื่น ทำให้ต่อสู้อย่างรุนแรงไม่ได้ ทั้งได้เห็นพลังของผู้ที่อยู่ต่อหน้าทำให้ความมั่นใจของเขาหดหายไปจนหมด คารอนและผู้ติดตามรีบเคลื่อนที่หนีจากตรงนั้นด้วยความเร็วสูงสุด ด้วยเกรงว่าถ้าหากชายผู้นั้นโจมตีมาพวกเขาคงไม่มีโอกาสแม้จะหนี
เมื่อสัมผัสพลังของคารอนไม่ได้แล้ว แกรนด์ที่ลอยตัวอยู่ก็ค่อยๆ ลอยตัวลงพื้นอย่างช้าๆ สีหน้าของเขาตอนนี้ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง เหงื่อหลายเม็ดปรากฏขึ้นที่ใบหน้า หน้าตาของเขาดูตึงเครียดและฉายให้เห็นถึงความเจ็บปวดอยู่ในแววตา แกรนด์พยายามดูดกลืนพลังสายฟ้าที่เขาสร้างเมื่อครู่ให้กลับเขาสู่ร่างกายอีกครั้ง ทักษะที่ที่เขาใช้ขู่คารอนเมื่อครู่คือท่า มังกรสายฟ้าคลั่งทำลายล้าง ซึ่งเป็นท่าไม้ตายของเขานั่นเอง ความรุนแรงของมันเพิ่มขึ้นกว่าตอนที่สู้กับมิคาเอลเกือบสิบเท่า แน่นอนว่ามันกินพลังมหาศาล แกรนด์ใช้ทักษะนี้เพื่อขู่พวกมันก็จริง แต่พลังที่เขาใช้นั้นแทบจะหมดตัวเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นท่าที่กินพลังจนหมดด้วยการใช้เพียงแค่ครั้งเดียว! แผลที่มือมากมายของเขาเริ่มแตกฉีกออกใหญ่กว่าเดิม เลือดจำนวนมากไหลออกมาอาบมือขวา เมื่อแกรนด์ดูดพลังทั้งหมดเข้าร่างเขาถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นพร้อมทั้งหอบอย่างหนักหน่วง ในตอนนี้เขาตระหนักทันทีเลยว่าทักษะนี้อันตรายต่อตัวผู้ใช้กว่าเดิมมากๆ ถ้าหากเขาไม่เพิ่มพลังขึ้นอีกจนมากพอที่จะใช้มันแล้วล่ะก็ การใช้ทักษะนี้ก็เหมือนโชว์การฆ่าตัวตายดีๆ นี่เอง อีกทั้งการข่มขวัญเมื่อครู่แกรนด์ก็เปิดใช้พลังของมันจนถึงขีดสุด ทำให้มันใช้พลังมากกว่าที่ควรจะเป็น ผลที่ออกมาคือสามารถข่มได้กระทั่งผู้ที่ระดับพลังสูงกว่า นี่เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างมาก
“ส่งมือมา”
เอเลน่าบอกแกรนด์ให้ยื่นมือขวาที่บาดเจ็บมา เธอใช้ทักษะฮีลหลายครั้งเพื่อปิดบาดแผลของแกรนด์ ตอนนี้สีหน้าของชายหนุ่มดูดีขึ้นมามากแล้ว แต่ยังซีดเซียวอยู่ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่
“ลูกพี่ เป็นไงบ้าง ท่านไล่พวกมันได้ด้วย!”
“โคตรเจ๋งเลยว่ะ ไล่พวกภาคีเวทย์อะไรนั่นได้ด้วย ข้ากับบ็อบยืนลุ้นจนตัวเกร็งไปหมด ว่าแต่ทำไมเจ้าไม่ฆ่ามันไปซะเลย พลังเมื่อกี้ข้ารู้สึกได้เลยว่าถึงจะเป็นพวกมันก็ไม่รอดแน่ๆ ปล่อยมันไปแบบนี้จะดีหรอ?”
“จริงๆ ข้าก็อยากฆ่ามันอยู่หรอก แต่ติดอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ ท่ามังกรสายฟ้าคลั่งทำลายล้างรุนแรงมากก็จริง แต่มันเป็นท่าที่ใช้ทำลายพื้นที่ ไม่ก็เป้าที่อยู่นิ่งๆ การใช้ออกมันสิ้นเปลืองพลังมาก ถ้าพวกมันคิดจะหลบก็คงไม่ยากหรอก อย่างที่สอง ปะทะกับพวกมันตรงๆ ไม่ได้ มันจะล่อเป้าให้พวกที่สู้กันสงสัย โอเกอร์มันต้องรีบกลับมาที่รังมันแน่ถ้ารู้ว่ามีผู้บุกรุกแอบเข้ามา เหตุการณ์แบบนั้นเราจะเจอกับกองกำลังทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันไม่ดีแน่ อีกอย่าง เจ้าไม่รู้หรอกว่าการแกล้งทำหน้าตายไร้ความรู้สึกหลอกพวกมันทั้งที่พลังแทบจะหมดแล้วแบบนั้นมันยากแค่ไหน”
“นี่ๆ ข้าตหงิดๆ แต่ทีแรกแล้ว เจ้าใช้ชื่อหมู่บ้านนักล่าบังหน้าใช่มั้ย จริงๆ แล้วเราน่าจะเรียกหมู่บ้านว่าซ่องโจรมากกว่านะ ไหนจะตอนนี้ที่พากันมายกเค้ารังโอเกอร์อีก เจ้าว่าไง ข้าว่าเป็นโจรมันก็เท่ดีนะ”
“เท่ตรงไหน ข้าบอกแล้วไงครีท อย่าเรียกว่าโจร น่าขายหน้าชะมัด อีกอย่างพวกเราก็ไม่เคยไปปล้นใคร พวกเราคือนักล่าสมบัติ”
“เหรอออออ... แล้วที่เจ้าไปรูดแหวนชาวบ้านมาจนเต็มกระเป๋าเสื้อจะให้เรียกว่าไง หยิบมาโดยเจ้าของไม่รู้ตัวงี้หรอ ถึงขนาดนี้แล้วไม่รูดเอาของไอ้สี่ตัวเมื่อกี้มาด้วยเลยล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ”
“.........”
แกรนด์ถึงกับหน้าชาพูดไม่ออกไปสักพัก
“เลิกแซวข้าได้แล้วน่า เราต้องรีบกันหน่อยแล้ว ข้ารู้สึกว่าการต่อสู้มันอาจจะจบลงเร็วๆ นี้ รีบไปกันเถอะ”
แกรนด์ลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งนำเข้าไป ทุกคนที่ยืนอยู่ก็ตามมาด้านหลัง โบราณสถานแห่งนี้ใหญ่กว่าที่คิด ทั้งยังมีทางและอุโมงค์มากมาย แกรนด์ให้เวนไฮร์พาคนอื่นไปเคลียร์ห้องสำคัญต่างๆ ที่อยู่รอบนอก ส่วนเขาให้ไคลน์ดมกลิ่นเพื่อมุ่งไปยังห้องสมบัติกันสองคน ภารกิจนี้ต้องทำเวลาให้เร็วที่สุด
“ทางซับซ้อนกว่าที่คิดนะ มีทั้งอุโมงค์หลอก ทางหลอก เต็มไปหมดยังกับรังปลวก”
แกรนด์จับสัมผัสไปรอบๆ ทางไปห้องสมบัติเต็มไปด้วยทางหลอกให้มึนงงมากมาย รวมถึงกับดักที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุกในทันที แสดงว่าพวกก็อบลินที่อาศัยอยู่ที่นี่รู้วิธีเข้าและถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี สิ่งนี้บ่งบอกได้ว่าพวกมันฉลาดกว่าที่คิด ไคลน์ที่สามารถดมกลิ่นระยะไกลได้ก็พาแกรนด์มาถึงหน้าประตูบานใหญ่ มันเป็นประตูหินเสริมเหล็กที่มีขนาดใหญ่โต เมื่อมาถึงที่นี่แกรนด์ก็ยิ้มออกมาที่มุมปากทันที
“ในที่สุดก็มาถึงสินะ หึหึ”
“นายท่าน ข้างในมีกลิ่นคาวเลือดเต็มไปหมด ข้าคิดว่า...”
“อือ ข้ารู้แล้ว แม่พันธุ์ที่มันจับมาทั้งหมดคงกลายเป็นอาหารพวกมันแล้วล่ะ”
ตูม!!!!
แกรนด์พุ่งเข้าไปถีบประตูยักษ์เต็มแรง บานประตูขนาดใหญ่ที่ปิดปากถ้ำเอาไว้พังออกทันที ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็นที่สังเวชใจของผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกจับมาเป็นแม่พันธุ์เพื่อขยายพันธุ์ให้เหล่าก็อบลินมากกว่า 50 คน ในตอนนี้ร่างของพวกเธอเปลือยเปล่านอนเกลื่อนกลาดเต็มลานด้านหนึ่งของห้องสมบัติ สภาพของแต่ละคนอวัยวะไม่ครบชิ้นส่วน ถูกตัดแหว่งออกมาทั่วร่าง บ้างก็ไส้ทะลักออกมา เป็นภาพที่น่าหดหู่จนแทบอยากอาเจียนออกมาตรงนั้น
“พวกมันทำเพื่อความสะใจ ไม่ได้ทำเพื่ออยู่ตามธรรมชาติ เจ้าโอเกอร์มันคงใช้พวกเธอเพื่อกระตุ้นพลังของสมุนมันสินะ ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ป่าเถื่อนจริงๆ”
แกรนด์เบือนหน้าหนีพร้อมกับมองมาที่กองสมบัติ เขาไม่แม้แต่จะสำรวจว่าในกองนั้นมีอะไรอยู่บ้าง แกรนด์พุ่งตัวเข้าไปและใช้แหวนมิติทองคำดูดเอาทุกสิ่งมาเก็บไว้ข้างในอย่างรวดเร็ว ทั้งสองมุ่งหน้าออกไปที่ห้องโถงหลักห้าหน้าโบราณสถานที่เป็นจุดนัดพบกับทุกคน เมื่อออกมาถึงก็พบว่าทีมของเขาทำตามแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าสมบัติส่วนมากจะถูกเก็บไว้ในห้องลับที่แกรนด์เข้าไปแต่ก็มีบางส่วนที่ถูกนำมาประดับไว้ยังส่วนต่างๆ ซึ่งก็ถูกเก็บมาติดมือทีมที่ทำงานอยู่ด้านนอกคนละชิ้นสองชิ้น
“เจ้าพวกนี้มันยังไงเนี่ย เก็บสมบัติไว้เยอะแยะแต่ไม่รู้จักใช้เนี่ยนะ ไม่เป็นไร ข้าจะเอามันไปใช้แทนพวกเจ้าเองละกัน ฮ่าๆ ๆ ๆ”
“เฮ้ยครีท ยืนหัวเราะบ้าอะไรอยู่คนเดียววะ รีบออกมาได้แล้ว เราจะปิดฉากแบบหล่อๆ กัน เอาให้พวกมันคลั่งสุดๆ ไปเลย”
“ตามนั้นล่ะสหาย เตรียมฟังเสียงไพเราะสะท้านแก้วหูไว้ได้เลย”
ทีมของแกรนด์เร่งหลบออกมาจากเขตโบราณสถานอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้พวกเขามาถึงรถม้าที่โคลด์รออยู่อีกฟากหนึ่งของป่าเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างปลดปล่อยความเมื่อยล้าออกมากันทางสีหน้า แม้จะเป็นงานที่เรียกได้ว่าแทบไม่ได้รับอันตรายกันเลย แต่ในครั้งนี้ก็เป็นงานที่กดดันและแข่งกับเวลาอย่างมาก
“เอ้าๆ อย่าเพิ่งหลับสิ มานับถอยหลังกันดีกว่า”
...สนามรบกลางป่า...
“หนังเหนียวจริงนะเจ้าก็อบลินยักษ์ มีฝีมือพอตัวเลยนี่หว่า”
“เก็บคำพูดเน่าๆ เจ้าไว้เถอะ ไอ้จระเข้แดง เจ้าต้องชดใช้ที่กล้ามาหยามข้าถึง....”
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นในขณะที่กองกำลังทั้งสองปะทะกันได้พักใหญ่ๆ แล้ว สิ้นเสียงระเบิดก็มีฝุ่นควันคลุ้งไปทั่วบริเวณใกล้ๆ จุดที่มันระเบิด ความรุนแรงของมันถึงขนาดทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนจนรู้สึกได้ถึงสนามรบ
“ระเบิด? บ้านของข้าระเบิดยังไง?”
โอเกอร์มองไปทางทิศที่เกิดแรงระเบิด ควันสีดำยังคงลอยขึ้นคลุ้งไปทั่วบริเวณนั้น