ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่285 เหตุการณ์หลังโฆษณา

บ้านภูภูมิ หนึ่งในไฮโซชื่อดังเมืองกรุงเทพ ฯลฯ

วันนี้ที่บ้านอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา กินข้าว และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและเรื่องเรียน

“นี่ดรีม แม่บอกแล้วไงว่าเวลากินข้าวอย่าเปิดโทรศัพท์เล่น เดี๋ยวเอามานี่เลยนะ จะทิ้งถังขยะให้หมด!” รัดเกล้า หญิงวัยกลางคนภรรยาภูภูมิต้องการยื้อแย่งโทรศัพท์มาจากมือลูกสาวคนเล็ก โดยไม่สนใจว่าโทรศัพท์เครื่องนี้จะมีราคาหนึ่งหมื่นกว่า

“แม่! หนูกำลังเรียนนะ ไม่ได้เล่นเกมซะหน่อย” เด็กสาววัย 18 ปีแย้ง ดึงโทรศัพท์ในมือไปซ่อนไว้ในกระเป๋า ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูทำเอาผู้เป็นพ่ออมยิ้มหน่อยนึง

“นี่คุณ ใจเย็นๆ ลูกแค่ไม่ได้ตั้งใจเท่านั้น”

“ไม่ได้ตั้งใจ...? แต่นี่มันหลายครั้งแล้วนะคุณที่ลูกดูโทรศัพท์ระหว่างทานข้าว ในฐานะชนชั้นสูง การทานอาหารบนโต๊ะไม่ควรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู!”

รัดเกล้าแต่งเข้าบ้านตระกูลดัง ดังนั้นกิริยาวาจาต้องเพรียบพร้อม

เธอไม่อยากเห็นลูกสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นกุลสตรีแห่งบ้านภูภูมิต้องมัวหมอง เพราะแก่นกล้าจนเป็นม้าดีดกระโหลก

“หนูไม่ได้ดูการ์ตูนหรือเล่นเกมนะ แค่ช่วงนี้กำลังติดตามข่าวสาร...หางานให้คุณพ่อต่างหาก” เด็กสาวแก้ต่าง ทั้งแววตายังแข็งขึง

รัดเกล้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน หากคุณปู่เห็นนิสัยแย่ๆ ของหลานแล้วไม่ยกมรดกให้จะทำไง เธอนี่แหละเป็นคนแรกที่จะอกแตกตาย!

“ดรีม บ้านของเราประกอบธุรกิจนาฬิกา คิดจะหางานให้คุณพ่อเหรอ นี่ลูกเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”

ภูภูมิไม่ได้แทรก เพียงรอดูว่าลูกสาวจะแก้ต่างอย่างไร

“ไม่ได้โกหกนะคะ ตอนนี้มีข่าวออกมาว่าเรือสำราญราคาล้านล้านบาท กำลังจะเปิดตัวในไม่ช้า และเขาก็เปิดให้มีการประมูลเช่าสถานที่ขายสินค้าภายใน หนูเลยคิดว่าบ้านของเราเองก็ประกอบธุรกิจนาฬิกา น่าจะเล็งเห็นตรงส่วนนี้แล้วลงทุนกับเรือสำราญที่กำลังโฆษณา” ดรีมตอบฉะฉาน คล้ายกับไม่ได้แกล้งทำ

“เรือลำละล้านล้านบาท? นี่ลูกกำลังโกหกแม่อยู่หรือไง ในประเทศเราจะมีเรือของใครยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้น อีกอย่างคือต่อให้มันเป็นอย่างที่ลูกพูดจริง คิดเหรอว่าเนื้อที่มันจะเหลือมาถึงเรา!” ผู้เป็นแม่ไม่ได้มองโลกสวยงามนัก เนื่องจากเธอรู้ดีว่าทรัพย์สินในบ้านภูภูมิมีเท่าไหร่ มันไม่สามารถเทียบได้กับเศรษฐีพันหมื่นล้าน ดังนั้นการประมูลที่ว่าจึงไม่สามารถสู้กับบริษัทใหญ่

“ไม่ได้โกหก นี่ไงคะโฆษณาเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' พวกเขาใช้ดารานางแบบชั้นนำของประเทศไทย นอกจากนั้นยังทุ่มเงินจ้างวง P41 มาเป็นพรีเซ็นเตอร์หลัก!” ดรีมหยิบโทรศัพท์ที่กำลังเล่นโฆษณาเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' เธอวางไว้บนโต๊ะ รัดเกล้าและสามีจึงมองโฆษณาด้วยความสนใจ

เห็นว่าทั้งคู่เอาแต่เงียบขรึม ดรีมกล่าวเสริมว่า “วง P41 โด่งดังมาก แค่ค่าตัวสมาชิก 1 คนก็ไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน แต่นี่เล่นเอามาหมดทั้งวง แสดงให้เห็นว่าเจ้าของเรือไม่ธรรมดาเลย เขามีทั้งเงินทองและพาวเวอร์ ตัวตนแบบนี้คุณพ่อน่าจะชอบนะคะ”

ดรีมมีความภูมิใจหลายส่วน เนื่องจากเธอชื่นชอบวงเกาหลี บอยแบนด์ เกิร์ลกรุป จึงรู้ข่าวก่อนใคร นอกจากนั้นด้วยกระแส p41 ตอนนี้มันกำลังผลักดันให้สื่อทั้งหลายมุ่งความสนใจไปที่เรือ อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่เป็นเจ้าของ

“คุณคะ คุณรู้ข่าวนี้หรือเปล่า” รัดเกล้าถามสามี

“รู้มาบ้าง”

ในฐานะนักธุรกิจ เป็นธรรมดาที่ข่าวจะเร็วกว่าคนทั่วไป ดังนั้นแววตาที่มองโฆษณาจึงไม่แปลกใจเท่ากับภรรยา

“ถ้างั้นนี่ก็เป็นโอกาสดี ในการขยายสาขานาฬิกาของเราไปบนเรือ คุณได้ปรึกษากับคุณพ่อหรือยัง เมื่อมองสิ่งที่อยู่ในโฆษณา เรือลำนี้มันราวกับโลกอีกโลกหนึ่ง ลองนึกดูสิหากแบรนด์ 'cisgo' มีสาขาอยู่บนเรือ มันจะสุดยอดมากแค่ไหน!”

ทีแรกรัดเกล้ายังไม่เชื่อ เรือลำไหนกันจะแพงถึงขนาดล้านล้านบาท จนกระทั่งได้เห็นของจริงตรงหน้า แม้จะเป็นแค่วิดิโอโฆษณา ก็ทำให้เธอสั่นไหว อยากไปเยือนที่นั่นสักครั้งหนึ่ง

“ผมได้คุยกับคุณพ่อแล้ว ท่านบอกว่าปล่อยให้ผมจัดการ งานนี้ต้องทุ่มสุดตัว จากการประเมิน ลูกค้าของเรือจะมีแต่ชนชั้นสูง ดังนั้นแบรนด์ที่สามารถเข้าไปอยู่ในรายการได้จะต้องไม่ธรรมดา!”

เห็นสามีมุ่งมั่น ฝ่ายภรรยาก็ยิ้ม เป็นกำลังใจให้ห่างๆ

“พ่อคะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรือเปิดให้บริการ เราไปที่นั่นกันนะคะ” ดรีมยิ้มหวาน ใช้ลูกอ้อนกับคุณพ่อ อีกฝ่ายผงกศีรษะ เป็นอันว่าตกลง

...........

ด้วยโฆษณาที่ถูกปล่อยออกไป ทำให้มหานครคึกคักด้วยการประชุม

อาคมซึ่งรู้ข่าวนั้นก็มีสภาพไม่ต่างกัน ยิ่งได้เห็นบรรยากาศบนเรือ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องทุ่มสุดตัว เพื่อจับจองเช่าสถานที่บนเรือเปิดร้านเครื่องราง!

ปิ่นและปุยฝ้ายเป็นดารา แม้จะขึ้นชื่อว่านางเอกแต่ก็แค่ละครเล็กๆ ไม่เป็นกระแส แต่พอทาง Animation Kids ปล่อยคลิปโฆษณาบนเรือ กระแสของละครยิ่งดัง ทำให้ใครหลายคนรู้จักเธอในชั่วข้ามคืน สร้างความอิจฉาให้รุ่นพี่ในวงการไม่น้อย

สไปร์ วุ้นเส้น ทั้งสองไม่ค่อยถูกกัน แม้จะมีอะไรกับเจมส์แล้วก็ตาม แต่พอเขาไม่อยู่ก็มักจะกัดกันทุกครั้ง แต่วันนี้สองสาวสงบศึก หลังจากได้เห็นเกี่ยวกับโฆษณาโปรโมทเรือ

“คุณเจมส์นี่สุดยอดเลย ไม่คิดเลยว่าเรือที่เขาบอก จะมีขนาดใหญ่ หรูหรา สง่างามและฟู่ฟ่า” สไปร์กล่าว นี่คือครั้งที่ 20 ที่เธอดูโฆษณาบนเรือ

เนื่องจากบนเรือสวยงามมาก มองเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกเบื่อ นอกจากนั้นเพราะ p41 เป็นธรรมดาที่แฟนคลับต้องดูซ้ำ

“นึ่สินะที่เขาบอกว่า มีแฟนรวยมีชัยไปกว่าครึ่งมันเป็นแบบนี้นี่เอง” วุ้นเส้นรู้สึกไม่ต่างกัน ทั้งสองต่างก็เป็นนักธุรกิจ แต่เป็นธุรกิจขนาดเล็กเทียบไม่ได้กับแบรนด์ใหญ่ แต่เพราะเส้นสายคือแฟน การเข้าไปขายน้ำหอมหรือครีมบำรุงผิวบนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก

นอกจากนั้นยังสามารถนำคลินิก JSV ขยายสาขาไปบนเรือได้

สิ่งเหล่านี้คือความมั่งคั่งร่ำรวยที่ยั่งยืน นั่นหมายความว่าหากทั้งคู่ไม่ได้เขาเป็นแฟน ก็คงจะอยู่กับที่ ไม่ได้มีความสามารถอย่างตอนนี้

............

เรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'

เดย์รายงานข่าวหลังจากปล่อยโฆษณาให้เจมส์ฟัง “เจ้านาย กระแสตอบรับดีมาก ตอนนี้สายโทรเข้ามาไม่ขาด และยังมีบางกลุ่มต้องการติดต่อเจ้านายโดยตรง ดูเหมือนว่าเขาต้องการยัดเงินใต้โต๊ะ เจ้านายจะทำยังไงดีคะ”

เจมส์เพียงอมยิ้มหน่อยนึงให้กับคำถาม “แค่ทำตามกระบวนการ ไม่ต้องใส่ใจพวกเขา”

“เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะปฏิเสธคนเหล่านั้นทันที และหากยังไม่ฟังคำเตือนมีครั้งที่สามหรือสี่ คงต้องลงมืออย่างจริงจัง”

“ทำตามนั้น”

เจมส์ไม่ได้สนใจนักธุรกิจเล่นไม่ซื่อ อาศัยเงินทองในตอนนี้ บวกกับเทคโนโลยี ต่อให้พวกเขาจะเล่นแง่หรือมีพรรคพวกกดดันก็เท่านั้น

และนอกจากนั้นด้วยข่าวที่ออกไปว่าอาหารจะถูกจัดเตรียมโดยทางเรือเท่านั้น สร้างความโกรธแค้นให้กับร้านอาหารจากที่ต่างๆ ไม่น้อย

ดูเหมือนว่าพวกเขาอยากจะมีส่วนร่วมในเค้กก้อนโต ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กระนั้นเจมส์ตั้งใจว่าจะให้อาหารของตนเป็นที่หนึ่ง เน้นไปที่ซีฟู้ด แต่ใช่ว่าจะไม่มีขนมขายได้ เช่น โดนัท ขนมขบเคี้ยวและไก่ทอด ส่วนแฮมเบอร์เกอร์โดนแบน เพราะเขาจะใช้แบรนด์ของแม่ดวงแก้วขยายสาขามาบนเรือ

................

โรงแรมเดอะรอยัลครูส

ชั้น 18 ห้องอาหารอันหรูหรา

เหล่าตัวตนอันน่าสะพรึงต่างนั่งกันอยู่ที่นี่

พวกเขากำลังพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับเรือสำราญที่เป็นข่าว

“คุณฉัตรชัย เจ้าของเรือลำนี้หยิ่งเกินไป เขาไม่เห็นหัวคุณซึ่งเป็นผู้บุกเบิกร้านแฮมเบอร์เกอร์ นอกจากนั้นยังขับไล่อาหารทุกชนิดไม่ให้ไปขาย ให้แต่อาหารขยะเช่นโดนัท ขนมขบเคี้ยวลูกอมเข้าไปขาย แต่ดันไม่ให้ชาบู ร้านที่มีเกียรติของผมเข้าไปขาย แม้แต่ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศยังต้องไว้หน้าผมและคุณ แต่ดูเจ้าของเรือลำนี้สิ คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน!” วิโรจน์ เจ้าของเฟรนไชส์สุกี้รายใหญ่แห่งประเทศ แบรนด์ 'ไลอ้อนคิง' โกรธจนเส้นเลือดปูด หลังจากระบายความโกรธดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย จึงต้องหยิบชาขึ้นมาจิบ

“นั่นสิ เจ้าของเรือไม่เห็นหัวร้านอาหารเลย เขาคิดว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิเหรอ ถึงได้ชี้นิ้วสั่งได้ ในฐานะเจ้าของแบรนด์สุกี้ 'ตี๋ใหญ่' ผมไม่มีทางยอมแน่!” ชายอีกคนชื่อโชค มาพร้อมกับเมียสุดสวย แสดงความไม่พอใจต่อเรือเช่นกัน

โดยปกติพวกเขาไม่ค่อยถูกกัน เพราะสินค้าเหมือนกันก็ต้องแย่งส่วนแบ่งตลาด แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้จึงต้องจับมือ เพื่อโค่นล้มอำนาจมืดบนเรือ!

“สิ่งที่เจ้าของเรือทำ เป็นความเห็นแก่ตัว เขาไม่รู้เลยหรือไงว่าแม้แต่ห้างสรรพสินค้ายังต้องอ้อนวอนให้เราไปขาย แต่เขาเป็นใคร ก็แค่นักธุรกิจหน้าใหม่ คอยดูเถอะหลังจากที่ถูกพวกเรากดดัน จะทำหน้ายังไง!” ชายเล็ก เจ้าของแบรนด์สเต็ก 'ซีสต้า' เข้าร่วมประชุม หนึ่งในคนร่ำรวยที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นเจ้าของเฟรนไชส์สเต็กหลายพันสาขาทั่วประเทศ!