ตอนที่ 139 ดาบภูติ
"ปราณจิตขั้น 5 ธาตุดิน มังกรพสุธา (มังกรดิน)"
เสาหินที่ตอนนี้เปลี่ยนรูปร่างเป็นมังกรดินขนาดใหญ่เผชิญหน้ากับมังกรวายุที่ทะยานพุ่งเข้ามาอย่างองอาจ
บึ้ม
การปะทะกันของวิชาสุดยอดทั้งสองระหว่าง มังกรดินกับมังกรวายุ จนเกิดคลื่นพลังมหาศาล
สำนักอาชาสวรรค์ที่เคยอยู่มานานจนถึงปัจจุบันบัดนี้ได้ถูกทำลายลงไปเรียบร้อยจากคนถือสามง่าม
มังกรดิน ที่สามารถเอาชนะมังกรวายุพุ่งจู่โจมใส่เจ้าสำนักอาชาสวรรค์ที่ไร้ทางต่อต้านไปเรียบร้อยแล้ว
การเสียชีวิตของเจ้าสำนักอาชาสวรรค์เริ่มก่อให้ระลอกคลื่นของเหตุการณ์บางอย่างที่กำลังจะลุกลามใหญ่โตเร็วๆนี้ขึ้นมา
"โชคดีจริง ที่เจ้ารอดมาได้"
ชายลึกลับยุแหย่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
"เจ้าอย่าพลาดให้ข้าสูบปราณเจ้าละกัน"
ชายถือสามง่าม ยังคงสวนกลับอย่างดุดัน
"ไม่ต้องห่วง วันนั้นจะไม่ทางมาถึง"
ชายลึกลับยังคงนิ่งเฉยกับคำพูดสวนกลับอีกฝ่าย
"พอ"
ชายอีกคน ที่ตะโกนหยุดการโต้เถียงทั้งสองคนขึ้นมา
...
ณ.สำนักพยัคฆ์
"พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงมาหาเรื่องสำนักพยัคฆ์"
คนเฝ้าประตูสำนักพยัคฆ์ถามกับคนแปลกหน้าตรงหน้าขึ้นมาที่จู่ๆอีกฝ่ายบุกเข้ามาจู่โจมอย่างไม่เกรงกลัวชื่อเสียงสำนักเลย
"อ๊าก"
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานดังออกมา
เมื่อตอนนี้คนเฝ้าประตูสำนักพยัคฆ์ได้รับบาดเจ็บจากการจู่โจมของคนแปลกหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
แม้จะเรียกว่าได้รับบาดเจ็บแต่เป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น แต่สามารถทำให้คนเฝ้าประตูต้องทุกข์ทรมานขึ้นมาทันที
"เกิดอะไรขึ้นกัน"
เลือดที่ไหลออกมาจากปากแผลขึ้นเรื่อยๆหลังโดนพลังของศัตรูที่จู่โจมเข้ามากะทันหัน
ตอนนี้เลือดไหลออกไปหาคนแปลกหน้าที่ยืนเผชิญหน้ากับคนเฝ้าประตูเรื่อยๆ
"ดูกี่ทีก็น่าขยะแขยงทุกที"
ชายถือสามง่ามที่เฝ้ามองดูสหายของตนกำลังใช้ศาสตราวุธกระทำบางอย่างอยู่กล่าวเยาะเย้ยออกมา
"หึ รึว่าเจ้าจะโดนข้าสูบเลือดไปด้วยละ"
ชายที่โดนเยาะเย้ยสวนกลับอย่างเยือกเย็น เมื่อตอนนี้ในมือของตนกำลังถือของบางสิ่งอยู่
"ไหนั่นมันอะไรกัน"
ชายเฝ้าประตูที่ตอนนี้กำลังทรุดลงกับพื้น มองดูเลือดที่ไหลออกมาจากปากแผลตรงเข้าไปยังไหในมือศัตรู
"ฮึ่ม"
แม้คนเฝ้าประตูจะพยายามปิดปากแผลยังไงก็ไม่อาจห้ามการโดนสูบเลือดได้อยู่ดี
เมื่อมือที่ปิดห้ามเลือดเอาไว้ ยังคงมีช่องว่างระหว่างนิ้วมือให้เลือดไหลออกผ่านออกมาได้อยู่ดี
ตู้ม
จู่ๆก็มีดาบปักลงมาจากฟากฟ้าแทงลงไปพื้นดินซึ่งเป็นจุดที่ชายถือไหเคยยืนอยู่
"เจ้าสำนัก"
คนเฝ้าประตูดีใจออกมาเมื่อคนที่ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับดาบยักษ์ที่ปักคาพื้นดินคือเจ้าสำนักพยัคฆ์
"เจ้าหลบไปก่อน"
เจ้าสำนักพยัคฆ์เอ่ยออกมาแก่คนเฝ้าประตู หันมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกตอนนี้
"พวกเจ้าเป็นใครกัน"
เจ้าสำนัก เอ่ยอย่างสงสัยเมื่ออีกฝ่ายปกปิดใบหน้ายากจะบอกได้ว่าคือใครกันแน่
"มาแล้วรึ เจ้าสำนักพยัคฆ์"
"ลืมข้าไปแล้วรึ"
ชายถือไห จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
"เสียงนี้มัน แล้วศาสตราวุธชิ้นนั้นอีก"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ที่สำรวจอีกฝ่ายอย่างละเอียด เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยออกมาราวกับคนเคยรู้จักกันมาก่อนเลย
"จำได้เสียทีนะ"
ชายถือไห ที่สังเกตุท่าทางอีกฝ่ายที่ตอนนี้ตกตะลึงขึ้นมาเมื่อไม่คิดว่าจะได้พบคนเคยรู้จักกันเมื่อนานมาแล้วเช่นนี้อีก
"เจ้ายังไม่ตายรึ"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ ตกใจอย่างมากเมื่อคนที่คิดว่าน่าจะตายไปแล้วยังคงมีชีวิตอยู่
"คิดว่าข้าคนนี้จะตายง่ายๆรึ"
คนถือไห จัดการยื่นไหออกมาด้านหน้าเตรียมกระทำบางอย่าง
ตอนนี้เลือดที่เคยอยู่ในไหเริ่มไหลออกมาก่อตัวเป็นรูปร่างบางอย่างขึ้นมา
"นี้คือ ของขวัญของเจ้า"
ชายถือไห ที่จัดการใช้วิชาบางอย่างเสร็จเรียบร้อยจนตอนนี้เลือดก่อตัวเป็นรูปร่างของใครบางคน
"ท่านพ่อ"
เจ้่าสำนักพยัคฆ์ที่มองดูเลือดก่อตัวกลายเป็นคน ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับตนเองเป็นบุคคลที่เรียกว่า บิดา หรือเจ้าสำนักพยัคฆ์คนก่อน
"เจ้าบังอาจเอาท่านพ่อข้ามาล้อเล่นงั้นรึ"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ระเบิดปราณราชันออกมาทันที
ปราณจิตขั้น 6 โลหิตปราณ ทำการใช้เลือดที่สูบเข้ามาทำการก่อตัวเป็นบุคคลของเจ้าของเลือดนั้นได้สามารถทำการต่อสู้แทนตนเอง
"ตาย"
ดาบยักษา ที่เป็นศาสตราวุธเจ้าสำนักพยัคฆ์ฟาดฟันใส่คนถือไหเพื่อต้องการผ่าอีกฝ่ายให้เป็นสองท่อนทันที
เคล้ง
แต่จู่ๆดาบอีกเล่มที่มีขนาดต่างกันสิ้นเชิงของเจ้าสำนักพยัคฆ์คนก่อนออกมารับดาบยักษาเอาไว้ได้อย่างสบาย
"ดาบภูติ"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ที่จดจำดาบขนาดเล็กของอีกฝ่ายได้อย่างดี เมื่อเป็นศาสตราวุธของเจ้าสำนักพยัคฆ์คนก่อนเคยใช้
ดาบภูติ หรือ จะเรียกอีกอย่างว่าดาบของเหล่าคนแคระที่มีขนาด รูปร่างต่างกับ ดาบยักษาจนเห็นความต่างชั้นกันอย่างมาก
แม้ดาบภูติจะมีขนาดเล็กจนเทียบดาบยักษาไม่ติดแต่กับสามารถรับดาบยักษาได้อย่างสบายๆจนไม่รับรู้ถึงความต่างของขนาดเลยสักนิด
เปรี้ยง
ดาบภูติ จัดการปัดดาบยักษาออกไปราวกับขนนกจนอีกฝ่ายต้องเซไปตามแรงดาบที่ถูกปัดด้วยเช่นกัน
"แม้แต่ อานุภาพของดาบยังเหมือนกันเลยรึเนี่ย"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ที่แทบไม่อยากเชื่อว่า ดาบยักษาจะถูกปัดให้ลอยออกไปง่ายดายเช่นนี้มาก่อน
"ฮึ่ม รีบคลายวิชาซะ"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ คำรามออกมาแต่คนถือไหยังคงนิ่งเฉยทำเหมือนกับไม่ได้ยินใดๆทั้งสิ้น
เฟี้ยว
เปรี้ยง
ไม่ว่าเจ้าสำนักพยัคฆ์จะเหวี่ยงดาบยักษาเล่นงานศัตรูที่ถือไหแค่ไหนก็ไม่สามารถสัมผัสถูกตัวอีกฝ่ายได้เลย
เมื่อดาบภูติคอยปัดป้องดาบยักษาตรงหน้า เหมือนกับกำลังปกป้องคนถือไหไม่ให้มีผู้ใดเข้ามาย่างกรายเข้ามาทำร้ายได้เลย
"ถ้าไม่จัดการดาบภูติก่อน คงไม่สามารถแตะตัวมันได้เลย"
เจ้าสำนัก ที่กล่าวอย่างเจ็บใจเมื่อตนเองไม่คิดอยากจะปะทะกับเจ้าสำนักพยัคฆ์คนเก่า แต่ก็ไม่อาจจะเข้าไปทำร้ายคนถือไหให้คลายวิชาได้จึงไม่มีทางเลือกอีกต่อไป
"ใช่แล้ว"
"เจ้าทำอย่างงั้นถูกต้องแล้ว"
ชายถือไห ล้อเลียนอีกฝ่ายออกมาเมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจได้ถูกแล้วตอนนี้
"หนอย ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้"
เจ้าสำนักพยัคฆ์โกรธจัดเมื่อต้องถูกบีบบังคับให้มาต่อสู้กับบิดาของตนเองเช่นนี้อย่างช่วยไม่ได้