เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 115: ดินไม่ดี

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างที่คาดอาจเพราะพนักงานในบริษัทคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดเกินไป

            เมื่อโม่เชี่ยนนีเข้าไปในแผนกเหล่าหญิงสาวจำนวนมากต่างเข้าไปสอบถามและส่งกำลังใจให้นั่นทำให้โม่เชี่ยนนีรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ น้ำเสียงที่ใช้เวลาสั่งงานลูกน้องก็อ่อนโยนขึ้นกว่าแต่ก่อน

            จ้าวหงเยี่ยนเห็นหยางเฉินกลับไปที่โต๊ะดังนั้นเธอจึงเข้าไปหาหยางเฉินพร้อมรอยยิ้มแปลกๆ

            "นายจัดการหัวหน้าโม่แล้วจริงๆเหรอ?"

            "ผมอยากจะจัดการคุณมากกว่า"หยางเฉินขยิบตาให้จ้าวหงเยี่ยน

            จ้าวหงเยี่ยนขวยเขินพลางทุบตีหยางเฉิน

            "ฉันจริงจังนะ!อย่าล้อเล่นสิ!"

            "ลองเดาดูสิ"หยางเฉินกลอกตาไปมาพลังแห่งความอยากรู้ของผู้หญิงช่างทรงพลังถึงขีดสุด

            จ้าวหงเยี่ยนดูเหมือนจะได้ข้อสรุปว่าหยางเฉินและโม่เชี่ยนouมีความสัมพันธ์อันไม่ธรรมดา

            "แล้วหัวหน้าโม่ไม่เป็นไรใช่มั้ย?"

            "คุณคิดว่าเธอไม่ปกติงั้นเหรอ?"หยางเฉินชี้ไปที่โม่เชี่ยนนีที่กำลังอธิบายแผนงานให้ลูกน้องอย่างกระตือรือร้นและมีความมั่นใจ

            จ้าวหงเยี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลังจากที่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติกับโม่เชี่ยนนี

            "จริงๆแล้ว พวกเราปรึกษาหารือกันมาก่อนแล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร จากครั้งแรกที่เห็นพวกเราก็รู้แล้วว่าชายคนนั้นไม่ได้มีเจตนาดีอย่างแน่นอนเขาอาจทำอะไรบางอย่างที่น่ากลัวต่อหัวหน้าโม่ก่อนดังนั้นหัวหน้าโม่จึงสามารถตอบโต้เขาไปอย่างรุนแรงเช่นนั้นอีกอย่างหัวหน้าโม่ก็ปฏิบัติกับเราด้วยดีมาโดยตลอด"

            หยางหัวเราะถามว่า "เธอปฏิบัติต่อพวกคุณอย่างดี?ทำไมผมรู้สึกเหมือนเธอให้คุณทำงานทั้งหมดเหมือนหัวหน้าเลยล่ะ?"

            จ้าวหงเยี่ยนเผยท่าทีรังเกียจขึ้นมาทันที

            "พนักงานใหม่อย่างนายรู้แค่เรื่องเล่นเกมอย่างเดียวเท่านั้นแหละตอนนี้ในหมู่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างให้พนักงานทำงานหนักแล้วพวกเขาจ่ายค่าตอบแทนให้สาสมหรือยังไง? ฉันจะบอกอะไรให้นะตั้งแต่หัวหน้าโม่มาเป็นหัวหน้าที่แผนกนี้สวัสดิการและโบนัสของแผนกเราก็กลายเป็นสูงที่สุดในบริษัทอีกทั้งถ้าพวกเราโดนลูกค้าข่มขู่หรือลวนลามหัวหน้าโม่ก็จะทวงความยุติธรรมให้พวกเราเสมอ และเธอสู้กับผู้บริหารคนอื่นๆให้พวกเราตลอด"

            "แล้วการกดขี่ข่มเหงล่ะไม่มีใครบ่นเลยงั้นหรือ?" หยางเฉินคิดว่าโม่เชี่ยนนีทำ'รุนแรงและโหดร้าย'กับเขาไม่เคยคาดคิดว่าเธอเป็นคนที่ใส่ใจลูกน้องมากขนาดนี้

            จ้าวหงเยี่ยนหัวเราะกล่าวว่า

            "หัวหน้าโม่ถูกรับเลือกโดยซีอีโอคนก่อน อาจเรียกได้ว่าเธอเป็นผู้อาวุโสในบริษัท และเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับบอสหลินแน่นอนว่าบอสหลินจะสนับสนุนหัวหน้าโม่อีกอย่างหัวหน้าโม่นั้นมีคอนเนคชั่นที่กว้างขวางมากมิฉะนั้นเมื่อตอนที่บอสหลินไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลหัวหน้าโม่จะได้ขึ้นเป็นรองประธานบริหารได้อย่างไร"

            หลังจากฟังจ้าวหงเยี่ยนอธิบายหยางเฉินเข้าใจโครงสร้างของบริษัทนี้มากขึ้นแต่เขาก็เป็นเพียงแค่ฟังและไม่ได้ใส่ใจอะไรมันมากนักหลังจากพูดคุยสักพักหยางเฉินก็เริ่มอาชีพเล่นเกมของเขาต่อ

            หลังจากเล่นได้ไม่นานโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เมื่อมองไปที่โทรชื่อปรากฏว่าเป็นถังถังเองที่โทรมา หยางเฉินหยิบขึ้นมารับเสียงหวานของถังถังก็ดังขึ้นทันที

            "ลุง!หนูคิดถึงลุงจะตายอยู่แล้ว!"

            "แต่ฉันไม่ได้คิดถึงเธอ"

            "ฮึ่มไร้อารมณ์เหมือนเดิม" ถังถังบ่นออกมาแล้วถามว่า "ลุงทำไรอยู่เหรอคะ?วันนี้หนูเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปมันงี่เง่ามากแล้วตอนนี้หนูทำเสร็จแล้วด้วย หนูเลยเบื่อจะตายอยู่แล้ว"

            "เบื่อก็หาอะไรทำสิฉันกำลังทำงานอยู่"

            "กำลังทำงาน?"เหมือนกับว่าถังถังได้ค้นพบโลกใหม่ เธอถามอย่างตื่นเต้นว่า "ลุงทำงานอะไรงั้นเหรอคะ?"

            "เล่นเกม"หยางเฉินตอบตรง ๆ

            ถังถังหัวเราะคิกคักกล่าวว่า "ลุงเป็นพวกขี้เกียจงั้นเหรอเนี่ยแล้วลุงกำลังเล่นเกมอะไรอยู่เหรอ World of Warcraft? EQ? Miracle หรือเกมอะไร?"

            หยางเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบไปว่า "เกมIQ สูง"

            "เกมIQ สูง?มันคือเกมอะไรเหรอคะ?"

            "เกมโปเกมอนไงฉันเล่นน็อกมาหลายรอบแล้ว!" หยางเฉินบอกชื่อเกมไปอย่างไม่มีทางเลือก

            ถังถังเงียบไปสักพักก่อนที่เสียงหัวเราะ 'ฮ่าๆ'จะทะลุมาจากโทรศัพท์อย่างไม่หยุดยั้ง หยางเฉินหน้าหมองคล้ำลงทันทีมันตลกมากงั้นหรือ? มันเป็นเกมแฟลชที่ฮิตที่สุดเชียวนะ

            ถังถังใช้เวลาอยู่นานกว่าเธอจะควบคุมตัวเองให้กลับสู่ปกติได้จากนั้นเธอจึงกล่าวต่อว่า

            "ลุงลุงทำแบบนี้ได้ยังไง สำหรับนักรบใหญ่ห้าวหาญ และชาญฉลาดเช่นลุงแล้วมันเป็นเรื่องที่ตลกอย่างมากที่ลุงจะเล่นเกมแบบนั้น เกมนั้นเขาเอาไว้ให้เด็กน้อยและพวกคุณป้าเล่นเท่านั้นแหละ!"

            "แล้วอย่างฉันควรเล่นเกมอะไรล่ะ?"หยางเฉินมีความสุขที่ได้ยินคำชมเชยเช่นนี้!

            "มันก็มีหลายเกมนะขึ้นอยู่กับว่าลุงชอบเล่นแบบไหน มีทั้งเกมวางแผน เกมกีฬา เกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งเกมไขปริศนา และแม้กระทั่งเกมวางแผนธุรกิจ" ถังถังบอกเกมหลากหลายชนิดในหยางเฉินฟัง

            หยางเฉินไม่ใช่คนโง่เขาสามารถเข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านั้นได้ แต่เขาออกจะขี้เกียจเกินไปที่จะเล่นเกมกีฬาหรือเกมยิงปืน ในชีวิตจริงเขาเคยผ่านเรื่องพวกนี้มาหมดแล้วและเขาไม่ต้องการเจอกับเรื่องพวกนั้นอีก และสำหรับเกมวางแผนธุรกิจเขาจะเล่นไปเพื่อ!

            "ฉันชอบพวกกลยุทธ์มากกว่ามีเกมประเภทสงครามหรือเปล่าล่ะ?"

            "ใช่ต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ ใช่หรือเปล่าคะ ลุงต้องสร้างฐานหรืออาคารฝึกทหารจากนั้นลุงก็จะมีกองทัพทหาร แล้วถึงไปต่อสู้กับคนอื่นๆ ได้"

            "ฟังดูน่าสนใจมันชื่อเกมอะไรล่ะ?" หยางเฉินเอ่ย

            ถังถังคิดสักพักก่อนตอบว่า "ลุงเอาอย่างนี้เป็นไง หนูไม่มีอะไรทำในช่วงบ่ายอยู่แล้ว มารับหนูที่โรงเรียนสิแล้วหนูจะพาลุงไปสถานที่ที่มีเกมสนุกๆ หนูจะได้สอนลุงเล่นคุณไปด้วยเลย!"

            "เธอไม่เรียนหรือไง?อย่าพยายามที่จะหลอกฉันเสียให้ยาก"หยางเฉินเป็นผู้ใหญ่มีหน้าที่จะต้องสอนบทเรียนให้แก่เด็กๆเขาต้องเห็นการเรียนมาก่อนเสมอ

            ถังถังตกใจกล่าวว่า "ลุงลุงต้องเชื่อหนูนะ หนูทำงานเสร็จหมดแล้วจริงๆ!"

            หยางเฉินรู้สึกหงุดหงิดในหัวใจเล็กน้อยเพราะเวลาเขาอยู่ต่างประเทศเขารู้สึกอิจฉานายพลที่สามารถสั่งเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนได้ดั่งใจเสมอแม้ว่าตอนนี้ตัวเขาเองก็สามารถสั่งใครบางคนได้เช่นกัน แต่คนที่เขาสั่งในตอนนี้ช่างไม่ได้ดั่งใจเขาเลย

            "เอาล่ะฉันจะไปรับเธอที่โรงเรียนตอนบ่ายโมง"

            ...

            หลินรั่วซีที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า แต่เธอก็พิจารณาอย่างใจเย็นวิธีที่โม่เชี่ยนนีใช้นั้นแตกต่างจากปกติ

            แต่หลินรั่วซีก็ไม่ได้จัดการเรื่องนี้อย่างเร่งรีบหลังจากที่จัดการเอกสารต่างๆ แล้วเธอก็เรียกโม่เชี่ยนนีเข้ามาพูดคุยในช่วงบ่ายทันที

            โม่เชี่ยนนีอยู่ในอารมณ์ที่ดีเธอเผยรอยยิ้มอันสดใสเมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องของหลินรั่วซี เธอก็นั่งอยู่ที่โซฟาขนาดใหญ่ในลักษณะที่ผ่อนคลาย และพูดติดตลกว่า

            "บอสหลินคะคุณเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล คุณก็ทำงานหนักทันทีเลยนะคะแล้วอย่างนี้ลูกจ้างอย่างเราจะทำตัวยังไงดีล่ะเนี่ย?"

            หลินรั่วซีอยู่ในชุดสีขาวนวลเช่นดวงจันทร์ กลิ่นอายที่ปล่อยออกมาช่างอ่อนโยนและกระจ่างใสเหมือนสาววัยยี่สิบเธอหันมามองที่โม่เชี่ยนนี ด้วยความกังวล

            "เชี่ยนนีเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" แม้ว่าเธอจะเป็นห่วงแต่ลักษณะของเธอทำให้คำถามนี้อยู่เฉี่อยชามาก

            โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปากเผยรอยยิ้ม และส่ายหัวกล่าวว่า"ฉันดูเหมือนมีปัญหาหรือไง?"

            "ดีแล้ว"หลินรั่วซีพยักหน้า "สิ่งที่เธอทำเมื่อเช้านี้อยู่ผิดไปจากตัวเธออย่างมาก"

            โม่เชี่ยนนีไม่แปลกใจทั้งสองรู้จักกันมานานหลายปีหลินรั่วซีเข้าใจเธอเช่นเดียวกับที่เธอเข้าใจหลินรั่วซีคนอื่นๆ อาจมองโม่เชี่ยนนีตัวปลอมไม่ออกแต่หลินรั่วซีนั้นสังเกตได้ถึงความผิดปกตินี้

            เพื่อไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่โตโม่เชี่ยนนีจึงตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จากนั้นอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า "ฉันก็ไม่คาดคิดเหมือนกันบางทีฉันอาจโกรธมากจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้"

            หลินรั่วซีพยักหน้าแล้วเปลี่ยนหัวข้อทันที "เธอรู้จักหยางเฉินมานานแล้วงั้นหรือ?"

            คำถามนี้ค่อนข้างลึกซึ้งเมื่อหลินรั่วซีได้ยินมาว่าโม่เชี่ยนนี และหยางเฉินมีความใกล้ชิดกัน แต่เธอก็ไม่ได้ถามโม่เชี่ยนนีเกี่ยวกับเรื่องนี้ในฐานะที่เป็นภรรยาตามกฎหมาย เธอจึงถามด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมแทน

            ความรู้สึกผิดหลั่งไหลเข้าสู่หัวใจของโม่เชี่ยนนีทันทีเธอไม่สามารถหยุดความรู้สึกนี้ได้ เมื่อเธอคิดถึงคำที่หยางเฉินบอกเธอ หลังจากได้ยินคำนั้นเธอก็กลับไม่รู้สึกอึดอัดใจใดๆเลย

            "จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ว่านาน แล้วมันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมงานเท่านั้นรั่วซีเธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่ใช่คนง่าย" โม่เชี่ยนนีไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธเมื่อตอบออกมาเช่นนี้แล้ว ถือว่าเป็นการประกาศชัดเจนว่าเธอยอมรับมัน

            เธอไม่ได้เป็นคนง่ายดังนั้นแล้วเรื่องนี้สมควรเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจัง!

            หลินรั่วซีรู้สึกอึดอัดภายในแต่เธอมีความรู้สึกหึงหวงนี้เนื่องจากสามีที่น่าผิดหวังอย่างนั้นหรือ?เรื่องนี้สมควรเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดมันเป็นเพราะเพื่อนสาวของเธอมีความรู้สึกบางอย่างต่อหยางเฉินต่างหาก

            ชายคนนี้อะไรกันแม้แต่ผู้หญิงที่ฉลาดเช่นเชี่ยนนียังตกหลุมพรางของเขาอย่างนั้นหรือ?

            โม่เชี่ยนนีเป็นห่วงว่าหลินรั่วซีจะโกรธเพราะเธอยังคงเงียบ เธอเริ่มรู้สึกละอายใจเล็กน้อย พร้อมพยักหน้ากล่าวว่า

            "รั่วซีอย่าโกรธไปเลย ระหว่างเราสองคนไม่มีอะไรเลยจริงๆบางทีอาจเป็นฉันเองที่หุนหันพลันแล่น เขาไม่ได้ทำอะไรให้เธอผิดหวังหรอก"

            หลินรั่วซีพบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกอย่างยิ่งหนึ่งในเพื่อนสาวคนสนิทติดใจสามีไร้ประโยชน์ของเธอจริงๆและแม้กระทั่งแก้ต่างให้กับเขา ฉันจะโกรธเพื่อนเพื่อคนไร้ความสามารถเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?หยุดล้อเล่นกับฉันได้แล้ว!

            "เชี่ยนนีอย่าห่วงไปเลยฉันไม่ได้โกรธ ฉันแค่หวังว่าเธอจะเห็นแสงสว่างมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยที่เธอจะคาดหวังกับคนแบบนั้น"หลินรั่วซีถอนออกมาเฮือกใหญ่

            โม่เชี่ยนนีตะลึงงันเธอไม่สามารถเข้าใจได้ว่าคนเป็นภรรยาจะพูดคำแบบนั้นอย่างใจเย็นเช่นนี้เธอเผยรอยยิ้มที่เจ็บปวดพร้อมกล่าวว่า

            "ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถืออย่างมากแต่บางสิ่งบางอย่างก็อาจควบคุมได้ด้วยเหตุผล"

            หลินรั่วซีเลิกคิ้วขึ้นเธอได้ยินเสียงหวานในคำพูดของโม่เชี่ยนนี เธอรู้สึกอึดอัดมาก และกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้นเธอได้แต่หวังว่าคนที่ทำให้เธอปวดหัวคนนั้นจะยืนอยู่ตรงหน้าและทำทุกอย่างให้ชัดเจน มันจะดีมาก...ถ้าเขาบอกว่า มันเป็นไปไม่ได้...ระหว่างเขาและเพื่อนสาวที่ดีของเธอคนนี้!

            หลินรั่วซีกดปุ่มบนโต๊ะทำงาน จากนั้นอู๋เยวี่ยที่สวมชุดสูทสีดำเรียบร้อยก็เข้ามาในห้องทันที

            "บอสหลินมีอะไรหรือคะ ?"

            "อู๋เยวี่ยเรียกหยางเฉินมาพบฉันที่นี่ หัวหน้าโม่และฉันมีบางสิ่งจะถามเขา"หลินรั่วซีสั่ง

            เลขาอู๋เยวี่ยพอจะเดาได้ว่าหลินรั่วซีจะต้องเรียกหยางเฉินอยู่แล้วจึงกล่าวว่า

            "บอสหลินหยางเฉินออกไปข้างนอกเมื่อสิบห้านาทีที่ผ่านมานี้เองค่ะ"

            "นี่มันเวลาทำงานอยู่เลยเขาออกไปไหน?" หลินรั่วซีและโม่เชี่ยนนีมองอู๋เยวี่ยด้วยความประหลาดใจ

            อู๋เยวี่ยกล่าวตอบ

            "ตามที่พนักงานแผนกประชาสัมพันธ์บอกหยางเฉินออกไปเล่นเกมค่ะ"

            ใบหน้าของหลินรั่วซีเปลี่ยนเป็นอึมครึมมืดมนลงทันทีในขณะที่โม่เชี่ยนนีเองก็แสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

            "ดินไม่ดีย่อมไม่อาจเป็นกำแพงได้"หลินรั่วซีถอนหายใจด้วยความผิดหวังเธอพยายามกระตุ้นอะไรบางอย่างแล้ว แต่ในท้ายที่สุดมันก็เหมือนกับเสียแรงเปล่าเธอปิดตาลงด้วยความอ่อนเพลีย และส่งสัญญาณมือให้อู๋เยวี่ยออกไป

            เมื่อเห็นความทุกข์ทรมานของหลินรั่วซีแล้วนั่นทำให้โม่เชี่ยนนีรู้สึกว่าเธอต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้เธอก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ และรู้สึกเสียใจมากขึ้น และมากยิ่งขึ้นภายในใจ...

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498