หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ผลกระทบ

    ตัดกลับมายังลั่วอู่หลิน ตอนนี้เขาได้ทำการบ่มเพาะพลังปีศาจได้สิบวันแล้ว ไอปราณโลหิตหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆราวกับน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกรากไม่อาจหยุดยั้งได้ ไอสังหารเองก็คละคลุ้งไปทั่วร่างกาย ลั่วอู่หลินสามารถสัมผัสได้เลยว่าความต้องการในการสังหารของเขามันเหมือนกับจะปะทุออกมาอยู่ตลอดเวลา

     

    'นี่คือผลกระทบของสายเลือดเทพมารโลหิตอย่างนั้นหรือ ช่างน่าพิศวงจริงๆ'ลั่วอู่หลินบ่นพึมพำในใจ ตัวเขาปรับสมดุลพลังครั้งใหญ่ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมา ระดับพลังของสายมารปีศาจตอนนี้มาอยู่ที่ระดับกษัตริย์ขั้นห้าแล้ว

     

    "ถึงเวลาที่เจ้าเริ่มการตามหามรดกของเผ่ามารฟ้าเสียที จากที่ดูจากแผนที่มันก็น่าจะอยู่ในทวีประดับต่ำนี่ล่ะ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ในหัวของนางนั้นมีภาพแผนที่อยู่ตลอดเวลา ลั่วอู่หลินพยักหน้าเปลี่ยนอาภรณ์กลายเป็นสีดำระเบิดหน้าถ้ำเดินออกไป

     

    ออร่าปราณของเทพมารโลหิตที่คละคลุ้งถูกเรียกกลับเข้าสู่ร่าง ในเวลานี้เขาไม่เพียงแสร้งแสดงด้านเย็นชา แต่ทว่าใบหน้ากลับดูเย็นชาอย่างแท้จริง หากเขายกยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยก็จะคล้ายกับคนที่เย่อหยิ่งไปโดยปริยาย นี่คือผลกระทบของการใช้พื้นฐานการบ่มเพาะพลังสายมาร

     

    ลั่วอู่หลินแม้จะรู้สึกตัวทุกประการแต่ไม่อาจที่จะทำอะไรกับมันได้ และคงต้องดำรงอยู่ในความเย็นชาและเย่อหยิ่งเช่นนี้จนกว่าจะสร้างวังวนพลังปราณหยินหยางได้สำเร็จ

     

    หลังจากเดินมาสักพัก ลั่วอู่หลินชะงักฝีเท้าและปลดปล่อยพลังปราณออกมา ทันใดนั้นเงาดำก็เคลื่อนตัวเข้ามาหาตัวเขาทั้งสี่ทิศทางเมื่อถึงตัวชายหนุ่มพวกมันก็ปรากฏร่างของกิ้งก่าสีดำออกมาพร้อมกับมีดสั้นที่หมายจะเชือดลั่วอู่หลินให้ตายตกไป

     

    "ไม่เจียมตน!"ชายหนุ่มเค้นเสียงเย็นเมื่อคมมีดเข้ามาใกล้ เคียวปีศาจปรากฏขึ้นในมือและถูกวาดไปรอบตัวในทันใด ปีศาจเหล่านั้นที่โผล่ออกมาโดนลั่วอู่หลินฟาดฟันจนขาดเป็นสองท่อนทว่ามันกลับไม่ตายและกลายเป็นเงากลับมารวมกันดังเดิม และลอยวนอยู่เช่นนี้รอจังหวะที่จะรอบสังหารลั่วอู่หลิน

     

    'พวกมันเป็นใครกัน!! ข้าพึ่งเข้ามาได้ไม่นานเองถึงกลับมีปีศาจต้องการจะฆ่าข้าถึงสองกลุ่ม'ลั่วอู่หลินคิดขึ้นในใจ แต่เมื่อคิดได้ว่าที่นี่คือพิภพปีศาจจึงเลิกสงสัย หน้าที่ของเขาคือสังหารคนรนหาที่ตายเท่านั้น

     

    "ไหนๆก็ยังไม่คุ้นชินก็ใช้พวกเจ้าเป็นหนูทดลองพลังนี้หน่อยก็แล้วกัน!"ลั่วอู่หลินยกยิ้มตามปกติทว่าใบหน้าของเขากลับฉีกยิ้มราวปีศาจกระหายเลือดอย่างไรอย่างนั้น เขาปลดปล่อยปราณสีเลือดออกมาทันใดนั้นเองเหล่าปีศาจที่โจมตีเขาก็หยุดชะงักและกลับสู่ร่างจริงในทันใด หากสังเกตุดีๆจะพบเห็นรอยแผลที่เกิดจากการวาดคมเคียวเมื่อครู่ของชายหนุ่ม เมื่อมันผสานเข้ากับปราณโลหิต อีกฝ่ายก็อยู่ในการควบคุมของเขาอย่างง่ายดายโดยไม่อาาจที่จะหลีกเหลี่ยงได้เลยแม้แต่น้อย

     

    "นี่มัน!"อีกฝ่ายหนึ่งอุทานขึ้น มันรู้สึกว่าราวกับว่าโลหิตทุกหยดในร่างกายไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป ลั่วอู่หลินผายมือไปด้านหน้ามือที่แบอยู่กำลงช้าๆตัวของปีศาจที่เข้ามาโจมตีเขาก็แตกกระจายจนโลหิตสาดกระเซ็น

     

    "ทักษะระเบิดโลหิต"

     

    ลั่วอู่หลินมองซากศพที่ดูสังเวชอย่างเมินเฉยและไม่ได้กล่าวอะไรอีกต่อไป เขาทำตามแผนเดิมที่ได้วางเอาไว้นั่นคือการไปหาสมบัติของเผ่ามารฟ้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

     

    "น้องชาย เมื่ออยู่ในร่างนี้ข้าขอร้องเจ้าละ อย่ายิ้มออกมาเลย เพราะมันดูเหมือนพวกโรคจิตวิปลาสเอาเสียมากๆใบหน้าเย็นชาของเจ้าหล่อเหลากว่าเยอะ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวขอร้อง เพราะนางรับไม่ได้จริงๆที่จะเห็นรอยยิ้มเช่นนั้นบ่อยๆ

     

    แน่นอนลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็หุบยิ้มและคงสีหน้าเย็นชาในทันที ถึงจะอยู่ในร่างปีศาจก็เถอะ แต่เขาก็อยากจะคงความดูดีของตัวเองเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยตัวไปตามอารมณ์จนดูเหมือนคนโรคจิตอย่างที่ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวหา

     

    "พี่สาวอีกไกลไหมกว่าจะถึงที่หมาย"ลั่วอู่หลินกล่าวถามขณะที่บินทะยานมาทางทิศใต้ของดินแดนระดับต่ำ

     

    "ไม่ไกลแล้ว มันเป็นโบราณสถานที่ติดกับทะเลแห่งความโกลาหล ตรงไปอย่างนี้แหละยิ่งใกล้ถึงยิ่งสังเกตุง่าย"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวตอบกลับมา

     

    ลั่วอู่หลินจึงบินไปอย่างรวดเร็ว แม้พลังปราณปีศาจจะอยู่แค่ระดับกษัตริย์ก็เหมือนจะไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย

     

     

    ตัดกลับมายังตระกูลราชามังกรอัสนีบาต ณ ดินแดนสวรรค์ ในตอนนี้เฟยหรงยังคงนั่งมองเซียนหนิงซีเช่นนั้นไม่ได้ไปไหน หลังจากคิดหาวิธีมาแสนนาน เขาก็นึกขึ้นได้ว่า ในอดีตนั้นตัวเขาเองแทบจะไม่ได้เกี้ยวอะไรเหล่าภรรยาเลย ส่วนมากจะเกิดจากความใกล้ชิดและเหตุการณ์พาไป

     

    เขาแทบอยากจะร้องไห้ แม้จะมีภรรยายี่สิบกว่าคนแล้วก็ตามแต่ในด้านการเกี้ยวหญิงงามเขาช่างอ่อนด้อยนัก เรียกได้ว่าลั่วอู่หลินยังดูมีชั้นเชิงกว่าด้วยซ้ำ ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังชายหนุ่มจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่

     

    "ในเมื่อข้าหาช่องทางไม่ได้ก้เข้าไปตรงๆนี่แหละ ขอเพียงไม่สำแดงพลังแห่งพระเจ้าก็เท่ากับว่าข้าไม่ได้ผิดข้อตกลงกับลั่วอู่หลิน"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น หลังจากที่เขาเฝ้ามองดูหญิงงามมาเนิ่นนานตอนนี้เขารู้หมดทุกอย่างแล้วว่ากิจวัตรประจำวันนางทำอะไรบ้าง และอีกไม่นานนางจะมาฝึกวิชาหอกคนเดียวยังลานด้านหลังของคฤหาสน์

     

    แล้วก็เป็นอย่างที่เฟยหรงคาด นางถือหอกสีเงินระดับสวรรค์เดินมาจริงๆ ชายหนุ่มจึงใช้โอกาสนี้เข้าไปใกล้ จากนั้นก็นั่งลงบนกิ่งไม้ดูนางฝึกต่อไปสักพัก

     

    "เห้อ ข้านับวันดูเหมือนพวกถ้ำมองอย่างไรก็ไม่รู้"เฟยหรงบ่นออกมา ทว่าเสียงนั้นกลับไปต้องหูของหญิงงามเขาพอดี และด้วยความเร็วของนาง หอกสีเงินผสานสายฟ้าสีทองก็พุ่งเข้าใส่จุดที่เฟยหรงอยู่อย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มต้องกระโดดถอยหล่นไป

     

    "โหดร้ายเกินไปแล้ว นี่กะจะฆ่ากันให้ตายเลยหรือไร"เฟยหรงปัดเสื้อผ้าตัวเองตัวเองที่มีรอยไหม้แล้วกล่าวออกมา เมื่อทั้งสองได้เห็นหน้าซึ่งกันและกันใกล้ๆเซียนหนิงซีก็ถึงกับอึ้งงันไป หน้าตาของชายคนนี้นางย่อมจำได้ เนื่องจากนี่คือภาพของคนที่มาก่อกวนในใจของนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

     

    "เป็นเจ้า!!"เซียนหนิงซีชี้หอกระดับสวรรค์ไปที่เฟยหรงและอุทานออกมา ทางด้านชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มเจื่อนให้

     

    "ไงเจอกันอีกแล้วนะ แม่นางคนงาม"ชายหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีขี้เล่น ทว่าเซียนหนิงซีกลับคิ้วกระตุกขึ้นมาในทันใด

     

    "เจ้า!! เป็นเพราะเจ้าทำให้การบ่มเพาะของข้าช้าลง วันนี้ถ้าข้าสั่งสอนเจ้าไม่ได้อย่าเรียกข้าว่าหนิงซี!"หอกที่อยู่ในมืออันเรียวงามพุ่งเข้าใส่เฟยหรงจนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจยาว เขาดีดนิ้วสร้างอาณาเขตปิดกั้นเสียงทันทีเพียงแค่นี้คนด้านนอกก็จะไม่ได้ยินเสียงจากด้านใน

     

    "เจ้ากล่าวหาข้าแล้ว ข้ายังไม่เคยไปรบกวนอะไรเจ้าเลย นี่เราพึ่งเจอกันแค่ครั้งที่สองเองนะ"เฟยหรงดึงกิ่งไม้แถวนั่นมารับการโจมตีของนางก่อนจะกล่าวราวกับตนเป็นผู้เสียหาย เซียนหนิงซีที่ได้ยินก็พลันหน้ามุ่ยจากนั้นร่างกายของนางก็ปรากฏชุดเกราะมังกรสีทองลวดลายงดงามตระการตา ตบะระดับบรรพชนขั้นที่ห้าระเบิดออกพุ่งเข้าหาเฟยหรงหวังจะทุบตีเขาให้ได้สักครั้ง