ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 80 ยืมดาบฆ่าคน

    ตอนที่ 80 ยืมดาบฆ่าคน [1]

            “นายน้อยยังไม่กลับมาขอรับน่าจะกลับมาพร้อมคุณชายไป๋” เถ้าแก่หลี่ชี้แจงด้วยรอยยิ้มเขาเกรงใจไป๋เซียงจู๋ยิ่งกว่าเดิม เพราะว่าเขารู้เรื่องสู่ขอแล้วคุณหนูตระกูลไป๋ผู้นี้จะเป็นฮูหยินของพวกเขาอย่างแน่นอน

            ฉะนั้นยิ่งต้องมอบมิตรไมตรีสิจะไม่เป็นมิตรได้อย่างไรเล่า ช่วงนี้มีผู้คนมาหาหมอมากมายเสียขนาดนั้นนับวันกิตติศัพท์หออี้ผิ่นของพวกเขายิ่งฟุ้งเฟื่องอีกอย่างนี่ก็คือว่าที่นายหญิงนี่นา

            “อะไรนะ? ยังไม่กลับมา?” ไป๋เซียงจู๋ถึงกับงุนงงตัวไม่กลับมายังอุตส่าห์สู่ขอ แปดอักขระก็เทียบเรียบร้อยแล้วจัดการเสียเป็นจริงเป็นจังเชียว

            พอเถ้าแก่หลี่เห็นไป๋เซียงจู๋ดูหงุดหงิดเขารู้สึกผิดขึ้นมาทันที เพราะตนนี่แหละที่เป็นคนรายงานเรื่องนี้เองได้ยินว่าสถานการณ์สงครามทางนั้นไม่รุนแรงแล้วและยังได้ข่าวว่าคุณหนูใหญ่ไป๋เข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้งในใจก็ขบคิดว่าน่าจะรีบแต่งงาน แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงรีบร้อนปานนี้แต่เขาก็ทราบความรู้สึกของนายน้อยตนมาโดยตลอด จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

            เถ้าแก่หลี่ตั้งใจสังเกตสีหน้าของไป๋เซียงจู๋ลังเลอยู่สักพักกว่าจะเอ่ยปากพูดกับนาง “คุณหนูไป๋นายน้อยไม่มีเจตนาหลอกลวงคุณหนูอย่างแน่นอน นายน้อยกำลังเร่งกลับมาส่วนด้านตระกูลจวิน ทั้งนายหญิงกับนายท่านเห็นชอบแล้ว คุณหนูอย่าเข้าใจผิดเลย”

            ไป๋เซียงจู๋เห็นเถ้าแก่หลี่ที่ร้อนรนแล้วก็หลุดหัวเราะ “ดูท่านลนลานเข้าสิถ้าอย่างนั้นค่อยว่ากันอีกทีตอนท่านพี่จวินกลับมาแล้วกัน”

            ----------------------------------------

            จวนเหิงชินอ๋อง

            ภายในห้องของไป่ซื่อแม่เฒ่ากุ้ยกำลังสางผมให้นาง เส้นผมนุ่มสลวยปัดผ่านปลายนิ้วแม่เฒ่ากุ้ยอดชื่นชมไม่ได้ “ผมของพระชายาช่างดำขลับเงางามจริงๆเจ้าค่ะ ได้สัมผัสแล้วเป็นต้องติดใจ”

            เมื่อได้ยินคำชมของแม่เฒ่ากุ้ยไป่ซื่อคลี่ยิ้มบาง จับเส้นผมมาหนึ่งช่อแล้วลูบไล้เบาๆหลังส่องคันฉ่องอยู่สักพักก็ทำทีปฏิเสธ “เงางามอะไรกัน ข้าแก่ปูนนี้แล้ว”

            “คุณหนูใหญ่ยังเด็กอยู่เลยพระชายาแก่เสียที่ไหนกัน” แม่เฒ่ากุ้ยพึมพำกับตัวเอง

            ไป่ซื่อหัวเราะเบาๆด้วยความชอบใจ ตนกับสามีเคารพรักซึ่งกันและกันบุตรสาวก็เลิศพร้อมทั้งปัญญาและรูปลักษณ์อายุไม่เท่าไรก็ครองตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงแล้วแม้นนางมิได้อยู่ในฐานะชายาเอก แต่สามีดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี อีกทั้งไม่มีนางบำเรออื่นเรี่ยราดปฏิบัติหน้าที่สามีและบิดาที่ยอดเยี่ยมให้แก่ตนกับบุตรสาวนอกจากนี้จวนเหิงชินอ๋องยังได้รับอภิสิทธิ์จากฮ่องเต้ เงินบำนาญสูงตั้งแต่นางรับผิดชอบกิจภายในจวนเป็นต้นมาไม่เคยต้องเดือดร้อนเพราะข้องเกี่ยวกับใคร ด้านฮูหยินเฒ่าแม่สามีก็ปรนนิบัติอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

            ทว่าตำแหน่งชายาเอกนั่นเป็นแผลใจที่หลีกเลี่ยงจะเอ่ยถึงของท่านพี่มาตลอดครั้งหนึ่ง ด้วยความบังเอิญ นางเห็นสามีพกถุงหอมรูปดอกบัวติดเอวอีกแล้วมันเก่าแสนเก่า นางทำอันใหม่ให้เขามากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาพกบ้างเลย

            ต่อมาจึงได้รู้ถุงหอมนั่นมาจากหญิงนางหนึ่ง ซ้ำยังเป็นหญิงที่ท่านพี่รักอย่างแท้จริง

            แต่ผ่านไปหลายปีไร้ซึ่งข่าวคราวเกี่ยวกับหญิงคนนั้น นางคงไม่อยู่แล้ว ภายหลังตนจึงโล่งใจได้มันไม่คุ้มค่าที่จะมัวพะวงเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้วพอรั่วเอ๋อร์บุตรสาวนางสมรสกับสมาชิกราชวงศ์เมื่อไรถึงเวลานั้นสามีย่อมเชิดชูนางขึ้นเป็นภริยาเอกอย่างไรเสียตำแหน่งชายาเอกก็เว้นว่างมาโดยตลอดและตนก็ทำหน้าที่ของชายาเอกเสมอมาเช่นกันฉะนั้นนางไม่กังวลแม้แต่น้อยว่าตำแหน่งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง

            หลังจากเสียงเครื่องกระเบื้องแตกดังขึ้นเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจายทั่วพื้น ตามมาด้วยเสียงด่าทอ ทำเอาไป่ซื่อคิ้วขมวด

            “ท่านแม่งานชมดอกบ๊วยของพวกเราจะจัดเมื่อไรเจ้าคะ ดอกบ๊วยพวกนี้ใกล้ร่วงโรยเต็มทีถึงตอนนั้นจะชมดอกบ๊วยที่ไหนล่ะเจ้าคะ อีกอย่างไป๋เซียงจู๋คนนั้นก็ยังไม่ได้ถูกสั่งสอนสักหนเลยลูกโกรธเหลือเกิน!”

            คราวก่อนท่านแม่ไปร้องเรียนที่จวนไป๋ด้วยตนเองกลายเป็นว่าคนพวกนั้นกลับไม่หือไม่อือ ไม่ลงโทษไป๋เซียงจู๋ด้วยซ้ำนางยังอยู่ดีมีสุขมาได้นานขนาดนี้

            คราวนี้นางบอกไป๋ชิงโหรวไว้แล้วนางจะใช้งานเลี้ยงชมดอกบ๊วยหนนี้จัดการไป๋เซียงจู๋อย่างสาสมทว่าท่านแม่ดันไม่ส่งเทียบเชิญเสียที

            “พอได้แล้ว!” เมื่อไป่ซื่อเห็นมู่จื่อรั่วเสียกิริยาเอะอะอาละวาดแบบนี้สีหน้าของนางพลันขึงขัง ตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ กล่าวตำหนิเสียงแผ่วเบา “แม่พร่ำสอนลูกเสมอ เจออะไรก็ให้สุขุม นิ่งเฉยทุกสถานการณ์ไม่ว่าเรื่องใดต้องหาทางออกที่ดีก่อนลงมือ จะตีงูต้องตีให้หลังหักมิเช่นนั้นอย่าทำเสียดีกว่า เจ้าลืมหมดสิ้นแล้วหรือ?! หรือว่ายังเดือดร้อนจากงานชมดอกไม้หนก่อนไม่พอ? นอกจากไม่ปรับปรุงตัวแล้ว ยังมาโหวกเหวกโวยวายที่นี่อีกแต่ละอย่างที่เจ้าก่อทำให้แม่อับอายขายหน้า! ทำให้แม่ผิดหวังที่สุด!”

            มู่จื่อรั่วเห็นมารดาพิโรธนางรีบคุกเข่าลงสงบปากสงบคำ กัดริมฝีปากแน่นจากนั้นก็กระตุกแขนเสื้อของไป่ซื่อเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความคับข้องใจ “ท่านแม่ ลูกทนไม่ไหวนี่เจ้าคะจวนไป๋ไม่แม้แต่จะแสดงท่าทีว่าจะลงโทษนางคนชั้นต่ำนั่น ในเมื่อเป็นเช่นนี้หากพวกเรายังไม่ทำอะไรบ้าง ตราบใดที่นางยังลอยหน้าลอยตาพวกคนที่เคยเห็นข้าอัปยศอดสูก็จะจำเรื่องในวันนั้นได้วิจารณ์ข้าลับหลังอย่างสนุกปากอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ชื่อเสียงและเกียรติยศของข้าพินาศย่อยยับหมดแล้ว...”

            มู่จื่อรั่วยิ่งพูดรั่วยิ่งเจ็บใจเรียวปากถูกขบกัดแน่น ท่าทางที่ดูน่าสงสารนั่นต่อให้เป็นหัวใจที่หลอมจากเหล็กก็อ่อนยวบได้

            พอเห็นบุตรสาวน้ำตานองหน้าแล้วไป่ซื่อได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ประคองนางให้ลุกขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ลูกวางใจเถิดสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง เสียนกุ้ยเฟยโปรดเจ้ายาขี้ผึ้งที่เหล่าองค์ชายประทานมาให้คราวก่อนก็บ่งชัดแล้วว่าพวกเขามีใจต่อลูกรวมถึงการสนับสนุนจากท่านตาอีก ฐานะของลูกไม่มีทางสั่นคลอน!”

            มือขาวผ่องเรียวบางยกถ้วยชาขึ้นอย่างไม่รีบร้อนแกว่งถ้วยเบาๆ น้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเหยียบมดปลวกตาย “งานชมดอกไม้ที่แท้จริงหาใช่ชมดอกไม้อย่างเดียวเท่านั้นไม่เมื่อฮ่องเต้ทรงนำทัพกลับมา ท่านพ่อเจ้ามีความดีความชอบดูแลบ้านเมืองแทนพระองค์และกอปรกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ฝ่าบาทจะทรงสำราญมากเป็นแน่ถึงเวลานั้นเราจะใช้ประโยชน์จากงานเลี้ยงชมดอกไม้ครานี้ไม่เพียงแต่วางแผนจัดการไป๋เซียงจู๋ได้ยังทำให้ฮ่องเต้ทรงรับสั่งพระราชทานสมรสอย่างราบรื่นด้วยจากนั้นลูกก็จะสมปรารถนาแล้ว!”

            มู่จื่อรั่วกระตือรือร้นอีกครั้งถึงกระนั้นก็พูดออกมาอย่างลังเล “แต่องค์รัชทายาทดูเหมือนต้องใจไป๋เซียงจู๋เป็นพิเศษตอนประทานยาคราวก่อนก็ส่งให้นางคนเดียว...”

            และอีกอย่างหนึ่งแม้นางเจ็บช้ำน้ำใจปานนี้ บิดานางกลับบอกว่าเป็นความผิดของนางเองสิ่งนี้ทำให้นางยอมรับไม่ได้เลย    

            บิดาตนไม่ควรปกป้องบุตรสาวอย่างไม่มีเงื่อนไขหรือไร

            สิ่งนี้ทำให้มู่จื่อรั่วรู้สึกว่าตนเองไม่มีวันเข้าใจในสายตานาง บิดานางเข้มงวดเหลือเกิน ตั้งแต่เล็กจนโตแม้ว่าเขาไม่เคยปล่อยให้นางลำบาก อีกทั้งให้นางใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย กินดีอยู่ดีแต่นางกลับรู้สึกว่าขาดอะไรสักอย่างไปเสมอ

            บางทีอาจเป็นเพราะบิดานางคือเหิงชินอ๋อง ดังนั้นจึงเหมือนฮ่องเต้ ไม่แสดงอารมณ์กระมัง

            ไป่ซื่อตบหลังมือของนางเบาๆแสยะยิ้มอันน่าขนลุก “เรื่องบางเรื่องน่ะพวกเราไม่จำเป็นต้องลงมือเอง เพราะว่ามีคนจะช่วยจัดการแทนพวกเราหนนี้เด็กไป๋ชิงโหรวนั่นคิดจะทำบางอย่างโดยใช้งานชมดอกบ๊วยนี่บังหน้าเช่นนั้นแล้วสิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือนั่งดูอยู่บนท่าน้ำชาวประมงได้ประโยชน์ก็เป็นผลดี”

            “ท่านแม่หมายความว่า...แต่ปกติแม่ลูกคู่นั้นหัวใสออกนะเจ้าคะ จะยอมเป็นดาบเล่มนี้ให้พวกเราหรือ” เมืองหลวงมีหญิงสาวสูงศักดิ์มากมายก่ายกอง บรรดาธิดาของเหล่าขุนนางแต่ละคนทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีวาสนาได้คู่ครองที่ดียิ่งขึ้นไม่มีคนไหนโง่เขลาเบาปัญญาดอก

            ถึงอวี๋ซื่อกับไป๋ชิงโหรวมาจากตระกูลสามัญชนธรรมดาที่ไม่โดดเด่นทว่าพวกนางไม่ได้บงการง่ายขนาดนั้นแน่

     

    เชิงอรรถ

    [1]借刀杀人  ยืมดาบฆ่าคน หมายถึงทำร้ายผู้อื่นทางอ้อมโดยยืมกำลังของใครสักคนแทน

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน