ฮวาหลินนั่งลงที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่และจุดไฟขึ้นที่ตะเกียงไฟเพื่อให้ความสว่างเพื่อนางจะได้ดูตำราธาตุได้ในที่มืดแบบนี้ ฮวาหลินเปิดไปหน้าแรก ก็ทำความเข้าใจในเื่ธาตุไปด้วย
วิชาเรียกพลังธาตุการเรียกพลังธาตุ สำหรับคนที่ไม่มีพลังเป็พื้นฐานในการสร้างอภิญญาฤทธิ์ ให้ตัวเองมีพลังธาตุขึ้นมา ส่วนมากวิชานี้หาครูบาอาจารย์สอนได้ยากยิ่ง มีแต่ให้นั่งสมาธิไปวันๆ กว่าจะได้พลังมาช้าเกินไป การเรียกพลังธาตุ คือ การประสานกายกับจิตตัวเองให้เป็อันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ และธาตุแห่งธรรมชาติ หมายถึงธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม นั่นเอง
การอาบพลังธรรมชาติในธาตุทั้ง 4 เรียกพลังเข้าตัวธาตุดิน********
พลังแห่งธาตุดิน คือ อยู่สถานที่ที่มีดิน แล้วเรียกพลังดินเข้าตัว
ธาตุน้ำ พลังแห่งธาตุน้ำ คือ อยู่สถานที่ที่มีน้ำ แล้วเรียกพลังน้ำเข้าตัว
ธาตุไฟ พลังแห่งธาตุไฟ คือ อยู่สถานที่ที่มีไฟ แล้วเรียกพลังไฟเข้าตัว
ธาตุลม พลังแห่งธาตุลม คือ อยู่สถานที่ที่มีลม แล้วเรียกพลังลมเข้าตัว
ส่วนการบำรุงพลังธาตุ จากอาหารเพื่อเพิ่มพลังธาตุนั้นๆให้กับร่างกายและจิตใจ เมื่อร่างกายแข็งแรง จิตใจย่อมแข็งแรง เมื่อร่างกายไม่แข็งแรงจิตใจก็ต้องไม่แข็งแรงตามไปด้วย สำหรับคนที่มีสมาธิดี ทานอาหารให้เหมาะสมกับธาตุของตัวเอง เข้าสมาธิแค่นิดเดียวพลังธาตุก็กลับคืนมา แต่สำหรับผู้ไม่มีสมาธิ จะทานอะไรก็ไม่สามารถเรียกพลังธาตุได้ อาหารจึงเป็เพียงแค่บำรุงร่างกายของผู้ที่ไม่มีสมาธิเท่านั้น เพราะฉะนั้นสมาธิจึงเป็ส่วนสำคัญในการดึงพลังธาตุจากอาหารมาใช้บำรุงร่างกายและเรียกพลังธาตุจากอาหาร เพียงแค่นี้กำลังภายในก็สามารถกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วการเรียกพลังธาตุจากอาหารเพื่อเพิ่มพลังธาตุ ทำได้ดังนี้********
ธาตุดิน ทานอาหารได้ทุกอย่างแต่รสไม่จัด
ธาตุน้ำ ทานอาหารรสหวานหรือน้ำหวาน
ธาตุไฟ ทานอาหารรสเผ็ดหรือน้ำร้อน
ธาตุลม ทานอาหารรสเปรี้ยว
ซึ่งส่วนนี้ฮวาหลินนั้นทำได้ง่ายดายเพราะเป็พลังที่ใครก็มีขึ้นอยู่กับว่าใครจะถนัดด้านไหนส่วนธาตุอื่นก็แค่เสริมแค่นั้น ฮวาหลินชำนาญมันแล้วเื่ธาตุธรรมชาตินี้ เพราะพลังธาตุก็คล้ายพลังจิตอย่างหนึ่งคือการตั้งจิตให้มีสมาธิเพื่อดึงพลังธาตุออกมาใช้หากมีน้ำก็ตั้งจิตไปที่น้ำแค่นั้นแล้วผสานจิตใจให้เป็อันเดียวกันกับมันและนึกอยากให้มันเป็แบบไหนก็ทำได้หากมีสมาธิพอก็ทำสำเร็จ
ฮวาหลินเปิดไปเรื่อยๆเพราะธาตุธรรมชาตินางรู้แจ้งแล้ว เหลือแต่ธาตุพิเศษที่นางอยากรู้มากๆเปิดไป10หน้านางก็เจอหมวดของธาตุพิเศษทันที ธาตุพิเศษจริงๆมี6ธาตุ คือธาตุิญญา ธาตุอากาศ ธาตุมืด ธาตุแสง ธาตุสายฟ้า ธาตุไม้
ซึ่งมีสองธาตุที่ยังไม่มีบันทึกลงประวัติศาสตร์เพราะในโลกนี้ยังไม่มีผู้ใดมีมันได้ คือธาตุิญญา ธาตุอากาศ ส่วนธาตุอื่นมีปะปนไป จะมีธาตุพิเศษที่มากสุดคือธาตุสายฟ้าและธาตุไม้ ธาตุสายฟ้า เป็ธาตุที่พบในตระกูลคง ล่มสลายไปแล้วจากอณาจักรัมากสุด ส่วนธาตุไม้จะมีเยอะพอควรเพราะเป็ธาตุจากเผ่าพันธ์เอลฟ์ทีม่ีใบหูยาว รูปร่างงดงามดั่งเทพ์ทุกตนซึ่งเผ่าพันธ์เอลฟ์ลบตัวตนจากโลกภายนอกไม่ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ ธาตุมืดจะพบตระกูลที่ล่มสลายไปคือตระกูลต้า ในอณาจักรเวหา และพวกปีศาจ จากนั้นก็หายลับไปเลยไม่มีการพบคนตระกูลนี้อีก ส่วนธาตุแสงมีพบจากตระกูลขุนนางคนหนึ่งของอณาจักรจันทราคือตระกูลเหลิน
"น้อยจัง สมแล้วสินะที่เป็ธาตุพิเศษที่ไม่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์ได้ง่ายๆ" แล้วทำไมตัวนางถึงมีธาตุพิเศษถึง4ธาตุได้ล่ะ อันนี้นางไม่ค่อยอยากเชื่อท่านจิ้นตงเท่าไหร่ แต่ก็ต้องเชื่อเพราะท่านจิ้นตงคือหมอที่สามารถตรวจธาตุในร่างกายได้จากวิชาหัตทองคำของท่านจิ้นตง ซึ่งนางก็เรียนมาจากเขาแล้ว แต่ยังไม่บรรลุผล แม้นางจะใช้ได้5ใน10แล้วก็ตาม ฮวาหลินคิดสักพักก็อ่านหน้าต่อไปต่อ ก็เจอหน้าที่เรียกพลังธาตุพิเศษคล้ายกับธาตุธรรมชาติเช่นกัน แต่การที่จะเรียกได้ก็ต้องมีสมาธิสูงพอควร
"เอาล่ะ มาลองดูกันว่าข้าจะเรียกธาตุพิเศษได้ไหม"
ฮวาหลินนั่งหลังตรงขัดสมาธิหลับตาลงอย่างตั้งใจ ผ่านไปสักพักเพื่อเข้าสู่สมาธิแล้วนางก็นึกน้อมตั้งจิตเอาความมืดนี้เข้ามาสู่ร่างกายให้ร่างกายและจิตใจมีพลังมืด เป็นิมิตแห่งสมาธิเพื่อจดจ่อที่ความมืดมิดนั้น จิตใจจะได้กลายเป็ธาตุมืดและร่างกายก็กลายเป็พลังจิตแห่งธาตุมืด กายกับจิตเป็พลังธาตุมืด กำหนดสมาธิแบบนี้แล้วจึงเรียกพลังมืดออกมาจากธรรมชาติ จนตอนนี้ร่างกายนางถูกโอบล้อมด้วยแสงสีดำรอบตัวจนมองไม่เห็นฮวาหลินด้านในนั้น แต่สำหรับฮวาหลินสามารถมองเห็นด้านนอกได้ อย่างชัดเจน
ฝ่ามืดขาวท่ี่หลับตาอยู่ก็ยกขึ้นข้างหนึ่งเพื่อดูดพลังมืดมิดนี้มาไว้ที่มือจนเกิดพลังสีดำคล้ายพายุลูกเล็กกลมๆที่มือสามก้อนที่ฮวาหลินนึกรูปแบบของพลัง ฮวาหลินเมื่อรวบรวมพลังมืดที่มือเสร็จก็ลืมตาช้าๆแล้วมองไปที่มือข้างซ้ายที่ตอนนี้มีลมพายุลูกเล็กสีดำสนิท เป็ก้อนสามก้อนลอยเหนือมือนางอยู่จากนั้นฮวาหลินก็ซัดไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง
ตู๊มมมมมมมมมม!!!!!!ปึก แอร๊ดดดดด โครม!!!!
ต้นไม้ใหญ่4คนโอบหักลงอย่างง่ายดาย ฮวาหลินก็ยกยิ้ม พลังแต่ละอย่างจะคล้ายกันมาก ที่สามารถเอามาทำการรักษา การต่อสู้ หรือใช้ประโยชน์จากอื่นๆได้อย่างใจนึก หากผู้ใช้อยากให้มันทำอะไร
ผ่านไป 4ชั่มยาม(8ชั่วโมง) ก็เป็เวลาตีสี่ที่นางฝึกเรียกธาตุพิเศษทั้งหมดจนสำเร็จ จนใช้มันคล่องมือ นางยังแปลกใจเลยว่านางทำมันได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว
"อ่า ใกล้เวลาวิ่งของพวกเขาแล้วสินะ"ฮวาหลินมองท้องฟ้าเริ่มจะสว่างแล้ว แต่ก็ยังไม่กลับเพราะนางได้มอบหน้าที่ให้เงาทั้ง10ดูแลพวกเขาแทน นางจะไปตอนคาบวิชาไร้อาวุธทีเดียว หากไปช้าก็ให้พวกเขาสอนแทนนางก่อนเลย เพราะเงาทั้ง10ก็เคยผ่านวิชาพวกนี้มาหมดแล้วจนพวกเขารู้แจ้งกันหมด ไม่บรรลุนางก็ไม่ให้เขาผ่านทุกคน เพราะแบบนี้เงาทั้ง10จึงเป็มือสังหารของนางได้อย่างลับๆ
"ต่อไปตำราการสร้างอาวุธจากธาตุสินะ ไหนดูสิ"ฮวาหลินหยิบตำราการสร้างอาวุธจากธาตุมาดูพรางเปิดไปก็มีการอธิบายความเป็มาก่อนซึ่งนางี้เีอ่าน นางอยากไปที่วิธีการทำมันเลย เปิดไม่นานมันก็ขึ้นหมวดของวิธีการสร้างอาวุธจากธาตุ
วิธีแรก คือ กรีดเืของตนเองสักหนึ่งหยด ลงฝ่ามือ แล้ว ส่งพลังธาตุลงไปที่เืหยดนั้น เพื่อทำการสร้างอาวุธพร้อมผูกพันธะการเป็เ้าของไปด้วย จากนั้น เมื่อส่งพลังธาตุไปที่เื ต้องให้ได้ก้อนพลัง10ก้อนเท่าก้อนหินเล็กๆบนฝ่ามือ เมื่อเสร็จก็นำมืออีกข้างไปประกบลงกับมืออีกข้างที่รองเืและพลังธาตุจากนั้นตั้งสมาธิ และตั้งพลังจิตของธาตุนั้นแล้วส่งมันผ่านไปที่มือที่ประกอบทั้งสองข้าง แล้วนึกรูปแบบอาวุธที่อยากสร้าง จากนั้นมือมันจะไปเองตามใจนึก
วิธีที่สอง คือการนำแก่นแท้ของอสูรมาผสานกับธาตุจะเป็อาวุธแข็งแกร่ง แต่น้อยกว่าการสร้างจากพลังธาตุบริสุทธ์ เพราะไม่มีสิ่งเจอปนจากสิ่งอื่นที่หนุนพลังแบบครึ่งๆ และเมื่อทำเสร็จไม่ทำพันธะกับมันหรือจะทำก็ได้
วิธีที่สาม คือการนำอาวุธที่มีอยู่แล้วมาเคลือบพลังธาตุลงไปโดยการผสานพลังประมาณ5ชั่วยาม(10ชั่วโมง) แต่ก็แข็งแกร่งน้อยกว่าสองวิธีแรก
"เอาแบบแรกดีกว่า"ฮวาหลินตัดสินใจเอาแบบวิธีแรก จากนั้นนางก็ทำตามทันที มือขาวกรีดเืหยดลงไปหนึ่งหยดที่ฝ่ามือแล้วส่งพลังธาตุพิเศษทั้งหมดลงไปอย่างคิดพิเรนทร์ นางติต่างขึ้นเองว่าถ้าลองทำแบบผสมจะเป็เช่นไรนะ นางส่งก้อนพลังธาตุพิเศษทั้งสี่สาย มืด แสง สายฟ้า และไม้ จนมีก้อนพลังเหนือมือประมาณ40ก้อน เป็พลังที่แกร่งซะจนรอบๆป่าสัตว์ที่ห่างไปประมาณ5กิโลก็พากันตกตายในระยะนั้นแทบทั้งหมด เป็พลังที่น่ากลัวจนสัตว์ต่างวิ่งหนีห่างจากระยะเขตนั้นทันที โดยที่นางไม่รู้เลยว่าความพิเรนทร์ของนางจะสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งไม่มีดาบกระบี่ใดเทียบติดในโลกใบนี้
อีกด้านหนึ่งของป่า
อึก!
"น้องสี่/น้องสี่/น้องสี่"เสียงชายสามคนเอ่ยเรียกน้องสาวได้พากันมาเที่ยวเล่นในป่าล่าสัตว์ตามที่เป็สมาชิกล่าสัตว์ ก็ต้องพากันใเพราะถังอวี่กระอักเืออกมาคำใหญ่ ใบหน้าขาวซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
"นี่มันพลังอันใดกัน ข้าทำไมถึงสั่นเช่นนี้"ชายหนุ่มหน้าสวยดั่งหญิงนิดหน่อย แต่แสนทะเล้นเอ่ยออกมาตอนที่จะมาหาน้องสาวตนขาสั่นไปหมด เหมือนแรงกดดันของพลังอะไรสักอย่างในป่า ใจของเขาตื่นกลัวมากนักในตอนนี้ เกิดอันใดขึ้น มีสัตว์อสูรที่มีพลังแบบนี้เชียวรึ
"ข้าเกือบไม่ไหวหากข้าไม่เร่งลมปราณไว้ก่อนหน้านี้"ชายอีกคนหล่อตื่นตัวเพราะแรงกดดันนี้มันรุนแรงนัก
"น้องสี่ เ้าไหวไหม"ชายอีกคนหน้าตาคมเข้ม เข้าไปประคองน้องสาวอยู่ที่พื้นอย่างเป็ห่วง พรางรักษาอาการน้อง ถังอวี่จึงรู้สึกดีขึ้น
"ข้าไม่เป็อะไรมากเ้าคะ พี่ใหญ่ "ถังซานประคองน้องให้ลุกขึ้นพรางใช้จิตััมองไปรอบๆก็ไม่มีสิ่งใดที่เป็สัตว์อสูรอยู่เลย มันแปลกไปแล้ว เขาต้องนำเื่นี้ไปถามอาจารย์เมื่อเปิดการเรียนการสอนสองเดือนหน้า
"เรากลับกันก่อนเถอะถังอวี่ พี่ใหญ่ พี่สอง ข้าว่าบรรยากาศมันแปลกๆ นะ"ชายหนุ่มหน้าทะเล้นเอ่ยอย่างขนลุก แถมห่วงน้องสาวคนเดียวที่ไม่อยากให้มาเสี่ยงอันตรายแบบนี้ แต่ความดื้อของน้องเขาก็ไม่อาจห้ามได้โดยเฉพาะเ้าพวกหวงน้องเยี่ยงชีพสองคนนั้น ใจอ่อนตลอดเมื่อเจอหน้าอ้อนๆ
"ปอดแหกล่ะสิเ้า ถังจิน"ถังชุ่นเอ่ยแหย่ชายที่เป็น้องของตนแม้ห่างกันราวสองเดือนในปีเดียวกัน พวกเขาทั้งสี่นั้นเป็ลูกคนละแม่ แต่พวกเขาเป็แค่ลกอนุ คนที่เป็ลูกฮูหยินใหญ่คนเดียวคือพี่ใหญ่ ถังซาน
"พี่สองท่านก็ ข้าแค่ห่วงน้องสี่เอง"ถังจินเบ้หน้าอย่างอนๆ ถังชุ่นก็ตบกะบาลน้องสามอย่างหมั่นไส้ มางอนปานสตรีไปได้น่าขนลุก ถังจินก็ถลึงตาใส่พี่สองอย่างโมโหที่ตบมาได้เจ็บนะ
"อย่างที่น้องสามว่า เรากลับกันเถอะน้องสี่"
"เ้าคะ นี่ก็ใกล้เช้าแล้ว เราก็หาสัตว์ได้เยอะแล้ว ข้าหิวด้วย"ถังอวี่กล่าวอย่างยิ้มแย้มแม้ตนจะกระอักเืมาก่อนหน้านี้ก็ตามแต่แรงกดดันนั้นหายไปแล้ว แม้ในใจจะตื่นกลัวแค่ไหน แต่นางก็หายกลัวเพราะมีพี่ชายทั้งสามอยู่ด้วยเลยคลายความกลัวลงได้
"ให้ข้าแบกเ้าหรือไม่ น้องสี่"ถังซานกล่าวถามน้องเพราะกลัวน้องจะเป็อะไรไปอีก
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้าแข็งแรงจะตาย ดูกล้ามข้าสิ"ถังอวี่โชว์กล้ามน้อยๆให้พี่ชายดู ทำให้ชายทั้งสามหัวเราะกันอย่างขบขันท่าทางนี้ได้แต่ใดมากัน
"เ้าไปจำท่านี้าแต่ใดมา ช่างน่าขันนัก"ถังชุ่นกล่าวถาม มันเป็ท่าที่แปลกไม่น้อย
"ข้าได้มาจากพี่สาวแสนใจดีของข้าเอง พี่สาวของข้านั้นเก่งมากๆเลยล่ะ ข้าได้ไปเรียนรู้กับดักล่าสัตว์ก็มาจากพี่สาวคนนี้ทั้งหมด"ถังอวี่เอ่ยอย่างยิ้มแย้มนางจะมีความสุขที่ได้เล่าเื่พี่สาวคนใหม่ของนางให้พี่ชายฟัง ชายทั้งสามได้หายข้องใจที่เื่กับดักนั้นทันที ที่แท้มาจากพี่สาวที่น้องสาวตนดูจะคลั่งไคล้เอามากๆนี่พวกเขาโดนแย่งความรักจากน้องสาวไปหรอ ถึงว่ากลับมาคราวนี้น้องสาวแทบไม่ขอร้องหรือชวนพวกเขาไปเล่นเลย
"ถึงว่ากลับมาคราวนี้ถึงลืมพวกพี่ไปเสียสนิท สักอยากเจอแม่นางผู้นั้นแล้วสิ"ถังชุ่นผู้เห่อน้องก็ทำหน้าหงอย
"ไม่ใช่แบบนั้นนะเ้าค่ะ ท่านพี่ทุกคนข้าก็ยังรักเหมือนเดินน่า แต่ข้าเริ่มโตแล้วนะ ปีนี้ก็12แล้วด้วย จะให้ข้าติดพี่ชายไปตลอดหรือไร "
"หืม โตแค่ไหนน้องก็ยังเป็น้องสาวตัวเล็กของพี่เช่นเดิม"ถังจินเอ่ยแล้วบิดจมูกเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว
"ไปกันได้แล้ว พากันแหย่น้องสี่อยู่ได้พวกนี้ มาน้องสี่กลับจวนกันเถอะ"ถังซานชายผู้แสนเงียบขรึมเดินจับมือน้องแล้วเดินออกไปทันที ไม่สนสองคนที่ทำหน้าซังกะตายใส่เขาด้านหลัง ตนเองก็ไม่น้อยกว่าพวกเขาหรอก พี่ใหญ่
ทางด้าน ฮวาหลิน ที่เสกพลังธาตุหลายก้อนก็ประกบเข้ากันแต่นางแทบประกบไม่ติดเพราะพายุลูกเล็กนั้นมันแกร่งมากดันไปเท่าไหร่ก็ไม่ติดนางเหงื่อไหลพรากอย่างเหนื่อยล้า ผ่านไป1เค่อถึงจะประกบติด เล่นเอานางเหนื่อยสั่นไปทั้งตัว จากนั้นนางก็ส่งกระแสจิตของพลังทั้งสี่สายผ่านร่างกายทุกส่วนไปที่ฝ่ามือแล้วหลับตาตั้งสมาธินึกภาพอาวุธแสนธรรมดา เล่มหนึ่งออก จากนั้นรูปแบบก็ได้ทำการตอบรับพลังธาตุมันก็เริ่มส่งพลังไปที่มือแล้วทำการปั้นดาบ มือของฮวาหลินเลื่อนไปเองอัตโนมัติทั้งที่นางหลับตาอยู่ มือขาวปั้นลากยาวบีบอัดเข้าให้ได้เล่มที่ยาว 2ฟุต ไม่รวมด้ามจับ แสงที่สลับปะปนกันของธาตุสี่สาย ทั้งสีดำ สีขาว สีน้ำตาล สีคราม ก่อตัวเป็รูปร่างจากนั้นมันก็ค่อยๆจางแสงลงจนเผยให้เห็นรูปร่างของกระบี่สี่สีแปลกประหลาด รวมกันแล้วมีด้ามจับเป็สีดำมีลวดลายัขาวที่นางคิดอยากให้มีลายสลักไว้
ผ่านไป1ชั่วยาม
อร้าก! อึก!
"มือข้า"นางที่กระอักเืเพราะใช้พลังไปเยอะ ติดต่อกันนาน แถมยังลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอมือที่มีแต่รอยดาบเือาบมือทำให้นางแสบไม่ใช่น้อย จึงรักษามือให้แผลสมานกันจากลมปราณรักษาที่นางก็เรียนรู้จกาท่านผู้เฒาจิ้นตงเช่นกัน
"เฮ้อ.....การสร้างอาวุธคือการกรีดมือเล่นๆนี่เอง"นางเงยหน้าไปมองอาุธที่เด่นร่าอยู่กลางอากาศ ก็ตาเบิกกว้างเพราะ ดาบโคตรแสนธรรมดา ลวดลายสีไม่น่ามอง ของสี่สีที่เรียงกัน ด้ามจับก็มีลายัสีขาวสลักไว้อยู่ นางลุกไปเอื้อมจับมันมามันก็ส่องแสงสว่างวาบปแล้วก็ดับไป
"อืม เหมาะมือข้าดี แบบนี้สิคืออาวุธประจำตัวข้า หึหึ ข้าตั้งชื่อให้เ้าว่ากระบี่ัสี่สหายล่ะกัน "นางแกว่งดาบไปมา น้ำหนักมันก็ประมาณ200กิโลดีดีนี่เอง หากนางไม่เคยแบกหินหนัก500กิโลมาก่อนนางคงจับมันไม่ไหวหรอก ฮวาหลินเรียกมันเก็บไว้ กระบี่ก็สลายเป็ก้อนพลังแล้ววิ่งลงสู่หลังมือของนางทันทีจนเกิดเป็สัญลักษณ์ประกาศิตัเล็กแล้วก็จางไปหากจะใช้มันก็แค่กรีดเืแล้วส่งพลังธาตุไปที่มือตรงที่กรีดเพื่อเรียกมันออกมา บอกแล้วมันเป็อาวุธที่กรีดมือเล่นๆดีๆนี่เอง
"เสียเวลาไปเยอะ กลับดีกว่า"นางมองท้องฟ้าที่สว่างแล้วก็เดินทางกลับด้วยวิชาตัวเบา แต่ระหว่างทางกลับเจอสัตว์อสูรตายเพียบเลยนาง มองมันอย่าง งงๆ ใครฆ่ามันถึงได้ตายเกลื่อนตลอดทางที่นางผ่านมา
"ถ้าไม่มีใครเก็บข้าขอล่ะกัน"นางเก็บสัตว์ทุกตัวั้แ่ระดับต่ำถึงระดับสีแดงเท่านั้นที่มี ก็ประมาณ200ตัว ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ได้ปลุกธาตุในตัว สร้างอาวุธจากธาตุแถมยังได้สัตว์อสูรไปโดยไม่ต้องเปลืองแรงล่าอีก นางเก็บสัตว์ใส่แหวนมิติอย่างเมามัน โดยไม่รู้ว่ามันการตายของสัตว์นี้มาจากฝีมือนางผู้เดียว
ถังซาน
ถังชุ่น
ถังจิน
#ผู้ชายโผล่มาแล้ว ฮ่าๆ