“ท่านเจ้าเมืองจัดการเรื่องนั้นแล้วขอรับ”เจ่าหมิงเอ่ยตอบนายของตนเสียงเรียบ
“ดีให้พวกเขาพักผ่อนไปก่อนเดี๋ยววันพรุ่งนี้เราค่อยไปเข้าพบพวกเขาก็แล้วกัน”เฟยหมิงเอ่ยพร้อมกับเอนตัวลงนอนที่เตียงเช่นเดิม
โรงเตี้ยม
“เจ้ามาที่นี้ด้วยเรื่องอันใด”กวางอวี่ที่เดินเข้ามาในห้องเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
“ข้ามาส่งสหายในวัยเด็กเจ้าค่ะเขาเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตของข้าให้รอดจากพ้นจากคมดาบของกลุ่มโจรเหล่านั้นเจ้าค่ะ”ฉีหลินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเศร้าเมื่อนึกถึงภาพของเหลียวซานที่อาบไปด้วยเลือดในปีนั้น
“เช่นนั้นหากเรามีเวลาว่างเราค่อยไปขอบคุณเขาก็แล้วกัน”กวางอวี่เอ่ยพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงขึ้นมานั่งที่ตักของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ท่านลุงเจ้าคะวันพรุ่งนี้ท่านลุงเหลียวจะพาข้ากับพี่ชายไปเที่ยวในตลาดด้วยนะเจ้าคะ”ฉีเฟิ่งที่นั่งอยู่บนตักของกวางอวี่เอ่ยด้วยสรหน้าตื่นเต้น
“เจ้าไว้เจ้าเขาได้หรือ”กวางอวี่เอนตัวเข้ามาถามหลานสาวของตนอย่างหยอกเย้า
“ไว้ใจได้สิเพคะท่านลุงซานเป็นแม่ทัพใหญ่ในแคว้นเหลียงเลยนะเจ้าคะท่านลุง”ฉีเฟิ่งเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“หืม ถึงเช่นนั้นเชียวหรือ ไว้ใจชายที่เพิ่งพบกันเพียงไม่กี่วันจนจะไปเที่ยวกับเขาเชียวหรือ”กวางอวี่เอ่ยเย้าหลานสาวของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าไม่ได้ไปกับท่านลุงเหลียวกับพี่ชายเพียงลำพังนะเจ้าคะข้ายังจะพาพี่ชิงหนิงไปด้วยนะเจ้าคะข้าเชื่อว่าแค่เพียงพี่ชิงหนิงเพียงคนเดียวก็สามารถปกป้องข้ากับพี่ชายอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”ฉีเฟิ่งเอ่ยกับกวางอวี่พร้อมกับหันไปมองชิงหนิงด้วยสายตาไว้วางใจ
“แล้วเช่นนี้อาฉีกับเฟิ่งเออร์ไม่รักเขามากกว่าลุงแล้วหรือ”กวางอวี่เอ่ยถามหลานๆของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่มีทางขอรับข้าต้องรักท่านลุงมากกว่าเขาอยู่แล้ว”เฟยฉีเอ่ยพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปกอดคอของกวางอวี่อย่างออดอ้อน
“ฮ่าๆเช่นนี้สิเจ้าจึงจะเหมาะสมที่เป็นหลานชายของข้า”กวางอวี่ที่ได้ยินเช่นนั้นเขาจึงได้มองมาที่หลานชายของตนอย่างอารมณ์ดี
“แล้วเฟิ่งเออร์เล่าไม่รักลุงหรือ”กวางอวี่หันไปถามหลานสาวของตนด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“รักสิเจ้าคะ”ฉีเฟิ่งเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“เช่นนั้นหรือ”กวางอวี่เลิกคิ้วถามหลานสาวของตน
“เช่นนั้นเจ้าค่ะ”ฉีเฟิ่งพยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ได้ยินเช่นนั้นลุงก็เบาใจลุงนึกว่าหลานทั้งสองของลุงจะถูกผู้อื่นแย่งไปเสียแล้ว”กวางอวี่เอ่ยพร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มของเด็กทั้งสองด้วยความรักและเอ็นดู ทำให้ฉีหลินที่เห็นภาพของลุงกับหลานทั้งสามคนได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจในความหลงหลานของกวางอวี่ไปตามๆกัน
“พรุ่งนี้พี่อวี่มีเรื่องต้องไปทำหรือไม่เจ้าคะ”ฉีหลินที่มองเห็นลู่ทางในการทำเงินเพิ่มเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ไม่มีมีอะไรหรือ”กวางอวี่เอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“พอดีข้าอยากจะลองเปิดร้านขายผ้าด้วยนะเจ้าค่ะในวันข้างหน้าอาฉีกับเฟิ่งเออร์ต้องโตขึ้นแล้วต้องมีเสื้อผ้าดีๆใส่ข้าคิดว่าหากเรารับซื้อผ้าในที่ๆเรานำสมุนไพรไปส่งด้วยดีหรือไม่เจ้าคะเช่นนี้เราก็สามารถได้กำไรจากการค้าขายผ้าเพิ่มเข้ามาในการเดินทางด้วยนะเจ้าคะ”ฉีหลินที่อยากให้คนในครอบครัวมีเนื้อผ้าดีๆใส่เอ่ยกับกวางอวี่ด้วยสายตาตื่นเต้น
“ความคิดของเจ้าก็เป็นความคิดที่ดีนะเช่นนั้นพรุ่งนี้เราก็ไปดูตลาดผ้ากันเถอะเราจะได้วางแผนถูกว่าควรนำผ้าชนิดใดมาขายบ้าง”กวางอวี่เอ่ยพร้อมกับมองมาที่ฉีหลินด้วยสายตาภาคภูมิใจที่น้องสาวของเขานั้นไม่คิดจะให้เขาทำงานเช่นเดียวกับผู้หญิงคนอื่นๆ
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นอาฉีเฟิ่งเออร์ลูกสองคนไปเที่ยวกับท่านลุงซานนะชิงหนิงวันพรุ่งนี้ข้าฝากเด็กๆด้วย”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับหันไปฝากฝั่งเด็กๆกับปีศาจสาวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“เจ้าค่ะนายหญิงข้าสัญญาว่าจะดูแลคุณหนูคุณชายเท่าชีวิตของข้าเจ้าค่ะ”ชิงหนิงเอ่ยพร้อมกับมองมาฉีหลินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอบใจเจ้ามาก”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนสนิทของตนด้วยสายตาซาบซึ้ง
“ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะเพราะการที่ข้าได้อยู่ใกล้ๆท่านทั้งสามมันก็ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นนายหญิงและคุณหนูคุณชายเปรียบเสมือนแห่งพลังงานชีวิตของข้าเช่นนั้นข้าจึงต้องปกป้องสุดความสามารถอยู่แล้วเจ้าค่ะ”ชิงหนิงเอ่ยทีเล่นทีจริงแต่ในใจของนางเองก็รู้สึกสุขใจที่ได้อยู่ใกล้ๆผู้วิเศษเช่นฉีหลินและผู้ที่มีพลังเหลือเฟือจนล้นออกจากร่างเช่นคุณหนูและคุณชายของนาง
“ฮ่าๆ เช่นนั้นเจ้าต้องปกป้องพวกเขาไปตลอดชีวิตแล้วละเพราะดูท่าจะมีปีศาจหลายตนที่ต้องการซึมซับพลังชีวิตที่เอ่อล้นของพวกเขาอยู่หลายตนเลยทีเดียว”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชิงหนิงคนสนิทของตนอย่างเป็นกันเอง
“ข้ายินดีเจ้าค่ะนายหญิง”ชิงหนิงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เฟยฉีและฉีเฟิ่งด้วยรอยยิ้มมุ่งมั่น
“ข้าเองก็อยากจะรับใช้นายหญิงกับคุณหนูคุณชายบ้างเหตุใดจึงต้องมาคอยดูแลเจ้าคนซื่อเช่นกวางอวี่ด้วยละเจ้าคะ”ซูเหยาเอ่ยด้วยท่าทางแง่งอนที่ตนต้องมารับใช้มนุษย์ธรรมดาเช่นกวางอวี่ที่กำลังนั่งมองมาที่นางด้วยสายตาล้อเลียน
“ฮึๆถึงข้าไม่มีพลังวิญญาณที่ล้นเหลือเช่นฉีหลินกับหลานๆแต่หากเจ้าต้องการข้าสามารถมอบพลังวิญญาณให้กับเจ้าได้นะ”กวางอวี่เอ่ยทีเล่นทีจริง ทำให้ซูเหยาปีศาจงูที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่ถลึงตามองมาที่กวางอวี่ด้วยสายตาไม่พอใจ
“จะบ้าหรือหากข้าเอาพลังวิญญาณของเจ้าจริงๆเจ้าได้ตายแน่ๆข้าไม่อยากฆ่าคนที่อ่อนแอเช่นเจ้าให้เสียมือข้าหรอก”ซูเหยาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่กวางอวี่ด้วยท่าทางเป็นหวงเพราะในตอนนี้ถึงแม้ว่ากวางอวี่จะได้รับการรักษาจากฉีหลินแล้วแต่เขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีพลังชีวิตไม่มากนัก
“หึๆ”กวางอวี่ที่เห็นท่าทางไม่พอใจของซูเหยาเขาก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆอย่างถูกใจในความใจกล้าของซูเหยาที่กล้าตำหนิเข้าที่เป็นพี่ชายของผู้วิเศษเช่นฉีหลินต่อหน้าต่อตาเช่นนี้
“ยังจะหัวเราะอีกข้าพูดจริงนะเจ้าอย่าได้คิดจะไปมอบพลังวิญญาณอันน้อยนิดของเจ้าให้ใครเป็นอันขาดเชียว”ซูเหยาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่กวางอวี่ด้วยสายตาดุดัน
“คิกๆท่านทั้งสองคนน่าจะเป็นคนรักกันนะเจ้าคะหากท่านทั้งสองคนเป็นคนรักกันจริงๆข้าว่าพวกท่านต้องเป็นคู่รักที่มีสีสันเป็นแน่เลยนะเจ้าคะ”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองด้วยสายตาล้อเลียนทำให้คนทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
“พอๆ เลิกๆข้าจะกลับไปอาบน้ำแล้ว”กวางอวี่ที่เขินอายเอ่ยพร้อมกับอุ้มเด็กทั้งสองที่นั่งอยู่บนตักของตนลงแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที
“ข้าเองก็ขอตัวไปพักเช่นกันเจ้าค่ะ”ซูเหยาเองก็รีบขอตัวแล้วเดินจากไปด้วยเนื้อตัวแดงก่ำทันที
“คิกๆ”ฉีหลินและชิงหนิงที่เห็นท่าทางของคนทั้งสองจึงได้แต่หัวเราะออกมาพร้อมกันปล่อยให้เฟยฉีและฉีเฟิ่งที่มองมาที่ฉีหลินและชิงหนิงอย่างมึนงงด้วยเด็กทั้งสองไม่เข้าใจว่ามารดาและชิงหนิงหัวเราะเรื่องอะไร
“คุณหนูคุณชายไปพักผ่อนกันเถอะเจ้าค่ะนายหญิงไปพักผ่อนได้เลยนะเจ้าคะ เดี๋ยวคุณหนูคุณชายข้าจะดูแลเองเจ้าค่ะ”ชิงหนิงเอ่ยพร้อมกับดันหลังเด็กทั้งสองให้ออกไปอีกห้องหนึ่งทันที
ยามเฉิน (07.00-08.59)จิ้นหลี่ที่ได้รับคำสั่งจากเหลียวซานก็มารับเฟยฉีและฉีเฟิ่งออกไปจากโรงเตี้ยมทันที
“คาราวะท่านลุงซานเจ้าค่ะ”เสียงใสเอ่ยทำความเคารพเหลียวซานด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้เหลียวซานมองไปที่เด็กด้วยสายตารักใคร่พร้อมกับกวักมือเรียกนางเข้ามาใกล้พร้อมกับอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาวางบนตักด้วยความเอ็นดู
“ท่านลุงหายดีแล้วขอรับ”เฟยฉีที่ยืนอยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเขาที่ได้ฟังว่าลุงตรงหน้าได้เคยช่วยชีวิตของมารดาของตนเขาจึงได้เริ่มจะมองเหลียวซานอย่างมิตรมากขึ้นเหลียวซานที่ได้เห็นท่าทีเป็นมิตรจากเด็กชายเขาจึงได้แต่เลิกคิ้วพร้อมกับมองไปที่เฟยฉีด้วยความแปลกใจ
“ลุงเริ่มหายดีแล้ว ต้องขอบคุณแม่ของเจ้าที่รักษาลุงได้ดีเช่นนี้”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับตบที่ตักที่ข้างของตนเพื่อเรียกให้เด็กชายเดินขึ้นมานั่งที่ตักของตน
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่เป็นหมอที่เก่งที่สุดในป่าหมอกไม่ว่าใครๆต่างก็บอกกับข้าว่าท่านแม่คือหมอที่พวกเขานับถือเจ้าค่ะ”ฉีเฟิ่งที่ได้ยินคำชมของเหลียวซานนางจึงเอ่ยด้วยท่าทางภาคภูมิใจที่ใครก็ชมว่ามารดาของนางนั้นเก่งกาจ
“ฮ่าๆ เป็นเช่นนั้นหรอกหรือเช่นนั้นโตขึ้นพวกเจ้าต้องเก่งกาจเหมือนแม่ของเจ้าด้วยเล่า”เหลียวซานที่รู้เช่นนั้นเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“แน่นอนเจ้าค่ะข้าโตขึ้นข้าจะเป็นหมอเช่นท่านแม่เจ้าค่ะ”ฉีเฟิ่งเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“แล้วเจ้าไม่อยากเป็นเช่นแม่ของเจ้าหรืออาฉี”เหลียวซานที่เห็นว่าเฟยฉีเอาแต่นิ่งเฉยจึงได้ได้เอ่ยถามด้วยสายตาอ่อนโยน
“ข้าอยากเป็นแม่ทัพขอรับข้าจะปกป้องท่านแม่และคนที่ข้ารักขอรับ”เฟยฉีเอ่ยตอบด้วยท่าทางนิ่งขรึม
“หากเจ้าอยากเป็นแม่ทัพเจ้ามาเป็นทหารที่แคว้นของลุงดีหรือไม่”เหลียวซานที่ไม่ต้องการสู้รบกับหลานชายของตนเอ่ยด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง
“ไม่เอาขอรับหากข้าไปเป็นทหารที่แคว้นเหลียงข้าก็ปกป้องท่านแม่กับทุกคนไม่ได้นะสิขอรับ”เฟยฉีเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หากเจ้าไปกับลุงลุงจะช่วยให้เจ้าได้เป็นแม่ทัพที่เด็กที่สุดในแคว้นเหลียง เจ้าสนใจไปกับลุงหรือไม่เล่า”เหลียวซานเอ่ยโน้มน้าวหลานชายของตนด้วยแววตาเป็นประกาย
“ท่านแม่ทัพขอรับท่านแม่ทัพเจามาขอเข้าพบขอรับ”จิ้นหลี่เข้ามาเอ่ยรายงานนายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“อืมให้เข้ามา”เหลียวซานที่ได้ยินเช่นนั้นไม่มีทีท่าว่าจะวางเด็กทั้งสองลงเอ่ยตอบรับพร้อมกับมองไปที่ประตูด้วยแววตาเรียบนิ่ง
“ไม่ให้ข้านำคุณหนูคุณชายออกไปก่อนหรือขอรับ”จิ้นหลี่ที่เห็นว่านายของตนนั้นไม่มีท่าทางที่จะปล่อยลงจากตักของตนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจที่ดูเหมือนว่านายของเขาจะรักและหลงเด็กทั้งคนนี้เข้าให้แล้ว
“ไม่ต้อง เจ้าไปตามท่านแม่ทัพเจาเข้ามาเถอะ”เหลียวซานเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“คาราวะท่านแม่ทัพหลัวข้าเจาเฟยหมิงยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่แคว้นเจินขอรับ”เฟยหมิงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เด็กทั้งสองที่นั่งอยู่บนตักของเหลียวซานด้วยความสงสัยแต่เมื่อเขาได้มองไปที่เด็กทั้งสองไปนานๆเขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กทั้งสองอย่างประหลาด
“ข้าต้องขออภัยท่านจริงๆที่ไม่สามารถออกไปต้อนรับท่านได้พอดีหลานๆของข้าติดข้ามากจนไม่สามารถออกไปต้อนรับท่านได้นะ”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจโดยที่เฟยหมิงได้แต่มองไปที่เขาด้วยสายตาสงสัย
“ท่านลุงเราจะไปตลาดเมื่อใดหรือเจ้าคะ”ฉีเฟิ่งที่ใจร้อนเอ่ยถามท่านลุงของตนด้วยท่าทางออดอ้อน
“อืม ขอลุงคุยกับแม่ทัพเจาก่อนได้หรือไม่”เหลียวซานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนทำให้จิ้นหลี่ได้แต่มองมาที่นายของตนด้วยสายตายากจะเชื่อที่เขาได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของนายของตนเช่นนี้
“เฟิ่งเออร์อย่าเอ่ยขัดการสนทนาของท่านลุงจำที่ท่านแม่สอนไม่ได้หรือว่าอย่าพูดขัดผู้ใหญ่”เฟยฉีที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยสอนน้องสาวของตนเสียงเข้ม
“ฮะๆอาฉีของลุงช่างเป็นเด็กรู้ความจริงๆ”เหลียวซานที่เห็นความน่ารักขอเด็กทั้งสองเขาจึงได้แต่หัวเราะออกมาอย่างรู้สึกเอ็นดูทางด้านเฟยหมิงเองก็ได้แต่จ้องมองมาที่เด็กทั้งสองด้วยสายตาสงสัยราวกับว่าเขาเคยเห็นหรือรู้จักกับเด็กทั้งสองมาก่อน
“ข้าขอเสียมารยาทไม่ทราบว่าพ่อแม่ของเด็กทั้งสองเป็นผู้ใดหรือขอรับ”เจาเฟยหมิงเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่เด็กทั้งสองอย่างคลาแคลงใจ
“พวกเขาเป็นลูกของน้องสาวของข้านะส่วนพ่อของเด็กนะตายไปแล้ว”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เฟยหมิงด้วยสายตาไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าใดนัก
“เช่นนั้นหรือ”เฟยหมิงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่เจ่าหมิงนั้นได้แต่มองไปที่เฟยฉีด้วยสายตาเบิกกว้างเพราะเด็กชายตรงหน้าของนั้นหน้าตาเหมือนกับนายของเขาในวัยเด็กราวกับคนคนเดียวกันไม่มีผิด
“ว่าแต่ท่านแม่ทัพเจามาในวันนี้มีเรื่องอะไรหรือขอรับ”เหลียวซานที่ไม่ต้องการให้เด็กอยู่กับเฟยหมิงนานนักเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้ามาเพื่อดูว่าอาการของท่านแม่ทัพหลัวขอรับ”เฟยหมิงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เด็กที่อยู่บนตักของเหลียวซานอย่างคลาแคลงใจ
“ท่านดูอาการของข้าเสร็จแล้วเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อนนะขอรับเอาไว้วันหน้าเราค่อยมาคุยกันดีหรือไม่ขอรับเพราะวันนี้ข้ามีนัดกับหลานๆของข้าแล้วนะขอรับเอาละได้เวลาพาเด็กๆไปเที่ยวตลาดแล้วเราไปกันเถอะ”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับปล่อยให้เด็กทั้งสองคนกระโดดลงจากตักของตน
“เย้ข้าชอบเดินตลาดที่สุดเลยเจ้าค่ะ”ฉีเฟิ่งที่เพิ่งกระโดดลงจากตักของเหลียวซานเอ่ยด้วยความดีใจ
“ท่านลุงเจ้าคะข้าอยากกินขนมท่านลุงซื้อให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”ฉีเฟิ่งจับมือของเหลียวซานแล้วเหวี่ยงมือของเหลียวซานที่นางกุมอยู่ด้วยท่าทางออดอ้อนทำให้เฟยหมิงที่มองอยู่ก็รู้สึกเอ็นดูเด็กหญิงตรงหน้าไม่น้อยเลยทีเดียว
“ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่”เฟยหมิงที่รู้สึกไม่อยากจากเด็กทั้งสองเอ่ยขอออกไปอย่างไม่รู้ตัวทำให้เหลียวซานที่กำลังจูงมือเด็กทั้งสองออกไปจากห้องหันกลับมามองเฟยหมิงด้วยสายตาแปลกใจ
“ไม่ได้ขอรับท่านแม่บอกว่าให้ข้าไปเที่ยวกับท่านลุงซาน”เฟยหมิงที่ไม่ชอบคนวุ่นวายเอ่ยกับเฟยหมิงด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คุณชาย”ชิงหนิงเอ่ยเรียกคุณชายของตนอย่างห้ามปราม
“พอดีว่าน้องสาวของข้าหวงลูกๆของนางมากนะขอรับวันนี้คงต้องเสียมารยาทแล้วหากท่านแม่ทัพต้องการพูดคุยกับข้าก็เอาไว้วันหน้าเถอะขอรับ”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับจูงมือเด็กทั้งสองออกไปจากห้องโถงอย่างไม่สนใจเฟยหมิงและคนของเขาเลยแม้แต่น้อย
“อะไรของเขากันนะอารมณ์แปรปรวนเช่นนี้เขาผ่านสงครามมาได้เช่นไรกันนะ”เจ่าหมิงที่รู้สึกไม่พอใจกับอารมณ์ที่แปรปรวนของเหลียวซานเอ่ยบ่นกับนายของตนเบาๆ
“ไปสืบเรื่องของเด็กทั้งสองคนนั้นมาข้ารู้สึกว่าข้าคุ้นเคยกับพวกเขาอย่างประหลาด”เฟยหมิงเอ่ยสั่งเจ่าหมิงคนสนิทของตนด้วยสีหน้าเคร่ง
“ขอรับนายท่าน”เจ่าหมิงที่รู้สึกสงสัยเช่นเดียวกับเฟยหมิงเอ่ยขานรับด้วยท่าทางเคร่งขรึม
ตลาดเมืองลี่เหลียน
“พี่อวี่ข้าว่าตลาดผ้าที่นี้ก็ไม่เลวนะเจ้าคะแต่ทางที่ดีเราน่าจะขนส่งสินค้าหลายๆอย่างเอาไปส่งตามเมืองต่างๆที่ขบวนเดินทางของเราผ่านด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนออย่างถามความเห็น
“อืมเรื่องนั้นเราค่อยคิดดูอีกทีตอนที่เราเดินทางส่งสมุนไพรรอบนี้เสร็จดีหรือไม่”กวางอวี่เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เจ้าค่ะ”ฉีหลินพยักหน้าตอบรับพี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
จวนตระกูลหลี
“เจ้าบอกว่ากวางอวี่กับนางฉีหลินนั้นกลายเป็นพ่อค้าสมุนไพรหรือ”นางหวังเอ่ยถามลูกพี่ลูกน้องของตนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“จริงเจ้าค่ะตอนนี้กวางอวี่กลายเป็นคหบดีหนุ่มไปแล้วนะเจ้าคะคุณหนูหลียังบอกอีกว่าเขาช่วยให้ตระกูลหลีของนายท่านกลับมาฟื้นตัวได้เลยนะเจ้าคะพี่หลี่เหลียนท่านลองคิดดูสิเจ้าคะว่ากวางอวี่และฉีหลินนั้นต้องร่ำรวยเพียงใดกันจึงจะสามารถช่วยให้ตระกูลใหญ่เช่นตระกูลหลีที่ใกล้จะล่มจมกลับมาผงาดได้เช่นทุกวันนี้”ลี่ฟางที่ยังเจ็บปากอยู่เอ่ยกับญาติผู้พี่ของตนด้วยสายตาตื่นเต้น
“ก็จริงของเจ้า หึอยู่กินอย่างสุขสบายแต่กลับปล่อยให้ข้ากับครอบครัวต้องมาขายตัวเป็นคนรับใช้ช่างอกตัญญูจริงๆ”นางหวังที่รู้ว่าตลอดมาฉีหลินและกวางอวี่นั้นอยู่อย่างสุขสบายจึงได้เอ่ยกับลี่ฟางด้วยท่าทางหมั่นเคี้ยวเขี้ยวฟัน จนทำให้ลี่ฟางที่เห็นท่าทางของนางหวังนางจึงได้แต่ขยับตัวออกห่างจากญาติผู้พี่ของตนด้วยความหวาดกลัวเพราะท่าทางของนางหวังตอนนี้คลายกับคนวิกลจริตก็ไม่ปาน
“พี่หวังจะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกนะเจ้าคะในเมื่อบ้านตระกูลเย่ตัดขาดกับพี่กวางอวี่กับฉีหลินแล้ว”ลี่ฟางที่คิดว่าตนจะได้เป็นฮูหยินของกวางอวี่ในอนาคตเอ่ยแก้ตัวให้กับกวางอวี่
“จะเป็นไปได้เช่นไรในเมื่อเรายังไม่ได้เขียนหนังสือตัดขาดให้กับพวกมันเช่นนั้นตอนนี้พวกมันก็ถือว่าเป็นคนของตระกูลเย่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”นางหวังเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาด้วยเพราะครั้งนี้นางสามารถมั่นใจว่านางจะรีดเงินได้จากกวางอวี่และฉีหลินไม่น้อยเลยทีเดียว