ดาบที่ปราศจากพลังเวทย์มุ่งโจมตีเมอร์ลินอย่างรุนแรง แม้จะไร้ซึ่งพลังเวทย์แต่ลำพังพละกำลังอันแข็งแกร่งของเอริกนั้นก็เพียงพอแล้วที่สร้างความหวาดกลัวให้กับคู่ต่อสู้
เมอร์ลินไม่ได้รับการโจมตีนี้โดยตรง เขาอาศัยวิชาตัวเบาเดินชมจันทร์กระบวนท่าดารากระพริบหายไปจากตรงนั้นทันที
ดาบของเอริกจึงทำได้เพียงแค่สัมผัสกับลม
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
เอริกยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาเหลือบตามองร่างของเมอร์ลินที่ปรากฏอีกฝั่งหนึ่ง
“การกระทำของท่านนั้นดูจะเกินไปหน่อย” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร้อมกับกระชับดาบในมือ
เอริกยิ้มและถือดาบด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย
“ฮา ฮา ฮา นี่เป็นเพียงการหยอกล้อเล็กน้อยถือว่าข้ากำลังสอนการต่อสู้ให้เจ้าก็แล้วกัน” เอริกยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ท่าทางที่สบายๆของเขานั้นกำลังสร้างความลำบากให้แก่เมอร์ลิน
“ท่านไม่กลัวคนอื่นจะพูดว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่รังแกเด็กหรอกหรือ”เมอร์ลินพูดพร้อมกับปลดปล่อยพลังเวทย์ของเขาออกมา
หากเอริกต้องการต่อสู้กับเขา เขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ชนชั้นที่สูงกว่าจอมเวทย์ผู้หนึ่งย่อมมองออกว่าเมอร์ลินกำลังเก็บซ่อนบางสิ่งเอาไว้
หากเมอร์ลินยังคงแสดงเป็นผู้ไร้ฝีมือต่อไป เอริกอาจจะเกิดความไม่ไว้ใจ
ความระแวงจากบุคคลเช่นเอริกนั้นอาจทำให้เมอร์ลินดำเนินแผนการได้ยากยิ่งขึ้นมันวุ่นวายเกินไปที่จะรับมือกับตัวตนเช่นเอริก
การเปิดเผยฝีมือจึงเป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งที่แสดงความจริงใจและความเปิดเผยของเขา
“ฮา ฮา ฮา คนอย่างข้านั้นอยากทำอะไรก็ทำเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนทั้งอาณาจักรเป็นที่รู้กันเป็นอย่างดี” เอริกหยุดและหลี่ตาลงจ้องมองเมอร์ลินด้วยความสนใจ“มาเถอะ มาต่อสู้กันให้ข้าได้ดูฝีมือที่แท้จริงของเจ้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
"ท่านนี่ช่างเป็นผู้ใหญ่ที่เอาแต่ใจ” เมอร์ลินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและมองไปยังผนังอีกด้านหนึ่งที่เก็บอาวุธอันหลากหลายเอาไว้
“หากท่านยังยืนยันที่จะทดสอบฝีมือของข้าให้ได้”เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึก “ได้ ... ข้าจะสนองความต้องการของท่านเพียงแต่อาวุธที่ข้าถืออยู่นั้นไม่ใช่อาวุธที่ข้าถนัด ข้าจึงขอเลือกอาวุธชิ้นอื่น”
คำพูดของเมอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยความกล้าหาญ มันดูขัดแย้งกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเป็นอย่างยิ่ง
เอริกมองเมอร์ลินด้วยความสนใจมากยิ่งแม้เขาจะรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาแต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยคนนี้จะกล้ารับคำท้าของเขาอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ
“เชิญเจ้าเลือกได้ตามสบาย เด็กที่กล้าหาญอย่างเจ้าข้านั้นชื่นชอบนัก” เอริกกล่าวด้วยลักษณะคุณปู่ใจดีโดยที่ภายในใจของเขาคิดว่าเมอร์ลินอาจจะกำลังสาปแช่งเขาอยู่เป็นแน่ แต่เขาก็ไม่ได้แยแสใดๆ
“ขอบคุณ” เมอร์ลินพูดสั้นๆพร้อมกับเดินไปที่กองอาวุธที่อยู่ผนังอีกด้านหนึ่ง
ตั้งแต่ต้นจนจบเมอร์ลินนั้นยังมีท่าทางที่เยือกเย็นและสุขุมเขาเดินดูอาวุธเหล่านั้นอย่างใจเย็น และเขาก้มหยิบอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมา
อาวุธที่เมอร์ลินเลือกนั้นไม่ใช่อาวุธอันทรงพลัง
เมื่อเอริกได้เห็นอาวุธชิ้นนั้นก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
แทนที่เมอร์ลินจะเลือกอาวุธระดับสูงแต่เขากลับเลือกที่จะหยิบเพียง“ดาบไม้”
ถูกต้องมันคือดาบไม้ดาบไม้ที่เอาไว้ใช้ให้มือใหม่ฝึกซ้อม
เมอร์ลินอมยิ้มและเอ่ย “ดาบนี้ช่างเหมาะมือ ข้าจะใช้มันในการประลองกับท่าน”
การกระทำของเขาสร้างความรู้สึกที่ซับซ้อนให้แก่เอริกเป็นอย่างมาก
“ท่านสามารถใช้อาวุธในมือของท่านได้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาเป็นดาบไม้ตามข้า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงดาบไม้แต่เมื่อมันอยู่ในมือของข้ามันจึงร้ายกาจจนท่านคาดไม่ถึง” เมอร์ลินหยุดครู่หนึ่งและเอ่ยต่อ “ดาบเหล็กธรรมดานั้นไม่อาจเทียบได้กับดาบไม้เมื่อมันอยู่ในมือข้า”
ได้ยินคำพูดของเมอร์ลินเอริกก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและเอ่ย
“ฮา ฮา ฮา เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้ไม่ผิด เจ้านั้นไม่ทำให้ข้าผิดหวังเจ้าไม่สนในความต่างของพลังเวทย์แถมเจ้ายังเป็นคนแรกที่กล้าต่อสู้กับข้าด้วยดาบไม้ เจ้านั้นทำให้ข้าประทับใจ"
เอริกมองเมอร์ลินอย่างจริงจังและเอ่ยต่อ
“เจ้าไม่ต้องกังวลไป เพื่อความยุติธรรมข้าจะลดพลังของข้าลงให้อยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์เหมือนกับเจ้าข้าจะยินดีเป็นอย่างมากหากเจ้าเปิดเผยฝีมือที่แท้จริงให้ข้าได้เห็น” เอริกกล่าวและยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังข้าจะไม่ทำให้การกีดกันอาเธอร์ให้ออกห่างไปจากที่นี่ของท่านเสียเปล่า” เมอร์ลินพูด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“เจ้ารู้?” เอริกหรี่ตาลงและมองเมอร์ลินอย่างแปลกใจเด็กคนนี้รู้ว่างานที่เขาให้อาเธอร์ไปทำนั้นคือแผนที่ทำให้เขาและเมอร์ลินอยู่กันตามลำพัง
เมอร์ลินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแสดงรอยยิ้มบางๆ เป็นคำตอบ
“ข้าว่าเราพูดเรื่องไร้สาระมามากพอแล้ว มาเริ่มกันเถอะ” สายตาของเมอร์ลินนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจัง
จบคำร่างของเมอร์ลินก็หายไปจากสายตาของเอริก
“รับมือ!”
ปัง!
พริบตาร่างของเมอร์ลินก็ปรากฏตรงหน้าเอริกราวกับภูติพราย
ด้วยประสบการณ์ต่อสู้อันโชกโชนของเอริก เขานั้นผ่านการต่อสู้สนามรบมานับร้อยนับพันสัญชาตญาณการต่อสู้อันเฉียบคมของเขาทำให้เขาสามารถใช้ดาบในมือต้านรับดาบไม้ของเมอร์ลินได้อย่างรวดเร็ว
ปัง ปัง ปัง!
เมอร์ลินฟันดาบไม้ของเขาไปที่เอริกอย่างดุเดือดทุกการโจมตีของเขานั้นทรงพลังและรุนแรงแม้การโจมตีของเขาจะไม่อาจทำให้เอริกร่นถอยได้
แต่ทว่ามันยังมีผลลัพธ์อย่างหนึ่งที่ทำให้เอริกนั้นตื่นตะลึง
นั่นคือดาบเหล็กของเอริกนั้นเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว
เพียงการโจมตีไม่กี่ครั้งของดาบไม้มันสามารถทำให้ดาบของเอริกเสียหายได้
เอริกขมวดคิ้วและมองดาบในมืออย่างไม่พอใจนี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าสร้างความเสียเปรียบให้แก่เขา
ดาบไม้ของเมอร์ลินนั้นเคลือบไปด้วยพลังปราณเซียนขั้นก่อลำต้นมันเป็นไปไม่ได้ที่ดาบเหล็กธรรมดาจะสามารถนำมาต่อกรกับดาบไม้นี้ได้
ไม้คือสิ่งหนึ่งที่เคยมีชีวิตและจิตวิญญาณแม้มันจะตายไปแล้ว แต่มันก็ยังคงเคยที่จะมีชีวิตและจิตวิญญาณอาศัยอยู่
พลังปราณเซียนนั้นคือพลังที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติดังนั้นแล้วมันจึงสามารถควบคุมสิ่งที่มีชีวิตและจิตวิญญาณได้ดี
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่จะนิยมที่จะใช้ไม้มาเป็นอาวุธไสยเวทย์เพราะด้วยคุณสมบัติของไม้นั้นสามารถซึมซับพลังปราณเซียนได้ดีกว่าวัตถุที่เป็นเหล็กธรรมดา
มันจะมีโลหะหรืออัญมณีไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่มีจิตวิญญาณอันทรงพลังอยู่ดังนั้นการใช้ไม้ที่หาได้ง่ายจึงเป็นที่นิยมมากกว่า
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เมอร์ลินเลือกใช้ดาบไม้ในการต่อสู้เพราะเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าดาบธรรมดาในมือของเอริกนั้นไม่สามารถต่อต้านดาบไม้ของเขาได้อย่างแน่นอน
“ดูเหมือนดาบของท่านจะเปราะบางกว่าดาบไม้ของข้า” เมอร์ลินพูดพลางแสดงรอยยิ้มที่เย้ยหยันออกมา
เอริกนั้นซ่อนสีหน้าอันไม่พอใจของเขาเอาไว้และระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮา ฮา ฮา เจ้านี่มันช่างน่าสนใจ ดูเหมือนว่าต่อให้ข้าจะใช้อาวุธทั้งหมดในห้องนี้ก็ไม่สามารถต่อกรกับดาบไม้ของเจ้าได้”
เพล้ง!
เอริกทำการใส่พลังเวทย์ของเขาลงไปในดาบที่ถืออยู่
ทันใดนั้นเองดาบนั้นถึงกับแตกเป็นเสี่ยงๆและสลายกลายเป็นผุยผง
แน่นอนว่าอาวุธธรรมดาเหล่านี้ย่อมไม่สามารถรองรับพลังเวทย์ของเขาได้
“ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีสิ่งที่ข้าคิดไม่ถึงอยู่มาก” เอริกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ
“ท่านชมข้าเกินไปแล้ว” แม้เมอร์ลินจะตอบรับคำอย่างอ่อนน้อมแต่ท่าทางของเขานั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิง
แม้จะอยู่ในร่างเด็กน้อย แต่ท่วงท่าและการแสดงออกของเขานั้นสามารถข่มขวัญผู้ใหญ่หลายๆคนได้
"ดูเหมือนคนแก่อย่างข้าจะเลอะเลือนประเมินเจ้าต่ำไปว่ากันว่าเรื่องของอายุนั้นไม่ใช่สิ่งตัดสินในฝีมือการต่อสู้นั้นน่าจะเป็นเรื่องจริง" เอริกสูดหายใจเข้าลึกและพูดต่อ“ดูเหมือนว่าอาวุธเหล่านี้จะไม่สามารถทำให้เจ้าแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาได้อย่างนั้นข้าคงต่อขอใช้อาวุธประจำตัวของข้าเพื่อการต่อสู้ หวังว่าเจ้าจะไม่ว่าอะไร”
หลังจากที่เอริกพูดจบ เมอร์ลินก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป
เมอร์ลินคิดว่าการต่อสู้นี้จะจบลงเมื่ออาวุธทั้งหมดของเอริกได้รับความเสียหายแต่มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด
เอริกคนนี้นั้นเป็นตาแก่ดื้อด้านหากเขาไม่แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา ตาแก่อย่างเอริกจะไม่ยอมจบในเรื่องนี้
ไม่ทันที่เมอร์ลินจะเอ่ยอะไรออกมาเอริกก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะแล้วเอ่ยเรียกอาวุธของเขาออกมา
"จงปรากฏ แมนติคอร่า"
ทันใดนั้นเองบรรยากาศในบริเวณนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบนมือของเอริกนั้นปรากฏอากาศที่กำลังปริแตกออกเกิดเสียงคำรามดั่งฟ้าร้องดังออกมาหลายครั้ง วัตถุหนึ่งก่อรูปร่างและค่อยๆปรากฏขึ้นมาในมือของเอริก
กรรจ์!
ในมือของเอริกปรากฏดาบยักษ์สีดำ มันมีความยาวเกือบ 2 เมตรที่เกือบเท่ากับความสูงของเอริกกลิ่นอายอันทรงพลังนั้นถูกส่งออกมาจากตัวของดาบยักษ์
ดาบเล่มนี้มีชื่อว่า “แมนติคอร่า”
แน่นอนว่าอาวุธประจำตัวของเอริกนั้นย่อมเป็นอาวุธวิญญาณ
อาวุธที่อยู่เหนืออาวุธใดๆ ในดินแดนแห่งนี้ มันเป็นสิ่งที่ทรัพย์สินจำนวนมากเพียงใดก็ไม่อาจซื้อหาได้
ตัวตนเช่นเอริก ผู้ที่ได้ชื่อว่าวีรบุรุษแห่งอารากอน มันจึงไม่น่าแปลกใจนักที่เขาจะครอบครองอาวุธชนิดนี้
แมนติคอร่านั้นสร้างแรงกดดันกับเมอร์ลินเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของเมอร์ลินปรากฎเหงื่อเย็นไหลออกมา
เอริกมองไปที่เมอร์ลินและเอ่ย "ถึงเวลาที่ข้าจะเอาจริงบ้างแล้วจงระวัง เพราะดาบนั้นไม่มีตาเจ้าอาจจะบาดเจ็บได้”
จบคำเอริกก็เริ่มการต่อสู้ ดาบยักษ์สีดำนั้นถูกเหวี่ยงเข้าใส่ร่างของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่เอริกนั้นไม่ได้ใส่พลังเวทย์ของเขาลงไปในอาวุธวิญญาณ
แต่ด้วยพลังของตัวดาบนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน
เอริกเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเอริกนั้นรวดเร็วเกินไปความเร็วนี้ทำให้เมอร์ลินไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกได้
เมื่อไม่อาจหลบหลีกได้ เมอร์ลินจึงต้องใช้ดาบไม้ต้านรับการโจมตีนี้
ตูม!
การปะทะของดาบไม้และดาบยักษ์แมนติคอร่านั้นทำให้เกิดเสียงที่ราวกับระเบิดดังสนั่น
กลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ของเอริกนั้นกำลังพยายามที่จะกดดันเมอร์ลินให้ร่นถอย
เมอร์ลินเพิ่มพลังปราณเซียนเข้าไปในดาบไม้
เป็นเวลาสิบลมหายใจก็ดูเหมือนว่าดาบไม้เล่มนี้จะไม่สามารถทนพลังอันมหาศาลนี้ได้
เพล้ง!
ในที่สุดดาบไม้เล่มนั้นก็ไม่สามารถทนรับได้
ดาบไม้ถูกพลังมหาศาลกดดันให้แตกเป็นเสี่ยงๆ และกลายเป็นเศษไม้ที่เหมือนกับขี้เถ้า
เมอร์ลินหลบการโจมตีของดาบยักษ์อย่างเฉียดฉิว
"การโจมตีของท่านนั้นเกือบจะฆ่าข้า" เมอร์ลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ
เมอร์ลินรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากเพราะถึงแม้ดาบยักษ์นั้นจะไม่ได้ใส่พลังเวทย์ลงไปแต่มันก็สามารถทำลายดาบไม้ของเขาได้
มิหนำซ้ำในช่วงเวลานั้น ขณะที่ดาบไม้ถูกทำลายแทนที่เอริกจะยั้งมือแต่เขากลับฟาดดาบลงมายังร่างของเขา
เอริกอมยิ้มและเอ่ย "เหมือนว่าข้าจะบอกเจ้าไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาวุธนั้นไม่มีตา... ให้เจ้าจงระวัง"
เอริกไม่มีท่าทางที่จะสำนึกในความผิดเลยแม้แต่น้อย การแสดงออกของเขาจึงสร้างความไม่พอใจกับเมอร์ลินมากยิ่งขึ้น
การแสดงออกมาเมอร์ลินนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังมากยิ่งขึ้นเขาสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย
"เช่นนั้นก็ดีเมื่อท่านต้องการที่จะเห็นฝีมือของข้า ข้าก็จะตอบสนองความต้องการของท่าน" เมอร์ลินไม่อาจระงับโทสะของเขาได้อีกต่อไป การกระทำของเอริกนั้นล้ำเส้นเกินไป
ต่อหน้าชายชราคนนี้ สายตาของเขามองเมอร์ลินออกมาตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้นแล้วเมอร์ลินจึงไม่จำเป็นต้องเก็บงำอะไรไว้อีกต่อไปแม้ทั้งหมดจะถูกเปิดเผยออกมาเขาก็ยังสามารถอ้างอาจารย์ลึกลับที่เขาสร้างขึ้นมาได้
"จงปรากฏ ลองกินุส"
สิ้นคำของเมอร์ลินลายสักอักขระโบราณบนข้อมือของเมอร์ลินก็เลือนหายไป บรรยากาศโดยรอบนั้นเกิดการปรวนแปรเสียงปริแตกของอากาศนั้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่องมวลอากาศเหนือศีรษะของเขากำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นเองรูหนอนลึกลับก็ปรากฏขึ้น
ซูม
วัตถุสีแดงพุ่งออกมาจากรูหนอนอันน่าพิศวงนั้นหอกสีเลือดที่มีรูปร่างประหลาดปรากฏขึ้นในมือของเมอร์ลินปลายทั้งสองแฉกนั้นส่งพลังออกมาอย่างต่อเนื่องด้ามจับที่คล้ายกับสองส่วนนั้นหมุนวนเป็นเกลียวหลอมรวมกันสร้างแรงกดดันที่กดขี่ผู้คนให้จมลง
กรรจ์! ดาบยักษ์แมนติคอร่าส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดุดัน ราวกับมันสามารถรับรู้ถึงคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
หอกลองกินุสปลดปล่อยกลิ่นอายโบราณอย่างมหาศาล สร้างแรงกดดันประหลาดไปทั้งชั้นบรรยากาศ
ดาบยักษ์แมนติคอร่าในมือของเอริกเกิดการสั่นสะท้านเอริกสัมผัสได้ถึงการต่อต้านนี้
เอริกมองหอกลองกินุสด้วยสายตาที่ซับซ้อน
เมอร์ลินไม่สามารถคาดเดาความคิดของเขาได้
หอกลองกินุสถูกยกขึ้นและชี้ส่วนปลายไปที่เอริกมุมปากของเมอร์ลินถูกยกขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า
"อย่างนั้นข้าคงต้องขอใช้อาวุธที่ไม่มีตาเช่นเดียวกัน"