ฟิซัคเกอร์
ท้องฟ้ายามค่ำคืนในโลกเซนเทียยังคงสว่างไสวแข่งกับแนวป่าและผืนหญ้าที่ส่องแสงเรืองบนโลกเซนเทียความมืดมิดบนผืนพิภพแห่งนี้ได้มืดหายไปแล้ว โลกเซนเทียเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆนับตั้งแต่เด็กมนุษย์เหยียบย่างเหล่าผู้หลบซ่อนและผู้ที่หายสาบสูญเริ่มปรากฏตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆสงครามมังกรพรากหลายสิ่งหลายอย่างจากโลกแห่งนี้และสิ่งที่ถูกพรากไปเริ่มก่อตัวใหม่เพื่อสร้างสมดุลขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“หลายสิ่งหลายอย่างที่ข้าแอบทำลายมันไปอย่างเงียบ ๆก่อนที่สงครามมังกรจะเกิดเมื่อครั้งอดีตดูเหมือนจะเริ่มฟื้นคืนเหมือนเช่นคำเตือนของเจ้านะเมอร์เดียส” ผู้รักษาบัลลังก์มังกรในร่างอสรุเทวานั่งบนบัลลังก์ทองของสมาพันธ์ผู้ฟัก มือขวาถือแก้วสีอำพันหมุนไปมาเพื่อให้รสชาติของมันกลมกล่อมยิ่งขึ้นเขาทอดสายตาออกไปด้านหน้าเห็นบัลลังก์มังกรอยู่ไกลลิบด้านนอกนั่นและเขายังไม่มีวันได้เอื้อมถึง ในค่ำคืนนี้จิตใจของเขาร้อนรุ่มจนต้องเรียกตัวคนสนิทเข้าพบเมอร์เดียสและเมคคาล
ผู้ขัดขวางเริ่มจะฟื้นคืนคนแล้วคนเล่านับตั้งแต่เด็กมนุษย์เหยียบย่าง ทั้งที่อีกไม่นานเขาก็จะได้ครองทุกอย่างอย่างง่ายดายแล้วแท้ๆ มันน่าขัดใจนัก
“อย่าได้เป็นกังวลเลยท่านโฮล์เบเรียสอย่างน้อยก็ยังไม่มีใครพบไฮดราตนสุดท้ายที่สาบสูญอยู่ดี” เมอร์เดียสคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ค้อมศีรษะลงอย่างประจบเอาใจแม้เขาจะเคยเอ่ยเตือนเรื่องนี้ไปแต่ไม่เคยถูกรับฟังวันนี้มาเห็นนายเหนือหัวเป็นกังวล ที่เขาทำได้คือปลอบใจและช่วยคิดหาทางต่อ
“ข้าเสียไคร์มเมอร์ไปหนึ่งตนและสมุนข้าที่เปลี่ยนไปเข้าพวกกับเด็กนั่นอีกข้าจะลงมือฆ่าเด็กมนุษย์นั่นเสียเลยดีไหมนะ” ดวงตาสีแดงและน้ำเงินเข้มของเขานั้นดูเหมือนจะเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเมื่อนึกถึงชื่อเสียงของเด็กมนุษย์จากสายที่แฝงตัวอยู่ในนั้นเป็นแค่เพียงมนุษย์ธรรมดา แต่ก็เก่งกล้าสามารถไม่ใช่น้อย
“ไพ่ตายของท่านไม่ได้มีแค่ใบเดียวเรื่องที่จะเร่งเวลาให้เร็วขึ้นในการครองทุกภพ การตามหาไฮดราก็คงไม่สำคัญอีกต่อไปแต่การตามหากุญแจและโองการเชื่อมภพนั้นสำคัญกว่า ข้าขอแนะให้ท่านลงมือทีล่ะอย่างการทำอะไรพร้อม ๆ กันนั้นอาจเกิดการผิดพลาดได้” เมอร์เดียสเสนอแนะอย่างนอบน้อม
“เหมือนเจ้าจะพลาดข่าวที่เด็กมนุษย์นั่นพูดภาษาบรรพกาลได้ไปนะ” โฮล์เบเรียสหรี่ตามองอย่างขัดใจ
“อะ... เอ่อ! จริงหรือขอรับ ถ้าอย่างนี้เราก็ควรกำจัดเด็กนั่นก่อน” เมอร์เดียสถึงกับขนลุกชันเขาพลาดเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้อย่างไรนะ
“เรื่องเด็กนั่นใช้ภาษาบรรพกาลนายท่านส่งคนไปกำจัดไม่รู้กี่หน ไหนจะพวกที่ถูกเป่าหูให้ไปฆ่าอีกก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จสักราย นี่ท่านไม่เคยรู้เลยจริง ๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ท่านเมอร์เดียส” เมคคาลแทรกขึ้น
“เรื่องภาษาบรรพกาลไม่ได้เป็นที่สนใจในสภาและสมาพันธ์เสียเท่าไรเพราะมีคนรู้ไม่มากตอนนี้สภามังกรมีการหารือกันและเกรงว่าจะเกิดสงครามมังกรขึ้นอีกเจ้าพวกงั่งนั่นลงมติว่า ถ้าพบไฮดราตนสุดท้ายให้ทำการประลองกันต่อหน้าสภาเพื่อให้ได้ตำแหน่งราชาที่แท้จริงอย่างยุติธรรมเพราะถ้าเกิดสงครามมังกรอีกครั้งจะต้องเกิดการสูญเสียพวกเราเหล่ามังกรอีกมากมายเนื่องจากมีการแบ่งพรรคพวกกันกว่าจะได้มังกรและผู้ฟูมฟักในแต่ละปีก็ช่างลำบากยากเข็ญ กว่าจะเติบใหญ่ได้ก็ใช้เวลานานแสนนานเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมตินี้ จนข้าเองก็มิอาจจะแข็งขืนได้ข้าล่ะอยากจะเผาเจ้าวีโนสตัวต้นเรื่องให้สิ้นนัก” โฮล์เบเรียสถอนหายใจอย่างโกรธกรุ่นถ้าไม่เพราะเจ้าวีโนสจอมจุ้นที่เสนอแนวคิดเช่นนี้เขาก็ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องชื่อเสียงและหน้าตาอยู่ แค่กำจัดคนที่ขัดขวางให้มันหมดๆ ไปเสียก็จบ
“เย็นไว้เถิดท่านเราเองก็ยังต้องใช้พวกโง่นั่นเป็นเครื่องมือในการเบิกทางในภาคหน้าแต่ที่น่าหวั่นในตอนนี้เห็นจะเป็นหนึ่งในสภาอวุโสของเซนเทียน่าเจ้าแก่นั่นเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ โดยที่เราไม่รู้ มิน่าเล่าช่วงนี้ทรีบาสระวังตัวแจไม่เปิดเผยข่าวใดข้าจึงไม่รู้ว่าเด็กมนุษย์สามารถใช้ภาษาบรรพกาลได้ดีที่เรายังมีสายคอยรายงานความเคลื่อนไหวอยู่บ้างแต่ข้าต้องคอยกำชับสายข้าเสียหน่อยที่พลาดเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้” เมอร์เดียส
พยายามตัดความกังวลของนายเหนือหัวที่มีต่อเขาไม่อยากจะเชื่อว่าสายของเขาทำงานพลาดจนเขาต้องมาหาทางเอาตัวรอดต่อหน้านายใหญ่ให้วุ่นวายเช่นนี้
“ข้ามีหลายสิ่งให้ต้องขบคิดในตอนนี้ชีน่าฟื้นจากความตายแล้วถ้าพวกเจ้าคนใดว่างจากการประจบข้าก็ส่งคนไปเก็บนางเสียอย่าให้ข้าต้องลงมือเองจะดีกว่า” โฮล์เบเรียสยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด รสขมปนหวานของมันพอให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้างการฟื้นของชีน่าทำให้บางอย่างในตัวเขารับรู้ได้ เพราะมันเหมือนได้รับการกักขัง ไม่ได้รู้สึกอิสระล่องลอยและปลอดภัยเหมือนแต่ก่อน
“เรายังลงมือทำอะไรบุ่มบ่ามตอนนี้ไม่ได้เหตุเพราะชีน่าอยู่กับเด็กมนุษย์นั่น ที่สำคัญนางใช้ภาษาบรรพกาลได้อาจไม่ปลอดภัยกับท่านยิ่งขึ้นและถ้าพลาดขึ้นมาชื่อเสียงของท่านอาจมัวหมองทำให้การครองบัลลังก์จะยิ่งยากขึ้นไปอีกก็เป็นได้” เมคคาลเสนอ
“หึ! นับจากนี้ใครฆ่าเด็กนั่นได้ข้าจะมีรางวัลให้อย่างงาม แทรกแซงทุกทางเท่าที่จะทำได้แล้วกันอย่าให้ข้าต้องลงมือ ตามหาโองการเชื่อมภพ ฆ่าเด็กมนุษย์นั่นเสียและถ้าเจอทายาทไฮดรา ก็ส่งมันมาให้ข้าข้าจะลงมือต่อหน้าทุกคนจะได้ไม่มีใครหน้าไหนโผล่มาคัดค้านข้าอีก” โฮล์เบเรียสลุกขึ้นก่อนจะสะบัดผ้าคลุมไหล่สีแดงเหลือบทองไว้บนบัลลังก์แล้วหายตัวไปในทันที
“ได้ขอรับพวกข้าจะลงมืออย่างลับ ๆให้เรียบร้อยที่สุด” เมอร์เดียสรับคำผิดกับเมคคาลที่ทำเพียงค้อมศีรษะรับคำสั่ง
หอคอยสีน้ำเงิน
“ชูม่าถ้านายยังหลับเป็นตายอย่างนี้ฉันจะไม่พาไปด้วยนะ” เนย่าใช่นิ้วจิ้มแรง ๆที่เจ้าตัวเล็กที่กำลังนอนน้ำลายยืดอยู่บนหมอนสีชมพูของเธอ
“จะไปไหนหรือยายหนู” คนงัวเงียตื่นขึ้นมาถามพลางแล้วขยี้ตาป้อยๆ
“ฉันจะออกไปข้างนอก” เนย่ากอดอกพลางบอกด้วยน้ำเสียงอย่างมั่นใจ
“ไปทำไมมันดึกแล้วนะ” ชูม่าสะบัดหัวไล่ความงัวเงียแล้วถามต่อ
“ไปตามหามังกรของฉันไงเพราะถ้าฉันมีแต่หมัดขี้เซานอนทั้งวันแบบนี้ถึงวันทดสอบฉันอดไปแน่เพราะฉันจะไม่ผ่านเอาน่ะสิ” เนย่าประเมินสถานการณ์การที่เธอจะได้ออกไปนอกแคว้นมาหลายคืนและดูเหมือนเธอตัดสินใจจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ร่วมเดินทางไปกับเพื่อน ๆ
“เจ้าดูถูกข้ารึถึงข้าจะเป็นหมัดข้าก็...” ชูม่าทำท่าไม่พอใจที่ถูกปรามาส
“พ่นไฟได้! นายเคยบอกฉันหลายครั้งแล้วชูม่าแต่ครั้งนี้มันไม่พอนะฉันจะต้องตามหามังกรที่แท้จริงของฉัน เพราะนายมันใช้ไม่ได้ไงล่ะ ถามอะไรก็ไม่ตอบไม่รู้ ลืม ลูกเดียวเลย พึ่งไม่ได้จริง ๆ” เนย่าส่ายหัวไปมาพลางเดินไปนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งเพื่อรอคำตอบจากชูม่า
“เจ้าก็รู้อยู่แล้วนี่ว่ามังกรของเจ้าคือใครทำไมจะต้องออกไปตามหาอีกล่ะ หู้วววว…! เรื่องมากจริงมนุษย์” ชูม่าส่ายหัวไปมาเขาก้าวมาหยุดอยู่ปลายเตียงนุ่มอย่างหมิ่นเหม่พลางกอดอก
“ไปทดสอบกัน ว่าใครกันแน่คือมังกรของฉันตัวจริงอย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยว่าทำไมฉันต้องออกไปนายอ่านความคิดได้และนายก็อยู่บนหัวฉันตลอด” เนย่าจิ้มนิ้วไปที่เขาน้อย ๆ ของชูม่าแรง ๆหลายทีทำให้คอของเจ้าตัวเล็กย่นไปย่นมาเหมือนตุ๊กตาสปริง
“อื้อหือ…! ฉลาดขึ้นนะนี่ แต่เลิกเล่นเขาข้าเดี๋ยวนี้นะ” ชูม่าใช้มือน้อย ๆปัดป้องแม้จะไม่ได้ผลเท่าไรก็ตาม
“ไปเร็ว ๆ วันนี้ฉันส่งหมายนัดให้รินรินไปให้ทั้งคู่แล้ว” เนย่าเร่งอีก
“เจ้าคิดว่าจะไม่เกิดเรื่องเหรอ” ชูม่าเอียงคอถาม
“ไม่หรอกน่า รีสชีน่าไปกัน” เนย่ากระโดดขึ้นไปบนหลังของรีสเรียบร้อยแล้ว
“อย่าตามไปกันเยอะนะพวกเจ้าสังเกตการณ์ก็พอถ้าไม่น่าไว้ใจค่อยเข้ามาช่วยเข้าใจรึเปล่า” ชูม่าหันไปบอกบาร์รามและพรรคพวกที่เหลือทุกคนพอรู้ว่าเนย่าจะออกไปข้างนอกยามค่ำมืดแบบนี้ถึงกับมายืนออกันหน้าประตูเนย่าพยักหน้ารัว ๆให้ทุกคนเชื่อคำพูดของหมัดน้อยเพราะครั้งนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นมังกรตัวจริง
ป่ารำพัน
“ดูเหมือนเจ้าจะชอบที่นี่นะแม่หนู เหมือนจะมาบ้อยบ่อย” ชูม่าลากเสียงยาวอย่างประชดประชัน ที่นี่อีกแล้วเขาจะชอบได้ยังในเมื่อที่นี้คือที่ที่เขาถูกเจ้าราชาต้นไม้ห่อเอาไว้จนเหลือตัวแค่นี้ความหล่อความเท่ของเขาหดหายไปหมดอย่างกับโดนดูดเอาไปใช้ล่อสาวของเจ้าราชาต้นไม้
“ก็ที่นี่ที่ฉันเจอนายไง แล้วก็ได้เจอมังกรตัวแรกของฉันด้วย” เนย่าทำเสียงยินดีที่นี่เธอมาหลายครั้งยิ่งคืนพระจันทร์เย็นแถวนี้ก็จะยิ่งสวยเป็นพิเศษแม้จะเคยมีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่บ้างก็เถอะ
“เจ้าออกมานอกโรงเรียนแบบนี้มันผิดกฎนะไม่น่ารักเลยเด็กอะไรเนี่ย” ชูม่ากอดอกบ่นอีก
“เลิกบ่นเถอะน่า” เนย่าบุ้ยปากไม่พอใจ แต่ก็นั่งแหมะลงสูดอากาศดีๆ ของคืนนี้เข้าเต็มปอด
“เนย่า ๆ ฉันมาแล้ว” รินรินโบกมือมาแต่ไกล เดี๋ยวนี้เธอใช้เวทย์ลมได้คล่องขึ้นทำให้บินไปไหนมาไหนได้สะดวกมีมังกรน้อยพันอยู่รอบคอเธออีกตัวที่พยายามจะประคองตัวเองไม่ให้ตกลงไปรินรินร่อนลงพื้นอย่างสวยงาม แต่ที่ยังคงทำไมได้ก็คือเก็บปีกให้เข้าที่
“เอายายหนูมีปีกนี่มาทำไมยายนี่เสียงดังจะตายเดี๋ยวชาวบ้านก็รู้หมดหรอกว่าเธอมานัดเจอมังกร” ชูม่าตะโกนอย่างขัดใจเสียงดัง ยายหนูเนี่ยตัวป่วนเขาไม่ชอบเลยจริง ๆ นะ
“โอ๊ย! คุณหมัดเลิกพูดเถอะน่า” รินรินกอดอกสะบัดหน้าไม่สนใจเจ้าตัวเล็กที่เอาแต่โวยวาย
“ฉันทำตามคำสั่งเธอแล้ว แต่ไม่รู้นะว่าจะมากันไหม” รินรินหันมาบอกเนย่าด้วยแววตาเป็นประกายเธอตื่นเต้นมากตอนที่เนย่าเล่าให้ฟังว่าฮาร์มมาสารภาพกับเนย่าว่าเป็นมังกร
รวมถึงเรื่องที่ลาร์เฟียต้องยอมคืนสร้อยให้เนย่าเพราะเนย่าเป็นเจ้าของตัวจริงและเซนดรินก็เป็นมังกรเช่นกันเธอจึงไม่ลังเลเลยที่เนย่าเอ่ยขอให้ไปส่งจดหมายให้ทั้งคู่เพื่อมาเจอกันที่นี่ข้อแม้มีเพียงแค่เธอขอออกมาด้วย แม้จะผิดกฎก็ตาม
“ฉันคิดว่ามา แต่จะมาตอนไหนเนี่ยสิเราอยู่รอแถวนี้ก่อนดีกว่า” เนย่าบอกอย่างใจเย็น นาน ๆ เธอจะออกมาข้างนอกโรงเรียนสักที
“อยู่ดี ๆ ไม่ชอบกันนะเด็กพวกนี้ออกมาแบบนี้อันตรายมากนะรู้รึเปล่า ที่ตามมาก็เพราะเป็นห่วงหรอกแถวนี้มีสิ่งอันตรายหากินอยู่ด้วยนะ มันไกลจากเซนเทียน่าฯ พอตัวอยู่เหมือนกัน” ชูม่ามองซ้ายมองขวาอย่างระวังภัย
“หึ! กลัวก็บอกมาเจ้าเปี๊ยก” รีสที่ออกเดินสำรวจอยู่แถวนี้เดินกลับมาสบทบก็ก้มลงกระซิบข้างหูเจ้าตัวเล็กบนหัวเนย่าที่กำลังนั่งอยู่
“ไม่ได้กลัว อย่างข้าจะไปกลัวอะไร” ชูม่ากอดอกเชิดหน้าใส่เจ้าตัวยักษ์สามหางสีดำอย่างวางมาด
“ก็พูดนั่นพูดนี่อยู่ได้เนย่าแทนที่จะได้รู้ความจริงต้องมานั่งฟังเจ้าตัดกำลังใจอะไรก็ไม่รู้” เขารำคาญเจ้าตัวเล็กพูดมากจนต้องเดินกลับมาลับฝีปากด้วยสักหน่อย
ส่วนตัวเขาและชีน่าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครคือมังกรตัวจริงกันแน่แม้ตัวเขากับชีน่าจะมีปฏิกิริยากับพ่อหนุ่มผมดำมากกว่าก็เถอะแต่จะเป็นไปได้ยังไงที่ผู้ฟูมฟักคนเดียวจะมีมังกรถึงสองตน
“ไม่เอาน่ารีส อย่าไปเถียงกับคนขี้ขลาดเลย” ชีน่าเองก็กลับมาร่วมวงด้วยเช่นกันนับว่าทั้งคู่เข้าข้างกันได้ดีเยี่ยม
“เฮอะ! เข้าขากันดีเหลือเกินนะสองปุยระวังข้าจะเผาหางสวย ๆ ของพวกเจ้า” ชูม่าแยกเขี้ยวแมวเล็ก ๆ เป็นการข่มขู่จนรินรินแอบหัวเราะคิกคัก
“พอเถอะน่า เสียงดังแล้วเนี่ย อยู่รอกันเงียบ ๆได้ไหม” เนย่าปรามสงครามประสาทของทั้งสองฝ่ายก่อนจะหลับตาลงดื่มด่ำบรรยากาศของความอิสระในค่ำคืนนี้
“เนย่า ฉันว่า เรากลับกันไหม” อยู่ ๆ รินรินก็สะกิดเนย่าเอ่ยเสียงตะกุกตะกักสายตาดูหวาดกลัวเมื่อมองผ่านข้างหลังเนย่าไป
“หือ....” เนย่าเลิกคิ้วถามคนตรงหน้าที่มีทีท่าหวาดกลัว
“ดูนั่นสิ” รินรินชี้ไปด้านหลังให้เนย่าดูเนย่ามองตามแล้วถึงกับตาโต ภาพที่เห็นคือมีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามาดวงตาทั้งสองข้างสีเขียวเรือง รูปร่างใหญ่โตลักษณะเหมือนปลาขนาดใหญ่กำลังว่ายอยู่ในอากาศอย่างเชื่องช้าตามตัวของมันเต็มไปด้วยก้างและพวงหางที่หลุดลุ่ยมีเนื้อบางส่วนที่เน่าเปื่อยกลิ่นสาปสางเหม็นเน่าโชยมาแต่ไกลฟันคมยาวใหญ่กว่าปากของมันอ้ากว้างคล้ายกับกำลังฮุบอากาศเล่นเกิดเสียงดังเหมือนกับใบมีดหนาหนักสับเข้ากับของแข็ง ไม่ใช่แค่ตัวเดียว มันกำลังมากันเป็นฝูงและตรงมาที่พวกเธอ
“ฟิซัคเกอร์ พวกมันมาได้ไงเนี่ย” ชูม่าดูเหมือนจะรู้ดีกว่าใครรีบบอกถึงชื่อของมันรีสและชีน่าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ถ้าพวกมันประสงค์ร้าย และดูเหมือนจะมีหนึ่งตัวที่มองเห็นคณะผู้สืบหาความจริงเข้าเสียแล้ว