หยางเทียน หลังจากตกลงไปในน้ำ ร่างกายของเขาก็ดูเหมือนว่า จะหายใจในน้ำได้ าแที่แขน ก็ค่อยๆ หายเป็ปกติ เองอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วหยางเทียนก็พลันลืมตาตื่นขึ้นมาในน้ำ แล้วก็ รีบพุ่งตัว ขึ้นมาเหนือน้ำด้วยความใ หารู้ไม่ว่า เขานั้นสามารถหายใจในน้ำได้ หยางเทียนว่ายน้ำเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว พอหลังจากขึ้นฝั่งมาได้ ก็ใที่แขนของตนนั้นหายเป็ปกติแล้ว
“ ใครกัน ที่ช่วยเรา?” หยางเทียนสงสัยยิ่ง แต่เขายังไม่หายข้องใจ อยากคิดจะเข้าไปลุยต่ออีกครั้ง แต่ว่าพอขึ้นมาจากแม่น้ำ มือถือที่จมน้ำไปด้วยกันก็ดังขึ้นโดยที่ไม่เสียหายเลย
“ ครับ ผมปกติครับ ไม่เป็ไร ตอนนี้อยู่ริมชายทะเล ปากน้ำ ได้ครับ ผมจะรอ”
ผอ. เฉียนคง บอกว่าเขาหายไป1 คืน ทางเพื่อนๆ ที่มาด้วยต้องออกไปจากเขตเช่าอังกฤษ เลยห่วงว่า หยางเทียนนั้นอาจตกอยู่ในอันตราย แต่ สุดท้าย ผอ. เฉียนคงก็ติดต่อหยางเทียนได้ แล้วกำลังส่งเรือเร็วมารับกลับ สำนักงาน
“ สำนักภูผาจันทรา สักวันหนึ่งเราคงได้เจอกันแน่” หยางเทียนลุกขึ้นยืน แล้วมองไปที่เขตเช่าอังกฤษที่มองเห็นไกลลิบตา ไม่รู้ว่าเขาลอยมาถึงที่นี่ได้อย่างไร ไม่นานก็มีเรือมารับ กลับสำนักงานไป
ผอ. เรียกหยางเทียนเข้ามาพบทันทีที่กลับมาถึง ซึ่งหยางเทียนก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังโดยละเอียด แต่เว้นเื่าแที่หายดีแล้ว
“ ชั่วช้าจริงๆ เ้าเฒ่าโซลซา สำนักภูผาจันทรา ทำงานรับใช้พวกอังกฤษ พวกมันเห็นแก่ประโยชน์ของสำนัก มากกว่า ประชาชนที่บริสุทธิ์”
“ ฝีมือของมันร้ายกาจมาก ผมไม่สามารถสู้มันได้เลย”
“ เธอเพิ่งฝึกฝนได้แค่สามปี สามารถทำลายโรงงานผลิตของพวกมันได้ก็เก่งแล้ว ส่วนเ้าเฒ่าโซลซา มันฝึกมาจะร้อยปีแล้ว จะไปสู้มันได้อย่างไร พลังของมันถึงขั้นิญญา ระดับ 50 แล้วด้วย หากเจอมันอีกครั้งกดสัญญาณขอความช่วยเหลือ ฉันจะไปลุยกับมันเอง”
“ ครับ”
“ กลับไปพักผ่อนอีกสามวัน มีงานไปคุ้มครองแชมป์โลกห้าสถาบัน มูฮาเหม็ด คิงส์เขาจะมาที่ ประเทศอาเซี่ยนแลนด์ 7 วัน เพื่อเปิดศูนย์กีฬาอัลฟ่า คิงส์สเตดี้ยม ซึ่งเขามีหุ้นส่วนอยู่ด้วย”
“ ได้ครับ แล้วอาเปียวรับงานนี้ด้วยหรือเปล่าครับ”
“ รับซิ เขาต้องเป็หัวหน้าคุมทีมนี้ ทำไมรึ?”
“ เห็นแกบอกว่า อยากจะท้าชกกับ มูฮาเหม็ดคิงส์ สักยก คราวนี้คงได้สมใจแกแน่”
“ เฮอะ คงได้ตายสมใจน่ะซิ “
หยางเทียนยิ้มแล้วกลับไปพักผ่อนที่บ้าน พบว่า อาการของแม่ไม่ค่อยดีนัก มีการปวดหัว เป็พักๆ จะพาไปหาหมอ ก็ไม่ไป
“ พี่ใหญ่มาพอดี พาแม่ไปหาหมอหน่อยเถอะ”
“ ไม่เป็อะไรหรอก เดี๋ยวมันก็หาย” แม่กุมหัวตัวเอง แล้วเอ่ยออกมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
หยางเทียนเห็นแม่ยังคนนอนไม่สามารถลุกขึ้นเองได้ จึงเข้าไปหา แล้วััมือของแม่ แล้วอยู่ดีดี หยางเทียนก็รู้สึกว่ามีพลังปราณบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาในจุดตันเถียน มันพุ่งออกมาแล้วถ่ายเทเข้าไปสู่ร่างกายของแม่อย่างช้าๆ หยางเทียนยังคงจับมือของแม่เอาไว้ สักพักไม่นานน พลังลมปราณบริสุทธิ์ขุมนั้น ก็สลายหายไปในร่างของแม่จนหมด จึงรีบตรวจสอบลมปราณในร่างของแม่ พบว่าเืลมของแม่กับ เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ไม่มีติดขัดเหมือนเมื่อก่อน เส้นเืที่เคยถูกเส้นปราสาทกดทับ ก็เหมือนถูกเคลื่อนย้ายไปในจุดที่ไม่ถูกกดทับ ทำให้เืลมในร่างของแม่ เกิดไหลเวียนขึ้นเป็ปกติ แขนขาที่อ่อนแรง เพราะไม่มีเืไปไหลเวียน ก็เริ่มไหลเวียนดีขึ้น ผิวพรรณก็มีเืฝาด กล้ามเนื้อที่ลีบเล็ก กลับฟื้นฟูขึ้นมาเฉยเลย จนแม่ต้องทำตาโต ด้วยความใ ลองยกแขน ขยับขา มองหน้าหยางเทียน
“ นี่ลูกทำอะไรกับแม่เนี่ย ทำไมแม่รู้สึกว่า ขาและแขน มันเคลื่อนไหวได้แล้ว”
“ ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย”
แม่ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ขยับมือ และ ขยับขา ด้วยตัวเองได้ ขณะจะยืน หยางเทียนก็แตะแขนเอาไว้
“ ใจเย็นๆ ก่อนแม่ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวขนาดนั้น รออีกวันสองวัน ไปหาหมอ ให้เขาช่วยตรวจ และทำกายภาพบำบัดจะดีกว่า”
หยางเทียนยังสงสัย ว่าพลังอะไรในตัวของเขากัน ทำให้แม่หายดีทันตาเห็นแบบนี้
“ แม่ขาของแม่เหมือนมีกล้ามเนื้อขึ้นมาเลย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ถิงถิง ลูบขาของแม่ที่ลีบเหมือนของตน กลับมีกล้ามเนื้อขึ้นมา หยางเทียนนึกขึ้นมาได้ ถ้ารักษาแม่ได้ ขาของถิงถิง ก็น่าจะรักษาให้ได้เช่นกันน่ะซิ
“ ถิงถิง มานี่ ขอพี่ดูหน่อย”
หยางเทียนใช้มือวางที่ขาของถิงถิง ที่ลีบไปข้างหนึ่ง แล้วตั้งสติแล้วลองหาพลังปราณบริสุทธิ์ขุมนั้น แล้วทันใดนั้นพลังปราณบริสุทธิ์ขุมนั้น ก็เกิดขึ้นมาในจุดตันเถียนอีกครั้ง จึงปล่อยผ่านมือของหยางเทียนไปััขาของถิงถิงจนหมด ปรากฏว่า พลังปราณบริสุทธิ์ที่ไหลออกไป มันกำลังฟื้นฟูเซลล์ประสาท ที่ตายไปแล้ว กลับฟื้นสภาพขึ้นมา ก่อกำเนิดกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ เืลมที่อุดตัน เืที่อ่อนแอ กลับกลายเป็เืที่สมบูรณ์แบบ ไหลเวียนไปมาได้ตามปกติ เท้าที่เล็กลีบ ก็ค่อยๆ ขยายตัวตามกล้ามเนื้อที่ฟื้นฟู ไม่นาน ขาที่ลีบมาแต่กำเนิด ก็กลับกลายเป็ขาปกติ ถิงถิง เดินไปมา อย่างเป็ปกติ
ถิงถิง โผกอดหยางเทียนด้วยความดีใจ แม่ก็เข้ามากอดลูกทั้งสอง ด้วยน้ำตาแห่งความปิติ เสี่ยวหลานก็ไม่รู้ว่าแม่ทำอะไรกันถึงได้ร้องไห้แบบนี้ จึงเข้ามาแล้วร้องไห้ตามแม่กับยายไปด้วย หยางเทียนอุ้มเสี่ยวหลานมาเช็ดน้ำตา ด้วยรอยยิ้ม
“ หมดทุกข์ หมดโศกกันเสียที” หยางเทียนไม่รู้ว่า พลังในร่างของตนนั้นมาจากไหน แต่ก็ดีใจ ที่มันสามารถทำให้แม่กับน้อง นั้นมีความสุขได้
คืนนั้นหยางเทียนนอนหลับอย่างมีความสุข ตื่นเช้ามาก็ได้ยินข่าวว่า คุณชายฉีอู่ ถูกฆ่าปาดคอ ตายคาคอนโดไปเมื่อคืนแล้ว
“ พี่ใหญ่เห็นข่าวแล้วหรือยัง” ถิงถิงรีบเข้ามาหาหยางเทียนที่พยักหน้ารับทราบ
“ พี่ใหญ่ไม่ต้องไปทวงเงินกับ พวกเขาอีกแล้วนะ ดูซิ ขนาดพี่น้องกันแท้ๆ ยังฆ่ากันตายเพื่อชิงสมบัติกันเลย”
“ คนก็ตายไปแล้ว ถือว่าจบกันไปก็แล้วกัน” หยางเทียนบอกกับน้องสาว ไม่อยากให้ ให้เป็ห่วงมากไปกว่านี้
หยางเทียนได้หยุดสามวันเลยไม่ไปไหน อยู่กับบ้าน แม่เริ่มแข็งแรงเดินได้ปกติก็อยากทำอาหารขึ้นมา หยางเทียนเลยต้องอยู่กินข้าวที่บ้าน แต่หลังจากกินอาหารกลางวันแล้ว หยางเทียนก็ััถึงอันตราย กำลังใกล้เข้ามา หยางเทียนรีบบอกให้ทุกคนเข้ามาในบ้าน มีรถกระบะบรรทุกคนมาห้าคน แล้วก็ถือปืนกลเอ็ม16 เดินเข้ามาในบ้าน ใบหน้าเหี่้ยมเกรียม ยกปืนขึ้นแล้ว กำลังจะสาดะุใส่หยางเทียนและคนในบ้าน แต่ว่า ไม่ทันลั่นไก คนร้ายทั้งห้าคน ก็ถูกเข็มปลิดิญญา เจาะเข้าหน้าผากหงายหลังตายคาที่ไปแล้ว คนขับรถกระบะเห็นดังนั้น ก็ขับรถหนีไปในทันที แต่มีหรือที่หยางเทียนจะปล่อยเอาไว้ เหวี่ยงเข็มปลิดิญญาตามไป เจาะเข้าหลังหัวตายตามไปเป็คนสุดท้าย
หยางเทียน โทร. บอกผอ. ส่งคนมาจัดการศพเหล่านี้ด้วย พร้อมกับค้นตัวคนร้ายพบว่า มีที่อยู่ของบ้านหยางเทียนกับ รูปภาพ ถิงถิง กับ เสี่ยวหลาน
“ ไอ้บ้า พวกมันเป็ใครวะ ทำไมต้องคิดฆ่าถิงถิง กับ เสี่ยวหลานด้วย?”
ตอนเย็นวันนั้น หลังจากนำซากศพออกไปหมดแล้ว ผอ. เฉียนคงก็โทรมาแจ้งว่า
“ นักฆ่าพวกนี้เป็คนของแก๊งสี่เค พวกมันรับงานฆ่าทั่วไป ่นี้พวกมันไปทำงานให้กับ ฉีเค่อ ส่วนเื่พวกมันมาฆ่าทำไมนั้น น่าจะเป็เื่ภายในตระกูล เื่สมบัติ คาดว่า น้องกับหลานสาวของเธอ น่าจะมีส่วนพัวพันด้วย เลยถูกสั่งเก็บ ่นี้งานอารักขา มูฮาเหม็ดคิงส์ เธอไม่ต้องเข้ามาช่วย ดูแลครอบครัวไปก่อน”
“ ขอรับ”
รุ่งเช้าอีกวันหนึ่ง มีรถเบ๊นซ์ คันใหญ่มาจอดหน้าบ้านหยางเทียน เป็พ่อกับแม่ของฉีอู่ ที่ถูกฆ่าตายไป ทั้งสองกับชายอีกคนเดินเข้ามาหาหยางเทียน แต่พอเห็น เสี่ยวหลานก็ยืนมองด้วยความตื่นเต้น
“ เสี่ยวหลาน ใช่ไหมลูก” แม่ของฉีอู่เข้ามาขอกอด เสี่ยวหลานน้ำตาเล็ด น้ำตาเลี่ย พ่อของฉีอู่กับทนายเลยเข้ามาคุยกับ หยางเทียน
“ คุณคงรู้เื่ฉีอู่แล้ว”
“ ครับ ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป ผมกับครอบครัวอโหสิกรรมให้ อย่าได้มีเวรกรรมต่อกันเลย น้องสาวผมเขาไม่อยากเรียกร้องอะไรแล้ว”
“ แต่ว่า เื่ไม่เป็อย่างนั้นแล้ว ผมเองก็ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไร”
“ หมายความว่ายังไง?”
“ ผมกับภรรยา จ้างคนมาสืบ ประวัติที่โรงพยาบาลที่เสี่ยวหลานเกิดแล้ว และเราก็ให้หมอตรวจสอบจนแน่ใจ ยิ่งเราเห็น หน้าเสี่ยวหลาน ก็ทำให้เรามั่นใจว่า เธอต้องเป็หลานของเราแน่ๆ ผมจึงได้มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดครึ่งหนึ่งของ ฉีอี้ ฝากไว้ให้ทนายคอยดูแล พอเสี่ยวหลานครบอายุ 20 ปี ก็จะสามารถนำเงิน หรือ นำหุ้นเหล่านี้ไปทำอะไรก็ได้ จากนั้นฉันกับ ภรรยาก็ จะย้ายไปอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์
แต่แล้วมีเื่ไม่คาดฝันขึ้น มีคนร้ายบุกเข้าไป เพื่อจะข่มขู่ฉีอู่ ให้เซ็นมอบสมบัติ แต่ว่า เขากลับไม่ยอมเซ็น ทำให้เขาต้องตายไป
ฉันเพิ่งรู้ว่า ก่อนที่เขาจะตาย เขาได้เซ็นมอบสมบัติของเขาทั้งหมด ให้กับถืงถืง กับ เสี่ยวหลาน โดยที่ฝากเอาไว้ที่ทนายความฉบับหนึ่ง แล้วก็ ที่ตู้เซฟฉบับหนึ่ง คุณทนาย มอบให้เขา”
ทนายความที่ตามมาด้วย มอบพินัยกรรม ของ เสี่ยวหลานให้หยางเทียน พร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่ง
หยางเทียนเปิดอ่านจดหมายที่เขียนถึงเขา โดยที่มีลายมือของฉีอู่เขียนเอาไว้
“ ฉันฉีอู่เอง ที่ผ่านมาฉันรู้ว่าฉันมันชั่ว แต่พอฉันได้เห็นหน้าของเสี่ยวหลานแล้ว ฉันเองก็รู้สึกว่า เธอต้องคือลูกสาวของฉันแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าหน้าตาอย่างฉัน จะมีลูกสาวที่น่ารักเช่นนี้ ฉันแอบไปมอง เสี่ยวหลานหลายครั้ง ตอนที่แกไม่อยู่ ฉันอยากจะเข้าไปอุ้มเธอมากอดจริงๆ เลย ยิ่งพ่อกับแม่ พอรู้ว่า เสี่ยวหลานนั้นเป็หลานแท้ ก็เลยมอบสมบัติที่จะเป็ของฉัน มอบให้เสี่ยวหลานครึ่งหนึ่ง อีกไม่นานทนายความ คงไปบอก ฉันรู้ว่าฉันมันชั่ว เกินกว่าที่จะให้ถิงถิงยอมให้อภัยให้ฉัน แต่ว่าต่อไปนี้ฉันจะเป็พ่อที่ดีให้ได้ แกคอยดูก็แล้วกัน
ปล.. ไม่ต้องห่วงนะ ต่อไปนี้ ฉันรู้ว่าฉันไม่มีลูกอีกแล้ว ดังนั้นสมบัติของฉันที่มีทั้งหมด ฉันก็เซ็นให้ทนายยกสมบัติให้ถิงถิง กับเสี่ยวหลานไปหมดแล้ว เมื่อฉันตายไป ฉันจะได้ไม่ต้องห่วงกังวลอีก
ฉีอู่ พ่อที่รักลูกเสี่ยวหลานสุดหัวใจ”
“ ใครเป็คนฆ่าเขา”
“ พวกเราก็ไม่มีหลักฐาน แต่ก็คงเป็คนในตระกูลที่อยากเป็ใหญ่ ้าฮุบสมบัติเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ฉันเบื่อเื่นี้ เลยขอลาออกจากทุกตำแหน่งของบริษัท แต่ไม่นึกเลย จะทำให้ลูกชายต้องจบชีวิตแบบนี้ แต่ที่ฉันเป็ห่วงก็คือ
ถิงถิง กับ เสี่ยวหลาน พวกมันต้องส่งคนมาฆ่าพวกเธอ และ ปลอมแปลงเอกสารเพื่อยึดเอา ทรัพย์สินไปอย่างแน่นอน”
“ พวกมันมาแล้วเมื่องกลางวัน แต่ว่า ตายไปหมดแล้ว”
“ ฮ้า จริงซิ โอ้ อพยพไปอยู่ที่สวิสกับ พวกเราเลยดีไหม”
“ ไม่ต้องครับ เื่นี้ ผมจัดการเองได้ แต่ช่วย เล่าปัญหาภายในตระกูลให้ฟังได้ไหมครับ”
“ ฉันเอง เป็พี่ใหญ่ของพี่น้องอีกสามคน หลังจากเตี่ยกับม๊าเสีย ฉันก็ดูแลกิจการของตระกูลมาตลอด จนกระทั่ง ฉีเค่อลูกน้องรองมันกลับมาจากเมืองจีน พร้อมกับดึงเอาแก๊งสี่เคกลับเข้ามาด้วย พวกมันขู่ฉันกับฉีอู่ จนฉันต้องเกษียณตัวเองก่อนกำหนด และ ยกตำแหน่งประธานให้กับมัน ฉันก็ต้องยอมไม่อยากให้ฉีอู่ต้องมีอันตราย ั้แ่นั้นมามันก็กว้านซื้อหุ้น ของคนอื่นๆ ในราคาที่ถูกๆ ส่วนของฉันกับฉีอู่มันยังไม่กล้า แต่พอฉีอู่เริ่มอาการไม่ค่อยดี มันก็บีบบังคับฉันกับฉีอู่ ส่วนฉันบอกมันไปว่า ฉันมอบให้ลูกกับหลานไปหมดแล้ว มันเลยไม่สนใจฉันอีก แต่ฉีอู่นั้นไม่ใช่ ฉันมั่นใจว่า การตายของ ฉีอู่มันต้องมีส่วนรู้เห็นด้วย อย่างแน่นอน
และอีกอย่าง ฉันรู้ว่า พวกมันมีเครือข่ายในกรมราชทัณฑ์ด้วย ตอนนั้นที่นายติดคุก ฉีอี้ก็เข้าไปขอให้ ฉีเค่างบ ไม่แน่เขาอาจมีส่วนในการส่งคนไปจัดการกับคุณในคุกด้วย”
“ ฉีเค่อ แกนี่เอง” หยางเทียนจำไม่ได้ ว่าในคุกเกิดอะไรขึ้น แต่ว่า ถ้ารู้แบบนี้
ก็คงจะปล่อยเ้าฉีเค่อนี้ไปไม่ได้เสียแล้ว......