Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:เริ่มสงครามเมืองจันทรา(4)

                ท่ามกลางป่าที่มืดมิดเงียบสงัดบรรยากาศคล้ายกับวินาทีก่อนที่ซามูไรจะชักดาบตัดสิน  ภาพที่เห็นคือโดมสีแดงเลือดคล้ายแก้วใส  กินพื้นที่เป็นวงกว้างสองกิโลเมตร  รอบนอกคือกองทัพยักษ์และมังกรนับแสนชีวิตที่กำลังจับจ้องเหตุการณ์ภายในเขตแดน

                เบื้องหน้าของศิลาคือบุรุษหน้าตาคมสันหล่อเหลา  บึกบึนกำยำผมยาวผิวกายสีเขียวทศกัณฐ์  ด้านข้างคือหนุมานและพญาครุฑเวรไตร  ข้างหนุมานคือบุรุษรูปงามหน้าตาหมดจดสะอาดผิวสีเผือก

                “ไม่คิดว่าท่านจะเข้าพวกกับยักษ์ด้วยพระลักษมณ์”  ศิลาหน้าเครียด  “มากระทั่งหนุมาน  พระลักษมณ์  พระพญาครุฑเวรไตร   แหม่  กลัวผมถึงขนาดต้องยกพวกมารุมเลยหรอ”  เขารีบหาทางเอาตัวรอด

                พญาครุฑเวรไตรหรี่ตามองศิลาก่อนจะพูดขึ้น  “คิดว่าพวกข้าจะหลงกลเจ้าหรือไงคิดจะใช้คำพูดหาทางเอาตัวรอด  คิดง่ายไปแล้วจอมมาร”

                ศิลายิ้มกลบเกลื่อนความกังวล

                “อย่าเข้าใจผิดบุรุษของจันทราเทพ”  พระลักษณม์พูดเสียงเรียบ  “เรามาจับตาดูสถานการณ์ตามบัญชาของท่านพี่รามเพียงเท่านั้น  อีกอย่างเรากับทศกัณฐ์มิได้เป็นมิตรกัน  แต่ก็มิได้เป็นศัตรู  เราจะไม่ยื่นมือเข้าไปขวางท่าน  เช่นกันเราก็จะไม่ยื่นมือไปขวางทศกัณฐ์”

                “ไม่ใช่มิตรไม่ใช่ศัตรู?....”  ศิลาสงสัย  “ท่านจะไม่สอดมือเข้ามาขวางผม  ไม่ขวางทศกัณฐ์  หากผมปลดเขตแดนท่านและหนุมานจะยอมถอยไปจะได้หรือไม่”

                “แน่นอน”  พระลักษมณ์ตอบ

                ศิลาปลดเขตแดนออกชั่วขณะ  พระลักษมณ์และหนุมานจึงออกไปนอกเขตแดนทิ้งให้เหลือเพียงพญาครุฑเวรไตรและทศกัณฐ์

                “ฮึม..”  ทศกัณฐ์ฉีกยิ้มหัวเราะในลำคอ  “คิดว่าเหลือข้าสองตน  เจ้าจะเอาชนะได้หรอ”

                ศิลาส่ายหัว  “มิได้  มิได้  ท่านทั้งสองคงตึงมือผมเกินไป  อีกอย่างถึงผมจะฆ่าท่านได้ท่านก็ฟื้นขึ้นมาได้อยู่ดีจริงไหม  ท่านทศกัณฐ์”  

                “โอ้ว”  ทศกัณฐ์เลิกคิ้ว  ยิ้มหัวเราะลั่น  “นี่เจ้ารู้ด้วยเหรอว่าข้าถอดดวงใจ”

                “ใช่ผมรู้  แต่ถึงทำลายดวงใจท่านไปท่านก็ฟื้นขึ้นมาได้อยู่ดี”  

                ทศกัณฐ์ชะงักหรี่ตามองศิลา  “หมายความว่ายังไง” 

                “เพราะท่านมีผู้ทำสัญญายังไงล่ะ  หากผู้ทำสัญญาเจ้านายท่านไม่ตาย  ต่อให้ผมสังหารท่านเป็นร้อยเป็นพันครั้งก็ไร้ความหมาย”  

                “ฮ่า  ฮ่า”  ทศกัณฐ์หัวเราะชอบใจ  “เจ้ารู้ถึงขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย  หลากแหลมมาก  เจอกันแค่ครั้งแรกเจ้าก็มองทุกอย่างแทบจะทะลุปุโป่ง  ข้ามั่นใจแล้วว่าเจ้ามันตัวอันตราย”  น้ำเสียงของทศกัณฐ์ฟัฃดูจริงจัง

                ฟุ้บ...   ทั้งสามชีวิตหายวับเกิดเป็นเส้นสายเงาสีแดงสองสายและสีเขียวหนึ่งสายวิ่งตัดผ่านกันไปมาส่งคลื่นพลังแตกระเบิดถี่ยิบ

                ตัดมาทางสนาทรบ

                ร่างพญานาคสีดำโบยบินในท้องนภาพร้อมกับฟ้าครามระดมยิงศรพลังปราณออกมาไม่ขาดสาย  เบื้องร่างคือฝูงซาลามันเดอร์และไวเวิร์นที่กำลังบุกตีฝ่าเข้าประชิดกำแพงเมือง  ฟ้าครามรอบตรวจสอบพวกไวเวิร์นและพบว่าพวกมันคือไวเวิร์นธาตุแสง  ซึ่งขั้วตรงข้ามกับพลังของเธอและภุชจัง  และถ้าว่ากันตามตรงตามวัฏจักรธาตุนั้น  ธาตุแสงอาจจะชนะธาตุความมืดอยู่นิดหน่อยด้วยซ้ำ

                “ภุชจัง  ไวเวิร์นพวกนั้นเป็นธาตุแสงชั้นสูง  พลังของภุชจังพอจะใช้กับพวกมันได้ไหม”  เจ้าหล่อนถามน้ำเสียงกังวล

                “ไม่ต้องห่วงค่ะนายหญิง  พลังธาตุความมืดของข้าข้ามขีดจำกัดไปแล้วหลังจากที่ทำพันธสัญญากับท่าน  หากไม่ใช่พลังธาตุแสงของอามาเทราสึข้าก็ไม่แพ้ผู้ใช้พลังธาตุแสงหน้าไหนแน่นอน”  ภุชจังตอบกลับน้ำเสียงมั่นใจ

                “ตกลง”  ฟ้าครามพยักหน้า  “เราจะใช้การโจมตีประสาน  แต่อย่าใช้พลังมากไปไม่งั้นเราจะไม่เหลือพลังรับมือกับลัสเตียน”  หญิงสาวสั่งอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเริ่มร่ายเวทมนต์

                วงเวทย์สีดำกระจ่างดาวรูปดาวห้าแฉกประดับด้วยอักขระตัวหนังสือโบราณลอยตระหง่าอยู่เหนือท้องฟ้า  กระพริบแสงไปมา

                “ในนามแห่งข้าเทพีรัตติกาล  ความวิบัติจงบังเกิดแก่ผู้ที่บังอาจ

                เมื่อข้าปรากฎตัวทวยเทพเทวาจงหลีกหนี  เมื่อข้าปรากฎตัวสุริยันจักษ์สิ้นแสง

                เมื่อข้าปรากฎตัวจงบูชา  จงคาราวะ  จงเกรงกลัว  

                ข้าเทพีรัตติกาลผู้กลืนกินทุกชีวัน

                มหาเวทย์รัตติกาลกลืนสุริยัน”  ฟ้าครามกระแทกเสียง

                “อเวจีนาคราช”  ภุชจังคำราม  ยิงเพลิงสีดำออกมาจากปาก  

                เพลิงสีดำและลำแสงสีดำสว่างวาบพุ่งตกลงมาจากท้องฟ้าลงสู่เบื้องล่าง  วินาทีต่อมาปรากฎเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับเสียงโหยหวนดังระงม      

                ตอนนั้นเองพญายักษาท้าวลัสเตียนลอยอยู่กลางอากาศมองดูกองทัพของตนถูกมหาเวทย์ของฟ้าครามและเพลิงของภุชจังถล่ม

                “นางภุชคินทร์”  ลัสเตียนเน้นเขี้ยวเน้นฟัน  พุ่งตัวเข้าหาภุชคินทร์ตรีศูลแก้วในมือแทงผ่าอากาศเข้าโจมตีอย่างเฉียบคม

                ด้วยความยาวของรางพญานาคทำให้ภุชคินทร์ไม่สามารถหลบได้  ฟ้าครามที่เห็นลัสเตียนเข้ามาโจมตีตรงๆจึงยิงศรพลังปราณจันทราเข้าสกัด  ตรีศูลแก้วในมือของลัสตวัดปัดป้องคลื่นพลังอย่างทันท่วงทีเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับคลื่นพลังแตกกระจาย

                ร่างของภุชจังพลันโผยบินผาดโผนเข้าโจมตีลัสเตียน  ลัสเตียนเองก็ไม่ยิ่งหย่อนเหาะเหินเดินอากาศทยานร่างไปมาหลบรอดคมเขี้ยวพิษมรณะของภุชจัง  ทว่าภุชจังเองก็ไม่ลดละทยานร่างผาดโผนแล่นไปมาเคลื่อนไหวราวกับร่ายรำฟ้าครามยิงศรพลังเข้าช่วยอีกแรง  ลัสเตียนโรจน์โผนหลบซ้ายทีขวาทีตวัดตรีศูลเพชรในมือปัดป้องคลื่นพลังของฟ้าคราม  ซาลามันเดอร์และไวเวิร์นเบื้องร่างระดมยิงบอลเพลิงบอลแสงเข้าโจมตีร่างของภุชจังทว่าก็ไร้ผลเมื่อกระสุนแสงและกระสุนเพลิงปะทะกับเกล็ดของภุชจัง  พลังของพวกมันแตกกระจายหายไปทันที

                “น...นี่มัน”  ลัสเตียนหยุดชะงักเมื่อมองภาพเบื้องหน้า

                ปรากฎวงเวทมนต์ที่ภุชจังสร้างขึ้นมาจากการบินผาดโผน  แต่รู้ตัวตอนนี้สายเกินวงไสยเวทย์สีดำรัตติกาลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเจ็ดเมตรลอยตระหง่าบนผืนฟ้าก่อนจะสาดแสงสีดำลงมายังใจกลางวงเวทย์  ทว่าทุกชีวิตกลับไม่ได้รับบาดเจ็บทำเอาทุกคนชะงักและตลึงแต่ทว่ากองทัพยักษ์พบบางสิ่งที่ผิดปกติคือพวกมันไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้

                “ผนึกพลังเวทย์หรือ?”  ลัสเตียนมองวงเวทย์อุทานออกมา  “แย่แน่แบบนี้แย่แนนๆ”  เขามองเบื้องล่างเห็นพวกอาชญากรยังสามารถใช้พลังเวทมนต์ได้ตามปกติ

                ณ.บนยอดเขาบริเวณห่างไกลออกไปแต่สามารถมองเห็นฉากสงครามได้  

                “ยังร้ายกาจเหมือนเดิม  อักขระไสยเวทย์  พลังที่สามารถผนึกพลังของอีกฝ่าย”  คำกล่าวชมจากชายชุดคลุมสีดำสนิทที่กำลังมองดูภุชจัง  “ร้ายกว่าคือพิษนาคราชของนางที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ท่านผ่ายแพ้มาแล้วจริงไหมท่านชิงหลงไม่ซิหรือจะให้เรียกมังกรเขียวเซริวผู้พิทักษ์ทิศตะวันออก”  ชายปริศนาหันไปมองชายในชุดคลุมสีเทา

                ไม่มีคำตอบจากชายชุดคลุมสีเทาดวงตาของชิงหลงจ้องแต่ภาพเบื้องหน้า                    ตามภาษาจีนจะเรียกมังกรเขียวตนนี้ว่าชิงหลง  หากเป็นญี่ปุ่นจะเรียกเทพพิทักษ์มังกรเขียวนี้ว่าเซริวและเกาหลีจะเรียกว่าชุง รวอง    

                ชิงหลงไม่ตอบคำใดออกมาสายตาจับจ้องภาพภุชจังที่กำลังสู้กับลัสเตียน  นัยน์ตาของมังกรเขียวในร่างมนุษย์กำลังบอกเล่าเรื่องราวย้อนถึงความหลัง

                “แค่นี้เจ้าก็เอ่ยชมแล้วนางแล้วเหรอ จูเชวี่ย  ว่าแต่ท่านเถอะเป็นถึงพญาหงส์แดงคิดยังไงกับฟีนิกซ์ตัวนั้นล่ะ  เห็นแล้วไม่คิดว่าพญาวิหคจักษ์ต้องมีเพียงหนึ่งหรอกหรือ”  ชิงหลงถามเชิงยั่วยุ

                “ฮ่า  ฮ่า  อย่ายุ่ข้าเลยท่านมังกรเขียวข้าเองก็พึ่งจักษ์ตื่นจากนิทราอันเป็นนิรันดร์ร่างกายยังฝืดๆ  พลังยังไม่สเถียรแต่เมื่อไหร่ที่ข้าพร้อมข้าลงมือแน่  ท่านเถอะหวังว่าคงไม่กลัวภุชคินทร์จนหัวหดหรอกนะ”  

                ชิงหลงหันมองจูเชวี่ยนัยน์ตารุกโชนแสดงถึงความเกรี้ยวกราดส่วนร่างของใบหน้าเผยให้เห็นร้อยยิ้มอัมหิตเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจราวกับเหยียดหยามให้กับทุกสรรพสิ่ง  ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในเงามืด

                ตอนนั้นเองบุรุษในชุดคลุมสีน้ำตาลอีกคนก็โผล่ออกมาจากเงามืดแทนที่ชิงหลงพร้อมกับพูดขึ้น

                “อรุณสวัสพญาหงส์แดงผู้พิทักษ์ทิศใต้”  น้ำเสียงเข้มขรึมดังขึ้น

                จูเชวี่ยหันมามองเจ้าของเสียง  “อรุณสวัส  อ๋อไม่ซิสายยันสวัส  ท่านพยัคขาวไป๋หู่  ท่านเองก็ตื่นจากนิทราด้วยหรือ”

                “แน่นอน”  ไป๋หู่ตอบยิ้มๆ  เดินมายืนมองฉากสงครามข้างกับจูเชวี่ย  “ท่านจะเอายังไง”  ชายหนุ่มถามขึ้น

                “เรื่องอะไร”  จูเชวี่ยทำสีหน้าไม่เข้าใจ

                “ท่านก็น่าจะรู้นี่  บัดนี้หวงหลงท่านพญามังกรทองแห่งทิศกลางผู้เป็นศูนย์กลางของพวกเราผู้พิทักษ์ทิศทั้งสี่ทรงมีบัญชาให้กำจัดบัลลังก์มารนั่นไปพร้อมกับภุชคินทร์  แล้วท่านล่ะมีความเห็นเช่นไร”  ไป๋หู่หันไปถาม  สีหน้าของเขาแสดงถึงความสับสนออกมาอย่างไม่ปกปิด

                “แล้วท่านเต่าทมิฬเสวียนอู่ผู้พิทักษ์ทิศเหนือล่ะ” 

               ไป๋หู่ส่ายหัวถอนหายใจออกมาดังเฮือก  ก่อนจะพูดขึ้น  “ท่านเต่าทมิฬเสวียนอู่ถูกสังหารแล้ว”

                “อะไรน่ะ”  จูเชวี่ยหันมองหน้าผู้พูดสีหน้าตลึงเบิกตากว้าง  “ใคร”  เขาถามกระแทกเสียง  “ใคร  ใครกัน  ผู้ใดบังอาจ”

                “นีโอและโอนิ  เป็นดวงวิญญาณต่างโลกเหมือนกับบัลลังก์มารนั่น”  ไป๋หู่ตอบเสียงเครียด  

                “งั้นหรอ  ข้านึกว่านีโอที่เป็นเทพทวารบาลและโอนิยักษ์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยเสียอีก”  จูเชวี่ยน้ำเสียงโล่งใจ  “หวังว่าพวกมันคงไม่ตื่นจากนิทราเหมือนพวกเราหรอกนะ”  เขาหันไปถามไป๋หู่

                ไป๋หู่ส่ายหัว  “ข้าไม่ทราบ  แต่ที่ทราบคือบัดนี้พวกเราต้องกำจัดบัลลังก์มารนั่นตามบัญชาของท่านหวงหลง”  ทั้งสองจ้องมองฉากต่อสู้อีกครั้งด้วยความเงียบสงบ  ก้านหลังในเงามือมีสิ่งมีชีวิตตาแดงฉานหลบซ่อนอยู่มากมาย

                “เฉียบขาดจริงๆค่ะ  กองทัพอาชญากรตอนนี้กำลังโต้กลับดันทัพยักษ์ถอยล่นห่างกำแพงเมืองจันทราออกไปแล้ว”  จีเอ็มสาวพากษ์ออกรสชาติ

                “เป็นเวทมนต์ที่โกงมาก  การใช้เวทมนต์ในสงครามไม่ได้ก็ไม่ต่างกับเสียแขนขา  ภุชคินทร์ถือเป็นสัตว์อสูรที่น่ากลัวมากในเวลาสงคราม”  จีเอ็มวิ๊งแซ่บเสริม

                ขณะเดียวกันในสนามรบเกิดเหตุการณ์พลิกผันอีกครั้ง  ลัสเตียน  กุมภกรรณ  อินทราชิต  สดายุ  และสัมพาทีได้ใช้เขตแดนสัตว์อสูรออกมาพร้อมกันด้วยผลสกิลเขตแดนสัตว์อสูรทำให้เหล่ากองทัพแข็งแกร่งขึ้นมา  พละกำลังร่างกายเพิ่มขึ้นอีกหลายขั้น  เวทมนต์ของผู้เล่นไม่สามารถทำร้ายหรือสร้างดาเมจใส่กองทัพยักษ์ได้สิ่งเดียวที่สร้างดาเมจใส่พวกมันได้คือการโจมตีปกติเท่านั้นถ้าให้เปรียบก็เหมือนฝ่ายยักษ์คือบัวขาวฝ่ายอาชญากรคือนักมวยวัดขึ้นสังเวียนมาชกกัน

                แนวรับของกำแพงด้านตะวันตกถูกฝูงซาลามันเดอร์เข้ามาประชิดกับแนวรับของเหล่าอาชญากรแล้ว  เหล่าผู้เล่นที่ได้สายอาชีพอัศวินและนักรบต่างพากันออกแนวหน้าตังกำแพงป้องกันสูงใช้ร่างกายและโล่ในมือเข้าปกป้องพวกพ้องเพราะพวกมีค่า STR มากที่สุดทำให้พลังกายมากกว่าผู้เล่นอาชีพสายอื่น

                เพิร์จรีบออกไปแนวหน้าทันทีก่อนจะตะโกนสั่งการน้ำเสียงร้อนรน  “เสริมกำลังแนวป้องกันด้านขวาเข้าไปอีก  อย่าถอยไปมากกว่านั้น”  ทว่าดูเหมือนสถานการณ์จะไม่เป็นใจอย่างที่เขาคิดเมื่อแนวรับเริ่มปริแตกมีรอยร้าวเหมือนเขื่อนที่กำลังจะพังทลาย

                “ฟ้า...”  เสียงของฮานะตะโกนลั่นเรียกหญิงสาว  ฟ้าครามก้มลงมามอง  ฮานะจึงรีบพูดขึ้นต่อ  “ศิลาอยู่ไหน  แนวรับของเราเอาไม่อยู่แล้ว  แค่พลังการโจมตีกายภาพอย่างเดียวพวกเราเอาชนะพวกยักษ์และมังกรไม่ได้  จะให้พวกเราทำยังไงรีบบอกด้วย”  ฟ้าครามหน้าเครียดก่อนจะตัดสินใจในสิ่งที่ชายหนุ่มได้สั่งไว้เมื่อครั้งที่เธอและเขาอยู่ในเขตแดนรัตติกาลตอนที่ปลดผนึกคาลิเนีย

                ครืน......   

                เสียงอากาศสั่นสะเทือน  ทุกสายตาหันไปมองด้านหนึ่งของสนามรบ  บนทองฟ้าเห็นกองทัพหนึ่ง  ทั้งหมดดูคล้ายมนุษย์แต่ด้านหลังมีปีกสีแดงเพลิงผิวกายสีขาวซีดจำนวนของกองทัพนั้นมีมากกว่าหนึ่งแสนและที่สะดุดตาคือพญาหงส์แดงและพยัคขาวขนาดตัวมหึมาที่ตะบึงเข้ามาสนามรบอย่างรวดเร็ว

                วินาทีนั้นเองบนพื้นดินปรากฎวงเวทมนต์สีทองกินพื้นที่เท่าขนาดบริเวณอาณาเขตเมืองจันทรา  แสงสีทองสว่างวาบสาดสูงขึ้นฟ้า

                “น...นี่มันของนายท่าน”  สัมพาทีพูดเสียงติดขัด  

                ตอนนั้นเองเสียงของฟ้าครามที่ร่ายบทสวดก็ดังขึ้นก้องกังวาล  ทุกสายตาต่างเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังยืนบนเศียรพญานาคราวกับถูกมนสะกดตราตึงในอาภรณ์ท่วงทำนองอ่อนหวานและน้ำเสียงอ่อนช้อยนั้น

                “จงนิทราจงหลับไหลอย่างเป็นสุข

                ปิดดวงตาทอดกายาล้มลงนอน

                ขอให้ฝันในสิ่งที่เจ้าใฝ่ฝัน

                นครจันทราผู้ร่วงโรยกลับคืนสู่ผืน

    พสุธา

                ขอพระเเม่ธรณีโปรดเมตตารับดวง  วิญญาณนครจันทราไว้โอบกอด

                ซึ่งคลายสิ้นจากความโดดเดี่ยวและเดียวดาย

                ข้าเทพีรัตติกาลขอผนึกนครจันทรา  จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี

                หวังสุดท้ายขอฝันหวังมิให้เจ้าตื่นชัวนิรันดร”

                อักขระเวทมนต์สีทองเคลื่อนเข้าหาเมืองจันทราตามสิ่งปลูกสร้างก่อนจะซึมหายเข้าไปวินาทีสิ้นแสงทุกสายตาต่างตลึง  เมืองจันทรา  ทั่วอาณาเขตบริเวณปรากฎคริสตัลสีทองคล้ายเพชรปกคลุมทุกสรรพสิ่งทั้งต้นไม้  พื้นดิน  เมือง  

                เหล่าผู้เล่น  ยักษ์  มังกร  ต่างตลึงพบว่าตนเองยืนอยู่บนคริสตัลสีทองภายในมีอักขระเวทมนต์สีดำ

                “อ้า...เออ”  จีเอ็มทั้งสองอุทานออกมาอย่างลืมตัวแทบหยุดหายใจ

                “ถอย................”  เสียงหวานใสของฟ้าครามตะโกนลั่นบอกพรรคพวก  “ถอยทัพ  หนีไป  คิดแค่เรื่องหนีเอาชีวิตรอดก็พอพวกเราในตอนนี้เอาชนะกองทัพยักษ์ไม่ได้  และกองทัพอื่นกำลังมาทำลายพวกเราอีก”  ทว่าทุกคนกลับไม่ยอมถอยหรือทำตามคำสั่งของหญิงสาวพวกเขายังอยากจะสู้  แต่ทว่ากองทัพของพญาหงว์แดงและพยัคขาวก็กำลังมาถึง

                เพิร์จกำหมัดกัดฟันแน่นสีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ใจ  เจ็บปวดในความไร้พลังของตน  เขาตัดสินใจทำสิ่งที่ยากที่สุด

                “ถอย.....ทำตามที่นายหญิงบอก”  เขาตะโกนลั่น  “การถอยไม่ได้แปรว่าเราแพ้  เมืองจันทราไม่แตก  รักษากำลังพลไม่เพี่ยมพล้ำถือว่าเราชนะ”

                อดัมกระโดดขึ้นมายืนบนคริสตัลที่เป็นส่วนกำแพงเมือง  “ไปกันได้แล้ว  พวกเราขนย้ายอุปกรณ์จากห้องวิจัยเรียบร้อยแล้ว”

                ฟ้าครามได้ยินแบบนั้นเจ้าหล่อนจึงออกคำสั่งต่อทันที  “เพิร์จ  อดัม  หงอคง  สัมพาที  ฮารุ  ฮานะ  อยู่แนวหลัง  รับหน้าทีสกัดกำลังของศัตรู  ที่เหลือคิดแค่หนีเอาตัวรอดก็พอ”  หญิงสาวหันไปสั่งภุชจัง  “ภุชจังเราต้องรีบทำลายเขตแดน  คิดว่าพอจะทำได้ไหม”

                รับทราบ.....    ทั้งหมดตอบรับเสียงเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613