วันที่ 31 เอนมูว์ทัวร์ เวลาเที่ยงวัน
บนท้องฟ้าเหนือทวีปขึ้นไปหลายหมื่นกิโลเมตร มีบางสิ่งกำลังบินขับเคี่ยวกันอยู่
หนึ่งคือพ่อบ้านในชุดสูทดำดุจดั่งสีของท้องฟ้ายามราตรี [ไพรด์]
อีกหนึ่งคือสตรีผมยาวในชุดเมดสีขาวบริสุทธิ์ ที่มีเส้นผมสีฟ้าสดใสดั่งเทพีแห่งท้องทะเล [จาวิส]
“ไม่คิดว่าท่านจาวิสผู้งดงามจะมาที่นี่ด้วย รบกวนพิจารณางานแต่งระหว่างกระผมกับท่านจะได้หรือไม่ครับ? ”
ฝ่ายบุรุษพ่อบ้านพูดพร้อมกับปั้นใบหน้าให้เคร่งขรึม ซึ่งเขาคิดว่ามีความหล่อเหล่าอย่างสุดหาใครเปรียบเทียบได้
“ไร้สาระ ขอบอกก่อนว่าตัวฉันไม่มีแนวคิดเรื่องเพศ อย่างในอดีตนั้น ฉันเคยใช้โมเดลบุรุษในฐานะพ่อบ้านมาแล้วค่ะ”
หรือถ้าจะพูดให้ถูก คือจาวิสนั้นไม่มีแนวคิดเรื่องของความรักอยู่ภายในหัวของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ฟังแล้วยิ่งทำให้ผมสนใจและอยากได้คุณมาอยู่ข้างกายมากกว่าเดิมเลยครับ”
ทว่าคำพูดของเธอกลับยิ่งไปกระตุ้นเขาให้สนใจเธอมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เธอไม่สนใจคำพูดโปรยเสน่ห์ของเขา แล้วบินไล่ตามด้วยแรงขับดันอากาศจากแท่งเหล็กที่เพรียวบางทั้งสองบนแผ่นหลัง แหวกผืนนภาแยกออกเป็นสองแฉก แล้วง้างหมัดประเคนใส่บุรุษที่โบยบินอยู่ตรงหน้า
*บรึ๊ม! *
หมัดของจาวิสถูกโล่สีขาวสกัดเอาไว้
ระเบิดลมที่เกิดขึ้นจากการปะทะ ทำให้หมู่เมฆไอน้ำที่อยู่รายรอบถึงกับถูกลมพัดปลิวหาย
ภายในระยะรัศมีสิบห้าเมตรรอบตัวพวกเขา ได้กลายเป็นพื้นที่ฟ้าเปิดไร้ซึ่งม่านสีขาวปกคลุมในทันใด
“ถึงแม้ว่าคุณจะใช้คลื่นแปลก ๆ นั่นรบกวรการทำงานของอาวุธกระผม แต่คิดหรือว่าจะสามารถขัดการควบคุมได้อย่างสมบูรณ์และสามารถเอาชนะได้อย่างงั้นหรือครับ? ”
บุรุษหนุ่มพูดเช่นนั้นแล้วขยิบตากระชากหัวใจสาวส่งไปให้จาวิส
“ไม่ทราบว่าลืมที่ฉันเคยแยกส่วนหัวกับร่างกายของคุณออกจากกันไปแล้วหรือคะ? ”
ฝ่ายเทพีแห่งท้องทะเลไม่สนใจคำพูดกับดวงตาหลีสาวของฝ่ายบุรุษ แล้วหมุนตัวแตะใส่โล่ตรงหน้าแทนคำตอบ
"ยังจำได้ตราตรึงใจครับ เพราะฉะนั้น ร่างใหม่นี้จึงเป็นรุ่นพิเศษที่พร้อมรับศึกทุกประเภท ต่อให้ถูกรถถังเหยียบ ก็ไม่มีทางพังง่าย ๆ หรอกครับ"
ส่วนทางด้านบุรุษพ่อบ้านนั้น เขาตอบรับเรียวขาของเทพีแห่งท้องทะเลที่ส่งมาด้วยรอยยิ้ม
เขาปล่อยให้โล่สีขาวคืนรูปเป็นละอองกลีบกุหลาบขาว แล้วยอมให้ฝ่าเท้าลูบลงบนใบหน้าของตนเอง
" อ๊า~ เรียวขาขาว ๆ ของคุณจาวิส~"
รอยประทับแสนงามได้ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของบุรุษที่กำลังยิ้มรับอย่างยินดีปรีดา
แต่ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
ถ้าเป็นไปตามการคำนวณของไพรด์ ลูกถีบนี้จะทำได้เพียงแค่ประทับลงบนใบหน้าเท่านั้น
เขาใช้ข้อมูลจากที่พบเจอครั้งล่าสุด วิเคราะห์แล้วว่าสตรีตรงหน้าไม่อาจสู้เรี่ยวแรงของตนเองได้
เขาตั้งใจจะใช้จังหวะนี้ ถือโอกาสใช้สองมือลูบไล้ไปตามเรียวขาของหญิงสาว แล้วจับกระชากเข้ามากอดรัด แล้วทำการครอบงำร่างกายและจิตใจของเธอด้วยพลังที่เหนือกว่า
แต่มันกลับไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด
ร่างของบุรุษพุ่งทะยานออกไปเสมือนหนึ่งลูกปืนใหญ่ เนื่องจากการลูบใบหน้าด้วยฝ่าเท้าของเทพีแห่งท้องทะเล
เขาร่วงหล่นจากที่สูงเหนือทะเลเมฆ ลงสู่แผ่นดินเบื้องล่างดั่งอุกกาบาต
เสียงระเบิดดังกระหึ่มไล่ตาม พร้อมกับมวลดินมหาศาลที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งน้ำพุ
"อย่าคิดว่ามีแค่คุณคนเดียวที่หันมาใช้โมเดลรุนต่อสู้สิค่ะ"
จาวิสกล่าวเช่นนั้น พร้อมกับบินไล่ตามไพรด์มาติด ๆ
หากมองแค่ผิวเผิน อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเทพีตรงหน้า เป็นเพียงแค่สาวน้อยผู้บอบบาง
แต่หากสังเกตุให้ดี จะพบว่าทั่วทั้งร่างของเธอ คืออวตารของเทพเจ้าแห่งนักสู้
แขนกับขามีทรัสเตอร์ขนาดเล็กเพื่อเสริมพลังจู่โจม
ใจกลางหลังของเธอ คือแท่งโลหะที่ใช้เป็นท่อแรงดันโบยบิน
ที่ปลายของแท่งโลหะ มีแสงสีน้ำเงินส่องกระพริบพร้อมกับกระจายคลื่นรบกวนไปทั่วบริเวณ
“รุนแรงจังเลยนะครับ ยิ่งทำให้กระผมชอบคุณมากยิ่งขึ้นไปอีก”
ไพรด์ลุกขึ้นยืน พร้อมกับปัดฝุ่นดินที่เปรอะเปื้อนร่างกายอย่างไม่หยี่ระตกใจต่อพลังที่ท่วมท้นของศัตรู
ถึงจะถูกตัดการสนับสนุนจากระบบวิเคราะห์โนอาร์
ถึงจะถูกพลักดันออกมาจากยาน จนทำให้อาวุธไร้ลักษณ์จำนวนมากเหลือเพียงแค่หยิบกำมือ
แต่ใช่ว่าเขาจะพ่ายแพ้เพียงเพราะขาดการสนับสนุน
ไพรด์ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้
เขายืนตั้งท่าร่าง แล้วเปลี่ยนกลีบกุหลาบขาวชุดสุดท้ายที่หมุนวนรอบตัว ให้กลายเป็นสนับแขนกับขาหุ้มกาย
"!!! "
"!!! "
มันคือการรุกรับเพลงหมัดของยอดฝีมือสองคน
วิชายุทธที่ถูกบรรจุลงสมองกล ต่างถูกขุดออกมาใช้รับมือวิชายุทธของอีกฝ่ายในระดับความเร็วที่มิใช่สมองของสิ่งมีชีวิตจะพึงกระทำได้
แขนของสตรีเพศที่เรียวบาง ถูกชกด้วยความเร็วและความแรงระดับลูกปืนใหญ่
หนึ่งหมัด หนึ่งเสียงระเบิดคำราม หนึ่งแผ่นดินแยก
โหมโรมรันอย่างบ้าคลั่ง ขุนเขาป่าไม้ถูกปัดเป่ากระเด็นจางหาย เปลี่ยนแผ่นดินอันอุดมให้เหือดแห้ง
เป็นวิชาต่อสู้ที่ดุดันและรุนแรง ผิดต่อรูปลักษณ์ที่เพรียวบางน่าหลงใหลของผู้ใช้วิชายุทธ
ในขณะที่อีกฝ่าย เน้นกระบวนยุทธตั้งรับ
ใช้สนับแขนกับขา พลิกฝ่ามือศัตรู เบี่ยงคลื่นกระแสโจมตีสู่ภายนอกกาย
วาดปลายฝ่าเท้าเป็นวงกลม ยึดที่ยืนจนมั่น สร้างสมดุลให้มั่นคงดั่งภูผา
โอนอ่อนดั่งต้นหลิว ร่ายรำเพลวหมัดที่อ่อนช้อยดั่งกลีบกุหลาบขาว
ปั่นป่วนกระแส ถ่ายทอดรับพลัง แล้วรวมพลังสู่จุดเดียวเพื่อสวนกลับคืนสู่คู่ประลอง
ดัชนีพุ่งตรง ก่อกระแสลมเป็นกระสุนสังหาร
ลมตีทวนกระแส หมุนเกลียวตรงใส่เทพีแห่งท้องทะเล
หากแต่สายลมมิอาจตัดผืนสมุทรได้
เส้นผมสีฟ้าเคลื่อนไหลลื่นตามกระแสลมหมุน
ร่างกายพริ้วไหวหมุนควงตามกระแสลม
มิต่อต้าน มิต้านทาน
หากแต่ปล่อยให้เลื่อนไหลตาม แล้วควบคุมมันแทน
ร่างของเทพีเริ่มหมุนคล้อยกลับ
หมุนตามกระแส แล้วหมุนทวนกระแสอย่างน้อยนิด
เบี่ยงทิศทาง แล้วทวนหวนกลับคืนสู่ผู้ปลดปล่อย
"โฮ่!?! "
บุรุษพ่อบ้านกระโดดหนีการโจมตีเพื่อตั้งหลัก
แต่เทพีผู้งดงามยังคงบินไล่ตามอย่างไม่ลดละความพยายาม
เพราะหากปล่อยให้หลุดจากกระแสคลื่นรบกวนที่เธอสร้าง ศัตรูของเธอจะได้รับการสนับสนุนของระบบโนอาร์กลับมาในทันที
เวทีถูกเปลี่ยนจากใจกลางทวีป สู่เขตที่ราบอันแห้งแล้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อดีตพื้นที่ของรัง [สไปเดอร์-อาบอก]
ดินแดนไร้เจ้าถิ่นเริ่มเต็มไปด้วยหลุมบ่อจากแรงปะทะเหนือมนุษย์ของทั้งสองคน
เส้นแสงสีขาว กับเส้นแสงสีดำ
ทุกครั้งที่ประกายแสงทั้งสองพุ่งปะทะ จักต้องบังเกิดระเบิดลมปัดเป่าทุกสรรพสิ่ง
ไล่ตาม และไล่ล่า
ไล่ล่า และไล่ตาม
สลับรุกรับจนดินแดนที่แห้งแล้งยิ่งฉิบหายวอดวาย
ในตอนนั้นเองที่เวทีการต่อสู้ถูกสับเปลี่ยนสู่ท้องฟ้า ราวกับรับรู้ได้ถึงเสียงกรีดร้องของแผ่นดิน
ไพรด์ถูกจาวิสอัดกระเด็นขึ้นท้องฟ้าสูงอย่างรุนแรง
พริบตานั้น ร่างของเธอก็เลือนหายจากพื้นดิน แล้วไปปรากฏรอ ณ จุดที่เหนือขึ้นไปหนึ่งหมื่นเมตร
ไพรด์รีบตั้งท่าร่างเตรียมรับมือระหว่างลอยขึ้นมา
แต่ท่าร่างนั้น มีช่องโหว่ที่ร้ายแรงตรงช่วงเอวข้างซ้าย
แน่นอนว่าเธอย่อมไม่มีทางพลาดโอกาสนี้
หมัดที่บรรจุไปด้วยพลัง ถูกหวดเข้าใส่ช่องว่างที่ว่านั้น
แต่ทว่าช่องว่างนั้น คือการจงใจที่เขาเปิดให้เธอโจมตีใส่
*เปรี๊ยง! *
ร่างของไพรด์กระเด็นออกไปไกลสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีป
เสียงหวีดร้องของลมลอยไล่ตามร่างของเขาที่ปลิวกระเด็นออกไป
"ฮะ! "
เขารีบหยุดตัวเองด้วยสนามแรงโน้มถ่วง อยู่เหนือบึงมรกตที่กว้างใหญ่
ในเวลาเดียวกัน หมัดอีกข้างของจาวิสก็ไล่ตามมาถึงปลายจมูกของเขา
ในเสี้ยววินาทีที่หมัดจะสัมผัสใบหน้า ร่างของไพรด์ก็เลือนหายไป
เขาก้มตัวลงต่ำ แล้วจับแขนของจาวิสทุ่มลงไปในบึงมรกตที่เต็มไปด้วยพิษกรดเข้มข้น
ใช่แล้ว
เขาจงใจล่อให้จาวิสมาที่บึงพิษ เพื่อที่จะใช้มันในการปราบเธอนั่นเอง
"!?! "
เทพีแห่งท้องทะเลเริ่มสู้สึกว่าผิวหนังเทียม กับชุดเมดสีขาวกำลังถูกละลาย
เธอรีบใช้ท่อขับดันทั้งร่าง บินทะยานขึ้นเหนือน้ำ
แต่บุรุษผู้มากด้วยกามรม กำลังรอโอกาสนี้อยู่
เขารวมพลังทั้งหมดเอาไว้ที่ปลายขา แล้วทิ้งตัวลงด้วยท่าตอกส้นสู่เหนือเงาที่เทพีแห่งท้องทะเลกำลังจะผุดขึ้นมา
ฝ่ายเทพีรีบยกสองแขนขึ้นมาตั้งรับ
แรงกระแทกระหว่างฝ่ายจู่โจมกับฝ่ายรับนั้น รุนแรงถึงกับเป่ามวลน้ำสีเขียวปลิวกระจายขึ้นท้องฟ้าจนบ่อเหือดแห้ง
หยาดน้ำฝนสีเขียวเทอาบร่างของสองนักรบที่จ้องตากันดั่งคู่อาฆาตแค้น
ชุดสูทสีดำฝ่ายบุรุษขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำ
หากหญิงใดได้มาเห็นเรือนร่างนี้ คงโผเข้ากอดพร้อมอ้าสองขาถวายให้อย่างปรีดา เพราะความมาดแมนของเขา
ชุดเมดสีขาวฝ่ายสตรีถูกละลายจางเลือนหาย เผยให้เห็นผิวเทียมที่ขาวผ่องนวลดั่งหิมะ
หากชายใดได้มาเห็น คงเป็นต้องกลั้นลมหายใจแล้วจับตามองอย่างคนบ้าที่โง่เขล่า
แต่กระนั้น ทั้งสองฝ่ายกลับไม่มีทีท่าต้องมนเสน่ห์ในเรือนร่างของอีกฝ่าย
"ฮ่า! "
เทพีแห่งท้องทะเลระเบิดพลังทรัสเตอร์ทั่วทั้งร่าง แล้วดันร่างของบุรุษให้ลอยกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า
ใช้สองแขนรัดขาขวาที่โจมตีเข้ามา แล้วพุ่งทะยานเป็นวิถีโค้งผ่านหมู่เมฆ
ก่อนจะร่วงลงสู่ทิศเหนือของทวีป เขตภูเขาไฟที่อันตรายดั่งขุมนรก [มหาตาปนมหานรก]
"แย่ละสิ! "
ไพรด์รู้ตัวแล้วว่ากำลังจะถูกทำอะไรต่อไป
เขาใช้แขนทั้งสองและขาอีกหนึ่ง ดิ้นรนโจมตีใส่สตรีที่เข้ารัดขาขวาของเขา
บิดนิ้วข้อมือของศัตรูจนหักผิดรูป ใช้ขาถีบจนกรามหักบิดเบี้ยว ชกใส่แขนทั้งสองจนเกิดเสียงบิดแตกน่ากลัว
แต่กระนั้นจาวิสก็หาได้กรีดเสียงร้องหรือแสดงความเจ็บปวดออกมาไม่
เธอแทบไม่สนใจบาดแผลถึงตาย ที่กำลังเกิดขึ้นมาบนร่างกายของเธอเลยแม้แต่น้อย
เพราะเธอนั้นเป็น [หุ่นยนต์]
ปลายทางของการเดินทางเหนือเวหา คือบ่อลาวาที่ผุดขึ้นทั่วภูเขาไฟ
ลาวาที่ยังคงระอุเหนือผิวภูเขา เริ่มเข้าอาบร่างของบุรุษพ่อบ้าน
เกราะสนับแขนกับขาสีขาวถูกย้อมไปด้วยความร้อนจนมีสีแดงฉาน
พลังงานภายในร่างถูกดึงออกไปกางม่านบาเรียหุ้มกาย
ถึงจะไม่รู้สึกร้อนหรือเจ็บปวด แต่ไพรด์กลับดิ้นรนสุดชีวิตอย่างทุกข์ทรมานราวกับมีความรู้สึก
นั่นก็เพราะพลังงานภายในร่างกำลังจะหมดลงจากการกางบาเรียนั้น
จาวิสบินเหนือผิวลาวา ไปพร้อมกับพาร่างของไพรด์ท่องใต้ทะเลสีแดง
เธอบินลากผ่านจากขอบเขตชายแดนของภูเขาไฟ ไปจนสุดอีกฝากของขอบเขตชายแดน
แสงสว่างสีแดงที่หุ้มร่างของไพรด์เริ่มจางหาย
แรงขัดขืนต่อต้านเริ่มทุเลาลง
แต่ใช่ว่าจาวิสเองจะเหลือพลังมากมายเช่นกัน
เธอตัดสินใจบินขึ้นสูงพร้อมกับร่างที่แหลกเหลวของบุรุษพ่อบ้าน
ผิวเทียมครึ่งหนึ่งถูกแผดเผา หลุดลอก
สารเหลวสีน้ำเงินไหลรินทะลักท่วมตัว
โครงกระดูกเทียมบางส่วนถูกหลอมละลายผิดรูปไม่น่ามอง
ร่างที่เคยเป็นสุภาพบุรุษสุดหล่อ บันนี้เหลือเพียงแค่โครงเหล็กภายในที่น่าหวาดหวั่นเท่านั้น
เทพีแห่งท้องทะเลโยนร่างที่เหมือนผ้าขี้ริ้วขึ้นไปบนที่ว่างอากาศ พร้อมกับทั้งท่ามวยเพื่อเตรียมร่ายรำบทเพลงสุดท้าย
[บทเพลงลาตายแด่บุรุษผู้มักมากในกามราคะ]
เธอกระหน่ำหมัดใส่เขาต่อเนื่องด้วยพลังงานที่เหลืออยู่
ชกจนกระเด็นไกลกว่าสิบลี้ ทิ้งเสียงอัดกระแทกเอาไว้เบื้องหลัง แล้วบินไล่ตามชกอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
จากเหนือสุดสู่ตะวันออกของทวีป
ต่อเนื่องเช่นนั้น โดยไม่หยุดพักหายใจ
"!!! "
ร่างของไพรด์ปลิวมาหล่นที่เมืองซึ่งกำลังเกิดสงคราม
ตกลงมา ณ ใจกลางสนามรบที่ว้าวุ่นระหว่างชนเผ่าท้องถิ่น
นักรบชุดขาวที่ทำสงคราม ต่างหยุดดาบในมือตัวเอง แล้วพร้อมใจกันมองไปที่ร่างอันน่าเวทนาของเขา
พวกเขาไม่รู้ว่าชายคนนั้นคือใคร
แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้
"... ไม่น่ารอด"
นั่นคือชีวิตของชายคนนี้ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว