ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 265 อาณานิคมทั้ง 7

เธอหลับตาลงครู่หนึ่ง ปล่อยใจให้สงบนิ่งแล้วเริ่มรวบรวมสมาธิเพื่อรักษาบาดแผลในร่างกายพลังอันบางเบาแต่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นเริ่มแผ่กระจายจากภายในก่อตัวเป็นกระแสพลังที่ค่อยๆ ซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น

ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่

ทีน่าลืมตาขึ้นอีกครั้งรู้สึกว่าพลังในร่างกายเริ่มกลับคืนมาเล็กน้อย แม้จะยังไม่สมบูรณ์แต่เพียงพอที่จะลุกขึ้นยืนได้

เธอค่อยๆ ประคองตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆทอดสายตามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยนแม้ตัวเขาเองจะยังมีบาดแผลจากการต่อสู้ที่ผ่านมา

"เจ้านี่...เกินกว่าที่ข้าคาดไว้มากจริงๆ "

ทีน่าเอ่ยเบาๆ

“ข้าขอโทษที่เคยดูแคลนเจ้าไว้เจ้าช่างเก่งกล้าสามารถ ครอบครองสิ่งมีค่าหลายชนิดและที่สำคัญการโจมตีสุดท้ายนั้น.....!”

ทีน่ามองหน้านาฟอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้...ข้าก็อยากช่วยเจ้าให้ตามหาความทรงจำที่หายไป... เจ้าอยากรู้เรื่องอะไรบ้างล่ะ?"

นาฟเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักเขาเงยหน้าขึ้นสบตากับทีน่าแล้วเอ่ยอย่างช้าๆ

"ข้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง... ในความเป็นจริง ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน...ไม่มีเบาะแส ไม่มีจุดเริ่มต้น... มันว่างเปล่า!"

คำพูดของเขาเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ทีน่าพยักหน้าเบาๆเธอเข้าใจความรู้สึกของการไร้ซึ่งรากฐาน ไม่มีอดีตให้ยึดเหนี่ยวมันเป็นความรู้สึกที่แสนโดดเดี่ยว

"ข้าเข้าใจ...!"

ทีน่าพูดเสียงแผ่วเธอก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงไปที่ซึ่งเกราะโลกาและม้วนแผนที่โบราณวางอยู่

เธอยื่นมือหยิบแผนที่โบราณขึ้นมาเบาๆ

ท่ามกลางแสงสลัวของถ้ำ ทีน่าเดินมายืนตรงหน้านาฟแล้วเริ่มค่อยๆ คลี่แผนที่ออก

"ถ้าเจ้าบอกว่าไม่รู้จุดเริ่มต้น...บางทีเราควรเริ่มจากจุดที่มีอยู่ตรงหน้า"

ทีน่ากล่าวพร้อมปล่อยให้แผนที่กางออกจนสุดเผยให้เห็นลวดลายของทวีปกว้างใหญ่

เส้นทางซับซ้อนที่ทอดผ่านภูเขา ทะเลทรายและดินแดนลี้ลับปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษเก่าแก่

"นี่คือม้วนแผนที่โบราณของตระกูลข้า... ตระกูลของข้าเป็นตระกูลนักแปรรูปวัตถุบรรพบุรุษของข้าจึงต้องออกค้นหาวัตถุดิบจากทั่วทุกมุมโลกและได้สร้างแผนที่เหล่านี้ขึ้นมามันอาจมีคำตอบบางอย่างที่ช่วยเจ้าได้"

เธอกล่าวพลางเหลือบมองไปยังนาฟแววตาของเด็กหนุ่มเริ่มแสดงประกายความหวัง แม้จะเลือนลางแต่ก็ดูเหมือนเป็นแสงแรกที่เขาได้พบในความมืดมิดของตนเอง

ทีน่าลอบมองนาฟที่จ้องมองแผนที่ด้วยความตั้งใจแววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยที่ไม่เอ่ยออกมา เธอจึงยิ้มบางๆ แล้วเริ่มพูดขึ้น

"โลกใบใหญ่ที่เรายืนอยู่นี้เสมือนทวีปหนึ่งกว้างใหญ่ และมันไม่ได้ประกอบด้วยเพียงผู้คนกลุ่มเดียวแต่แบ่งออกเป็น 7 อาณานิคมใหญ่ของมวลมนุษย์ซึ่งแต่ละอาณานิคมมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่ต่างกัน"

เธอเลื่อนนิ้วเรียวไปยังส่วนล่างของแผนที่ซึ่งถูกวาดไว้ด้วยลายเส้นสีซีดราวกับเก่าแก่เกินกว่าจะบอกถึงเวลา
"นี่คือตำแหน่งของอาณานิคมหลงเจ้า... ของพวกเจ้าตำแหน่งนั้นถูกวาดด้วยลวดลายคล้ายภูเขาและป่าไม้หนาทึบ

 นาฟจ้องมองไปยังตำแหน่งนั้นนิ่งงัน นึกถึงแผนที่โบราณที่พี่สาวจาชาเอาให้ดูแต่ไม่ชัดเจนเท่านี้

ทีน่ามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนนิ้วขึ้นไปทางทิศตะวันตกของแผนที่ตำแหน่งนั้นเป็นภูมิประเทศแบบพื้นที่ราบทะเลทราย

"และนี่คือ ‘อาณานิคมเนอร์เซีย’ บ้านเกิดของข้า... "

เธอเว้นจังหวะ หันมองนาฟเพื่อสังเกตปฏิกิริยาแต่เด็กหนุ่มยังคงตั้งใจฟังและจ้องมองแผนที่ด้วยความสนใจ

"ทั้ง 7 อาณานิคมล้วนมีความสำคัญและความลับที่แตกต่างกันแต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงพวกเราทุกคนไว้..."

ทีน่าชี้นิ้วไปยังใจกลางแผนที่ตำแหน่งที่ว่างเปล่าแต่ถูกล้อมรอบด้วยเส้นวงกลมบางๆ
"ใจกลางของทวีป...สถานที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เรียกกันว่า ‘เขตสุญญากาศ’  มันคือปริศนาที่แม้แต่เหล่าผู้แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่มีคำตอบ"

นาฟขมวดคิ้วเล็กน้อยครุ่นคิดในใจ

"หรือว่า...เขาอาจจะมาจากอาณานิคมอื่นหรือมีความเชื่อมโยงกับเขตสุญญากาศนี้ก็ได้?"

ทีน่ามองนาฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความคาดหวังเธอขยับเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มที่ยังคงมองแผนที่ในมือเธอด้วยความคิดคำนึงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"นาฟ... ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า"

นาฟหันมามองเธอด้วยความสงสัยเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้พูดอะไร ทีน่าจึงพูดต่อ

"อาณานิคมเนอร์เซียที่ข้ากล่าวถึงตระกูลของข้าเป็นหนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีอำนาจสูงส่งและขึ้นตรงต่อราชวงศ์เนอร์เซียโดยตรง หากเจ้ามากับข้าข้ารับรองได้ว่าเจ้าจะได้รับการช่วยเหลือและโอกาสในการตามหาเบาะแสในอดีตของเจ้า"

เธอหยุดเพื่อจับจ้องดวงตาของเขา

"แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น...ความสามารถในการแปรผันสสารของเจ้าเป็นสิ่งที่แม้แต่ข้าเองยังไม่เคยเห็นมาก่อนมันอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เจ้าโดดเด่นเหนือใคร หากเจ้ายินดีข้าสามารถช่วยให้เจ้าฝึกฝนและพัฒนาความสามารถนี้ให้ถึงขีดสุด"

ดวงตาของทีน่าทอประกายขณะพูดต่อ

"ในตระกูลข้าเจ้าจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทรัพยากร ความรู้ และโอกาสทั้งหมดจะเป็นของเจ้าเจ้าจะได้ฝึกฝนในที่ ที่ดีที่สุด และหากเจ้ามีความมุ่งมั่นเพียงพอ วันหนึ่ง...เจ้าอาจกลายเป็นที่หนึ่งในตระกูลข้า"

 

นาฟนิ่งฟัง ริมฝีปากของเขาเผยยิ้มบางๆ ออกมาทีน่ายิ้ม น้ำเสียงของเธออ่อนโยนขึ้น

"เจ้ามีศักยภาพมากมาย และความสามารถของเจ้าอาจเป็นสิ่งที่ข้าหรือใครๆไม่เคยพบเจอมาก่อน การเดินทางไปเนอร์เซียอาจช่วยเปิดประตูสู่คำตอบในอดีตของเจ้าและนำพาเจ้าสู่อนาคตที่เจ้ายังไม่เคยจินตนาการ"