ย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite)

    บทที่47 ปฏิวัติห้องบ๊วย บทห้า

            อคริซิอุสยืนบนกิ่งไม้สูง เฝ้าดูแลนซ์และแอนนาเดินออกจากดันเจี้ยนด้วยใจจดจ่อ พลังในร่างของเขาแผ่ซ่านไปทั้งตัวเพื่อเตรียมโจมตีทั้งสองคน วงเวทสีม่วงรูปดาวห้าแฉกลอยอยู่บนหัวเขา ก่อนที่มันจะเลื่อนลงมาผ่านร่างของเขา จนร่างของอคริซิอุสปกคลุมไปด้วยพลังสีม่วง

            “อาคมวิญญาณปกคลุมร่าง” อคริซิอุสกล่าวพลางแสยะยิ้ม “เวทปกคลุมร่างเพื่อเพิ่มพลังในทุกๆด้าน ศาสตร์เวทจากมิติจักรวาลอื่นที่ทัดเทียมกับพลังของผู้กล้า..อ่า ฉันละอยากจะรู้จริงๆว่าแกจะรับมือฉันยังไงนะ เหยื่อทั้งสองเอ๋ย”

    อคริซิอุสหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่เขาจะเตรียมเคลื่อนที่พุ่งเข้าไปหาเหยื่อ เป้าหมายลำดับแรกของเขาคือแลนซ์ เขากะเก็บผู้หญิงไว้เล่นสนุกก่อนฆ่าทีหลัง...

            แต่ทว่าเมื่อเขากำลังเตรียมจะจู่โจมเป้าหมายนั้น แลนซ์กลับหายไปจากสายตาของเขาเสียดื้อๆ ในขณะที่เขายังไม่ทันได้กระพริบตาด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตจากทางด้านหลัง และมีจิตสังหารพุ่งเป้าเล่นงานเขา

            “แย่ล่ะสิ อาคมคุ้มภัย”

    อคริซิอุสรีบหันหลังกลับมาทันที ก่อนจะร่างวงเวทดาวห้าแฉกสีม่วงปรากฏตรงหน้าเขาเพื่อรับหมัดของแลนซ์เอาไว้ ดวงตาของแลนซ์เบิกโพลงเล็กน้อยเมื่อเห็นวงเวทดาวห้าแฉก ก่อนที่หมัดของเขาจะเรืองแสงชั่วครู่ เขาเพิ่มพลังให้กับหมัดอย่างมาก แล้วต่อยกระแทกกับวงเวทนั้น

    วงเวทด้าวห้าแฉกไม่ถูกทำลายเพราะพลังของแลนซ์ แต่แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านไปจนอีกฝ่ายเสียหลักทำให้วงเวทสลายไปเอง พร้อมๆกับหมัดของแลนซ์มีเลือดออกไหลซึมไปทั่ว เนื่องจากเขาปะทะกับสิ่งที่ทัดเทียมกัน

    “แก ทำไมถึงได้--”

    “--ฉันต่างหากที่ต้องแปลกใจ ไอ้พวกสมาคมพ่อแม่แม่มดแห่งยุโรป”

            แลนซ์กล่าวกับอคริซิอุสก่อนจะโจมตีต่อเนื่องด้วยการเตะเหวี่ยงใส่อีกฝ่าย โดยลูกเตะของเขามีวงเวทเขตแดนธาตุแสงกำบังบริเวณเท้าอยู่ อคริซิอุสนั้นร่ายวงเวทคุ้มภัยต่อเนื่องข้างตัวทันที เมื่อวงเวททั้งสองปะทะกัน มันก็หลอมรวมกันก่อนจะสลายไป เหลือเพียงแรงส่งจากการเตะของแลนซ์ที่ยังอยู่

            แรงสะเทือนจากการเตะของแลนซ์ที่ส่งผ่านตัวอคริซิอุสนั้นทำเอาอีกฝ่ายร้องด้วยความจุก ต้นไม้ใหญ่ที่พวกเขายืนปริแตก เพราะทนพลังจากการปะทะกันไม่ไหว  ก่อนที่ทั้งสองจะถูกบังคับให้ร่วงลงมาสู่พื้นเพราะกิ่งไม้ที่ใช้ยืนหักโค่นลง

            ระหว่างที่ทั้งสองกำลังลอยอยู่กลางอากาศ อคริซิอุสร่างวงเวทขึ้นมาหวังโจมตี แลนซ์นั้นสร้างวงเวทขึ้นมาเพื่อหวังโต้กลับบ้าง แต่ทว่าวงเวทของเขากลับกระพริบถี่ๆราวกับหลอดไฟใกล้ดับ กำไลข้อมือผนึกเวทจากโรงเรียนที่เขาสวมอยู่เรืองแสงเพื่อป้องกันการใช้เวทของเขา ทำเอาแลนซ์กัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ

            แลนซ์จึงเปลี่ยนจากการร่ายเวทเป็นถีบสวนใส่วงเวทอีกฝ่าย โดยเขาใส่แรงเสริมพลังไปอีกสิบเท่า ทำเอาอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล แต่ทว่าเท้าของแลนซ์นั้นก็ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับวงเวท รองเท้าหนังของเขาแยกออกราวกับถูกกรีด ก่อนที่เล็บเท้าทั้งห้าของแลนซ์จะปริแตกออกและมีเลือดทะลักออกมา

            ถึงแม้อคริซิอุสจะถูกทำลายวงเวท แต่อีกฝ่ายมีเวทอาคมปลุกวิญญาณคุ้มกันตัวอยู่ ซึ่งเป็นเวทเสริมพลังที่ทำให้จอมเวทมีสภาพเหนือมนุษย์ชั่วขณะ อคริซิอุสจึงรู้สึกจุกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้จะได้รับการโจมตีที่หนักหน่วงจากแลนซ์

    และเมื่อเท้าเหยียบถึงพื้น อคริซิอุสที่กระเด็นจากแรงถีบตั้งหลักยืนได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่เขาจะหยิบมีดจากข้างลำตัวเตรียมโจมตี ใบมีดนั้นตอบสนองพลังเวทในตัวของอคริซิอุส มันเรืองแสงสีม่วงพร้อมกับดูดกลืนมานาในอากาศอย่างบ้าคลั่ง หากมีจอมเวทอยู่ในบริเวณนี้เขาจะไม่สามารถร่ายเวทระดับกลางหรือสูงได้ เพราะถูกมีดอาคมของอคริซิอุสดูดกลืนมานาในอากาศไปแล้วนั่นเอง

    และเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อคริซิอุสมั่นใจว่าเขาจะต้องชนะอีกฝ่ายแน่ๆ ไม่มีจอมเวทคนใดจากโลกนี้ จะสามารถเอาชนะเขาได้ เมื่อเขาใช้ศาสตรากลืนกินเวท หรืออาวุธที่พัฒนามาจากหายนะสีดำอีกแขนงหนึ่งนั่นเอง

            อคริซิอุสพุ่งเข้าหาแลนซ์ทันทีด้วยความรวดเร็วราวกับหมาป่า แต่ทว่าแลนซ์ก็เสริมพลังจิตในร่างขึ้นอีกสิบเท่า ทำให้เขาเร็วยิ่งกว่าอีกฝ่าย ความเร็วของแลนซ์ในตอนนี้หากเทียบให้เห็นภาพก็คงเหมือนกับเสือชีตาร์ไล่ล่าเหยื่อ

            ในจังหวะที่อคริซิอุสกำลังจะเหวี่ยงมีดใส่อีกฝ่าย หมัดของแลนซ์ก็ซัดใส่กรามเขาอย่างจังแล้ว

    “มาแลกกับมนุษย์พลังจิตระยะประชิด แทนที่จะยิงตอดเวทจากระยะไกล แสดงว่าแกคงเป็นมือใหม่สินะ ไอ้พ่อมด”

    ฟันกรามจำนวนสองซี่หลุดออกจากปากอคริซิอุสหลังแลนซ์กล่าวจบ ก่อนที่เขาจะถูกต่อยเสยคางจนลอยเหนือพื้นกว่าหนึ่งเมตร แล้วกระเด็นล้มกลิ้งไปด้านหลังหลายตลบ มีดของเขาหลุดมือก่อนจะกระเด็นหายไปในป่าทันที

    “หยุดก่อน!!”

            เมื่อตั้งหลักได้ อคริซิอุสกล่าวพร้อมทำมือห้ามเพื่อขอร้องอีกฝ่ายให้หยุด หลังเท้าของแลนซ์จึงหยุดที่กกหูเขาอย่างฉิวเฉียด แลนซ์หวิดเตะใส่หน้าอีกฝ่ายแล้ว ถ้าอคริซิอุสไม่ขอร้อง

    “คลายเวทอาคมวิญญาณปกคลุมร่างซะ ถ้าอยากให้ฉันหยุด” แลนซ์กล่าว “แกน่าจะรู้นะว่าระยะประชิดพ่อมดอย่างแกสู้ฉันไม่ได้”

    “แกเป็นใคร…ทำไมถึงเอาชนะพลังเวทจากองค์กรณ์เราได้” อคริซิอุสกล่าวเสียงสั่น เขายังไม่ยอมคลายเวท “และแกรู้ชื่อหน่วยงานของเราได้ยังไงกัน บอกฉันทีสิ”

    “หืม…แกไม่รู้จักพลังของฉัน แสดงว่ามาจากคนละช่วงเวลาสินะ” แลนซ์กล่าว “แกมาจากปีคริสตศักราชใด มาจากประเทศใดในยุโรปกันแน่ อย่ามาไขสือล่ะ วงเวทดาวห้าแฉกของแกไม่มีในโลกใบนี้”

    แลนซ์ใส่พลังในขาของตน ก่อนจะกระทืบเข้าที่อกของอคริซิอุสจนล้มลง แรงกระทืบของแลนซ์ทำเอาพื้นดินโดยรอบสะเทือนราวกับรถบรรทุกวิ่งผ่าน แต่สำหรับพ่อมดที่มีเวทอาคมปลุกวิญญาณคุ้มกาย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกกระทืบสุดแรงเท่านั้น

    “ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าฉัน” อคริซิอุสกล่าวเสียงสั่น ปากของเขาสั่นและเริ่มเป็นสีม่วงเพราะหัวใจของเขาบาดเจ็บอย่างหนัก “ฉันไม่เข้าใจอะไรที่แกว่ามาเลย ฉันแค่ทำหน้าที่เป็นดาบแห่งสมาคมพิพากษาเท่านั้น เพื่อไล่ล่าและสังหารผู้ใช้พลังจากเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะ เป้าหมายของฉันมีแค่นี้จริงๆ”

    “แกเองสินะ ที่ทำร้ายลอตโต้ และแย่งชิงเมล็ดพันธุ์ของเขาไป” แลนซ์กล่าว “คลายข้อมูลออกมาอีก ถ้าอยากรอดตาย”

    ระหว่างที่แลนซ์กำลังสอบปากคำนั้น วงเวทสีม่วงดาวห้าแฉกขนาดใหญ่ปรากฏจากใต้พื้นดินในทันทีโดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนร่าย กำไลข้อมือกักกันพลังเวทที่แลนซ์สวมอยู่ทำปฏิกิริยากับมันจนแลนซ์ทรุดตัวลงไปทันทีเพราะความเจ็บปวด

    “แย่ล่ะ ฉันขยับไม่ได้” แลนซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พลางมองไปทางแอนนาเพื่อขอความช่วยเหลือ

    “แลนซ์คะ รอก่อนนะ” แอนนากล่าวตะโกนก้อง ก่อนที่เธอจะพุ่งเข้ามาหาแลนซ์ทันทีเมื่อเขาร้องขอความช่วยเหลือ เธอใช้เวทเสริมพลัง ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาแลนซ์แล้วอุ้มเขามาทั้งอย่างนั้น

    วงเวทดาวห้าแฉกสีม่วงขนาดใหญ่ถูกร่ายเอาไว้ใต้พื้นดินตรงจุดที่แลนซ์เคยอยู่  มันเรืองแสงสว่างจ้าจนแสบตา ก่อนที่ลำแสงสีม่วงจะถูกยิงลงมาจากบนฟ้า ใส่วงเวทสีม่วงใต้พื้นดินราวกับเป็นตัวบอกพิกัด อคริซิอุสที่บาดเจ็บสาหัสได้แต่กรีดร้องเสียงหลงเพราะเขาเองก็ขยับตัวไม่ได้

            ลำแสงนั้นเผาผลาญร่างของอคริซิอุสจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น แลนซ์สร้างเขตแดนธาตุแสงของตนขึ้นมาทันที ก่อนจะเสริมพลังให้มันเพื่อใช้คุ้มกันเขาและแอนนา เพราะลำแสงสีม่วงมีการระเบิดแถมท้ายจนรัศมีระเบิดกินพื้นที่ไปอีกสิบเมตร

            หากแลนซ์ไม่กางเขตแดนป้องกันเอาไว้ บางทีพวกเขาอาจไม่รอดชีวิต เพราะพื้นดินเบื้องหน้าของพวกเขาไม่ต่างอะไรจากปากเหวในตอนนี้ มันลึกลงไปกว่าหนึ่งเมตร บ่งบอกถึงพลังทำลายของเวทเมื่อครู่

    “เวทศาสตราปืนใหญ่นำวิถี” แลนซ์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พวกสมาคมพ่อมดแม่มดแห่งยุโรปเองก็อยู่ในโลกใบนี้ด้วยเหมือนกันหรือ”

    “แลนซ์คะ เมื่อกี้มันอะไร” แอนนากล่าวก่อนจะกอดเขาจากด้านหลัง “เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นคุณต่อสู้ยืดเยื้อขนาดนี้ แถมยังบาดเจ็บจากการต่อสู้อีก พวกมันเป็นใครกัน”

    “จำที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟังได้ไหม ว่าในโลกของฉันก็มีจอมเวท” แลนซ์กล่าว “จอมเวทของโลกฉันเรียกกันว่าสมาคมพ่อมดแม่มดแห่งยุโรป เป็นกลุ่มจอมเวทที่ใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดในโลกของฉัน และดูเหมือนสมาคมที่ฉันว่าไป จะมีตัวตนอยู่ในโลกนี้”

    “และทำไมชีวิตในกาลก่อนของพวกเราถึงไม่เจอกับพวกเขากันล่ะ ถ้าหากพวกเขามีตัวตนอยู่ในโลกนี้” แอนนาเอ่ยถาม

    “ฉันไม่รู้” แลนซ์กล่าว “แต่ถ้าให้เดา มันคงเกี่ยวข้องกับการที่ผู้กล้าอาม่อนรจะเสียชีวิตในสามปีหลังจากนี้ยังไงล่ะ และเกี่ยวกับที่โบสถ์ของศาสนจักรมาริก้าแตกออกเป็นสองฝ่าย เพราะในช่วงเวลานั้น มีเพียงโบสถ์เท่านั้นที่ยุ่งกับการพัฒนาอาวุธปราบหายนะ ซึ่งสร้างจากเมล็ดพันธุ์มากที่สุด”

    “ก็หมายความว่าถ้าเราอยู่ใกล้กับโบสถ์” แอนนากล่าว “เราก็จะมีโอกาสรู้ตัวคนร้ายมากขึ้นสินะคะ อีกทั้งยังอาจเป็นการช่วยไม่ให้ผู้กล้าอาม่อนเสียชีวิต”

            “ถูกต้อง ถ้าผู้กล้าอาม่อนไม่ตาย ฉันก็ไม่จำเป็นต้องรับหน้าที่ผู้กล้าต่อ” แลนซ์กล่าว “เรื่องที่พวกเราจะได้ใช้ชีวิตคู่กันอย่างสงบสุขก็คงเป็นไปไม่ยาก” 

            “ถ้าอย่างนั้นฉันจะหาโอกาสลองไปคุยกับไลร่าค่ะ” แอนนากล่าว “ถ้าหากเป็นเพื่อนกับไลร่าได้ ก็น่าจะหาช่องทางเข้าถึงตัวพี่สาวของเธอ อาร์คบิชอปไอช่าได้ง่ายขึ้นแน่ๆ”

    ………………….

    สองวันต่อมา เพื่อนห้องดีและกลุ่มของแลนซ์ทั้งหมด มารวมตัวกันที่ชมรมใหม่ของพวกเขา โดยสถาณที่ตั้งชมรมใหม่นั้นเป็นอดีตโรงเก็บของหลังอาคารพละ ซึ่งถูกทิ้งร้างมานานกว่าห้าปีแล้ว

            กลุ่มของแลนซ์จึงช่วยกันทำความสะอาดโรงเก็บของหลังอาคารพละซึ่งถูกทิ้งร้าง และใช้โรงเก็บของนี้เป็นชมรมพัฒนาพลังเวท 

            โรงเก็บของตรงจุดนี้เคยเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกไม่อยากเรียนหนังสือ และพวกนักเรียนอันธพาลจากห้องซีและดี แต่เมื่อมีคำสั่งจากผู้อำนวยการให้ที่นี่กลายเป็นชมรมพัฒนาพลังเวท พวกนั้นก็หายไปเสียดื้อๆ ซึ่งแลนซ์ยังคงต้องคอยเฝ้าระวังต่อไปว่าจะมีปัญหาหลังจากนี้ไหม เพราะเขาไม่ไว้ใจผู้อำนวยการเลยแม้แต่น้อย

    “ในที่สุดชมรมของพวกเราก็เป็นรูปเป็นร่างแล้ว” ลิซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ ส่วนหยางจงกับเพื่อนในห้องอีกเก้าคนต่างปรบมือแสดงความยินดี

    “น่าสนุกจังเลยนะ” โดโรธีกล่าว “ดีใจจังที่ฉันเป็นนักเรียนต่างห้องคนแรกของชมรมนี้”

    “เอาล่ะ ขอเชิญประธานชมรมมากล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” แคลร์กล่าวก่อนจะผายมือไปทางแอนนา แอนนาพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะมายืนหน้าเพื่อนๆทุกคน

    แลนซ์ตัดสินใจให้แอนนาเป็นประธาน เพราะเขามีประวัติเสียจากการทะเลาะวิวาทอยู่ จึงมีความเป็นไปได้ว่าการตั้งชมรมจะไม่ผ่าน หากให้เขาเป็นประธานชมรมหรือมีส่วนร่วมในการบริหาร

    “ขอบคุณค่ะ เลขาชมรมที่น่ารัก” แอนนากล่าวกับแคลร์ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการของชมรม ก่อนเธอจะมายืนหน้าทุกคน

            “ขอแนะนำกลุ่มผู้บริหารชมรมพัฒนาพลังเวทก่อนนะคะ” แอนนากล่าวก่อนจะเอามือมาแตะอก “ดิฉัน แอนนา เป็นประธานชมรม ส่วนริชาร์ด ไม่เยอร์เป็นรองประธานคู่กับโดโรธี บูทเวล และแคลร์ ไอเล็กซ์ เป็นเลขานุการค่ะ” 


    นักเรียนทุกคนปรบมือให้กับคณะบริหารชมรม แลนซ์เองก็ปรบมือเช่นกัน


    “ชมรมของเรา ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนทุกคนที่อยากจะมีความสามารถทางด้านเวทมนตร์ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องและมีคุณภาพ ไม่ใช่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ให้ศึกษาด้วยตัวเองตามมีตามเกิด แบบที่พวกเราโดนปฏิบัติเช่นทุกวันนี้”

    นักเรียนทุกคนพร้อมใจกันปรบมือให้กับคำพูดของแอนนา เธอจึงโค้งรับก่อนจะกล่าวต่อ

            “อย่างที่ทุกท่านทราบ ว่าการเรียนการสอนในขณะนี้ไม่ยุติธรรม เราจึงอยากจะแสดงให้เหล่าอาจารย์ชนชั้นขุนนาง และผู้บริหารในสถาณศึกษาได้เห็นว่าไม่ควรแบ่งแยกนักเรียนด้วยชาติกำเนิดและฐานะ เพราะนักเรียนทุกคน สามารถพัฒนาตัวเอง และกลายเป็นประชากรที่มีคุณภาพในสังคมได้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร หรือมีป้ายฐานะสีใดก็ตาม”

            “และเราจะแสดงให้เขาเห็นได้อย่างไรคะ ท่านประธาน” โดโรธีเอ่ยถาม แอนนามองไปทางแคลร์ทันที แคลร์พยักหน้าก่อนจะส่งใบประกาศขนาดใหญ่ที่ทางโรงเรียนแปะเอาไว้ให้กับแอนนา

            “ก่อนจะปิดภารเรียน นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งจะมีงานกีฬาภายในโรงเรียนค่ะ เรียกว่าเทศกาลกีฬาเวทมนตร์ ซึ่งทุกครั้งงานกีฬาห้องเอและบีจะได้เหรียญทองตลอดทุกรายการ ห้องซีและดีไม่เคยได้เหรียญทองเลยแม้แต่ร่ายการเดียว แต่ในปีนี้ เหรียญทองจะต้องตกเป็นของเราบ้างค่ะ”

    “และเหรียญทองส่งผลดีกับเรายังไงหรือคะ” ลิซ่ายกมือพลางเอ่ยถาม แอนนายิ้มก่อนจะกล่าว

            “เคยได้ยินงานประลองที่ชื่อว่าไตรเอกภาพไหมคะ งานประลองเวทมนตร์สัมพันธ์ระหว่างสามโรงเรียนชั้นนำ แอสตรัล เซนท์ฟอร์ซ่า และเซเลสเทีย หากห้องซีหรือดีคว้าเหรียญทองได้แม้เพียงเหรียญเดียว พวกเขาจะต้องพิจารณาห้องที่ได้เหรียญทองเข้ารวมในงานประลองอันทรงเกียรตินี้ค่ะ 

            และเมื่อคนจากห้องต่ำสุดมีรายชื่อประลอง เราก็จะใช้ตรงนี้เรียกร้องเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายในโรงเรียน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาเข้าแทรกแทรงได้ด้วย ถ้าพวกเขาถูกร้องเรียนจากพวกเราที่มีผลงาน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม”

            แอนนาพักสูดหายใจหลังกล่าวจบ เป็นครั้งแรกที่เธอต้องร่ายบทสนทนายาวขนาดนี้ จังหวะนี้แลนซ์จึงกล่าวเสริม

            “ระบอบขุนนางและการแบ่งแยกอาจล่มสลายไปในอนาคต” แลนซ์กล่าว “นี่คือสิ่งที่พวกเราจะทิ้งไว้ให้นักเรียนรุ่นน้องยังไงล่ะ เพราะรุ่นเราอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทันที...แต่ถ้าไม่เริ่มในรุ่นเรา และใครจะเริ่มกันล่ะ”

    สิ้นเสียงของแลนซ์ นักเรียนห้องดีทุกคนก็ส่งเสียงเฮเพราะความฮึกเหิม ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะตั้งใจฝึกฝนเวทมนตร์มากกว่าทุกครั้ง การฝึกฝนในชมรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แถมท้ายชั่วโมงยังมีคนร่ายมหาเวทขั้นแรกได้ถึงสองคน คือแคลร์กับลิซ่านั่นเอง

    “น่านับถือจังเลย...ลูกพี่ของผม”

            ผู้ที่กล่าวคือโจเซพ อดีตเด็กอันธพาลหลังห้องที่เคยมีเรื่องกับแลนซ์ เขามองแลนซ์ด้วยความศรัทธาจากริมอาคารพละ ในมือของเขาถือใบสมัครเข้าชมรมเอาไว้แล้ว และเขาเขียนชื่อในใบนั้นว่า ชมรมพัฒนาพลังเวท

            “รอก่อนนะครับ ผมจะตามไปรับใช้ลูกพี่ และขึ้นเป็นผู้คุ้มครองเบอร์หนึ่งของลูกพี่ให้ดู”