อีกสองวันคณะทูตแคว้นฉินจะเดินทางกลับ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ทหารชิตันสามารถจับกุมตัวอ้ายกว่าที่ลอบเข้ามาสืบข่าวที่ชิตันและชันยาซึ่งเป็หญิงสาวชาวชิตันที่ให้การช่วยเหลืออ้ายกว่าได้ขุนนางชิตันนึกว่าอ้ายกว่าเป็สายลับให้ทางการแคว้นฉิน จึงจับชันยามาทรมานเพื่อให้อ้ายกว่ายอมสารภาพว่าทำงานให้ใครและสืบได้อะไรไปบ้าง
อ้ายกว่าไม่อยากให้ชันยาหญิงคนรักต้องเจ็บตัว จึงยอมสารภาพทุกอย่าง แต่บอกว่าตนไม่ได้ทำงานให้ใครทั้งสิ้นและไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางการของแคว้นฉิน
ท่านอ๋องทรงไม่เชื่อ จึงจับอ้ายกว่ามาทำโทษต่อหน้าคณะทูตแคว้นฉิน
“ชายคนนี้ เป็ชาวแคว้นฉิน แอบลอบสืบข่าวในแคว้นของเรา ท่านรู้จักมันหรือไม่” ท่านอ๋องตรัส
ท่านเสนาฯและฉานชิงใเป็อย่างมากที่เห็นอ้ายกว่าถูกจับ แม้ในใจท่านเสนาฯอยากจะช่วยอ้ายกว่า แต่การช่วยเหลือมีผลต่อการจุดชนวนา จึงได้แต่กัดฟันบอกว่า “เขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางการแคว้นฉิน ท่านอยากทำอะไรก็ทำเถิด”
ฉานชิงคิดเสียใจกับคำพูดนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านเสนาฯถึงไม่หาทางช่วยอ้ายกว่า ไม่มีทางเลือกฉานชิงในคราบของหลิงเอ๋อจึงคุกเข่าขอชีวิตอ้ายกว่าและชันยา โดยทวงคำขอขององค์ชายชิตันที่ทรงเคยให้ไว้ โดยให้เหตุผลว่า “พวกเขาเป็คนช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้เพคะ ได้โปรดปล่อยพวกเขาด้วยเถิด พระองค์ทรงตรัสจริงใช่หรือไม่เพคะ ว่า…หม่อมฉันสามารถขออะไรก็ได้”
องค์ชายชิตันไม่อาจเสียสัจจะได้ จึงได้ทูลขอท่านอ๋อง “เสด็จพ่อพะย่ะค่ะ ไปโปรดปล่อยพวกเขาไปเถิดพะย่ะค่ะ”
“แต่นั่นมัน… งั้นก็ได้ เพื่อเป็การตอบแทนบุญคุณหมอหญิงที่ช่วยชีวิตลูกชายของเราทหาร! ปล่อยพวกเขาไป” ท่านอ๋องตรัส
“พะย่ะค่ะ” ทหารจึงยอมแก้มัดและปล่อยชันยาและอ้ายกว่าไป
ฉานชิงจึงไปส่งผู้มีพระคุณทั้งสองที่หน้าพระราชวังแคว้นชิตัน
“รักษาตัวด้วย ท่านทั้งสอง” ฉานชิงกล่าว พร้อมกับทำท่าคารวะ
ทั้งสองกล่าวขอบคุณและบอกลาหมอหญิง “ในภายภาคหน้า…ข้าจะหาทางตอบแทนเ้า” อ้ายกว่ากล่าว
ฉานชิงดีใจมากที่เพื่อนรอดชีวิต แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ “ท่านไม่ต้องตอบแทนข้าหรอก เพราะคนรักของท่านเป็คนช่วยชีวิตข้าไว้ **สักวันพวกเราคงได้พบกันอีก** ลาก่อน ท่านทั้งสอง”
คำพูดสุดท้ายทำให้อ้ายกว่าเอะใจเพราะมันเหมือนคำพูดของฉานชิง และยังรู้สึกเก้อเขินกับคำว่าคนรัก แม้เขาจะเห็นชันยาเป็หญิงคนรัก แต่เขายังไม่เคยสารภาพรักชันยามาก่อน ทำให้ชันยาเองก็รู้สึกไม่แน่ใจว่าอ้ายกว่ารักตนหรือไม่
ทางด้านชันยา แม้จะมีใจให้อ้ายกว่าแต่ก็บอกหมอหญิงว่า “เรา…..ไม่ใช่คู่รักกันสักหน่อย” นางพูดอย่างเก้อเขิน
หมอหญิงได้แต่ยิ้มมุมปาก และคิดในใจว่า “ปากแข็งทั้งคู่สินะ”
********************************************************
วันถัดมา ขบวนทัพทูตและขุนนางแคว้นฉินได้ออกเดินทางกลับแคว้นฉินทันที
เหล่าองค์หญิงชิตันพากันมาลาท่านเสนาบดี ฉานชิงแอบหมั่นไส้ ทำได้แต่เดินหนีไปที่รถม้าของตน
การเดินทางกลับแคว้นฉินก็เป็รูปแบบเดิม เสนาบดีพร้อมองครักษ์ขี่ม้านำหน้ารถม้าคณะทูต มีหมอหญิงและเหล่านางกำนัลอยู่หลังสุด
ก่อนถึงเขตแดนแคว้นฉิน กลับมีเหตุไม่คาดฝัน มีนักฆ่าชาวชิตันมาลอบฆ่าท่านเสนาบดี ท่านเสนาฯถูกลูกดอกอาบยาพิษปักที่แขนขวา แม้ทหารองครักษ์จะสามารถฆ่านักฆ่าได้เกือบทั้งหมดโดยเหลือรอดมาคนหนึ่ง ตั้งใจจับไว้เพื่อหาตัวผู้บงการ แต่นักฆ่าคนนั้นก็ฆ่าตัวตายทันที
ท่านเสนาฯได้รับาเ็ทำให้ฉานชิงที่ปลอมเป็หลิงเอ๋อต้องรีบมารักษาอาการาเ็ให้
เวลาปกติถ้าเป็ตัวฉานชิงรักษา จะต้องให้กินยาแก้พิษพร้อมใช้กำลังภายในขับพิษออกมาให้ แต่เมื่อปลอมเป็หลิงเอ๋ออยู่ นางจะทำแบบนั้นไม่ได้ นางทำได้แต่ให้เสนาบดีกินยาแก้พิษ แล้วใช้วิธีการฝังเข็มเพื่อช่วยการขับพิษ
หลังจากนั้นฉานชิงก็ต้องนั่งรถม้าร่วมกันกับท่านเสนาฯเพื่อคอยดูอาการอยู่ไม่ห่าง ซึ่งขณะนี้ท่านเสนาฯก็ได้แต่นั่งหลับตาอย่างสงบนิ่งอยู่ภายในรถม้า ดูท่าทีน่าเกรงขาม และท่านก็ไม่พูดอะไรสักคำ ดูลักษณะเป็ผู้มีบารมีอย่างขุนนางระดับสูง โดยมีฉานชิงนั่งสังเกตอาการอยู่ฝั่งตรงกันข้าม