เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยมก็จวนเจียนเที่ยงวัน
ต้วนจื่อประหลาดใจที่เห็นต้วนเยว่เอ๋อร์กลับมาถึงห้องก่อนแล้วแต่สีหน้าของนางกลับฉายแววกังวล
"ท่านพี่ท่านไม่ได้ไปหาเพื่อนหรือขอรับ? เกิดอะไรขึ้น?"
ต้วนเยว่เอ๋อร์ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ"ข้าหานางไม่เจอชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าบิดาของนางติดการพนันอย่างหนัก จนเป็หนี้สินล้นตัวนางขายบ้านเพื่อใช้หนี้สินไปแล้ว วันก่อนนางยังคิดจะขายตัวเลยไม่รู้ว่าเื่จริงเท็จแค่ไหน"
ต้วนจื่อชะงัก
ขายตัว?
เหตุใดจึงเหมือนกับหญิงสาวผู้อ่อนแอที่เขาเพิ่งช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้?
หรือจะเป็คนเดียวกัน?
"เสี่ยวจื่อ เป็อะไรไป?"ต้วนเยว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วน้อยๆ
"เปล่าขอรับแค่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย" ต้วนจื่อยิ้มปลอบ"ท่านพี่ โลกนี้ก็เป็เช่นนี้เอง บางคนแม้จะอยู่ห่างกันแสนไกลแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับรู้จักกันมาก่อน ส่วนบางคนแม้จะอยู่ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับเดินสวนกันไปมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คนเรามีกรรมลิขิตฟ้ากำหนดท่านอย่าได้คิดมากไปเลย ปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติ บางทีอีกไม่นานท่านอาจจะได้เจอกับนางก็ได้"
"ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวจื่อจะปลอบใจคนเก่งเช่นนี้"ต้วนเยว่เอ๋อร์ได้รับการปัดเป่าความหม่นหมอง นางคลี่ยิ้มน้อยๆ"ข้าไม่คิดมากแล้ว เที่ยงแล้ว พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ"
"ขอรับ" ต้วนจื่อพยักหน้าช้าๆพวกเขาสั่งอาหารไปหลายอย่าง ให้เสี่ยวเอ้อร์นำเข้ามา
หลังเสร็จสิ้นมื้ออาหารต้วนจื่อกลับไปยังห้องพักของตนใช้ความคิดเปิดหีบสมบัติปริศนาที่ได้จากการทำการแสดงต่อเนื่องห้าอย่างก่อนหน้านี้
[ติ๊ง!!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์ 'ขอพรสมหวัง'เมื่อใช้แล้ว ผู้ใช้สามารถยื่นคำขอต่อระบบได้หนึ่งข้อภายใต้สถานการณ์ที่สมเหตุสมผล แล้วระบบจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่]
ดวงตาของต้วนจื่อเป็ประกายวาบขึ้นมาทันที
เขากำลังกลุ้มใจว่าจะเพิ่มระดับพลังอย่างไรให้รวดเร็วกลับไม่คาดคิดว่าโชคจะเข้าข้างถึงเพียงนี้ นึกอยากได้สิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น
ต้วนจื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ รีบใช้[ขอพรสมหวัง] กล่าวกับระบบว่า "ท่านราชินีข้า้าพลังฝีมือขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าขอรับ"
ที่จริงเขาอยากจะให้ระบบช่วยยกระดับไปถึงขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์หรือระดับการฝึกตนที่สูงกว่านั้นแต่การกระทำเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าขัดต่อเหตุผลของเื่ราว ระบบคงไม่ยอม
"เื่ราวสมเหตุสมผลระบบได้เตรียมแผนการไว้ให้ผู้ใช้แล้ว รหัสเปิดใช้งานคือ:โปรดบรรยายถึงความงามของระบบ เป็จำนวน 100+ ตัวอักษร"
"หลังจากที่ผู้ใช้บรรยายจบระบบจะทำการตัดสิน หากผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับแผนการ"
ต้วนจื่อ "..."
สมัยก่อนมู่หลานออกรบมีเพื่อนร่วมรบคนหนึ่งที่ทำเป็แค่เตะลูกหนัง ไม่ทำอย่างอื่นทำให้หลายคนในกองทัพไม่พอใจ ต่อมามู่หลานทนไม่ไหว จึงะโว่า ไม่เตะลูกหนัง...แล้วมันจะตายหรือ?!
"รหัสเปิดใช้งานมีเวลาจำกัดสามนาทีหากไม่สามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์ โปรดเร่งมือ"
ต้วนจื่อถึงกับหางตากระตุกกล้ำกลืนฝืนทนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พลันนึกถึงจดหมายรักที่เคยเขียนให้ดาวโรงเรียนในสมัยที่ยังเป็เด็กหนุ่มเืร้อน
"ท่านคิดว่าหลบซ่อนตัวแล้วข้าจะหาไม่เจอหรือ?ไม่มีทางเป็เช่นนั้น! ท่านเป็ถึงราชินีแห่งระบบไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด ก็เหมือนหิ่งห้อยที่ส่องแสงอยู่กลางรัตติกาลส่องประกายเจิดจรัสไม่อาจปิดบังได้ ในสายตาของข้าท่านคือความงามที่ไม่มีใครเทียบได้ เป็ความอ่อนโยนที่หาได้ยากเป็ความสูงส่งที่แผ่ซ่านไปทั่ว เป็เสน่ห์ที่แม้จะกล่าวอำลาก็ไม่อาจลืมเลือนเป็ปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกหล้าไม่ว่าผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากมายจะใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่มีใครสามารถไขความลับของท่านได้"
[ติ๊ง! การบรรยายผ่านเกณฑ์รหัสเปิดใช้งานเสร็จสิ้น แผนการเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ]
[ติ๊ง!!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่ได้รับสุดยอดเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์[เคล็ดกระบี่สายลม] ผู้ใช้งานคัดลอกเคล็ดวิชานี้ลง แล้วนำไปขายให้กับสมาคมการค้าเหรียญทองที่ได้สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็ค่าเทียนซิ่วกับระบบได้ อัตราส่วนคือ 25:1กล่าวคือ เหรียญทอง 25 เหรียญสามารถแลกเปลี่ยนเป็ค่าเทียนซิ่วได้1 แต้ม]
"ทำไมไม่ยกระดับให้ข้าโดยตรง?"
"ตรรกะเนื้อเื่ต้องคงอยู่หากเ้าถามอีกที ตาย!"
"..."
แม้จะรู้สึกหมดคำพูดแต่เขาก็หยิบกระดาษขึ้นมา แล้วคำนวณทันที
หาก้ายกระดับไปถึงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าจะต้องใช้ค่าเทียนซิ่วอย่างน้อย 30,500 แต้มเมื่อรวมกับที่มีอยู่แล้วอีกหลายพัน จะต้องใช้ค่าเทียนซิ่วอีกราวๆ 26,000 แต้ม เมื่อคิดตามอัตราส่วนที่ระบบให้มา ก็ต้องขาย [เคล็ดกระบี่สายลม]ในราคา 650,000 เหรียญทอง
เคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ระดับล่างในเมืองจื่อหรานมีราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80,000-100,000 เหรียญทอง เคล็ดวิชาระดับกลางราคา 100,000-250,000 เหรียญทองเคล็ดวิชาระดับสูงราคา 300,000-500,000 เหรียญทองส่วนเคล็ดวิชาระดับสุดยอดนั้น ราคาประเมินมิได้ ราคาเริ่มต้นต้องอยู่ที่ 500,000เหรียญขึ้นไป
แผนการของระบบ... เป็ไปได้!
ไม่เพียงเท่านั้นขณะที่เขายกระดับยังได้รับเคล็ดวิชากระบี่ขั้นสุดยอดเพิ่มมาอีกถือว่าเป็โชคสองชั้น
สมกับเป็ผู้ที่ได้รับระบบมาครอง!
"เริ่มคัดลอก" ต้วนจื่อไม่ลังเล รีบคัดลอกกระบวนท่าของ [เคล็ดกระบี่สายลม] ลงบนกระดาษรวมถึงใจความสำคัญ กระบวนท่า และเนื้อหาอื่นๆ
[เคล็ดกระบี่สายลม]มีทั้งหมดสามกระบวนท่า แต่เขากลับไม่ได้เขียนให้สมบูรณ์แต่ละกระบวนท่าจะเว้นช่องโหว่เล็กๆ เอาไว้ ซึ่งไม่ส่งผลต่อระดับของมัน
ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันเอาไว้เผื่อว่าในอนาคตจะเจอศัตรูที่เรียนรู้วิชานี้เขาก็จะสามารถเห็นจุดบกพร่องได้ในทันที และสามารถเอาชนะได้
หลังจากคัดลอกเสร็จ ต้วนจื่อไม่ได้รีบร้อนนำ[เคล็ดกระบี่สายลม] ไปทำข้อตกลง ทว่ากลับหลบไปพักผ่อนสักครู่เขาพักผ่อนหย่อนใจกับต้วนเยว่เอ๋อร์ จนกระทั่งยามค่ำคืนมาเยือน ถึงค่อยเริ่มลงมือ
ในเมืองจื่อหรานที่มีเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์อยู่น้อยนิดพลังดึงดูดของวิชาระดับสุดยอดนั้นมีมากเพียงใด?
หากทำข้อตกลงในตอนกลางวันก็จะเสี่ยงต่อการเปิดเผยตัวตน ดึงดูดภัยมาสู่ตน
แต่ตอนกลางคืนนั้นไม่เหมือนกันด้วยความมืดมิดที่ปกคลุม ต่อให้เกิดปัญหาขึ้นก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้
ก่อนออกเดินทางต้วนจื่อจงใจเปลี่ยนเป็เสื้อคลุมสีดำปกปิดร่างกายไว้ทั้งหมด
เขาสวมหน้ากากเดินไปตามถนนในเมืองจื่อหรานไม่มีใครสามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้
เป้าหมายของต้วนจื่อคือสมาคมการค้าเยี่ยนเป็สมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจื่อหราน ภายในมีสิ่งของวางขายมากมายหลากหลายมีรายได้จากการซื้อขายครึ่งหนึ่งของเมืองความปลอดภัยและความเป็ส่วนตัวจึงสูงที่สุด
ตลอดทางที่เดินมา ผู้คนพลุกพล่านต้วนจื่อได้ยินจากผู้คนว่าวันนี้สมาคมการค้าเยี่ยนจะจัดงานประมูลขนาดใหญ่ที่ลานในร่มมีเคล็ดวิชาและอาวุธยุทธ์ถูกเผยโฉม สมาคมใหญ่ๆในเมืองจื่อหรานหลายแห่งส่งคนมาร่วมงานเพื่อแย่งชิง
"พอดีเลย จะได้เอา[เคล็ดกระบี่สายลม] ไปประมูลซะเลยเมื่อเทียบกับการขายให้กับสมาคมการค้าเยี่ยนโดยตรงแล้วการประมูลนั้นให้ผลตอบแทนที่มากกว่า" เมื่อคิดได้เช่นนั้นต้วนจื่อก็เดินมาถึงทางเข้าสมาคมการค้าเยี่ยน
หลังจากผ่านการตรวจสอบจากทหารรักษาการณ์แล้วเขาก็ก้าวเข้าไปในห้องโถง
ในชั่วพริบตา กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาเตะจมูกทำให้รู้สึกสดชื่น
เมื่อมองไปรอบๆก็พบว่าด้านในนี้ช่างหรูหราอลังการ มีเครื่องประดับทุกอย่างเท่าที่ควรจะมีกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
ในไม่ช้า พนักงานต้อนรับก็เดินเข้ามาก้มตัวลงตรงหน้าต้วนจื่อ ยิ้มอย่างสุภาพ "นายท่านมีอะไรให้ช่วยเหลือหรือไม่เ้าคะ?"
"ข้าจะเอาของมาประมูล" ต้วนจื่อจงใจเปลี่ยนโทนเสียงให้ฟังดูมีพลัง
"เชิญทางนี้เ้าค่ะ" พนักงานต้อนรับนำต้วนจื่อไปยังห้องประเมินราคา
เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับนักประเมินราคานั่งอยู่ข้างในเขาสวมแว่นสายตากำลังอ่านตำราโบราณ ท่าทางราวกับผู้เชี่ยวชาญ
"ท่านซูท่านผู้ชายท่านนี้จะมาประมูลของ รบกวนท่านช่วยประเมินราคาด้วยเ้าค่ะ"
"อืม" นักประเมินราคาสกุลซูพยักหน้าเล็กน้อยให้พนักงานต้อนรับออกไปก่อน ก่อนจะชี้ไปยังที่นั่งแขกแล้วส่งสัญญาณให้ต้วนจื่อนั่งลง
"ไม่ทราบว่าท่านจะประมูลอะไรหรือ?"
ต้วนจื่อไม่ปิดบัง เขาโยน[เคล็ดกระบี่สายลม] ลงบนโต๊ะประเมินราคา
"เคล็ดวิชากระบี่งั้นหรือ?"นักประเมินราคาสกุลซูชะงักไป ก่อนจะหยิบ [เคล็ดกระบี่สายลม]มาอ่านด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"กระบี่เริ่มที่สายลมพลิ้วไหวดุจสายลม ลื่นไหลซ่อนคม แต่มาจากสายลม ไม่จำเป็ต้องใช้ลมช่างยอดเยี่ยม... ไม่ทราบว่าเคล็ดวิชานี้เป็เคล็ดวิชาประเภทใด?"
ต้วนจื่อตอบกลับไปอย่างไม่ปิดบัง"เคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอด"
"อะไรนะ?!" นักประเมินราคาสกุลซูหน้าเปลี่ยนสี แทบจะตกจากเก้าอี้
เคล็ดวิชายุทธ์ขั้นเริ่มต้นยุทธ์หายากมากในเมืองจื่อหรานล้ำค่าอย่างยิ่ง ตระกูลใดที่มีวิชานี้ ล้วนเป็ตระกูลใหญ่ส่วนเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอดนั้นในเมืองจื่อหรานมีเพียงจวนเ้าเมืองเท่านั้น
[เคล็ดกระบี่สายลม] เล่มนี้กลับเป็เคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอด?
เหลือเชื่อ!!!
"มีปัญหาอะไรหรือ?" ต้วนจื่อขมวดคิ้วถาม
นักประเมินราคาสกุลซูสูดหายใจเข้าลึกพยายามระงับความตกตะลึงลง
"ไม่มี... ไม่มีปัญหาอะไรข้าน้อยทำได้แค่ประเมินคัมภีร์เคล็ดวิชาที่ต่ำกว่าเคล็ดวิชาระดับกลางหากเกินกว่านั้นจะต้องให้นักประเมินราคาระดับสูงสุดของสมาคมมาทำการตรวจสอบรบกวนท่านรอสักครู่ ข้าจะรีบไปเรียนเชิญเดี๋ยวนี้"
กล่าวจบเขารีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องประเมินราคา
สามนาทีต่อมานักประเมินราคาสกุลซูพาตัวชายชราผู้สวมเสื้อคลุมสวยงาม มีเคราขาว เข้ามาในห้อง
ชายชราผู้นี้มีชื่อว่า เฟิงเฉินเป็นักประเมินราคาที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองจื่อหรานเคยได้รับเชิญจากสามสมาคมการค้าใหญ่ของจักรวรรดิเสรีให้เข้าร่วมงานมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็บุคคลที่สำคัญรองลงมาจากประธานสมาคมเยี่ยนเท่านั้น
นักประเมินราคาสกุลซูชี้ไปยังต้วนจื่อกล่าวกับเฟิงเฉินด้วยความเคารพว่า "ท่านอาจารย์เฟิงเฉินท่านผู้นี้คือนายท่านที่ถือเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ ระดับสุดยอดที่ข้ากล่าวถึง"
เฟิงเฉินเพียงส่งเสียงในลำคอเขาไม่ได้มองต้วนจื่อ ทว่ากลับหยิบ [เคล็ดกระบี่สายลม]บนโต๊ะประเมินราคาขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
หลังจากยืนยันว่าเป็เคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ระดับสุดยอดแล้ว เขาก็เบนสายตามามองต้วนจื่อ
แม้จะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากได้แต่จากรูปร่างแล้ว น่าจะเป็ชายหนุ่ม อายุไม่น่าจะเกินสามสิบปี
การที่คนใน่วัยนี้มีเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์ระดับสุดยอดได้ เื้ัต้องไม่ธรรมดา
ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้เขาจะเป็นักประเมินราคา ทว่าก็พ่วงตำแหน่งผู้ฝึกตนด้วยแต่ด้วยพร์ที่ไม่สูงนัก ตลอดชีวิตจึงได้แต่หยุดอยู่ที่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์
แต่ในการมองต้วนจื่อแวบแรกเขากลับไม่สามารถมองทะลุขอบเขตพลังของอีกฝ่ายได้ แสดงว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาหรือไม่ก็มีพลังที่สูงกว่าที่เขาจะจินตนาการ
เมื่อคิดถึงตรงนี้สีหน้าของเฟิงเฉินก็ดูให้เกียรติมากขึ้น ถามว่า "ไม่ทราบว่าท่านจะนำ [เคล็ดกระบี่สายลม] ออกมาประมูลเมื่อไร?"
"ข้าไม่ค่อยว่างนักอยากให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด"
"ไม่มีปัญหาวันนี้สมาคมการค้าเยี่ยนของเรามีการประมูลพอดี ข้าจะให้คนจัดการให้ท่านทันที"เฟิงเฉินพยักหน้าตอบ ก่อนเรียกคนมาย้ายของประมูล ให้นำ[เคล็ดกระบี่สายลม] ไปที่ห้องโถงประมูลโดยเร็วที่สุด
หลังจากจัดการเื่ทั้งหมดแล้วเขาก็นำป้ายหยกออกมามอบให้ต้วนจื่อ
"นี่คือป้ายระดับสูงสุดมอบให้เฉพาะแขกผู้มีเกียรติที่สุดของสมาคมการค้าเยี่ยน"
"การประมูลจะจัดขึ้นในอีกสิบห้านาทีหากท่านมีเวลาก็สามารถไปชมการประมูลที่ลานในร่มของสมาคมการค้าเยี่ยนได้"
ต้วนจื่อพยักหน้าเล็กน้อยเขารับป้ายระดับสูงสุดมาก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไม่ให้พวกเขาได้มีโอกาสทำความรู้จักและคาดเดา
เมื่อมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายนักประเมินราคาสกุลซูลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า "ท่านอาจารย์เฟิงเฉิน การมอบป้ายระดับสูงสุดให้เขาเช่นนี้จะไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ?"
ป้ายสำหรับแขกของสมาคมการค้าเยี่ยนแบ่งออกเป็สี่ระดับคือระดับสูงสุด ระดับสูง ระดับกลาง และระดับเริ่มต้น
ผู้ที่ได้รับป้ายระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่เป็พ่อค้าผู้ร่ำรวยและลูกหลานเศรษฐีส่วนผู้ที่ได้รับป้ายระดับกลางจะเป็ผู้ฝึกตนที่มีพลังในระดับหนึ่งและตระกูลขนาดกลางส่วนป้ายระดับสูงนั้น มีเพียงผู้ฝึกตนระดับสูงและตระกูลใหญ่เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์
ส่วนป้ายระดับสูงสุดมีเพียงผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งและบุคคลสำคัญระดับสูงเท่านั้นที่จะได้รับั้แ่ที่สมาคมการค้าเยี่ยนก่อตั้งมามีป้ายระดับสูงสุดถูกแจกจ่ายไปเพียงสิบห้าชิ้นเท่านั้นซึ่งทุกคนที่ได้ไปล้วนมีชื่อเสียง
เฟิงเฉินกลับมอบป้ายระดับสูงสุดให้แก่คนผู้นี้ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีการคัดกรองคุณสมบัติอย่างละเอียดเป็เื่ที่ออกจะรวดเร็วเกินไป
"บางครั้งสัญชาตญาณแม่นยำกว่าการรวบรวมข้อมูลเป็ตัวอักษรมากมายนักไม่อย่างนั้นข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้" เฟิงเฉินหรี่ตาลงกล่าวอย่างแ่เบา
"ข้ารู้สึกว่าเมืองจื่อหรานคงไม่อาจอยู่อย่างสงบได้นานนักหลังจาก [เคล็ดกระบี่สายลม] ถูกประมูลไปแล้ว ห้ามให้ผู้ดูแลไปส่งเงินแต่ให้นำเงินไปมอบให้เขาด้วยตนเอง เพื่อแสดงความจริงใจพยายามผูกมิตรกับเขาเอาไว้เล่า"
"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใน่นี้ห้ามไปสืบเื่ของเขาอย่างเด็ดขาดคนที่สามารถนำเคล็ดวิชายุทธ์ระดับสุดยอดมาประมูลได้วิธีการของเขาไม่ใช่สิ่งที่เราจะจินตนาการได้ หากเกิดปัญหาขึ้นมาเ้าเองก็รู้ว่าจะมีจุดจบเช่นไร"
หลังจากกล่าวจบเฟิงเฉินไม่ได้รั้งอยู่นานและเดินจากไป
เมื่อได้ยินคำเตือนนักประเมินราคาสกุลซูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบาๆเก็บความคิดที่จะสืบหาตัวตนของบุคคลปริศนาผู้นี้ลงไป...