“ท่านเทพแห่งภัยพิบัติ!”
ทันทีที่สงป้าเทียนได้ยินเสียงนี้ สีหน้าของเขาแสดงถึงความหงุดหงิดใจ ตอนแรกเขาต้องการออกเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง แต่ถูกไอ้บ้านี่พูดดักไว้
ตะโกนเรียกซะขนาดนั้น เขาจะเดินหนีไปได้
เกาหวานและหยางเว่ยที่ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก พอเห็นสงป้าเทียนปรากฏตัว พวกเขาก็รู้สึกแปลกใจ และไม่คิดว่าเซี่ยปิงจะเป็นฝ่ายยั่วยุสงป้าเทียนตั้งแต่ประโยคแรก
“ไม่ใช่ว่าอาการบาดเจ็บของนายต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อยหนึ่งเดือนหรือไง แล้วนี่นายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไหนมา” เซี่ยปิงถามด้วยความสงสัย กวาดสายตาจากบนจรดล่าง
ปกติแล้ว อาการบาดเจ็บของสงป้าเทียนต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนในการฟื้นฟู แต่นี่ผ่านไปแค่อาทิตย์เดียวก็กลับมายืนหน้าชื่นมื่น ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่วิธีรักษาแบบธรรมดาทั่วไป
‘ไม่ใช่แกหรือไงที่ส่งสงป้าเทียนเข้าโรงพยาบาล แต่ยังกล้าถามคนที่ถูกแกทุบเกือบตายว่าไปรักษาที่ไหน มันเหมือนกับจงใจแหย่ไปบนรอยแผลคนอื่นอย่างเลือดเย็น โดยไม่รู้สึกกลัวเกรงสงป้าเทียนเลยแม้แต่นิดเดียว’
เมื่อสองคู่ซี้เกาหวานและหยางเว่ยเห็นความไม่สนโลกของเซี่ยปิง พวกเขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ความโกรธแค้นที่มีต่อปีศาจร้ายตัวนี้ลดหายไปเกือบครึ่ง
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับแกด้วย” สงป้าเทียนกัดฟันพูด
เซี่ยปิงฉีกยิ้มกว้าง “ก็ไม่อะไรหรอก ฉันได้ยินว่านายเป็นตัวแทนห้องเข้าร่วมประลองในครั้งนี้ ถนอมตัวให้ดีละ อย่าบังเอิญมาเจอฉันก่อน เพราะฉันกลัวจะควบคุมพลังไม่ได้ จนเผลอทำให้นายเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ”
ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงกับคำพูดของเซี่ยปิง คนผู้นี้ไม่รู้จักกลัวปัญหาเลยหรือยังไงกัน ถึงทำตัวเรียกฝ่าเท้าของคนอื่นตลอดเวลา
สีหน้าของสงป้าเทียนแดงจนเขียว เขาอยากเบิดอารมณ์ออกมาแทบตาย แต่เขาก็ยังอดทน หากผลีผลามทำอะไรตอนนี้ เสี่ยงถูกลงโทษและโดนตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
สงป้าเทียนกดข่มอารมณ์ไว้ ตอบว่า “ไม่มีปัญหา ฉันจะรอดูว่าแกจะส่งฉันไปโรงพยาบาลได้หรือเปล่า”
พูดจบ สงป้าเทียนก็หันหลังเดินจากไป ก่อนที่ความอดทนขีดสุดท้ายของเขาจะหมดลง
“ไอ้หมอนี่เป็นปีศาจร้ายชัดๆ กลัวว่าจะมีคนเกลียดมันน้อยเกินไปหรือยังไง” หยางเว่ยตกใจจนพูดไม่ออก ปีศาจเซี่ยปิงกล้าท้าทายสงป้าเทียนอย่างโจ้งแจ้ง ใครให้ความหยิ่งผยองนี้กับเขากันแน่
“เซี่ยปิงเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ ให้ตายเถอะ พวกเราไม่ควรยุ่งกับคนบ้าดีเดือดแบบนี้” เกาหวานส่ายหน้า ด้วยนิสัยชอบยื่นหน้าหาฝ่าเท้าของเซี่ยปิง สักวันมันก็คงถูกใครสักคนจัดการจนตาย โดยที่เขาไม่ต้องลงมือ
‘เขาทนมันได้จริงเหรอเนี่ย’ เซี่ยปิงรู้สึกประหลาดใจกับการแสดงออกของสงป้าเทียน หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ฝ่ายนั้นเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาสามารถทนต่อคำยั่วยุ และรู้จักยับยั้งอารมณ์ของตัวเอง
เดิมที เซี่ยปิงแค่อยากใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อรับคะแนนความเกลียดชัง แต่เหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล เขาอาจต้องใช้วิธีอื่น
“ทุกคนจัดแถว การประลองจะเริ่มแล้ว” ชิวซุยในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน ปัดมือเรียกให้นักเรียนทั้งหมดกลับมาเข้าแถวให้เรียบร้อย
เซี่ยปิงและคนอื่นๆ เข้าแถวตามหมายเลขประจำตัวนักเรียนของตัวเอง
ครู่ต่อมา อาจารย์ประจำชั้นนั่งประจำที่ของตัวเอง ฝ่ายประธานนักเรียนขึ้นสู่เวทีเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ ต่อด้วยการปราศรัยของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมดแค่หนึ่งนาที
ผู้ควบคุมการประลองเรียกชื่อหนึ่งออกมา “เชิญตัวแทนของนักเรียนเจียงกล่าวสุนทรพจน์”
สิ้นเสียงประกาศ เงาร่างอันงดงามของเจียงหย่าหรูเดินออกมาจากด้านหลังเวที และหยุดยืนอยู่ตรงกลาง การปรากฏตัวของเธอนั้นเรียกเสียงชื่นชมจากทุกคนไปเกือบหมด
“เธอสวยมากจริงๆ นี่คือเทพธิดาเจียงหย่าหรูของโรงเรียนเรา”
“ทุกอย่างคู่ควรกับชื่อเสียงของเธอ ทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ การวางตัว ถ้าฉันได้แต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้ล่ะก็….มันคือที่สุดของความโชคดีในชีวิตฉัน”
“ใช่นั่นคือฝันของนาย แต่ความจริงคือเธอมีแฟนแล้ว และตอนนี้เธอก็ท้องอยู่ด้วย”
“อะไรนะ ใครท้อง ใครเป็นแฟนเธอ ฉันจะไปฆ่ามันเอง!”
“มีคนบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอ และเป็นคู่รักที่โตมาด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก”
“ตามข่าวที่ได้ยินมา แฟนของเธอเป็นพวกสถุนปลายแถว และไอ้สถุนที่ว่านี้กำลังคบผู้หญิงมากกว่าสิบคนในเวลาเดียวกัน แถมยังมีผู้หญิงจากโรงเรียนอื่นอีกเป็นโขยง เทพธิดาเจียงของเราเป็นแค่หนึ่งในนั้น และมีหลายคนที่กำลังท้องอยู่ เห็นว่าพวกเขาคุยกันถึงเรื่องเอาเด็กออกด้วย”
“แฟนของเธอนี่มันโคตรเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน มีเทพธิดาเจียงอยู่แล้วไม่พอ ยังวิ่งทับผู้หญิงอื่นไม่หยุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเอาเด็กบริสุทธิ์ออก จิตใจมันทำด้วยอะไร แล้วผู้หญิงพวกนั้นตาบอดกันหมดแล้วหรอ”
“เอาเท่าที่ฉันรู้ บ้านเขาฐานะธรรมดาๆ พ่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานเล็กๆ รูปร่างหน้าตาหรือด้านการเรียนไม่มีอะไรโดดเด่นสักข้อ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไปหลงรักผู้ชายแบบนี้ได้”
“นายน่ะไม่มีทางเข้าใจหรอก ผู้ชายแบบนี้มักจะดูธรรมดาๆ ไม่มีพิษภัย จึงทำให้ผู้หญิงหน้าตาสวยๆ ลดความระแวงลง โดยไม่รู้เลยว่าผู้ชายแบบนี้แหละอันตรายกว่าใครพวก”
“พูดได้ดี ฉันเห็นด้วย ลองคิดดูซิว่าการที่ผู้หญิงเห็นผู้ชายหน้าตาดี พวกเธอก็ต้องคิดว่าเขาคงจะเจ้าชู้หรือไม่ก็มีตัวเลือกเยอะ จึงใส่ผู้ชายกลุ่มนี้ไว้ในบัญชีดำ จากมุมมองนี้ ฉันว่าผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามักเป็นฝ่ายเสียเปรียบผู้ชายหน้าตาธรรมดา”
“ถ้าเป็นแบบที่นายพูด ผู้ชายหล่อน้อยอย่างฉันก็มีโอกาสมากกว่าสินะ”
“เอ่อ….คนคางใหญ่แบบนาย ฉันว่ามีโอกาสโสดสูง”
“หยุดพูดไร้สาระก่อนเถอะ ว่าแต่แฟนของเทพธิดาเจียงเป็นใคร”
“ถ้าจำไม่ผิด ชื่อของเขาคือเซี่ยปิง คนที่เพิ่งเอาชนะสงป้าเทียนไป”
“ไอ้สารเลวนั่นนะเหรอ ฉันจะดักทุบมันหลังเลิกเรียน”
นักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด ความเกลียดชังที่มีต่อเซี่ยปิงพุ่งขึ้น ในฐานะที่ทำให้เทพธิดาของพวกเขาแปดเปื้อน มีคนบางส่วนต้องการให้เขาหายไปจากโลกนี้
เซี่ยปิงที่ยืนอยู่ในแถวกับเพื่อนร่วมชั้น ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบอย่างต่อเนื่อง “ระบบตรวจพบว่ามีกลุ่มคนแสดงอารมณ์ด้านลบต่อคุณ ระบบตรวจพบว่ามีคนเผยจิตสังหารต่อคุณ คะแนนความเกลียดชัง+1 คะแนนความเกลียดชัง+1……”
“เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ คะแนนพวกนี้มาจากไหน” เซี่ยปิงขมวดคิ้ว สถานการณ์ตอนนี้มันดูแปลกเกินไป
หรือว่า….เจียงหย่าหรู
เซี่ยปิงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที คงเป็นข่าวอื้อฉาวระหว่างเขาของกับเจียงหย่าหรูเมื่อไม่กี่วันก่อน ถึงได้มีคนโกรธเกลียดเขาเข้าไส้ขนาดนี้
“การพูดจายั่วยุไร้สาะแบบเดิมดูล้าสมัยไปแล้วสินะ แต่พอมีเรื่องพัวพันกับผู้หญิงสักคน กลับกลายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหาคะแนนความเกลียดชังไปเสียได้” เซี่ยปิงพยักหน้าช้าๆ เพราะเจียงหย่าหรู เขาจึงได้คะแนนความเกลียดชังมาเยอะมากทีเดียว
ภายหลังจากเจียงหย่าหรูกล่าวคำสุนทรพจน์จบลง ผู้ควบคุมการประลองจึงประกาศเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
ติ๊ง! เสียงข้อความโทรศัพท์เซี่ยปิงดังขึ้นสั้นๆ ในข้อความระบุถึงตารางการแข่งขันพร้อมกับรายชื่อคู่ท้าดวลของแต่ละคน
“หืม….ดูนี่สิ การประลองคู่แรก [เซี่ยปิง] ปะทะ [โจวไท่อัน]”
พริบตาเดียว ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งโรงเรียนอย่างรวดเร็ว