บทที่ 24 ทุบตีก็ไม่ได้ ด่าก็ไม่ได้ ไล่ก็ไม่ได้
นี่เขา... กำลังโดนคนปัญญาอ่อนก่อกวนเหรอ?
กระนั้นเขาก็พยายามรักษาจรรยาบรรณทางวิชาชีพเป็อย่างดี ซ้ำยังไม่ดูิ่ผู้ที่มีสติปัญญาต่ำ
เขายังคงสุภาพและพูดว่า “ขอโทษนะสาวน้อย ที่นี่คือคฤหาสน์ตระกูลกู้ เธอคงจะจำบ้านของเธอผิดแล้ว”
“ไม่ผิด ที่นี่แหละ” โม่เชียนย้ำหนักแน่น
เมื่อฝั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ยินเช่นนี้ เขาจึงเข้าใจ ว่านี่คือ ‘ญาติ’ อีกคนของตระกูลกู้ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก
มีทั้งคนที่เขารู้จัก คนที่ไม่รู้จัก คนที่เป็ลูกครึ่งพ่อ ลูกครึ่งแม่ที่ห่างกันไปนานมากจนจำกันไม่ได้ ซึ่งบางทีก็จะมาเยี่ยมเยียนหากัน
สิ่งที่ญาติ ๆ พวกนี้ทำคือการร่ายถึงสายสัมพันธ์อันแสนยืดยาวทันทีที่มาถึงจุดหมาย อย่างเช่นการเป็ลูกสาวคนที่สี่ของครอบครัวป้า ลูกพี่ลูกน้องคนที่สามของเธอคือหลานสาวคนที่หกของป้าคนที่ห้า...
ความสัมพันธ์เชื้อสายวงศ์ตระกูลที่มีมากมายนั้นช่างน่าปวดหัว
คนพวกนี้มีมากมายถึงขนาดที่ว่า ต่อให้คฤหาสน์ตระกูลกู้จะใหญ่โตแค่ไหน ก็ไม่กว้างพอบรรจุคนกลุ่มดังกล่าวเอาไว้ได้ครบถ้วน
“ถ้างั้นเธอช่วยโทรหาใครสักคนที่้าพบก่อนได้รึเปล่า? ”
“แบตเตอรี่โทรศัพท์ฉันหมด”
โม่เชียนบอกไปตามจริง โทรศัพท์โบราณของเธอแบตหมดไปนานแล้ว และเธอก็ไม่รู้หมายเลขโทรศัพท์ของกู้ไป๋เหยี่ยเสียด้วย
กระนั้นคนฟังกลับคิดว่าเธอกำลังโกหก เขาไม่เชื่อคำพูดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
เขาเม้มริมฝีปากด้วยความกระอักกระอ่วนเมื่อเห็นว่าสาวน้อยไม่ยอมออกไป สมองครุ่นคิดหาวิธี ว่าตนควรจะขับไล่เธอออกไปอย่างไรดี
ทว่าบังเอิญ หูกู้ไป๋เหยี่ยได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวแถว ๆ ประตูรั้วเข้าพอดี เลยเดาได้ว่าโม่เชียนน่าจะมาถึงแล้ว เขาจึงก้าวออกมา
กู้ไป๋เหยี่ยโบกมือไปทางเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่งสัญญาณว่าไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้
เขาเดินไปที่ประตูและตั้งเงื่อนไขอีกประการหนึ่งขึ้นมา
“ถ้าอยากเข้ามาในรั้วบ้านของฉัน เธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เวทมนต์อะไรนั่น และข้อตกลงอย่างที่สองคือเธอห้ามพูดว่า 'ฉันเป็ลูกคนที่เจ็ด' ขึ้นมาอีกเด็ดขาด เธอต้องยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ก่อนเท่านั้น ฉันจึงจะเปิดประตูให้เธอเข้ามาได้”
“ขอฏิเสธ”
โม่เชียนปฏิเสธอย่างไม่แยแส ไม่แตกต่างไปจากก่อนหน้า
แล้วค่อยหยิบยันต์สีเหลืองออกมาจากแขนเสื้อของตนเอง ยิ้มบาง ๆ ให้แก่กู้ไป๋เหยี่ย
“ฉันเข้าไปเองก็ได้”
จากนั้นก็แปะยันต์ไว้บนรั้วเหล็ก ค่อย ๆ เดินทะลุผ่านประตูเข้ามาพร้อมแมวตัวอ้วนและรถเข็นเล็ก ๆ คู่กาย
กู้ไป๋เหยี่ยเป็ใบ้ไปชั่วขณะ “...”
ยามที่ยืนอยู่ด้านข้างเองก็อ้าปากค้าง ตาเขม็งมองไปที่โม่เชียน ทำราวกับว่าร่างกายของตนเองกำลังจะล้มตึงลงไปบนพื้นเสียเดี๋ยวนั้น
นี่คืออะไร? ฉันเป็ใคร? ฉันอยู่ที่ไหน?
ทุกคนเหมือนกับมีเครื่องหมายคำถามประดับอยู่บนหัว
กู้ไป๋เหยี่ยมองไปยังหญิงสาวด้วยสีหน้ามืดหม่น โดยโม่เชียนได้เดินไปทางบอนไซเทียมทางตะวันออกของสนามหญ้า จากนั้นค่อยเอื้อมมือออกไปหาปลาในบ่อ
เขาถอนหายใจออกมายาว ๆ
ผู้คนไม่ได้รับอนุญาตให้พูดถึงเื่ผีสางนางไม้มาั้แ่่หลังเกิดการปฎิรูปประเทศเป็สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ดังนั้นหากคุณเจอของแบบนั้นเข้าสักตัวจริง ๆ ก็แค่แสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเท่านั้น...
...
โม่เชียนเล่นในสนามจนพอใจแล้ว
ในที่สุดเธอก็เริ่มอยากเข้าสู่ตัวคฤหาสน์กับกู้ไป๋เหยี่ยเสียที
โม่เชียนเดินนำอยู่ข้างหน้ากู้ไป๋เหยี่ย ดูคล้ายกับเ้าของบ้านยิ่งกว่าตัวของชายหนุ่มเองเสียด้วยซ้ำ
กู้ไป๋เหยี่ยเดาะลิ้นของตนเองอยู่ครั้งสองครั้ง “เดินนำอย่างกับเป็เ้าของบ้านแบบนี้ เธอรู้ทางของที่นี่รึไง? ไปเดินตามหลังฉันโน่น! ”
โม่เชียนไม่มองย้อนกลับ ยังคงเดินต่อไปข้างหน้าด้วยตัวเอง
“ฉันจะจำทางได้ถ้าเดินด้วยตัวเอง”
“คิดว่าที่นี่เป็ตลาดสดเหรอ?” กู้ไป๋เหยี่ยยิ้มเยาะ
โม่เชียนตอบกลับ “ที่นี่คือบ้านของฉัน”
“...”
กู้ไป๋เหยี่ยมองไปที่ร่างซึ่งกำลังโดดเด้งไปมาอยู่ตรงหน้า ชั่วชีวิตจนกระทั่งเติบใหญ่ ชายหนุ่มไม่เคยอับจนหรือรู้สึกพูดไม่ออกขนาดนี้มาก่อน
เขาจุดบุหรี่อย่างหมดความอดทน
ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะบอกครอบครัวของตนเองเกี่ยวกับเื่ของเด็กคนนี้อย่างไร
แถมเธอยังไม่ใช่ผู้หญิงที่ ‘ปกติ’ อีก...
กู้ไป๋เหยี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็นึกถึงสิ่งที่เขาให้ลูกน้องเตรียมไว้ให้ขึ้นมาได้
ชายหนุ่มเรียกลูกน้องมา และสั่งให้พวกเขาไปเอากล่องมาจากห้องของตนเองทันที
เหล่าชายหนุ่มที่อยู่ใต้การบัญชาการของกู้ไป๋เหยี่ยต่างวิ่งออกไปอย่างกระตือรือร้น ส่วนผู้เป็นาย เขาะโบอกสาวน้อยที่เดินนำหน้าตนเองอยู่ว่า
“โม่เชียน มานี่สิ”
“อะไรอีก? ” โม่เชียนหันกลับมามองเขา ไม่ยอมเดินเข้าไปใกล้
กู้ไป๋เหยี่ยมั่นใจกับแผนการในครั้งนี้
“ฉันมีอะไรจะให้ รับประกันเลยว่าเธอต้องชอบ มานี่สิ”
หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด โม่เชียนก็เดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขา
ไม่นานลูกน้องของกู้ไป๋เหยี่ยก็เข้ามาพร้อมกับกล่องใบเล็กใบหนึ่ง ถึงขนาดของมันจะไม่ใหญ่นัก แต่ก็ดูจะมีความหนักอยู่พอสมควร
กู้ไป๋เหยี่ยส่งสัญญาณให้ลูกน้องส่งกล่องไปให้โม่เชียนด้วยสายตา
ผู้ใต้บังคับบัญชาวางกล่องลงไปบนรถเข็นเล็ก ๆ ของเธอ
หญิงสาวนั่งยอง ๆ อย่างสงสัย เปิดกล่องขึ้นมาทันที
ทันทีที่เปิดกล่อง เธอพลันเบิกตากว้าง
ดวงตาคู่นั้นสะท้อนประกายแสงสีทองระยิบระยับ!
แสงสีทองที่สะท้อนเข้าดวงตาของโม่เชียนคือแสงจากทองคำของจริง ไม่ใช่เพียงของเก๊ของเทียม!
ในกล่องมีทองคำแท่งเรียงกันอย่างประณีต แต่ละแท่งล้วนส่องแสงสีเหลืองทองอร่ามดูเรืองรอง
ดูงดงามจนหญิงสาวไม่สามารถละสายตาไปจากมันได้เลย
ระหว่างเดินทางกลับมา กู้ไป๋เหยี่ยได้โทรสั่งให้คนของเขาเตรียมทองคำแท่งหนัก 50 กรัม จำนวน 100 แท่งเอาไว้แล้ว
เพราะถึงโม่เชียนจะไม่จัดเป็คนที่น่าคบค้าสมาคม แต่เธอก็ช่วยฝูเสวี่ยเอาไว้ ซ้ำยังพาตัวเธอกลับมาให้ ฉะนั้นอย่างน้อย ๆ กู้ไป๋เหยี่ยต้องตอบแทนบุญคุณนี้
ทว่าถ้าเธอเปลี่ยนไปขอเงินเป็รางวัลเสียั้แ่แรก ขคงไม่ต้องเปลืองเรี่ยวแรงมากถึงขนาดนี้
มันเห็นได้ชัดว่าทองคำกล่องนี้เป็สิ่งที่เธอชื่นชอบมากขนาดไหน ใบหน้าที่ตามปกติมักเ็าอยู่ตลอดของโม่เฉียจึงรอยยิ้มอันแสนหายากขึ้นมา ลักยิ้มซึ่งปรากฏอยู่บนสองปรางแก้มดูราวกับลูกแพร์ผลน้อย เปี่ยมล้นเต็มไปด้วยความสุข
หญิงสาวไม่รังเกียจความสกปรก เธอจึงทำการนั่งลงไปขัดสมาธิบนพื้นเดี๋ยวนั้น
และเริ่มทำการตรวจสอบทองคำทีละแท่ง เพื่อดูว่ามันเป็ของจริงทั้งหมดหรือไม่...
หญิงสาวหยิบทองขึ้นมาใช้ฟันกัดทีละแท่ง ก่อนพิจารณาว่าบนพื้นผิวเ่าั้มีรอยฟันปรากฏทิ้งไว้หรือไม่
กู้ไป๋เหยี่ยมองเธอด้วยความรังเกียจ “เธอไม่ได้เพิ่งพูดไปเหรอ ว่าตัวเองสามารถบอกได้ว่าอะไรคือของจริงของแท้ อันไหนของเก๊ได้ด้วยการมองเพียงอย่างเดียว แล้วทำไมเธอถึงมานั่งกัดมันอยู่แบบนี้เนี่ย! ”
โม่เชียนกัดทองคำก่อนแล้วค่อยเงยหน้าขึ้นเถียง
“แล้วทำไมคุณถึงสูบบุหรี่ล่ะ? คุณก็รู้ว่ามันเป็พฤติกรรมไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ”
หญิงสาวยังคงมาตรฐานของตนเองไว้ได้อย่างมั่นคง สามารถเถียงอย่างถึงพริกถึงขิงทุกคำไปพลาง ไล่กัดทองคำทุกแท่งที่เห็นไปพลางได้
ปฏิบัติราวกับว่าถ้ารอยฟันบนผิวทองนั้นหายไป สิ่งล้ำค่าเบื้องหน้าจะไม่ใช่ความจริง
“...”
กู้ไป๋เหยี่ยแทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย อยากจะทุบหล่อนเข้าสักทีให้เถียงไม่ออกจริง ๆ
เขามองสาวน้อยที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ทุบตีก็ไม่ได้ ด่าก็ไม่ได้ ไล่ก็ไม่ได้
ทำอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น!