ข้านี่แหละเทพ

    ตอนที่ 45 ขั้นแปลงเทพ ข้ามาแล้ว!


    อี้เหรินเฟิ่งและจินฉาน มาโผล่ที่ตรอกแห่งหนึ่งกลางเมือง อี้เหรินเฟิ่งเดินหาที่พักแห่งหนึ่งและตรงเขาไปยังห้องพักเพื่อรักษาตัว


    "ท่านพี่ อาหารหนักเอาเรื่องเลยนะเนี่ย เจ้าคนนั้นเก่งมากเลยหรือ"


    "อืม ระดับพลังต่างกันเกินไป แต่เดี๋ยวเราก็กลับไปจัดการมันได้แล้วหล่ะ"


    "มันโดนพิษเข้าไปไม่น้อยเลยทีเดียว รอเรารักษาตัวให้หายก่อน ค่อยไปเชือดมัน"


    จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงได้เริ่มทำการรักษาตัวเอง ด้วยสมุนไพรล้ำค่ามากมาย บวกกับวิชาแพทย์ที่ได้ศึกษามานั้น บาดแผลภายนอกของเขาสมานตัวภายในหนึ่งวันเท่านั้น อี้เหรินเฟิ่งหลังจากรักษาบาดแผลภายนอกเสร็จยังคงรักษาอาการบาดเจ็บต่อไปอีกหนึ่งวัน


    คืนวันต่อมาหลังจากผ่าไปแล้วสองวัน อี้เหรินเฟิ่งได้เดินทางมายังรังของกลุ่มหน้ากากทมิฬอีกครั้ง ซากศพเหล่านั้นถูกคนจัดการไปเรียบร้อยแล้ว บัดนี้ภายในอาคารเหลือเหล่าหน้ากากทมิฬเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ครั้งนี้นับว่าย่อยยับกันเลยทีเดียว


    อี้เหรินเฟิ่งหายไปในความมืด ออกตามหาร่องรอยของเว่ยหลิง เขารู้ว่าเว่ยหลิงไม่มีทางหายเร็วเท่าเขา ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่ต้องดาบ และพิษร้าย นอกจากจะมียาวิเศษล้ำค่า หรือมีหมอเทวดาเท่านั้น ที่จะช่วยมันได้ภายในข้ามคืน


    เขาเดินตามหาไปยังห้องต่างๆจนไปเจอเข้ากับเรือนหลังหนึ่ง ด้านนอกมียามเฝ้าอยู่เจ็ดแปดคน ประจวบเหมาะกับมีหมอเดินออกมาพอดี ท่านหมอหน้าไม่สู้ดีเดินจากไปเงียบๆ


    สักพักก็มีเสียงดังโครมครามออกมาจากภายในห้อง เป็นเว่ยหลิงที่อาละวาด มันถูกพิษไม่ทราบชนิด ไม่มียารักษา พิษร้ายเกาะกินร่างกาย ทำให้แผลต่างๆบนตัวนั้นไม่สามารถฟื้นฟูได้ อีกทั้งยังค่อยๆกัดกินพลังฝึกฝนของมัน


    ตอนนี้ร่างกายของมันนั้นค่อยๆอ่อนแอลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษใด กินเข้าไปก็ไร้ผล มันกังวลเป็นอันมาก มันส่งจดหมายไปยังสาขาหลังเรื่องขอหมอ และยารักษาไปแล้ว แต่ด้วยการเดินทางคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง


    มันแค้นอี้เหรินเฟิ่งยิ่ง มันสาบานว่าจะตามล่าอี้เหรินเฟิ่งไปจนสุดหล้า มันจะไม่มีวันให้เจ้าเด็กนี่ได้เติบโตไปกว่านี้แน่ เจ้าเด็กนี่อันตรายเกินไป เมื่อผูกแค้นกันแล้ว ควรจะขุดรากถอนโคนให้ไวที่สุด


    หลังจากที่เว่ยหลิงระบายอารมณ์เสร็จสิ้นแล้ว มันยืนหอบอยู่กลางห้อง ทันใดก็มีเสียงดังออกมาจากความมืดที่มุมห้อง


    "โถๆๆๆ พ่อหัวหน้าใหญ่ เจ้ากังวลว่าจะไม่สามารถรักษาพิษได้อย่างนั้นหรือ"


    เว่ยหลิงขนลุกซุ่ มันจำเสียงของอี้เหรินเฟิ่งได้ มันหันไปมองอี้เหรินเฟิ่งที่มุมห้องอย่างช้าๆ 


    "เจ้าเด็กนรก"


    กรงเล็บสีดำปรากฏขึ้นในมือของมันทันใด เว่ยหลิงกระโดดเหวี่ยงกรงเล็บออกไปอย่าเร็วรี่ อี้เหรินเฟิ่งเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว เขาหยิบคมเขี้ยวราชาออกมาวาดดาบสวนออกไปเช่นกัน


    "ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่มันกระจอกจริงๆ พิษแค่นี้ยังไม่มีปัญญารักษา ยังมีหน้ามาสู้กับข้าอีกหรือ"


    อี้เหรินเฟิ่งวาดดาบออกไปพร้อมกับยิ้มเยาะ เว่ยหลิงอ่อนแอยิ่งในตอนนี้ เนื่องจากบาดแผลและพิษร้ายที่โดนเข้าไปวันก่อน นี่ถ้าเกิดมันเป็นเพียงแค่ระดับครึ่งก้าวขั้นแปลงเทพ มันคงตายไปนานแล้ว


    เว่ยหลิงหลังจากปะทะกับดาบของอี้เหรินเฟิ่งก็กระอักเลือดสีดำออกมาก้อนใหญ่ 


    "บัดซบ นี่เจ้าหายดีแล้ว ?"


    "ใช่ เจ้าโง่ข้าหายดีแล้วถึงได้กลับมาทวงหัวของเจ้ายังไงหล่ะ"


    ประกายดาบสว่างวาบ สะเก็ดไปสาดกระจาย การต่อสู้ภายในห้องลามออกไปสู่ลานด้านนอก เว่ยหลิงเค้นพลังออกมาสุดชีวิต แต่ยิ่งเร่งเร้าพลังมากเท่าไหร่ พิษร้ายก็ยิ่งกัดกินเร็วขึ้นเท่านั้น


    อี้เหรินเฟิ่งเห็นแล้วว่าเว่ยหลิงนั้นอ่อนแอลงเป็นอันมาก เขาจึงแพร่พิษซ้ำไปอีกครั้ง คราวนี้เขาสาดพิษฟุ้งกระจายเต็มบ้าน ควันเขียวลอยล่องแสดงให้เห็นว่าพิษรอบนี้นั้นหนาแน่นขนาดไหน


    เหล่าหน้ากากทมิฬที่อยู่ภายในบ้าน เพียงสูดดมพิษนี้เข้าไปล้วนตายสิ้น เว่ยหลิงเห็นดังนั้นใบหน้าก็เขียวคล้ำขึ้นมาทันใด มันจำต้องกลั้นหายใจ ห้ามสูดพิษเข้าไปเพิ่ม มิเช่นนั้นมันเสร็จแน่


    แต่มันจะทนกลั้นหายใจได้นานเท่าไหร่กัน มันต้องหนีออกไปก่อน


    เว่ยหลิงสู้พลางถอยพลาง มันจะหนีแล้ว แต่อี้เหรินเฟิ่งนั้นรู้ทัน อี้เหรินเฟิ่งคอยดักหน้าดักหลังมันตลอด ไม่ยอมให้เว่ยหลิงได้ออกไปจากบ้านง่ายๆ พิษร้ายเริ่มเข้มขั้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความตื่นตระหนกลนลาน ในที่สุดเว่ยหลิงก็โดนอี้เหรินเฟิ่งฟันใส่ไปอีกดาบหนึ่ง


    เสียงร้องดังขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เว่ยหลิงโดนฟันที่ด้านหลัง แผลยาวลากลงมาจากไหล่ถึงเอว มันโดนพิษจากใบดาบเข้าแล้ว!!


    เว่ยหลิงเห็นดังนั้นไม่จึงโมโหแล้ว มันคิดจะสู้ตาย มันไม่ยอมตายคนเดียวเป็นอันขาด เว่ยหลิงระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมา กรงเล็บสีดำสว่างจ้าด้วยพลังที่อัดแน่น มันโจมตีเข้าใส่อี้เหรินเฟิ่งด้วยพลังทั้งหมดที่มี 


    อี้เหรินเฟิ่งเห็นดังนั้นจึงโคจรพลังทั้งหมดเข้าสู้เช่นกัน ด้วยเคล็ดกายาเทพทมิฬของเขานั้น เขามั่นใจว่าจะรับกรงเล็บนี้ได้ อี้เหรินเฟิ่งพ่นเลือดใส่ใบดาบ คมเขี้ยวราชาคำรามก้อง


    แสงสีแดงสดสว่างวาบจากใบดาบ เสียงคำรามของสัตว์ร้ายเปล่งออกมาจากตัวตาบ อี้เหรินเฟิ่งใช้พลังทั้งหมดฟาดฟันดาบออกไปเช่นเดียวกัน 


    แสงสีแดงปะทะเข้ากับแสงสีดำเย็นยะเยือก เสียงตูมดังสนั่น พิษร้ายฟุ้งกระจายหายไปพร้อมกับแรงระเบิด เว่ยหลิงไม่สามารถต้านทานดาบนี้ของอี้เหรินเฟิ่งได้ กรงเล็บของมันหักกระจาย ร่างกายถูกฟันขาดเป็นท่อนๆสิ้นชีพในทันที


    อี้เหรินเฟิ่งเก็บคมเขี้ยวราชาแล้วเดินไปยังศพของเว่ยหลิง เขาเก็บสินสงครามบนตัวของเว่ยหลิงมาทั้งหมด สำรวจกรงเล็บในมือของมันพบว่าอาวุธวิเศษนั้นเสียหายไปเสียแล้ว


    "โธ่ เว่ยเก้านิ้ว นิ้วมือเจ้าด้วนหรอกหรือเนี่ย"


    อี้เหรินเฟิ่งเรียกจินฉานออกมาให้มันนำทางไปยังห้องเก็บสมบัติ จากนั้นจึงทำการริบทรัพย์อย่างแท้จริง เงินทองของมีค่าทั้งหมดถูกจินฉานขุดออกมาจนเกลี้ยง กลุ่มหน้ากากทมิฬของเมืองนี้ โดนลบออกไปเช่นนี้


    ทั้งสองออกมาจากรังของกลุ่มหน้ากากทมิษ อี้เหรินเฟิ่งจุดไฟเผาที่นี่เสียจนวอด จากนั้นจึงเดินทางออกจากเมืองไปยังป่าใหญ่ใกล้ๆเมือง


    เขาใกล้จะบรรลุระดับพลังแล้ว อี้เหรินเฟิ่งต้องหาที่สงบเพื่อรับทัณฑ์สวรรค์ เขาจะต้องเข้าไปในป่าลึกห่างไกลผู้คน ทั้งสองจึงหายเข้าไปในป่าลึกทางทิศใต้ของเมือง


    สามวันต่อมา อี้เหรินเฟิ่งได้ทำการกินลูกลอนวิเศษลงไปเติมเต็มพลังงานที่ขาดไปเพียงเสี้ยวเพื่อที่จะก้าวข้ามระดับพลัง เขาอยู่กลางป่าลึก บนเขาสูงแห่งหนึ่ง


    ท้องฟ้าที่เคยสดใส บัดนี้ระยะสิบกิโลเมตรเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีดำ ก้อนเมฆรวมตัวหนาแน่นอย่างผิดวิสัย นี่เป็นปรากฏการณ์ของทัณฑ์สวรรค์ อี้เหรินเฟิ่งเคยพบเจอมารอบหนึ่งแล้วจากการข้ามระดับของปีศาจเถาวัลย์


    ตอนนี้เขาได้เตรียมพร้อมแล้ว ลูกกลอนรักษา ลูกกลอนเสริมพลัง เขาได้หลอมไว้เป็นจำนวนมาก เขาจะต้องทนรับทัณฑ์สวรรค์หกรอบจึงจะถือว่าก้าวข้ามเป็นระดับแปลงเทพได้สำเร็จ


    รอเพียงไม่นาน ท้องฟ้ามืดมิดก็ควบรวมสายฟ้าก้อนใหญ่ขึ้นมาได้ สายฟ้าระลอกแรกนี้ ใหญ่กว่าที่เคยเห็นในป่าทมิฬกว่าสองเท่า อี้เหรินเฟิ่งเหงื่อตกแล้ว ที่เคยเห็นมา มันไม่ได้ใหญ่เท่านี้นี่นา


    สายฟ้าสีขาวเงินยวงสว่างวาบผ่าลงมาหาอี้เหรินเฟิ่งอย่างไม่ให้ตั้งตัว สายฟ้าสีเงินยวงขนาดสองคนโอบร่วงหล่นลงมา อี้เหรินเฟิ่งโคจรเคล็ดกายาเทพทมิฬเข้ารับอย่างไม่กลัวเกรง


    "ขั้นแปลงเทพ ข้ามาแล้ว!!!"