สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่ยี่สิบเจ็ด เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง

    ตอนที่ยี่สิบเจ็ดเกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง

    บ้านของมาเรียทำด้วยอิฐอย่างดีผนังบ้านมีเชิงเทียนทำด้วยเงิน เปียโน ตู้หนังสือเก่าแก่

    หากให้ผมเดาความยากจนของเธอนี่อาจจะเกิดขึ้นเพราะเธอเอาตนเองไปเทียบกับคนที่รวยที่สุดในประเทศอย่างลูกสาวดยุกหรือเจ้าชายมากกว่า

    ด้วยความรู้พื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ผมว่าเธอสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆเลยล่ะ

    และตอนนี้เธอก็จ้องมาทางผมด้วยดวงตาสีเขียวเส้นผมมัดอย่างดี หน้าตาดูน่ารักแบบสาวชาวบ้าน ที่พอจะมีกล้ามเนื้อส่วนแม่ของเธอมารีอาต่างออกไปไว้ผมยาว ส่วนสัดเป็นสาวเต็มตัว

    มาเรียอึ้งไปสักพักที่เจอพี่กล้ามทำลายกำแพงบ้านของเธออย่างนี้แหงล่ะ ไม่ว่าใครก็คงจะอึ้ง แต่นี่คือความเป็นจริงของชีวิตล่ะ เรากำหนดกฎเกณฑ์ขีดเส้นแบ่งสมมติอะไรขึ้นมาแต่คนมีกำลังก็สามารถทำลายเส้นแบ่งสมมติที่เราสร้างขึ้นมาเองได้

    แบบเดียวกับสกิล siege breaker ของพี่กล้ามที่มองไม่เห็นป้อมปราการหรือประตูบ้านในสายตาหากใช้ทักษะนี้ไป

    พี่กล้ามไม่เคยใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาเพราะพวกเขาเชื่อว่ากำลังอย่างเดียวก็แก้ปัญหาได้

    “ทะท่านดยุกอูลริก..”มารีอาแม่ของมาเรีย เรียกชื่อของผมได้ถูกต้อง ก็น่าจะอย่างนั้นบัลลังก์ทองคำอย่างนี้คงมีไม่กี่คนในอาณาจักรนี้

    แต่มาเรียกลับดูคุมสติได้ดีกว่าแม่ของเธอแต่กลับไม่ได้แตกตื่นมากนัก ฮืม แปลกจังปรกติเธอมักจะหลบอยู่หลังองค์ชายไม่ใช่หรือ? หรือเพราะมีที่พึ่งเลยพยายามพึ่งโล่มนุษย์มากกว่าปรกติแบบในเกมส์มาเรียทางเทคนิคก็เรียนได้ทุกอาชีพอยู่หรอกแต่ยกเว้นว่าเราจะให้เวลาเดินไปกว่าห้าสิบปีในเกมส์แบบเนื้อเรื่องไม่เดินก็คงจะให้เรียนครบทุกอาชีพยากแนวทางของเธอจะเป็นสายบัฟและสายทำลายปีศาจมากกว่า

    “ทำไมท่านถึงมาจับเด็กหญิง...เด็กสาวธรรมดาอย่างชั้นเป็นทาสอุ่นเตียงคะ”มาเรียบิดตัวไปมาเอ่ยอย่างลำบากใจ

    “คำถามโง่ๆ”

    ผมขึ้นเสียงดังด้วยทักษะ intimidate ข่มขู่

    มารีอาแม่ของมาเรีย ตัวสั่นไม่หยุดแต่มาเรียสมกับเป็นนางเอกที่แม้จะกลัว แต่ก็ยังยืนอยู่ได้

    “เพราะข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกเห็นไงล่ะ”

    “หลงรัก ฉัน ท่านดยุก..”มาเรียทำหน้างงงวย และเริ่มหน้าแดง

    “แต่ว่าชั้นเอ่อ กระโดกกระเดก ไม่เป็นกุลสตรีและเอ...”เธอพูดอู้อี้ไปมา

    “ผู้ชายจะเอาผู้หญิงที่ตนเองหลงรักมาเป็นทาสอุ่นเตียงมันแปลกตรงไหน?”ผมกับเป็นดยุกหมูอ้วน ไดอะล็อกบทพูดขององค์ชายต้องรักษาความเป็นสุภาพบุรุษและศีลธรรมจรรยา ดยุกหมูอ้วน ไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย

    ผมมองมาเรียและแม่ของเธอมารีอาอย่างหื่นกระหาย

    “ไม่ต้องห่วงคืนนี้ระหว่างพวกเจ้ากับข้ายังยาวนานนัก บุฮิ บุฮิ บุฮิทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าเป็นของข้าแล้ว”

    ทั้งสองแม่ลูกหวาดกลัวตัวสั่นจากสายตาอันหื่นกระหายของดยุกหมูอ้วน

    ....

    “...จากนั้นเจ้าเซ็นเอกสารตรงนี้กับตรงนี้เท่านี้ทรัพย์สินทั้งหมดและตัวพวกเจ้าก็กลายเป็นสมบัติของข้าแล้ว”ดยุกอูลริกได้ลงเอกสารทางกฎหมายและตรวจดูบัญชีทรัพย์สินที่มาเรียและแม่ของเธอที่นำพวกบัญชีบันทึกสินทรัพย์ต่างๆมาให้

    “อ้อ ตรงนี้”ผมปรบมือเรียกทหารรับใช้บางส่วนเข้ามา

    “เอาใบค่าค้างชำระไปทวงหนี้คนที่ค้างชำระหนี้ของบ้านนี้ บอกว่าข้าไม่ใช่คนใจแคบยิ่งพวกนั้นไม่ชำระหนี้เป็นระยะเวลานานข้าจะดีใจมากที่ดอกเบี้ยอาจจะพอทบต้นให้พอที่จะขายคนที่ค้างชำระหนี้เป็นทาสให้กับข้าได้บุฮิ บุฮิ บุฮิ บอกพวกเขาอย่าใจร้อน ยิ่งพวกเขาจ่ายช้า ข้าก็ยิ่งได้กำไรมากขึ้นเท่านั้นยิ่งพวกเขาหนีหนี้ได้ก็ยิ่งดี ข้าจะได้คิดจำนวนหนี้ของพวกเขามากกว่าเดิมในการติดตามทวงถามหนี้พวกเขา”

    สาเหตุที่คนปล่อยเงินกู้ต้องมีอิทธิพลประกอบเพื่อรับประกันว่าจะสามารถตามทวงหนี้ลุกหนี้ที่หนีหนี้ได้นั่นเอง

    “ขอรับท่านดยุก”ทหารรับใช้รับเอกสารจากผมและไปทวงหนี้ตามสัญญาต่างๆ

    “ทะท่านดยุกคะ “มารีอาแม่ของมาเรียพยายามกล่าวเสียงอ่อย

    “พวกนั้นคือญาติของพวกเจ้าที่เกรงใจในการติดตามทวงหนี้สินใช่ไหมล่ะ?”ผมจิบชาที่มาเรียชงมาให้จากการตรวจสอบทรัพย์สินในบ้าน และได้ของดี อย่างมงกุฎในตำนานที่เป็นสมบัติประจำตระกูลในห้องใต้ดินสร้อยคอ ของนักบุญในตำนาน ที่ตกทอดมาถึงมาเรีย แต่มาเรียเข้าใจว่าเป็นสร้อยคอเก่าของบรรพบุรุษเฉยๆและของอย่างอื่นอีกที่ผมจะตรวจสอบเพิ่มเติมที่หลัง

    “วางใจเถอะ ของทุกอย่างของเจ้าเป็นของข้าแล้วญาติของเจ้าก็เหมือนกับทรัพย์สมบัติของข้าด้วยอย่าได้กังวลไปเลย”

    ผมได้ตรวจดูเอกสารเรียบร้อยด้วยสมองที่เชี่ยวชาญด้านตัวเลขของดยุกอูลริกได้หาจุดผิดพลาดและแก้ไขอย่างรวดเร็ว

    “เท่านี้บ้านนี้ก็น่าจะพอหาคนมาดูแลและมีคนมาพัฒนาสวนองุ่นและค่าเช่าที่ดินต่างๆได้แล้วล่ะนะ”ผมส่งเอกสารต่างๆให้คนรับใช้ไปจัดการเตรียมคนและเงินทุนต่างๆมาพัฒนาสวนองุ่นให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

    “มารีอาต่อไปนี้เจ้าคือทาสอุ่นเตียงของข้าและมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของข้าในแถบนี้ด้วย”

    ตามคติของเซลล์แมนที่ต้องมีภริยาจังหวัดละคนเพราะเหตุนี้นั่นเองเป็นที่อาศัยหลับนอนและเปลี่ยนถ่ายทรัพย์สิน หากถามว่าคนรวยมีบ้านเยอะๆหลายหลังก็เพราเหตุนี้นั่นเองที่ดินคือทรัพย์สินที่มั่นคงที่สุด ต่อให้รายได้น้อยแต่ตราบใดที่ยังมีเรื่อยๆทรัพย์สินก็จะพอกพูนเสมอ

    มาเรียที่เสิร์ฟน้ำชาให้ผมจ้องผมตาแป๋ว อย่างอึ้งที่ผมจัดการบัญชีและทรัพย์สินของบ้านเธอ

    “ท่านดยุกต่างไปจากคำร่ำลือเหมือนกันนะคะ”มาเรียกล่าวอย่างครุ่นคิด

    “เรียกข้าว่านายท่านสิ” ผมใช้ทักษะ Intimidate ข่มขู่ ผสมกับ domesticate ทำให้เชื่อง ทำให้มาเรียและมารีอาตกใจถึงกับต้องคุกเข่า

    “ขะขออภัยค่ะ”

    พวกเธอคุกเข่าคารวะอย่างเร่งรีบ

    “เจ้าคิดว่าคนที่ทำให้แคว้นเพนดราก้อนของเรารุ่งเรืองได้คือใครกันเจ้าชะโงกไปดูนอกเหนือจากดินแดนของเรา มีคนอดอยาก ผู้อพยพต่างๆแคว้นเรามีใครอดอยากอพยพขนาดนั้นบ้างไหม?”

    ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะแคว้นอุดมสมบูรณ์และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะดยุกอูลริกบริหารแคว้นด้วยความโลภอย่างทุนนิยมทำให้มีการค้าขายกันอย่างคึกคัก

    “คนจน”อย่างมาเรียก็ยังดีกว่าคนจนของเมืองหลวงที่มีฉากมาเรียเดินไปแถวสลัมในเมืองหลวงจนมีเจ้าชายมาช่วยนั่นเอง

    ส่วนดยุกอูลริก ไล่จับคนจนไร้อาชีพที่อยู่อาศัยในอาณาเขตของตนเองไปทำงานเหมืองหรือท่าเรือจนหมดไม่เปิดโอกาสให้มีชุมชนแออัดที่ไม่มีการงานทำในเขตของเขา

    บางครั้งการทำตัวอย่างวายร้ายของดิสนี่ย์ที่ให้คนทำงานหนักก็ยังดีกว่าปล่อยให้พวกเขานั่งอยู่เฉยๆหรือหันเข้าหาอาชญากรรมนั่นเอง

    และด้วยเหตุนี้การถ่ายโอนทรัพย์สินของมาเรียและมารีอามาเป็นของดยุกอูลริกก็เป็นไปอย่างราบรื่น

    ตามกระบวนท่า seize the mean of production ตราบใดที่ไม่มีทรัพยากรในมือต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถพ้นมือของระบบที่วางไว้โดยดยุกหมูอ้วนได้

    และทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือเวลา

    “บุฮิ บุฮิ บุฮิต่อไปนี้พวกเจ้าจะต้องรับใช้ข้าตลอดเวลาไม่มีเวลาว่างแน่นอน”

    ดยุกอูลริกคว้ามารีอาและมาเรียที่ตัวสั่นมากอดจูบอย่างดูดดื่ม