ณ ห้องพยาบาลประจำโรงเรียน หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่คือห้องของนักเรียนชมรมแพทย์ โดยในห้องนั้นประกอบด้วยเตียงนอนหลาย 10 เตียง อุปกรณ์และหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ครบครัน ซึ่งตอนนี้ เคก็กำลังนั่งเฝ้าตูนที่นอนสลบอยู่บนเตียงอย่างไม่ห่าง
จากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มร่างเล็กก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะเบิกโพรงขึ้นและเด้งตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียง
“อย่าเข้ามานะยัยราชินีปีศาจ!!!!” เขายกมือยกไม้ขึ้นบังหน้ามาราวกับว่ากำลังปกป้องตัวเองจากอะไรบางอย่าง
ดูเหมือนว่าเขาจะฝันร้ายถึงใครบางคนที่โหดร้ายเอามาก ๆ จนถึงขั้นตั้งฉายาให้ว่า ราชินีปีศาจ
“ฝันร้ายเหรอเ้าเปี๊ยก” เด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดูไม่ค่อยใกับปฏิกิริยาของตูนซักเท่าไหร่และยังหน้าตายเหมือนเดิม
“อ๊ะ!เ้าอัจฉริยะ!ฉันจำได้ว่าฉันชนะนายแล้วหนิ!?หรือยังไม่ชนะหว่า…?โอ๊ะ!แต่หมัดสุดท้ายนั่นฉันมั่นใจว่ามันต้องโดนนายเต็ม ๆ แน่นอน!- เอ๊ะ!หรือไม่โดนหว่า...? แล้วฉันมานอนอยู่ตรงนี้ได้ไงล่ะเนี่ย…?”
ตูนที่สติกลับมายังไม่ครบร้อย ก็ได้แต่นั่งงงงวยเถียงกับตัวเองอยู่บนเตียง ทำให้เคผู้มาดเข้มที่เปรียบเสมือนเสือยิ้มยากฉีกยิ้มออกมาเบา ๆ
“หึ นายนี่ตลกชะมัด-- หมัดสุดท้ายนั่นน่ะ ถ้าฉันโดนเข้าไป คนที่ต้องนอนอยู่บนเตียงคงไม่ใช่นาย แค่จะเป็ฉันแทนต่างหาก... แล้วก็ ไอ่คนที่เอาไม้ฟาดนายน่ะเป็รุ่นพี่ในชมรมของฉันเอง ฉันขอโทษด้วยนะ”
“งั้นแสดงว่าถ้าฉันไม่โดนไม้ฟาดซะก่อน ฉันก็เป็ฝ่านชนะน่ะสิใช่ไหม!?”
“-อา”
“ไชโย!!!!”
เด็กหนุ่มดีใจที่ได้รับชัยชนะ ก็รีบลงจากเตียงและะโโลดเต้นไปมามาราวกับเด็กน้อยที่พึ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่พ่อแม่ซื้อให้
“งั้นตามที่สัญญาไว้ ว่านายจะตอบคำถามฉันทุกคำถามถ้าฉันชนะ และตอนนี้ฉันจะถามแล้วนะ!!”
“อา ถามมาสิ”
ตูนที่กำลังะโโลดเต้นไปมาก็ได้หยุดชะงักลงทันที เด็กหนุ่มมองตรงมาที่เคจนทำให้เครู้สึกได้ทันทีเลยว่าบรรยากาศรอบตัวที่แผ่ออกมาจากตัวของตูนนั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
“ทำไมนายถึงยังอยู่กับพวกขยะพวกนั้นอยู่อีกล่ะ ไอ่พวกขยะที่วัน ๆ เอาแต่สร้างปัญหานั่น นายมีความเกี่ยวข้องยังไงกับพวกมันกันแน่ ทำไมถึงต้องคอยรับใช้คอยทำตามคำสั่งพวกมันอยู่ได้-- นายคนเดียวก็จัดการพวกนั้นทั้งหมดได้โดยไม่ยากเย็นอะไรอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง- ตอบฉันมาสิ”
ถึงแม้ที่คำถามที่ตูนถามออกมามันจะดูเหมือนกับพยายามเข้าไปยุ่งเื่ส่วนตัวของเคก็ตาม แต่ด้วยที่เคี่มีความเป็ลูกผู้ชายมากพอและเป็คนรักษาคำพูด เขาจึงไม่อาจผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับตูนได้
“...ที่บ้านของฉันเป็ค่ายมวยน่ะ และพ่อของฉันก็เป็เ้าของค่ายมวยที่นั่น พ่อและฉันช่วยกันสร้างค่ายมวยนี้ขึ้นมาด้วยกัน 2 คน จากที่ไม่มีอะไรเลยก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น... จากที่มีอยู่แค่ 2 คน ก็เพิ่มมาเป็ 4 จาก 4 ก็เพิ่มมาเป็ 8 และก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอรู้ตัวอีกทีค่ายก็มีคนเต็มอยู่ทุกวัน มีคนเข้ามาเรียนมวยทุกวันไม่ขาดสาย และเงินที่ได้มาก็มากพอที่สามารถส่งฉันจนเรียนจบม.6 ได้สบาย...”
ตูนที่ใจร้อนคิดว่าเค้าจะมาขิงกิจการที่บ้านของเขาให้ฟังก็เริ่มแสดงอาการหัวร้อนออกมา
“ฉันให้นายเล่าเื่เกี่ยวกับไอ่นักเลงพวกนั้นต่างหาก!!ไม่ได้ให้มาขิงค่ายมวยของตัวเองนะ!!” พูดจบตูนก็ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกแสดงอาการไม่พอใจ
“ก็กำลังจะเล่านี่ไง ใจเย็น ๆสิเ้าเปี๊ยก”
“หยุดเรียกฉันว่าเ้าเปี๊-” ตูนพูดไม่ทันจบอีกฝ่ายก็เริ่มเล่าต่อ
“...จนกระทั่งวันที่ฉันมีนัดขึ้นชกครั้งสำคัญกับค่ายมวยอีกค่ายหนึ่งที่ใหญ่ไม่แพ้กัน... มันก็คือค่ายมวยของเสี่ยเน่า ผู้เป็เสี่ยใหญ่ในวงการมวย และเป็พ่อแท้ ๆ ของ เอิร์ธ คนที่เอาไม้ฟาดนายเมื่อกี้ไงล่ะ- ไอ่เสี่ยเน่ามันได้ใช้ให้ลูกน้องของตัวเองใส่ถุงมือและแอบสลับเปลี่ยนขวดน้ำของฉันกับขวดน้ำของนักมวยฝั่งมัน และมันก็ได้วางยานักมวยตัวเองลงในขวดน้ำที่มีรอยนิ้วมือพ่อฉันอยูููู่ จากนั้นมันก็เริ่มโวยวายว่านักมวยของมันโดนวางยาจนต้องยุติการชก และตำรวจก็สรุปออกมาว่าเป็ฝีมือพ่อของฉันทั้ง ๆ ที่มันเป็คนทำเองทั้งหมด-- ในขณะที่พ่อของฉันกำลังจะโดนจับ มันก็ได้เสนอหน้าเข้ามาทำทีว่ามาช่วยคุยกับตำรวจให้พ่อฉันพ้นคดี แต่ที่จริงแล้วทั้งมันทั้งตำรวจสมรู้ร่วมคิดกันั้แ่แรกอยู่แล้ว”
“-โห~ นายนี่รู้ละเอียดจังเลยเนาะ”
“เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งพูด ฉันยังเล่าไม่จบ เหลืออีกนิดหนึ่ง”
“-เค”
“และจากวันนั้นชื่อเสียงของค่ายมวยของเราก็แย่ลงเรื่อย ๆ คนที่เคยเข้ามากันอย่างไม่ขาดสายก็เริ่มทยอยกันออกไปจนสุดท้ายก็กลับมาเหลือฉันกับพ่อแค่ 2 คนเหมือนเดิม เงินที่เคยมีมากมายก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ เงินที่เหลืออยู่ก็เพียงพอสำหรับใช้จ่ายประจำวันเท่านั้น จนฉันตัดสินใจแขวนนวมและจะไม่เรียนต่อ ม.4 แล้ว จะออกไปหางานทำแทน-- แล้วทำไมฉันต้องมาเล่าให้นายฟังซะละเอียดแบบนี้ด้วยเนี่ย...”
ตูนที่เห็นว่าเคไม่ใช่คนไม่ดีอะไรและกำลังไปได้สวยในอาชีพแต่กลับต้องมาพังพินาศกับไอ่คนเลว ๆ และตำรวจเลว ๆ ที่กำลังใช้เงินกันอย่างสบายใจ จึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
“แล้วนายอยากกลับไปต่อยมวยไหมล่ะ?”
การที่ตูนพูดแบบนี้ออกมามันเหมือนกับว่าตูนสามารถช่วยเคให้กลับไปต่อยมวยได้ แต่ว่าแค่เด็ก ม.3 ตัวเล็ก ๆ จะไปทำอะไรได้ เพราะปัญญาหาแบบนนี้ ผู้ใหญ่บางคนยังเอาตัวแทบจะไม่รอด
“เหอะ... แล้วนายจะทำยังไงล่ะ จะไปต่อยตำรวจงั้นเหรอ? จะไปต่อยไอ่เสี่ยเน่างั้นเหรอ? เดี๋ยวก็ได้ติดคุกหัวโตซะหรอกเ้าบ้า”
หารู้ไม่ สิ่งที่เคตอบกลับมานั้น ตูนไม่ได้สนใจเลยซักนิดเดียว
“บอกให้ตอบ ก็ตอบมาเหอะน่าา...! ปัดโถ่...! เดี๋ยวปั๊ดทุ่มด้วยกล่องยา...”
เคเงียบไปซักพักก่อนที่จะยิ้มและตอบกลับมาอย่างภาคภูมิ
“มันก็ต้องอยากอยู่แล้วสิวะ เ้าเปี๊ยก แต่ก็นะ... ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำฝันตัวเองให้เป็จริงหรอก...”
พูดจบเคก็ทำท่าว่าจะลุกออกไปเก็บกระเป๋า ก่อนที่ตูนจะบ่นหมุบหมิบเบา ๆ ออกมา
“นั่นก็เพราะนายว่านายชอบแบกรับอะไรคนเดียวต่างหากล่ะเ้างั่ง”
“หืม...? เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ....? "
“เปล๊าา... ฉันแค่บอกว่าฉันจะกลับบ้านแล้ว” พูดจบเด็กหนุ่มควักโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดู ทันทีที่เขาเห็นจอโทรศัพท์ หน้าก็ของเขาก็ซีดเป็ไก่ต้มและมือไม้ก็เริ่มสั่นทันที เพราะสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอคือสายที่ไม่ได้รับจาก ‘ราชินีปีศาจ’ 39 สาย และสายที่ 40 ก็กำลังโทรเข้ามาพอดีแบบสด ๆ ร้อน ๆ
“หะ-เห้ย... เ้าเปี๊ยก... นายโอเคไหม ทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ ยังไม่หายดีเหรอ” ตูนไม่พูดอะไรซักคำและรีบเก็บข้าวของด้วยท่าทางร้อนรนสุดขีด และเขาได้วิ่งออกไปพร้อมกับพูดทิ้งท้ายไว้
“เดี๋ยวนายได้กลับไปต่อยมวยแน่นอนฉันรับประกัน แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปแล้ว... ไว้เจอกันน้าา..า...า.” เสียงของตูนค่อย ๆ เบาลงตามระยะทางที่วิ่งไกลออกไป เคที่อยู่นั่งอยู่ในห้องพยาบาลก็ทั้งอึ้งทั้งงงเพราะไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนในชีวิต
“ฮะ ๆ อะไรกันเ้าบ้านั่น... คนแบบนี้ก็มีด้วยแฮะ... พึ่งต่อยกันอย่างเอาเป็เอาตายมาแท้ ๆ แต่ยังลุกขึ้นมาวิ่งปร๋อได้ขนาดนั้น พลังงานเหลือล้นจริง ๆ -- เอาล่ะ เราเองก็กลับบ้านบ้างดีกว่า” และเคก็ลุกออกจากห้องไป พร้อมกับเสียงซุบซิบของนักเรียนชมรมแพทย์แถวนั้น
“มึงงเห็นป่ะ~ เคยิ้มด้วยอ่ะมึงง~ หล่อมากกแม่~ อยากได้เป็xัวเลยย”
“ไปต่อท้ายแถวเลยค่ะอีดอก~ อย่าแรดให้มันมากนะอีกะเทย!”
“ว๊ายยย! มึงสิอีกะเทย!”
“มึงสิกะเทย!!” และทั้ง 2 ก็เริ่มหยุมหัวกันกลางห้องพยาบาล จนในเวลาต่อมาคลิปที่ทั้งคู่ทะเลาะกันก็ได้เป็ไวรัลบนโซเชียลและกลายเป็คลิปตลกประจำโรงเรียน
...
ทางด้านของตูนที่วิ่งแจ้นออกมาจากห้องพยาบาลก็ได้มาถึงหน้าโรงเรียน และได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าสาวสวย ม.ปลาย สูงยาวเข่าดีคนหนึ่งที่ดูท่าทางอารมณ์จะไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่
“แฮ่ก...แฮ่ก... มะ-มาแล้ว... กลับกันเลยไหมเจ๊...”
“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วฮะ!!! โทรไปทำไมไม่รับ!! มัวไปวิ่งเล่นที่ไหนมา! และแผลบนหน้านั่นอะไร...!? ไปมีเื่กับใครมา! บอกให้ทำตัวดี ๆ ไง!- แล้วหาเพื่อนได้บ้างรึยัง!? (ฉอด ๆ ๆ ๆ ๆ) ”
และเจ๊คนที่กำลังบ่นตูนรัวยิ่งกว่าปืนกลอยู่นี่ก็คือ ‘กระต่าย’ หรือ ‘ต่าย’ เป็พี่สาวแท้ ๆ ของตูนนั่นเอง- ส่วนสูง 175 เรียนอยู่ชั้น ม.6 เป็หนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียน
“โอ๊ย ๆ ๆ ๆ เลิกบ่นได้แล้วน่า! เจ็บหูหมดแล้ว!”
“ว่ายังไงนะ!!!”
และสองพี่น้องคู่นี้ ก็ได้ฟาดปากกันตลอดทางจนถึงบ้าน...
...
หลังจากที่ตูนได้เปิดอกพูดคุยกับเคในห้องพยาบาลครั้งนั้น ก็ได้ผ่านไปหลายอาทิตย์-- ทั้ง 2 คนเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น จนทำให้นักเรียนในโรงเรียนต่างก็งงเป็ไก่ตาแตก เพราะเมื่อตอนนั้นพวกเขากำลังจะต่อยกันกลางโรงอาหารอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมาพูดคุยกันปกติเหมือนกับที่คนเป็เพื่อนเขาคุยกัน...
“นี่เ้าเปี๊ยก ่นี้ระวังตัวด้วยนะ ดูเหมือนว่าไอ่เอิร์ธและลูกน้องของมันกำลังวางแผนจะทำอะไรบางอย่างอยู่ และคอยดูเพื่อน ๆ ในชมรมของนายให้ดี ๆ ด้วย...”
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่าเ้าสกินเฮด เดี๋ยวฉันคนนี้จะใช้หมัดตะปู 50 ดอกรวดซัดพวกมันให้ร่วงเอง ฮ่า ๆ ๆ!!”
“หมัดตะปูบ้าอะไรของแกฟะ? - เอาเป็ว่าระวังตัวด้วยแล้วกัน ฉันไปล่ะ"
ถึงแม้ว่าตูนจะพูดจาติดตลกออกไปแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วก็รู้อยู่แก่ใจว่า่นี้พวกลูกน้องของเอิร์ธทมาด้อม ๆ มอง ๆ เขาและเพื่อน ๆ โดยเฉพาะโบว์และพลอยที่เป็ผู้หญิงเพียง 2 คนในกลุ่ม
จนกระทั่งสัญญาณกริ่งครั้งสุดท้ายของวันได้ดังขึ้น นักเรียนทุกคนต่างดีใจที่กันยกใหญ่ราวกับคนไทยตอนที่ ร.5 ประกาศเลิกทาส แต่รู้หรือไม่ว่าเสียงกริ่งที่ทุกคนต่างสรรเสริญนี้ เป็สัญญาณเริ่มต้นแผนการบางอย่างที่เลวร้ายมากพอที่จะสามารถทำลายชีวิตของใครคนหนึ่งลงเพียงชั่วข้ามคืน...
- ณ ห้องชมรมคอสเพยล์ -
หลังจากเลิกเรียนตูนมักจะมาที่ห้องชมรม และทุกครั้งที่เขาเข้ามาในห้อง ก็มักจะเจอกับเพื่อน ๆ ทุกคนกำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเป็ประจำ แต่ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป ทันทีที่ตูนเข้ามา ห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวกลับเงียบสนิท ซึ่งถือเป็เื่ที่แปลกมากสำหรับเขา เพราะทุกครั้งที่ใครก็ตามที่ไม่ว่างจะเข้ามาในห้องก็มักจะพิมข้อความทิ้งไว้ในแชทกลุ่ม แต่ครั้งนี้กลับไม่มีใครทิ้งข้อความอะไรไว้ให้เลย
“อ่าว... หายไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย...” ตูนบ่นออกมาพลางหย่อนก้นลงบนเก้าอี้
เด็กหนุ่มนั่งเหม่ออยู่ที่เดิมราว ๆ 5 นาทีได้ ก่อนที่เขาจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาและทักแชทไปในกลุ่ม
[ทุกคนหายไปไหนกันหมด]
และเขาก็อ่าน Webtoon รอข้อความตอบกลับ
ผ่านไป 10 นาที ก็ยังไม่มีข้อความเด้งกลับมา ตูนจึงกลับเข้าไปดูในกลุ่มแชทอีกครั้ง ก็พบว่ายังไม่มีใครอ่านข้อความของเขาซักคนเลยด้วยซ้ำ
“ถ้ายังไม่มีใครมาฉันจะกลับบ้านแล้วนะ!!”
1 ชั่วโมงผ่านไป ก็ยังไม่มีใครมา จนเด็กหนุ่มหมดความอดทน เขาจึงลุกออกจากห้องและตัดสินใจตรงกลับบ้าน แต่เขาก็ต้องหยุดลงทันทีเมื่อเห็นเด็กชายร่างอ้วนกำลังวิ่งเข้ามาจากที่ไกล ๆ ในสภาพอิฐโรยเต็มที่
“ตะ-ตูน... แฮ่ก... ช่วยคุณโบว์... กับพลอยด้วยขอรับ...”
พูดจบ โอมก็ล้มฟุบลงไปกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มจึงวิ่งเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็วและเริ่มถามถึงรายละเอียดทันที
“ช่วยอะไร!!? พี่โบว์กับพลอยอยู่ที่ไหน!!? เกิดอะไรขึ้น!!?”
และโอมก็สลบลงไปก่อนที่จะได้คำตอบกลับมา...
.
.
.
.
.
แต่มีหรือที่ตูนจะยอมให้เป็เช่นนั้น เด็กหนุ่มได้ทำการแบมือขวาของตัวเองออกมา และละเลงลงไปที่ใบหน้าของโอมดั่งพายุที่ซัดกระหน่ำ
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ!
“เกิดอะไรขึ้น!!? นี่! ตื่นขึ้นมาตอบฉันก่อนสิ ฮยองซอกน้อย!” (ปาร์ค ฮยองซอก : LOOKISM)
แต่โอมก็ยังคงไม่ตื่น ตูนจึงละเลงต่อ
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ย- หมับ!!
โอมที่ได้สติกลับมาก็ได้คว้าแขนของตูนไว้เพื่อให้อีกฝ่ายหยุดตบหน้าเขาซักที
“พอแล้วขอรับ กระผมตื่นแล้ว- แสบหน้าไปหมดแล้วขอรับ”
“ตอบฉันมาสิฮยองซอกน้อย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่โบว์และพลอย!!”
“คือว่าตอนที่กระผมกำลังจะไปหาอะไรกินที่เซเว่น กระผมบังเอิญไปได้ยินพวกชมรมมวยไทยมันคุยกันเข้าน่ะครับ!”
-ก่อนหน้านี้ 10 นาที ที่บริเวณเซเว่นในโรงเรียน-
โอมที่พึ่งกวาดขนมทั้งชั้นใส่ลงตระกร้าในมือมาหมาด ๆ เพื่อที่จะไปเซอไพร์เพื่อน ๆ ในชมรม ก็กำลังยืนต่อคิวเพื่อรอจ่ายเงิน แต่ในระหว่างที่รอก็ได้มีนักเรียนชาย 2 คนเดินเข้าและมาหยุดอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์
“แม่ง... อี 2 ตัวนั้นดิ้นชิบหายเลยสัส หน้าตาก็สวยหุ่นก็ดีไม่น่าไปอยู่ในที่เอ๋อ ๆ แบบนั้นเลย เสียดายของชิบหาย ถ้าพวกมันอยู่ไปชมรมเดินแบบหรือชมรมที่ดีกว่านี้คงไม่โดนแบบนี้หรอกกูว่า”
“ทำเป็พูดดี ไอ่สัส มึงก็อยากจัดเหมือนกันไม่ใช่ไง๊ รีบ ๆ ซื้อ รีบ ๆ ไปได้ละ เดี๋ยวพี่เขารอนาน”
“เออ ๆ นี่ไงหาเจอละ ฟรีไซต์ 4 กล่อง”
หนึ่งในนักเลงหยิบถุงยางขนาดฟรีไซต์ 4 กล่องขึ้นมาและมาแทรกหน้าของโอมที่กำลังถึงคิวจ่ายเงินพอดี พอพวกมันจ่ายเงินเสร็จก็เดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย ไม่รู้สึกผิดหรือทุกข์ร้อนอะไรกับสิ่งที่ตัวเองพึ่งทำลงไป
“แล้วถ้าไอ่เปี๊ยกนั้นเข้ามายุ่งอีกจะทำไงวะ มึงก็เห็นตอนที่มันต่อยกับไอ่เคแล้วหนิ ที่กุเคยเห็นนอกจากไอ่ ‘ไบรท์’ แล้วก็มีแม่งคนเดียวนี้แหละที่สู้กับเคได้ขนาดนั้น”
“มึงไม่ต้องห่วง... เื่นั้นพี่เอิร์ธเขาเตรียมการไว้แล้ว ได้ยินว่าพี่แกเล่นเรียกพวกของที่อยู่นอกโรงเรียนเข้ามาด้วย ถึงแม้จะเก่งขนาดไหนก็สู้คน 20 กว่าคนด้วยตัวคนเดียวไม้ได้หรอกสัส- รีบ ๆ ไปได้ละ เดี๋ยวมืดซะก่อน ตึกร้างนั่นยิ่งมีประวัติอยู่ด้วย กุไม่อยากโดนผีหลอกตอนทำอยู่นะไอ่เxร”
ว่าจบ นักเลงทั้งก็เดินออกจากเซเว่น แว๊นรถท่อดังออกไป
โชคดีที่พวกมันมัวแต่คุยกันจนไม่ทันสังเกตุเห็นโอมที่ยืนอยู่ตรงนั้น โอมที่ได้ยินก็อยู่ในสภาพที่เหงื่อโชกเต็มหน้า เขารีบทิ้งตะกร้าที่อัดแน่นไปด้วยขนมและวิ่งไปที่ห้องชมรมทันทีโดยมีความหวังเล็ก ๆ ว่าตูนจะยังไม่กลับบ้าน
ตัดมาที่ปัจจุบัน ตูนที่รู้เื่ราวทุกอย่างแจ่มแจ้งก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่าโบว์และพลอยถูกลักพาตัวไปทำมิดีมิร้ายโดยพรรคพวกของเอิร์ธและบอล
“ได้เลย! เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“ดะ-เดี๋ยวก่อนขอรับ พวกมันมีกันเยอะ ถึงแม้ว่าคุณจะเก่งเค่ไหนก็ตามแต่ครั้งนี้คุณอาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้นะขอรับ”
ตูนนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่จะหันมาฉีกยิ้มให้โอม
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่าฮยองซอกน้อย เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ว่าจบเด็กหนุ่มก็วิ่งแจ้นออกไปทันที
“ระวังตัวด้วยนะครับ!!! แล้วกระผมกับเบลจะตามไป!!! แล้วก็เลิกเรียกผมว่าฮยองซอกน้อยด้วย!!!”
...
บริเวณตึกร้างหลังโรงเรียน ได้มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นมารวมตัวกันมากกว่า 20 คน หรือจะเรียกว่ามั่วสุมก็ได้ มีทั้งพวกที่อยู่ในชุดลำลองและอยู่ในเครื่องแบบของโรงเรียนปะปนกันไป โดยที่แต่ละคนนั้นมีทั้งรอยสักนอกร่มผ้า สูบบุหรี่ ะเิหู และยังกินเหล้ากินเบียร์กัน เป็เพราะอิทธิพลของพ่อเอิร์ธทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 สามารถซื้อดหล้าเบียร์ได้โดยไม่มีความผิดอะไร
ในบริเวณข้างในตึก ได้มีนักเรียนหญิง 2 ที่อยู่ในสถาพสะบักสะบอมกำลังถูกมัดมือไว้ไม่สามารถขัดขืนได้ และถึงแม้จะพยายามวิ่งฝ่าออกไป ก็จะต้องไปเจอกับพวกที่อยู่ด้านนอกอีกเป็ขโยง เรียกได้ว่าพวกเธอหมดหนทางหนีโดยสิ้นเชิง
“เคี๊ยก ๆ ๆ ๆ อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะได้สนุกกันแล้วนะจ๊ะสาว ๆ~” เ้าของเสียงหัวเราะสุดหน้าขยะแขยงที่คุ้นหูแสยะยิ้มออกมาด้วยความหื่นกระหาย
“คอยดูเถอะไอ่พวกสารเลว! ถ้าพวกฉันออกไปได้พวกแกได้ติดคุกหัวโตแน่!!!” โบว์ตวาดกลับโดยไร้ซึ่งความกลัวใด ๆ พลอยที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็มองตาแข็งไร้ความกลัวเช่นกัน
“ที่พวกแกกำลังทำอยู่มันคือการก่ออาชญากรรมแล้วนะรู้ไว้ซะด้วย ไอ่พวกสารเลว ตอนที่คลอดออกมาพวกแกลืมความเป็คนไว้ในท้องแม่หรือไง?” พลอยที่เงียบมาตลอดเริ่มตอบโต้
“ดี~ ปากร้ายอย่างนี้แหละพี่ชอบ~” ดูเหมือนว่าไอ่เอิร์ธมันจะไม่สำนึกเลยสักนิดเดียว
นี่ขนาดอยู่แค่ ม.6 ยังเลวได้ขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าถ้าจบออกไปจะเป็ภัยสังคมขนาดไหน
“เห้ย!! เมื่อไหร่พวกแม่งจะมาวะ!! แค่ไปซื้อถุงยางแค่นี้เอง นานชิบหาย!!”
“เดี๋ยวผมโทรตามให้ครับพี่รอแปปหนึ่-”
“เฮ้ย ไม่ต้อง กูี้เีรอละ ไม่ต้องใส่แม่งเลยละกัน! เดี๋ยวกุทำเสร็จพวกมึงก็ต่อคิวกันเข้ามาเลยนะ บอกไอ่พวกด้านนอกนั้นด้วย”
เอิร์ธกระโจนเข้าไปหาโบว์และพลอยทันทีและพยายามจะปลดเสื้อผ้าของเธอทั้ง 2 ออก พวกลูกน้องที่อยู่ข้าง ๆ ต่างพากันยิ้มเยาะชอบใจและเอามือถือขึ้นมาถ่าย นี่เป็ส่วนหนึ่งของแผนการของมัน ด้วยความที่ในตึกร้างค่อนข้างมืดทำให้เห็นหน้าผู้กระทำไม่ชัด มันจึงตั้งใจจะให้พวกลูกน้องของเรียกตนว่าเค เพื่อที่จะให้คนที่มาเห็นคลิปนี้เข้าใจว่าเค อัจฉริยะตกอับ เป็คนข่มขืนโบว์กับพลอย และหมดอนาคตทันที
ร่างของเด็กหญิงทั้ง 2 ต่างพยายามดิ้นขัดขืนด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของเอิร์ธได้
ในระหว่างที่เอิร์ธกำลังจะถลำลึกไปมากกว่านี้นั้นเอง
แชะ!!!!
เสียงถ่ายรูปจากมือถือที่มาพร้อมกับแสงแฟรชสว่างจ้าไปทั่วห้อง ทำให้ในรูปนั้นเห็นหน้าของทุกคนได้อย่างชัดแจ๋ว และเ้าของแสงแฟรชนั้นก็คือ ตูน ที่กำลังอัดวิดิโอทุกอย่างจากหน้าต่างด้านนอก
“ว้าว~ นี่นะครับ เอิร์ธลูกของเซียนมวยชื่อดังกำลังข่มขืนเด็กสาวบริสุทธิ์ไร้ทางสู้พร้อมกับผู้สมรู้ร่วมคิดกว่า 10 คน... ช่างเป็ขยะสังคมอะไรเช่นนี้... แต่ไม่เป็ไรแล้วล่ะ... ผู้หญิง 2 คนนั้นปลอดภัยแล้ว ทำไมน่ะเหรอ เพราะฉันมาแล้วไง!” (ออลไมท์ : My Hero Academia)
เอิร์ธ บอล บาส โบส และพวกลูกน้องที่อยู่ตรงนั้นต่างเหวอแดกกันไปทั้งแถบทันทีที่เห็นหน้าของตูน โดยเฉพาะเอิร์ธที่เป็คนวางแผนทั้งหมดที่อาการออกมากกว่าใครเพื่อน
ได้ไง! ไอ่เอ๋อนี่เข้ามาได้ไง!? แล้วพวกข้างนอกอ่ะ อย่าบอกนะว่าโดนไอ่เอ๋อนี้เล่นหมดแล้ว!? ไม่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กำลังจะเข้าได้เข้าเข็มอยู่แล้วเชียว ต้องรีบจัดการมัน!! ต้องรีบจัดการมันเดี๋ยวนี้!
“พวกมึงยืนกันทำเหี้ยไรวะ!! รีบไปจัดการมันดิ!!! ใครจัดการมันได้เดี๋ยวกูเพิ่มเงินให้ เร็ว ๆ !!!”
สิ้นสุดคำสั่ง พวกนักเลง 10 กว่าคนก็วิ่งกรูกันเข้ามาหาตูนทันที แต่ดูเหมือนว่าประวัติจะซ้ำรอย พวกนักเลงถูกเด็กหนุ่มร่างเล็กเก็บร่วงไปทีละคน จนทำให้ บอล บาส โบส ต่างเกิดภาพแฟลชแบ็คและคิดเป็เสียงเดียวกัน
‘ทำไมเหตุการณ์แบบนี้มันคุ้น ๆ วะ...’
ผ่านไปไม่ถึง 5 นาที นักเลง 10 กว่าคนที่วิ่งกรูกันเข้าไปหาตูนเมื่อกี้ ต่างก็นอนระเนระนาดกันอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่เห็นแล้วก็อดอสงสารไม่ได้ ถึงแม้จะเป็คนชั่วก็เถอะ
ร่างเล็กค่อย ๆ เดินเข้ามาหาโบสที่เป็คนที่ตัวสูงใหญ่ที่สุด ก่อนที่เงยหน้าจ้องเข้าไปที่ดวงตาของอีกฝ่ายพลางแสยะยิ้มด้วยความเืร้อน
“ว่าไงไอ่สูง อยากจะรีแมตซ์ไหม... ให้เพื่อนของแกทั้ง 2 คนเข้ามาพร้อมกันด้วยเลยก็ได้นะ ฉันอนุญาต”
บอล บาส โบส ต่างนิ่งกระอักกระอ่วน จะตอบดีหรือไม่ตอบดี เพราะพวกเขาต่างก็เคยลิ้มรสมือและเท้าของตูนมาแล้วทั้งนั้น ยกเว้นโบส
ฉับพลัน เอิร์ธก็ได้ะโฟาดท่อนเหล็กลงมาจากทางด้านหลังเล็งเข้าที่ท้ายทอยของตูนเหมือนที่เคยทำ ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว
ร่างเล็กหมุนตัวเหวี่ยงหลังมือเข้าไปที่เบ้าหน้าของเอิร์ธเต็ม ๆ จนหน้ายู่ผิดรูป เอิร์ธที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศก็ได้กระเด็นออกไปก่อนที่ตกลงมาและล่วงไถลออกไปตามพื้น
“ไม่มีครั้งที่ 2 หรอกไอ่สวะ” ร่างเล็กกล่าวออกมาด้วยความแค้นเคืองเล็กน้อย
เด็กสาวทั้ง 2 ที่เป็เหยื่อ ต่างก็ใจชื้นขึ้นมาทันที ผิดกับเอิร์ธที่กำลังโมโหถึงขั้นขีดสุด
“มะ-แม่งเอ้ย!!! มึง 3 ตัวจะยืนนิ่งทำไมวะ จัดดารมันดิ๊!!!”
ทั้ง 3 เหงื่อโชกเต็มหน้า พวกมันได้แต่ยืนนิ่งมองตูนที่กำลังแก้มัดให้เด็กสาวทั้ง 2 ก่อนที่บอลจะตัดสินใจให้บาสวิ่งไปแบกร่างของเอิร์ธขึ้นมาและเริ่มวิ่งหนีออกจากตรงนั้น
“มึงจะทำอะไรไอ่บาส!! ปล่อยกูนะเว้ย!! แม่งเอ้ย! กูจะฆ่าพวกมันให้หมด! ปล่อยกู!!” เอิร์ธพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่สามารถทำได้จึงชี้นิ้วมาที่พวกตูนด้วยความอาฆาตและพูดทิ้งท้ายเอาไว้ “พวกมึง 3 ตัวจำเอาไว้ให้ดี กุจะตามมาฆ่าพวกมึงแน่!! พวกมึงทุกตัวต้องมากราบตีนร้องขอชีวิตกู!!! พวกมึงทุกตัวต้องตาย!!! ไอ่xัส!!!”
และพวกมันก็วิ่งหนีหายไป
“ขอบใจมากนะตูนน้องรัก!!” โบว์ดีใจมากซะจนโผเข้าไปกอดตูนโดยไม่รู้ตัว
“ขอบใจนะ” พลอยกล่าวขอบคุณสั้น ๆ เพราะความพูดไม่ค่อยเก่ง แต่ในใจเธอก็รู้สึกขอบคุณไม่ต่างจากโบว์
โบว์ที่ดีใจจนมากจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ก็ได้กอดรัดจนตูนหายใจไม่ออกจนเด็กหนุ่มเริ่มหน้าเขียวและกำลังจะม่วง
แต่ดีที่พลอยดึงเธอออกมาได้ทันเวลาพอดี ถ้าพลอยดึงโบว์ออกมาช้ากว่านี้นิดหนึ่งล่ะก็ ตูนก็คงได้แวะไปจิบน้ำชากับพระอินทร์แล้ว
“ว่าแต่นายทำได้ยังไงกัน แค่ไอ่พวกข้างนอกนั่นก็มีกัน 10 กว่าคนแล้ว แถมยังมีอาวุธครบมือกันอีกต่างหาก ถึงจะสู้เก่งแค่ไหนก็ไม่สารถจัดการนักเลง 20 กว่าคนได้ด้วยตัวคนเดียวได้อยู่แล้ว ถ้าทำได้ก็หลุดออกมาจาการ์ตูนแล้วล่ะ” พลอยถามด้วยความสงสัย หน้าของเด็กหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้ม
“ฮี่ ๆ พอดีได้เพื่อนช่วยไว้น่ะ” เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมกับโทรศัพท์ในมือที่กำลังส่งข้อความหาใครบางคน
บริเวณหน้าตึกร้าง ได้มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งรอคอยอะไรบางอย่าง โดยที่ตรงหน้าของเขานั้นมีร่างของแก๊งเด็กแว้นราว 10 กว่าคน นอนหมดสภาพระเนระนาด ไม่ต่างจากข้างใน คาดว่าไม่สามารถลุกขึ้นมาห้าวได้อีกไปหลายอาทิตย์ โดยเ้าของผลงานที่สามารถเอาชนะพวกมัน 10 กว่าคนได้ด้วยตัวคนเดียวจะเป็ใครที่ไหนได้ นอกจาก...
ปึคิ้ง! (เสียงเรียกเข้า Messenger)
[เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ ขอบใจที่มากนะที่มาช่วยน่ะ เ้าสกินเฮด!]
เค พ่อหนุ่ม Bad boy เป็คนจัดการพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวเพื่อเบี่ยงเบนจุดสนใจให้ตูนสามารถเข้าไปช่วยโบว์กับพลอยได้โดยไม่ต้องเสียแรงมาก
“หาวว~ กลับบ้านไปะโเชือกต่อดีกว่า~”
หลังจากที่เคจากไปได้ไม่นาน ก็ได้มีเสียงไซเรนรถตำรวจเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมกับโอมและเบลที่ติดมาด้วย พวกเด็กแว๊นและแก๊งนักเรียนนักเลงถูกจับเข้าโรงพักจนหมด โบว์และพลอยก็ตามไปให้การถึงที่โรงพักเช่นกัน และไม่พลาด ตูนได้งัดหลักฐานทุกอย่างที่อยู่ในโทรศัพท์ให้ตำรวจดู และรอดำเนินคดี แต่ว่าตูนก็ยังไม่ตกลงปลงใจว่าตำรวจจะเชื่อถือได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าตำรวจคนไหนบ้างที่โดนพ่อของเอิร์ธซื้อไป
เื่ในครั้งนี้ใหญ่มากจนออกข่าวไปทั่วประเทศในไม่กี่ชั่วโมงผนวกกับที่โรงเรียนมีชื่อเสียงมากเป็ทุนเดิมอยู่แล้วทำให้เื่ใหญ่ขึ้นไปอีก หลังจากวันนั้น เอิร์ธ บอล บาส โบส ก็ไม่โผล่หน้ามาที่โรงเรียนอีกเลย คาดว่าพวกมันไปกบดานอยู่ที่ไหนซักที่ รอให้เื่มันซาและให้พ่อของเอิร์ธจัดการกับทางตำรวจให้ จนกระทั่งปิดเทอมภาคเรียนแรก
ภายในห้องนอนที่ประดับไปด้วยกันพลา ฟิกเกอร์ และมังงะมากมาย มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าคอมพร้อมกับเอกสารกองโตที่เรียงรายกันอยู่บนพื้น
"เฮ้อ~ เสร็จสักที~" เขาบิดี้เีผสมกับเสียงบ่นปนดีใจ
“จะมามัวเสียเวลาไม่ได้แล้ว!”
พูดจบเด็กหนุ่มก็ได้นำโทรศัพท์ขึ้นมาและต่อสายตรงไปยังเบอร์ที่เม็มชื่อไว้ว่า ‘เ้าสกินเฮด’ ทันที
ตู๊ดดดด........ แกร็ก!
[ฮัลโหลว่าไง เสร็จแล้วเหรอ] ปลายสายถามเข้ามา
[เออ... เสร็จแล้ว หลักฐานการโกงและการคอรัปชั่นของมันและผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด... ได้เวลาสนุกแล้วสิงานนี้~] (เทเลทับบี้)