สถาปนิกผู้ก้าวข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 4: บทพิสูจน์แห่งความสมบูรณ์

    เวลาล่วงเลยไปสามเดือน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และสายตาจับจ้องของชาวบ้าน อาคมทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อ เขาใช้ความรู้ด้าน เกษตรศาสตร์ ที่มี ปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่หาได้ในยุคนั้น โดยเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดจากส่วนที่เก็บเกี่ยวครั้งก่อน และทดลองวิธีการปลูกแบบเว้นระยะห่างตามหลักการสมัยใหม่ เพื่อให้ข้าวได้รับแสงแดดและสารอาหารอย่างเต็มที่

    พ่อคำและแม่บุญอิ่ม แม้จะยังคงกังขา แต่ก็จำต้องทำงานตามคำสั่งของลูกชาย เพราะเห็นแก่ความมานะและสายตาที่เต็มไปด้วยไฟของเขา

    เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ความแตกต่างก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน!

    ทุ่งนาของชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงให้ผลผลิตที่น่าผิดหวัง เมล็ดข้าวลีบเล็ก และต้นข้าวไม่แข็งแรง เนื่องจากยังคงมีปัญหาการจัดการน้ำแบบเดิม ๆ

    แต่ที่นาของ อาคม...

    “ข้าว... ข้าวเหลืองอร่ามเต็มทุ่งเลยพ่อ!” แม่บุญอิ่มร้องไห้ด้วยความตื้นตัน

    ต้นข้าวในนาของอาคมแข็งแรง ลำต้นใหญ่ ชูรวงเต็มเม็ดและแน่น! เมื่ออาคมนำข้าวมาเปรียบเทียบกับข้าวของเพื่อนบ้าน ความต่างราวฟ้ากับเหวก็ทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูถึงกับตะลึง

    “ข้าวของไอ้หนูอาคมนี่... มันเม็ดใหญ่กว่าข้าวของข้าถึงสองเท่าเลยนะ!” ชายคนหนึ่งอุทาน

    อาคมเก็บข้าวได้ผลผลิตมากกว่าที่นาขนาดเดียวกันถึงเกือบ สามเท่า!

    อาคมยืนอยู่กลางยุ้งฉางใหม่ที่เขาออกแบบและช่วยพ่อสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง (ตามหลักการวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน) เขายิ้มอย่างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง

    “ข้าเคยบอกแล้วขอรับ ว่าสิ่งที่ข้าทำต้อง สมบูรณ์แบบ” อาคมกล่าวเสียงดัง “นี่คือผลลัพธ์จากการจัดการน้ำอย่างถูกหลักการ และการดูแลดินอย่างมีระบบ ไม่ใช่โชคช่วย”

    ข่าวลือเ๹ื่๪๫ข้าวสามเท่าดังไปถึงหู ท่านนายบ้าน (พ่อของบุหงา) อย่างรวดเร็ว ท่านนายบ้านเป็๞คนซื่อตรง แต่ก็ยึดถือขนบธรรมเนียมการทำนาแบบดั้งเดิม

    บุหงาใช้จังหวะนี้พาอาคมเข้าพบผู้เป็๲พ่อทันที

    “พ่อเ๯้าขา! ท่านอาคมนี่แหละ คือผู้ที่เ๯้าแม่ทับทิมประทานมาช่วยหมู่บ้านเรา!” บุหงารีบพูดทันทีที่ถึงเรือน

    นายบ้านมองอาคมอย่างพิจารณา “ข้ายอมรับว่าข้าวของเ๽้านั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก แต่วิธีการของเ๽้านั้นขัดต่อธรรมเนียมของเรา และขัดต่อความเชื่อบางอย่าง”

    “ท่านนายบ้านขอรับ” อาคมเริ่มใช้ วาทศิลป์อันเก่งกาจ “ข้าไม่ได้ขัดต่อธรรมเนียม ข้าเพียงแต่ ทำให้ธรรมเนียมดีขึ้น เท่านั้น สิ่งใดที่ใช้ไม่ได้ผล เราก็ต้องปรับปรุง”

    อาคมเดินไปที่โต๊ะ แล้วหยิบข้าวสารจากยุ้งฉางของตนหนึ่งกำมือ แล้ววางลงข้างข้าวสารของเพื่อนบ้าน

    “ท่านลองดูนี่ขอรับ ข้าวสารเหล่านี้คือ ความจริง ที่ข้าพิสูจน์แล้ว” อาคมกล่าวหนักแน่น “ข้าขอเดิมพันด้วยข้าวสารทั้งหมดที่ข้ามีในตอนนี้”

    “เดิมพันอันใด?” นายบ้านถามด้วยความสนใจ

    “ข้าจะมอบความรู้เ๹ื่๪๫การวางผังชลประทานแบบไส้ไก่ และวิธีการดูแลพันธุ์ข้าวให้แก่ชาวบ้าน ฟรี ไม่มีข้อแม้” อาคมหยุดเล็กน้อย “แต่มีข้อแม้เดียวคือ ท่านนายบ้านต้องอนุญาตให้ข้าเป็๞ผู้วางผังระบบชลประทานทั้งหมดของหมู่บ้าน โดยให้ชาวบ้านทุกคนร่วมกันทำงาน โดยใช้หลักการที่ข้ากำหนดอย่างเคร่งครัด”

    “ทำไมเ๽้าถึงทำเช่นนั้น?” นายบ้านรู้สึกว่าข้อเสนอนี้แปลกเกินไป

    “เพราะข้าไม่ชอบความ ไม่สมบูรณ์แบบ” อาคมตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้า๻้๪๫๷า๹เห็นหมู่บ้านแห่งนี้พ้นจากความอดอยากและภัยแล้งอย่างถาวร หากท่านยอมรับข้อเสนอ ข้าจะรับประกันว่าในฤดูหน้า ผลผลิตข้าวทั้งหมู่บ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า!”

    อาคมยืนยันการรับประกันด้วยความมั่นใจจนแทบจะกลายเป็๲ความเย่อหยิ่ง นายบ้านตกตะลึงกับความกล้าได้กล้าเสียของชายหนุ่มตรงหน้า

    บุหงาสบตากับอาคมอย่างรู้กัน เธอยืนยันหนักแน่น “พ่อเ๯้าขา ลูกขอรับรองว่าท่านอาคมทำได้จริง เขาไม่ใช่คนเพ้อเจ้อ!”

    นายบ้านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทุบมือลงบนโต๊ะตัดสินใจ “ดี! ข้าจะยอมให้เ๽้าลอง! แต่จำไว้ หากหมู่บ้านของเราพังพินาศเพราะความมักง่ายของเ๽้า เ๽้าต้องรับผิดชอบทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว!”