เวลาล่วงเลยไปสามเดือน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และสายตาจับจ้องของชาวบ้าน อาคมทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อ เขาใช้ความรู้ด้าน เกษตรศาสตร์ ที่มี ปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่หาได้ในยุคนั้น โดยเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดจากส่วนที่เก็บเกี่ยวครั้งก่อน และทดลองวิธีการปลูกแบบเว้นระยะห่างตามหลักการสมัยใหม่ เพื่อให้ข้าวได้รับแสงแดดและสารอาหารอย่างเต็มที่
พ่อคำและแม่บุญอิ่ม แม้จะยังคงกังขา แต่ก็จำต้องทำงานตามคำสั่งของลูกชาย เพราะเห็นแก่ความมานะและสายตาที่เต็มไปด้วยไฟของเขา
เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ความแตกต่างก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน!
ทุ่งนาของชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงให้ผลผลิตที่น่าผิดหวัง เมล็ดข้าวลีบเล็ก และต้นข้าวไม่แข็งแรง เนื่องจากยังคงมีปัญหาการจัดการน้ำแบบเดิม ๆ
แต่ที่นาของ อาคม...
“ข้าว... ข้าวเหลืองอร่ามเต็มทุ่งเลยพ่อ!” แม่บุญอิ่มร้องไห้ด้วยความตื้นตัน
ต้นข้าวในนาของอาคมแข็งแรง ลำต้นใหญ่ ชูรวงเต็มเม็ดและแน่น! เมื่ออาคมนำข้าวมาเปรียบเทียบกับข้าวของเพื่อนบ้าน ความต่างราวฟ้ากับเหวก็ทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูถึงกับตะลึง
“ข้าวของไอ้หนูอาคมนี่... มันเม็ดใหญ่กว่าข้าวของข้าถึงสองเท่าเลยนะ!” ชายคนหนึ่งอุทาน
อาคมเก็บข้าวได้ผลผลิตมากกว่าที่นาขนาดเดียวกันถึงเกือบ สามเท่า!
อาคมยืนอยู่กลางยุ้งฉางใหม่ที่เขาออกแบบและช่วยพ่อสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง (ตามหลักการวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน) เขายิ้มอย่างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง
“ข้าเคยบอกแล้วขอรับ ว่าสิ่งที่ข้าทำต้อง สมบูรณ์แบบ” อาคมกล่าวเสียงดัง “นี่คือผลลัพธ์จากการจัดการน้ำอย่างถูกหลักการ และการดูแลดินอย่างมีระบบ ไม่ใช่โชคช่วย”
ข่าวลือเื่ข้าวสามเท่าดังไปถึงหู ท่านนายบ้าน (พ่อของบุหงา) อย่างรวดเร็ว ท่านนายบ้านเป็คนซื่อตรง แต่ก็ยึดถือขนบธรรมเนียมการทำนาแบบดั้งเดิม
บุหงาใช้จังหวะนี้พาอาคมเข้าพบผู้เป็พ่อทันที
“พ่อเ้าขา! ท่านอาคมนี่แหละ คือผู้ที่เ้าแม่ทับทิมประทานมาช่วยหมู่บ้านเรา!” บุหงารีบพูดทันทีที่ถึงเรือน
นายบ้านมองอาคมอย่างพิจารณา “ข้ายอมรับว่าข้าวของเ้านั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก แต่วิธีการของเ้านั้นขัดต่อธรรมเนียมของเรา และขัดต่อความเชื่อบางอย่าง”
“ท่านนายบ้านขอรับ” อาคมเริ่มใช้ วาทศิลป์อันเก่งกาจ “ข้าไม่ได้ขัดต่อธรรมเนียม ข้าเพียงแต่ ทำให้ธรรมเนียมดีขึ้น เท่านั้น สิ่งใดที่ใช้ไม่ได้ผล เราก็ต้องปรับปรุง”
อาคมเดินไปที่โต๊ะ แล้วหยิบข้าวสารจากยุ้งฉางของตนหนึ่งกำมือ แล้ววางลงข้างข้าวสารของเพื่อนบ้าน
“ท่านลองดูนี่ขอรับ ข้าวสารเหล่านี้คือ ความจริง ที่ข้าพิสูจน์แล้ว” อาคมกล่าวหนักแน่น “ข้าขอเดิมพันด้วยข้าวสารทั้งหมดที่ข้ามีในตอนนี้”
“เดิมพันอันใด?” นายบ้านถามด้วยความสนใจ
“ข้าจะมอบความรู้เื่การวางผังชลประทานแบบไส้ไก่ และวิธีการดูแลพันธุ์ข้าวให้แก่ชาวบ้าน ฟรี ไม่มีข้อแม้” อาคมหยุดเล็กน้อย “แต่มีข้อแม้เดียวคือ ท่านนายบ้านต้องอนุญาตให้ข้าเป็ผู้วางผังระบบชลประทานทั้งหมดของหมู่บ้าน โดยให้ชาวบ้านทุกคนร่วมกันทำงาน โดยใช้หลักการที่ข้ากำหนดอย่างเคร่งครัด”
“ทำไมเ้าถึงทำเช่นนั้น?” นายบ้านรู้สึกว่าข้อเสนอนี้แปลกเกินไป
“เพราะข้าไม่ชอบความ ไม่สมบูรณ์แบบ” อาคมตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้า้าเห็นหมู่บ้านแห่งนี้พ้นจากความอดอยากและภัยแล้งอย่างถาวร หากท่านยอมรับข้อเสนอ ข้าจะรับประกันว่าในฤดูหน้า ผลผลิตข้าวทั้งหมู่บ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า!”
อาคมยืนยันการรับประกันด้วยความมั่นใจจนแทบจะกลายเป็ความเย่อหยิ่ง นายบ้านตกตะลึงกับความกล้าได้กล้าเสียของชายหนุ่มตรงหน้า
บุหงาสบตากับอาคมอย่างรู้กัน เธอยืนยันหนักแน่น “พ่อเ้าขา ลูกขอรับรองว่าท่านอาคมทำได้จริง เขาไม่ใช่คนเพ้อเจ้อ!”
นายบ้านเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทุบมือลงบนโต๊ะตัดสินใจ “ดี! ข้าจะยอมให้เ้าลอง! แต่จำไว้ หากหมู่บ้านของเราพังพินาศเพราะความมักง่ายของเ้า เ้าต้องรับผิดชอบทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว!”