ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 26 เสิ่นเลี่ยน

            “ออกเดินทางคืนนี้?หลินจือโมราอย่างนั้นหรือ”

            เสิ่นล่างเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงถามเสิ่นเสวียนสิ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือ จนถึงตอนนี้เสิ่นเสวียนยังจำเรื่องนี้ได้

            “ข้าบอกแล้วว่าจำเป็นต้องใช้”

            “ก็ได้ อย่างนั้นก็ออกเดินทางคืนนี้อย่างไรก็ตามข้าต้องเตือนเจ้าไว้ก่อน แม้พลังของเจ้าในตอนนี้มิได้ต่ำต้อย แต่คิดจะเก็บหลินจือโมราหาใช่เรื่องง่ายเจ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะกลับไปเตรียมตัวสักครู่”

            เสิ่นล่างกล่าวจบพลันเก็บข้าวของออกไป

            เมื่อเห็นเสิ่นล่างรีบร้อนออกไปอย่างนั้นเสิ่นเสวียนเข้าใจได้ทันทีว่าเสิ่นล่างไม่มีทางแสดงท่าทีแบบนั้นโดยไร้สาเหตุ เสิ่นล่างร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ก็พอจะทำให้รู้ได้ว่าการเก็บหลินจือโมราไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

            เสิ่นว่านซื่อกลับไปดูแลกิจการของตระกูลเสิ่นเสิ่นเสี่ยวเม่ยเพิ่งกินยาพักผ่อนอยู่ภายในเรือน เสิ่นเสวียนมองซ้ายมองขวา แล้วตัดสินใจไปเตรียมของเล็กน้อยไว้ใช้ในคราวจำเป็น

            เสิ่นล่างเคยบอกไว้ว่าหลินจือโมราอยู่ภายในปากปล่องภูเขาไฟตรงปากปล่องภูเขาไฟมีอุณหภูมิสูงมาก แม้ว่าเขาจะบ่มเพาะร่างห้าธาตุมาแล้วในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรทนน้ำทนไฟ แต่ร่าง ณ ปัจจุบันนี้ยังอ่อนแออยู่มาก

            เสิ่นเสวียนออกจากตระกูลเสิ่นมุ่งหน้าตรงไปยังร้านยาสมุนไพรของตระกูลเสิ่น

            เสิ่นจางเถ้าแก่ร้านยาสมุนไพรเห็นเสิ่นเสวียนกำลังมุ่งหน้ามาจึงพาลูกน้องออกมาต้อนรับโดยพร้อมเพรียงกัน “คารวะท่านผู้นำ”

            เป็นการต้อนรับที่แตกต่างกับเมื่อสองวันก่อนอย่างสิ้นเชิง

            แต่ก็แน่ชัดอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงนายน้อยเท่านั้นทั้งยังมีเสิ่นเหวินเทาคอยสอดส่องอยู่รอบๆ แม้เสิ่นจางจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเสิ่นเสวียนแต่ ณ ขณะนั้นเขาหาได้ชอบใจเสิ่นเสวียน ในความทรงจำของเขา เสิ่นเสวียนฝึกฝนถึงขั้นแม่ทัพได้ก็สูงมากเกินพอแล้วคิดไม่ถึงว่าจะเอาชนะหานเฟิงที่มีพลังขั้นบรรพบุรุษได้

            เสิ่นเสวียนไม่เพียงทำลายพลังของหานเฟิงเท่านั้นก่อนหน้านี้เขายังทำให้หานเตากลายเป็นคนเสียสติไปอีกด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ตระกูลหานได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจริงๆต่อให้โกรธแค้นเพียงใดก็มิกล้าแม้แต่จะปลดปล่อยออกมา

            อย่างน้อยที่สุด ท่าทีของตระกูลหานที่มีต่อตระกูลเสิ่นก่อนหน้านี้แม้แต่จะคิดยังมิกล้าคิดเลย

            ผู้นำตระกูลที่อายุยังน้อยเช่นนี้พวกเขาจะกล้าเพิกเฉยได้อย่างไร

            “ท่านลุงจางข้าต้องการสมุนไพรบางอย่าง”

            เสิ่นเสวียนยิ้มน้อยๆ ให้เสิ่นจางจากนั้นจึงส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ บนกระดาษแผ่นนั้นเขียนรายชื่อสมุนไพรทั้งหมดยี่สิบชนิดแต่ละชนิดมีมูลค่าไม่ธรรมดา ทั้งยังเป็นธาตุน้ำแข็งทั้งหมดอีกด้วย อย่างเช่น หญ้าผลึกน้ำแข็งหยาดน้ำค้างภูผาเยือกแข็ง หลินจือหยก และอื่นๆ

            “ท่านผู้นำสมุนไพรเหล่านี้ ในเมืองอวี่ฮว่าเหมือนจะไม่มีใครปรุงขึ้นมาได้เลย!”

            เสิ่นจางกล่าวขึ้นด้วยความลำบากใจสมุนไพรที่สามารถปรุงเป็นยาระดับสามได้เหล่านี้ แม้แต่ขั้นบรรพบุรุษยังยากที่จะปรุงให้มีสรรพคุณได้เลย

            “ไม่เป็นไรหรอกท่านลุงจางข้ามีวิธีใช้”

            แต่ก่อนเสิ่นเสวียนปรุงยามาแล้วมากมายจดจำวิธีการปรุงยาต่างๆ ได้ขึ้นใจ และยาที่เขาต้องการปรุงขึ้นก็คือยา ‘กายาเย็นเยือก’ ที่เป็นยาระดับสาม หลังจากกินเข้าไปแล้วจะแปรเปลี่ยนธาตุภายในร่างตนเองให้เป็นธาตุน้ำแข็งได้วิธีการนี้อาจทำให้เขาเข้าไปในปากปล่องภูเขาไฟได้นานขึ้น

            “ขอรับ ท่านผู้นำรอสักครู่ข้าจะไปจัดเตรียมให้”

            เสิ่นจางพยักหน้ารับคำในทันทีจากนั้นก็เข้าไปหลังร้านเพื่อจัดเตรียมสมุนไพร

            เสิ่นเสวียนนั่งรออยู่บนเก้าอี้ขณะนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก

            เสิ่นเลี่ยนนั่นเอง!

            เสิ่นเลี่ยนสวมชุดคลุมธรรมดาๆแบกหีบเดินเข้ามาจากด้านนอก พลันตะลึงงันเมื่อเห็นเสิ่นเสวียนอยู่ตรงหน้า

            “คารวะท่านผู้นำ”

            แม้ทั้งสองคนจะมีอายุห่างกันเพียงปีเดียวทว่าให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในรุ่นที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            “เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

            เสิ่นเสวียนมองเสิ่นเลี่ยนแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัยเสิ่นเลี่ยนปีนี้มีอายุสิบห้าปี เพียงแต่เขามีรูปร่างผอมและเตี้ย น่าจะสูงประมาณสี่ฉื่อแปดชุ่นส่วนเสิ่นเสวียนในขณะนี้มีความสูงถึงห้าฉื่อหนึ่งชุ่นแล้ว สูงกว่าอีกฝ่ายถึงครึ่งหัว

            “ท่านพ่อให้ข้ามา”

            เสิ่นเลี่ยนมองเสิ่นเสวียนด้วยแววตาหวาดกลัวเล็กน้อยเพราะท่านพ่อของเขาล่วงเกินเสิ่นเสวียนในหอประชุมก่อนหน้านี้ หากเสิ่นเสวียนเอาผิดจริงๆพวกเขาคงต้องแบกรับผลที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

            “ผู้อาวุโสหกให้เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

            เสิ่นเสวียนประหลาดใจมาก ด้วยพรสวรรค์ของเสิ่นเลี่ยนน่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากตระกูลเสิ่นหาใช่ออกมาเตร็ดเตร่อยู่ที่นี่

            “เอ่อ ข้า ข้า...”

            “เกิดเป็นชายต้องกล้าหาญอย่ามัวอ้ำอึ้ง ว่ามา”

            “วันนี้ท่านพ่อข้าล่วงเกินท่านผู้นำแต่เขาเพียงแค่ไม่เข้าใจในวิธีการของท่านผู้นำ ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินท่านเลย ท่านพ่อข้าบอกให้ข้ามาทำงานที่นี่พยายามอย่าเผชิญหน้ากับท่านผู้นำ เพื่อให้เรื่องนี้ค่อยๆ ซาลง” น้ำเสียงของเสิ่นเลี่ยนยังคงหวาดกลัว

            เพียงแต่ว่าเสิ่นเสวียนได้ยินน้ำเสียงนี้แล้วรู้สึกน่าขันยิ่งนัก

            เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือผู้อาวุโสหกผู้นี้กังวลว่าตนเองจะโดนเขาแก้แค้น อีกฝ่ายคิดพลาดไปจริงๆ

            ในเมื่อเขาบอกแล้วว่าจะทำให้เสิ่นเลี่ยนทะลวงไปถึงขั้นบรรพบุรุษภายในสองปีเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน

            “ตอนนี้พลังยุทธ์ของเจ้าอยู่ในขั้นไหน”

            “ขั้นปรมาจารย์ระดับสูง”เสิ่นเลี่ยนกล่าวพลางยิ้ม

            “ไม่เลวเลยทีเดียวอายุสิบห้าปีฝึกฝนถึงขั้นปรมาจารย์ระดับสูงแล้ว”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจในพรสวรรค์ของเสิ่นเลี่ยนที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายดูเป็นคนซื่อสัตย์มาก เขาชอบคนแบบนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ไว้วางใจได้พลังยุทธ์อาจมีขีดจำกัด แต่กลับมีจุดเด่นในด้านอื่นๆ

            “ช่วงนี้เจ้าทำงานที่นี่ไปก่อนค่อยเป็นค่อยไปจากจุดเริ่มต้น อีกสองวันข้ากลับมาแล้วจะพาเจ้าไป แล้วหลังจากนั้นเจ้าติดตามฝึกฝนอยู่กับข้าก็พอ”

            “ขอรับ!ขอรับ!”

            เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าทันทีก่อนหน้านี้เขาเองก็คิดว่าเสิ่นเสวียนเพียงคุยโวไปอย่างนั้น คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายต้องการจะช่วยให้เขาเลื่อนขั้นจริงๆยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าจะสำเร็จหรือไม่ในอนาคต แค่พลังของเสิ่นเสวียนก็เพียงพอที่จะเป็นแบบอย่างให้เขาได้แล้วได้ติดตามฝึกฝนอยู่กับต้นแบบของตนเอง นี่คือเรื่องที่แม้เป็นความฝันเขาก็อยากให้ฝันต่อไป

            “ท่านผู้นำข้าจัดของเรียบร้อยแล้ว นี่คือสมุนไพรที่ท่านต้องการ”

            ขณะนั้นเสิ่นจางเดินออกมาจากด้านหลังร้านส่งถุงใบหนึ่งให้เสิ่นเสวียน ถุงใบนั้นคือภาชนะสำหรับจัดเก็บสิ่งของทั่วๆ ไปของทวีปหลิงโซ่วภายในถุงแบบนี้เหมือนมีโลกใบหนึ่งบรรจุเอาไว้ เพื่อการพกพาที่สะดวกยิ่งขึ้น

            ส่วนที่มีระดับสูงขึ้นกว่านั้นก็คือแหวนแต่แหวนมีราคาสูงมาก คนทั่วไปยากที่จะหามาใช้ได้ ผู้ที่มีแหวนในตระกูลเสิ่นคือผู้จัดการและผู้อาวุโสส่วนเสิ่นเสวียนที่โดนขังมานานสามปี มีเพียงถุงเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ใบหนึ่งเท่านั้น

            เสิ่นเสวียนรับถุงใบนั้นมาแล้วใช้พลังจิตวิญญาณสัมผัสดูเล็กน้อยเพื่อให้แน่ชัดว่าของในนั้นคือสมุนไพรที่ตนต้องการจริงๆ ขณะที่เขาเตรียมจะออกไปจากร้านเขากลับหันไปหาเสิ่นเลี่ยน กล่าวอย่างสงสัยใคร่รู้

            “ไหนลองโจมตีใส่ข้าทีใช้พลังทั้งหมดที่มีออกมาเลย”

            “เอ๋? โจมตีท่านผู้นำอย่างนั้นหรือ” เสิ่นเลี่ยนรู้สึกประหลาดใจ

            “วางใจได้ เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอกโจมตีออกมาเถอะ”

            “ขอรับ”

            เสิ่นเลี่ยนเชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดีเขากัดฟันแน่น ไอพลังต่อสู้สีแดงเพลิงพลันปะทุออกมาจากฝ่ามือ จากนั้นจึงตบพลังฝ่ามือใส่หน้าอกของเสิ่นเสวียนอย่างจัง

            พลั่ก!

            ไอพลังต่อสู้บนฝ่ามือแตกสลายหายไปร่างของเสิ่นเสวียนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ขั้นปรมาจารย์คนหนึ่งยังทำอะไรเขาไม่ได้จริงๆ

            “พลังธาตุเพลิงระดับความบริสุทธิ์หกส่วน ไม่เลว”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าพลางกล่าวกับเสิ่นเลี่ยน“เด็กน้อย เจ้าทำได้ดีมากตั้งใจทำงานรอข้ากลับมารับเจ้า”

            เมื่อกล่าวจบเสิ่นเสวียนก็ก้าวออกจากร้านไป

            เหลือเพียงเสิ่นจางและเสิ่นเลี่ยนที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ตรงนั้น

            “เด็กน้อย?”

            เสิ่นจางไม่เข้าใจเลย เหตุใดคำนี้ถึงออกจากปากเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบหกปีคนหนึ่งได้

            ทว่าเสิ่นเสวียนไม่ได้กังวลกับสถานการณ์ภายในร้านยาสมุนไพรเลยเขากำลังมุ่งหน้ากลับไปยังลานหลังเขาตระกูลเสิ่นพร้อมสมุนไพรหลากชนิดอย่างสบายใจ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน