คฤหาสน์ของตระกูลวิลเบอร์ฟอร์สตั้งอยู่บนถนนสาย 47 ถึงแม้ว่าตามท้องถนนทั่วๆ ไปของนครนิวยอร์คจะจรัสเรืองด้วยแสงจากหลอดไฟฟ้า แต่ในย่านของถนนสาย 47 นี้ ยังคงตามไฟถนนด้วยตะเกียงแบบโบราณ
และในค่ำคืนนี้แสงจากตะเกียงนั้นดูเด่นเป็ดวงสีเหลืองเข้ม สาดประกายไปทั่วเอลซี่รู้สึกถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเธอนั่งนิ่งเงียบอยู่ระหว่างลุงกับป้าในรถประจำบ้าน ซึ่งวันนี้ ลุงเฮนรี่เป็คนขับ
“คุณพระ...นี่อะไรกันน่ะ?” เจนร้องอย่างใเมื่อมองเห็นภาพของขบวนรถที่จอดรายเรียงอยู่สองฟากฝั่งถนน
“สงสัยจะเชิญคนสักครึ่งนิวยอร์คละมัง”กอร์ดอนว่า
“คงจะเป็งานเป็งานใหญ่มากนะคะ”เอลซี่มองดูบรรดาแเื่ที่ได้รับเชิญในเครื่องแต่งกายชุดราตรีหรูหราที่กาลังทะยอยลงจากรถคันแล้วคันเล่าอย่างตื่นเต้น
“แหมพวกวิลเบอร์ฟอร์สจัดงานเสียใหญ่โตมโหฬารสงสัยจะให้ทั้งเคาท์กับเคาท์เตสนั่นประทับใจในความร่ำรวยให้ถึงที่สุดให้ได้”
“ก็ไม่เห็นจะน่าตำหนิเขาตรงไหนนี่นะ”กอร์ดอนตอบคำภรรยา “เราได้ต้อนรับเ้าชายรักรายรัสเซียกันทุกคืนเมื่อไหร่ล่ะ”
“โชคดีที่ยังไม่มีใครบ้าคิดทำอย่างนั้น”เจนชำเลืองสายตาคมปลาบเข้าไปภายใน “อ้อคุณอย่าลืมสั่งคนรถให้คอยดูเราเวลาขากลับด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหลงกันคนมากมายจริง ๆ ”
แสงไฟจากประตูด้านหน้าสาดสว่างไปทั่วมองเห็นพรมสีแดงสดที่ทอดจากบันไดด้านหน้าเข้าไปจนถึงห้องโถงกลางซึ่งภายในตบแต่งประดับประดาด้วยเครื่องเรือนอันมีค่าอัจกลับโคมไฟสาดแสงสว่างเรืองไปทั้งห้อง แจกันดอกไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงทุกมุมห้องเสียงสนทนาเสียงหัวเราะของบรรดาสุภาพบุรุษและสตรีในวงสังคมคละเคล้าอยู่ในเสียงดนตรีอ่อนหวาน
“เอลซี่ป้าเชื่อว่าคืนนี้หนูจะต้องสวยที่สุดในงานทีเดียว” ป้าสะใภ้กระซิบขณะที่ถอดเสื้อคลุมออกส่งให้พนักงานต้อนรับในห้องแต่งตัว“แต่สิ่งหนึ่งที่ป้าจะต้องเตือนก็คือหนูจะต้องลืมความสำคัญของเคาท์ อเล็กซานเดอร์ มาตินอฟ เสียให้หมด”
“แหมป้าคะ” เอลซี่หัวเราะเขิน ๆ
“ไม่ต้องหัวเราะ”เจนมองหน้าหลานสาวด้วยสายตาที่รู้ทันแต่งผมเสียให้เรียบร้อยจะได้ออกไปหาลุงข้างนอก อย่าลืมที่ป้าสั่งก็แล้วกัน”
เอลซี่เดินไปสำรวจตัวเองที่หน้ากระจกอีกครั้งก่อนที่จะเดินตามป้าออกไปยังห้องบอลรูมใหญ่ด้านหน้า
เอลซี่รู้สึกเหมือนจะเป็ลมดวยความตื่นเต้นขณะที่เดินตามลุงและป้ามาจนถึงแถวต้อนรับลุงกอร์ดอนพยักหน้าแย้มยิ้มทักทายกับใครต่อใครตลอดเวลาส่วนภรรยาของเขากำลังทอดสายตาไปรอบ ๆ อย่างไม่ใคร่พอใจอะไรบางอย่างนักเอลซี่กับมาจอรี่โบกมือทักทายให้กันอย่างตื่นเต้น
มิสซิสวิลเบอร์ฟอร์ส สตรีร่างอ้วนใหญ่ เ้าของบ้าน พอกเครื่องเพชรไว้พราวพรายไปทั้งร่างจับมือทักทายกับแเื่ทั้งหลายอย่างสดชื่นในขณะที่สามีร่างเล็กของเธอเพียงแต่ยิ้มเรื่อย ๆ อย่างใจเย็น ยืนแอบอยู่ข้าง ๆภรรยา เสียงมิสซิส วิลเบอร์ฟอร์สโอภาปราศรัยกับทุกคนด้วยสำเนียงฝึกไว้สำหรับการเข้าสังคมโดยเฉพาะจนถึงกลุ่มของ กอร์ดอน คูปเปอร์
“โอน่าดีใจเหลือเกินค่ะ คุณคูปเปอร์ที่กรุณามาร่วมงานคืนวันนี้ด้วย ขอบใจมากนะเจน เอ!แล้วนี่ใครกันล่ะ เอลซี่หรือนี่ ดูสิ สวยเสียจนป้าจำไม่ได้แน่ะ”
“ขอบคุณค่ะมิสซิสวิลเบอร์ฟอร์ส” เอลซี่ตอบด้วยเสียงอึกอักท่าทางขวยเขิน
ทันใดนั้นมิสซิสวิลเบอร์ฟอร์สก็หันไปทางบุรุษร่างสง่างามที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ
“ท่านเคาท์มาตินอฟ คะ ดิฉันขอแนะนำให้รู้จักกับเอลซี่ คูปเปอร์ค่ะแล้วก็นี่เพื่อนรักของดิฉันทั้งสองคนมิสเตอร์กับมิสซิสคูปเปอร์”
เคาท์อเล็กซานเดอร์ มาตินอฟ ยิ้มอย่างสุภาพจับมือเอลซี่กระชับมั่น
“ยินดีอย่างยิ่งครับคุณคูปเปอร์” เคาท์อเล็กซานเดอร์กล่าวต้อนรับเป็ภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่ชัดเจน
เอลซี่รู้สึกประหลาดๆ กับรอยยิ้มที่อบอุ่นนั้น
“ค่ะดิฉันได้เห็นท่านที่โรงละครเมื่อคืนก่อนด้วยค่ะ” เธอยิ้มให้ท่านอย่างอ่อนหวานแม้จะรู้สึกกังวลอยู่บ้างที่ลุงและป้ากำลังรอที่จะทักทายกับท่านเคาท์อยู่ข้างหลัง
“อ้อคืนนั้นเอง ละครเื่นั้นดีมาก โดยเฉพาะมิสลอเรตต์ เทย์เลอร์” เคาท์ มาตินอฟตอบอย่างกิริยาดี
“ค่ะ”
เธอเดินเลยจากท่านไปแล้วและก็แน่ใจว่า เมื่อคืนที่โรงละครนั้น เคาท์ อเล็กซานเดอร์ มาตินอฟไม่แม้แต่จะทันสังเกตเห็นเธอเสียด้วยซ้ำท่าทีและรอยยิ้มที่ท่านให้แก่เธอนั้นเคลื่อนไหวไปตามอัตโนมัติเท่านั้น
ต่อจากเคาท์อเล็กซานเดอร์ เธอก็ได้ััมือกับเคาท์เตส ออลก้าผู้พี่สาวซึ่งในคืนวันนี้ประดับเรือนกายได้ด้วยเครื่องเพชรหรูหราสตรีสาวผู้นี้มีเค้าหน้าหน้า และกิริยาท่าทางงดงามเหมือนน้องชายของเธอแต่ในดวงตามีแววเศร้าๆ อย่างเห็นได้ชัด
เคาท์เตสออลก้า มองดูเธออย่างพินิจพิจารณายิ่งกว่าน้องชาย
“ฉันพอจะนึกออกแล้วว่าเคยเห็นหน้าเธอที่ไหนดูเหมือนเธอจะนั่งอยู่ในบ๊อกซ์ตรงกับเรา ที่โรงละครเมื่อคืนก่อนใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ”เอลซี่รับคำอย่างยินดี แต่แววบางอย่างในดวงตาของเคาท์เตสทำให้เธอรู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก
“เธอเป็ผู้หญิงอเมริกันที่สวยแล้วก็ทันสมัยมากทีเดียวมิสคูปเปอร์ เราน่าจะเรียกเธอว่า มิสกิ้บสันมากกว่า”
“ขอบคุณค่ะแต่ชาร์ล ดาน่า กิ๊บสัน ก็ใช้พวกเรานี่แหละค่ะให้เดินออกมาจากห้องเสื้อของเขา”เอลซี่ตอบหัวเราะ ๆ
“ใช่ชนิดพิเศษสุดเสียด้วยสิคะ” เคาท์เตสออลก้าว่า “แต่ลักษณะของเธอน่าจะเป็บางแบบจริงๆ เสียด้วย”
“ขอบคุณค่ะ”เอลซี่น้อมรับคำเยินยอนั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และถอยห่างออกมาเพื่อให้ลุงและป้าได้เข้าไปมือ ทักทายกับเคาท์เตสบ้าง
เสียงเพลงที่บรรเลงโดยวงออเคสตร้าดังกระหึ่มขึ้นการเต้นรำได้เริ่มขึ้นแล้วแขกหลายคนเริ่มมองหาที่นั่งตามเก้าอี้ที่ตั้งไว้ตามริมฝาผนังห้องบอลรูมขนาดใหญ่นั้นเพื่อรอวลาที่จะได้ออกไปลีลาศบนฟลอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
เอลซี่กับป้าสะใภ้เลือกได้ที่นั่งจิบแชมเปญที่บริกรเข้ามาเสิร์ฟให้
“รู้สึกว่าหนูจะเข้าได้ดีกับพี่สาวของท่านเคาท์มากกว่ามากกว่าตัวท่านเองนะ” เจนกระซิบอยู่ข้างหูหลานสาว
“ค่ะท่าทางของเธอดูเป็มิตรดี”
“ป้าก็ดีใจที่มันออกมารูปนี้เสียได้เพราะป้าบอกหนูั้แ่แรกแล้วว่าป้ารู้สึกแปลก ๆ เกี่ยวกับท่านเคาท์คนนี้คล้าย ๆกับว่ามันเป็ลางสังหรณ์ว่าเขาจะนำความทุกข์มาสู่ชีวิตของหนู มันอย่างไรไม่รู้เป็ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก”
“โธ่...ป้าคะ หนูว่านั่นน่ะมันเป็เื่เหลวไหลมากกว่า”
“ไม่รู้สินะแต่ป้าก็เชื่อลางสังหรณ์ของป้า” เจนตอบหลานสาวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง“ป้าน่ะได้รับมรดกเื่นี้มาจากคุณยายแล้วมันก็ไม่เคยพลาดสักที”
กอร์ดอนคูปเปอร์จิบเครื่องดื่มด้วยสีหน้ารื่นรมย์
“งานนี้ต้องจัดว่าเป็งานใหญ่ของปีทีเดียวหลานว่าอย่างไร เอลซี่”
“ค่ะ ลุง”เอลซี่ทอดสายตาไปยังฟลอร์เต้นรำหัวใจของเธอเต้นแรงประหลาดเมื่อเห็นเคาท์อเล็กซานเดอร์กำลังเต้นรำกับหญิงสาวซึ่งมีผมสีบลอนด์คนหนึ่งเสียงดนตรีลอยล่องอยู่ในอากาศราวจะไม่มีวันหยุดพักเสียงเพลงนั้นช่างไพเราะและมีชีวิตชีวาเสียเหลือเกิน
แขกส่วนใหญ่เริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องเต้นรำพวกที่หาที่นั่งไม่ที่นั่งไม่ได้ก็เลยออกไปเต้นรำกันในฟลอร์มาจอรี่เองกำลังสนุกสนานด้วยการเต้นรำกับสุภาพบุรุษร่างเตี้ย แววตารื่นรมย์คนหนึ่งเคาท์เตส ออลก้าอยู่ในอ้อมแขนของนายทหารหนุ่ม ซึ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบสีแดงมีแถบสีน้ำเงินเข้มขลิบตรงด้านข้างกางเกงเอลซี่รู้สึกอึดอัดเมื่อสำนึกว่าเธอกำลังเป็สตรีสาวเพียงคนเดียวที่ยังหาคู่เต้นรำด้วยไม่ได้
ดูเหมือนป้าสะใภ้ของเธอจะรู้ใจหลานสาวเจนเอนร่างมากระซิบตรงริมหูว่า
“เอาละหลานคงจะได้ออกไปเต้นรำเสียที พาร์ตเน่อร์เดินมาหาแล้ว”
เอลซี่เงยหน้าขึ้นก็พอดีกับที่มิสเตอร์วิลเบอร์ฟอร์สเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
“ขอให้ผมได้รับเกียรติสำหรับวอลซ์เพลงนี้นะครับมิสคูปเปอร์”
“ขอบคุณค่ะมิสเตอร์วิลเบอร์ฟอร์ส” เอลซี่พยายามฝืนสีหน้าให้ยิ้มแย้มทันเห็นดวงตาที่เป็ประกายระยิบอย่างขบขันของลุงกอร์ดอนในขณะที่ป้าเจนของเธอกลับสำรวมกิริยาให้ดูเป็ปรกติ
สมองของเอลซี่หมุนไปหมดขณะที่คู่เต้นรำสูงอายุของเธอพยายามโชว์ลวดลายการเต้นรำในจังหวะวอลซ์อย่างสุดความสามารถ่จังหวะหนึ่งที่เธอหมุนร่าง ก็เผชิญหน้ากับเคาท์ อเล็กซานเดอร์เข้าพอดี
“คู่เต้นรำของท่านเคาท์สวยน่ารักจังนะคะ”เธอเอ่ยขึ้นลอยๆ
“ครับเป็ภรรยาของทูตทหารรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันตัวท่านทูตก็คนที่กำลังเต้นรำกับเคาท์เตสออลก้าไงล่ะครับ”