หลังจากที่ไปส่งองค์ชายสี่ที่บริเวณประตูใหญ่หน้าจวนแล้ว บัดนี้จึงเหลือเพียงหนิงฟางหรงและหลี่หรูเยว่ที่เผชิญหน้ากันอยู่ ในชาติก่อนสหายผู้นี้ที่นางไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง กลับหักหลังนางและครอบครัวอย่างเืเย็นเพียงเพื่อ้าแทนที่ตน หลี่หรูเยว่้าแทนที่นางในตำแหน่งพระชายาของเฉินหลิงหยุน ส่วนหลี่คุนเผิง้าแทนที่บิดาของนางในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเฉิน สองพ่อลูกโลภมากและไร้จิตสำนึกเหมือนกันไม่มีผิด
“ฟางหรง ที่หน้าข้ามีสิ่งใดติดอยู่หรือ” หลี่หรูเยว่ที่เห็นสหายจ้องมองใบหน้าของตนอยู่ครู่ใหญ่เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไม่มี ข้าก็แค่...คิดถึงเ้า” นางเอ่ยตอบ ในน้ำเสียงเจือความเย็นะเือยู่ส่วนหนึ่ง ทว่าคนอย่างหลี่หรูเยว่ที่สนใจแต่ตัวเอง ย่อมไม่ทันสังเกต
หนิงฟางหรงแอบยิ้มหยันในใจ เป็ห่วงอย่างนั้นหรือ นางอยากจะกลอกตามองบนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“ข้าก็คิดถึงเ้าเช่นกัน เป็ห่วงมากด้วย” หลี่หรูเยว่มีสีหน้าสลดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือออกไป หมายจะจับมืออีกฝ่าย ทว่าหนิงฟางหรงกลับถอยออกห่างจากระยะนั้น จนเอื้อมไม่ถึง
สีหน้าสวยหวานของหลี่หรูเยว่เริ่มส่อแววประหลาดใจออกมา นางขมวดคิ้วกับอากัปกิริยานี้ของสหาย “เ้า...เป็อะไรหรือไม่”
“หรูเยว่ ข้าไม่ได้เป็อะไรเลย” หนิงฟางหรงกลับมายิ้มแย้มร่าเริงดังเดิม ก่อนที่จะได้เข้าจวน จึงได้มีรถม้ามาจอดเทียบแนวกำแพง
“ฟางหรง ข้าเห็นว่าเ้าคงกำลังเศร้า เลยขออนุญาตท่านอาทั้งสองเพื่อพาเ้าไปเที่ยว ได้ข่าวว่าวันนี้มีร้านอาหารเปิดใหม่ด้วย สนใจหรือไม่”
เพียงขอให้นางได้ล้มลง สตรีผู้นี้ก็พร้อมจะเหยียบย่ำซ้ำเติมอยู่เสมอ วันนี้เองก็เช่นกัน คงมีแผนการอะไรบางอย่างเป็แน่
“ไปสิ” นางตอบรับเสียงใส อยากรู้เช่นกันว่าสหายของนางผู้นี้จะทำสิ่งใด “เสี่ยวถิง เสี่ยวเถา พวกเ้าไปกับข้า” นางหันไปเอ่ยกับสาวใช้ส่วนตัวทั้งสอง
รถม้าสกุลหลี่เคลื่อนตัวออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ไม่นานนักก็ถึงย่านการค้ากลางเมือง เมื่อมีสกุลใหญ่ปรากฏตัวย่อมเป็ที่สนใจของผู้คน อีกอย่างตำแหน่งที่จอดรถม้าก็เป็บริเวณร้านอาหารเปิดใหม่ ผู้คนจึงพลุกพล่านเป็พิเศษ เนื่องจาก้าลิ้มรสอาหาร จนต่อแถวยาวออกมาถึงหน้าร้าน
เมื่อสตรีทั้งสองลงจากรถม้า ปรากฏสู่สายตาผู้คน พวกเขาต่างมองเป็ตาเดียว ความงดงามของคนทั้งคู่สะกดตรึงสายตาพวกเขาเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะหนิงฟางหรง ที่แม้มิได้แต่งองค์ทรงเครื่องให้มากมายก็ยังงดงามราวนางฟ้านาง์
เหล่าบุรุษทั้งหลายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยิ่งรอยยิ้มสดใสประดับบนใบหน้าสวยค่อนไปทางน่ารักของหนิงฟางหรง เท่านี้ก็ทำให้ภายในอกสั่นไหวอย่างรุนแรงได้แล้ว
ทว่าสิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องยอมแพ้เื่นางไปอย่างน่าเสียดาย นั่นคือสตรีผู้นี้ชอบพอกับองค์ชายสี่ที่กำลังจะกลายเป็องค์รัชทายาทในอนาคต เื่นี้ไม่มีใครในเมืองหลวงที่ไม่รู้ว่าพวกเขาเหมาะสมกันราวกิ่งทองกับใบหยก แม้อุปนิสัยของหนิงฟางหรงจะค่อนข้างซุกซนไปสักหน่อย ทว่าพวกเขากลับมองว่านางเป็สตรีที่น่าเข้าหายิ่งนัก ส่วนใหญ่สตรีที่มีฐานะสูงส่งและงดงามมักแสดงอาการหยิ่งผยองและถือตัวจนทำให้พวกเขาหลายคนไม่กล้าทักทาย ทว่าสตรีผู้นี้ไม่เหมือนกัน นางไม่เคยถือตัวและยิ้มแย้มให้ผู้คนอยู่เสมอ
“คุณหนูใหญ่สกุลหนิงช่างงดงามยิ่งนัก ข้าเสียดายเสียจริงที่นางมีคู่หมายเสียแล้ว” ชายหนุ่มที่อายุราวยี่สิบกลางๆ กล่าวกับสหายที่ยืนข้างตน
“ในเมื่อการแต่งงานถูกยกเลิกแล้ว เ้าว่านี่ไม่ใช่โอกาสอันดีหรอกหรือ” สหายผู้นี้ตอบกลับ แววตาส่อแววถึงความวาดหวังบางอย่าง
“ข้าคนหนึ่งที่ไม่มีความกล้านั่น ใครก็รู้ว่านางปักใจรักองค์ชายสี่เชียว หรือเ้าคิดว่าตนเองดีกว่าเขาก็ลองเกี้ยวดู” สหายผู้นี้กล่าวแกมประชดประชัน ด้วยรู้ว่าไม่มีใครเหมาะสมเท่าองค์ชายผู้นั้นอีกแล้ว
“ไม่ลองจะรู้ได้อย่างไรเล่า” ทว่าชายผู้หนึ่งไร้ซึ่งที่มาที่ไปกลับปรากฏตัวขึ้นด้านหลังคนทั้งสอง
“คุณชายหลี่” เขาอุทานขึ้นมาก่อนจะพาสหายหลบออกไป ด้วยรู้ถึงกิตติศักดิ์ของหลี่เนี่ยนสือคุณชายใหญ่สกุลรองแม่ทัพผู้นี้เป็อย่างดี ว่ากันว่าหากเขาอยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ หากถูกขัดใจก็จะทำทุกวิถีทางให้ได้มา ไม่เว้นแม้แต่เื่โสมม
“พี่ชายใหญ่ บังเอิญเสียจริง” หลี่หรูเยว่ปรี่เข้าไปหาผู้เป็พี่ชายทันทีที่ได้เห็น
ส่วนหนิงฟางหรงกลับกำลังกำมือที่สั่นเทาแน่นภายใต้ชายผ้า พลางถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ทว่าเพียงชั่วขณะหนึ่งก็พยายามปรับลมหายใจให้เข้าที่ แววตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็เรียบนิ่งดังเดิม พลางคิดว่าเื่บังเอิญในครั้งนี้คงเป็หนึ่งในแผนของหลี่หรูเยว่ ร่างบอบบางเยื้องย่างตามไปก่อนยิ้มทักทายพี่ชายของสหาย
“เยว่เอ๋อร์ เ้าพาหรงเอ๋อร์มาเที่ยวหรือ ตะวันใกล้ตกดินแล้วมันอันตรายรู้หรือไม่” หลี่เนี่ยนสือกล่าวกับหลี่หรูเยว่ ทว่าสายตากลับเหล่มองสหายของน้องสาวอยู่เนืองๆ
“ข้ารู้เ้าค่ะ แต่ร้านอาหารแห่งนี้เริ่มเปิดเสียเย็น ท่านดูแถวสิ กว่าจะถึงลำดับคงอีกนาน ข้าเกรงว่าอาจจะมืดไปกว่านี้ เลยกำลังคิดว่าจะพาฟางหรงกลับแล้ว” หลี่หรูเยว่ทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ ทว่าหลี่เนี่ยนสือกลับยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“เ้ารู้หรือไม่ พี่ชายใหญ่คนนี้เป็ใคร”
หลี่หรูเยว่ทำท่าทีเอียงคออย่างสงสัย จนผู้เป็พี่ชายใช้นิ้วเคาะไปที่หน้าผากทีหนึ่งก่อนจะเอามือลูบคางอย่างติดเป็นิสัย
“เป็สหายกับเ้าของที่นี่อย่างไรเล่า เื่โต๊ะ ข้าได้จองเอาไว้แล้ว พวกเ้าไปนั่งกับข้าก็ได้” เขายิ้มออกมา เดิมทีเขาได้จองห้องชั้นบนสุดที่เป็ส่วนตัวพร้อมหญิงงามที่ทำหน้าที่บริการ ทว่าเมื่อมีหญิงที่หมายตามานานอยู่ตรงหน้าแล้ว เห็นทีคงต้องให้สหายของตนยกเลิกสตรีเ่าั้ไปก่อน
ส่วนหลี่หรูเยว่กลับทำตาโตราวคนเพิ่งรู้เื่นี้ นางรีบหันไปหาสหายอย่างร่าเริงในทันที
“ฟางหรง เราไปนั่งกับพี่ชายใหญ่เถอะ” หลี่หรูเยว่กล่าวเสียงใส แต่ภายในใจกำลังลิงโลด ก่อนหน้านี้นางแอบได้ยินมาว่าพี่ชายใหญ่ของตนได้เทียบเชิญจากสหาย และได้ทำการตอบรับไป ประจวบเหมาะพอดีที่หลี่หรูเยว่จะเปิดโอกาสให้ผู้เป็พี่ ที่นางรับรู้มาตลอดว่าหมายตาสหายนางผู้นี้มานานแล้ว สำหรับหลี่หรูเยว่ นางไม่ชอบสหายผู้นี้เอาเสียเลย ั้แ่เด็กแล้วที่ความสนใจทั้งหมดตกไปอยู่ที่สตรีผู้นี้ แม้นางจะเก่งกว่า หรือทำเื่ใดได้ดีกว่าก็ตาม
ตอนเด็กไม่ชอบอย่างไร โตมาก็ยิ่งเกลียดมากขึ้นเท่านั้น...
“ได้” นางตอบรับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ทว่าคราวนี้กลับเป็รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา หนิงฟางหรงพอจะรับรู้แผนของอีกฝ่ายแล้ว ดูท่าว่าแม้แต่ผู้เป็พี่อย่างหลี่เนี่ยนสือก็กำลังถูกน้องสาวของตนเองชักจูง
นางเหลือบมองสายตากะลิ้มกะเหลี่ย ของชายผู้นี้ก็รู้สึกรังเกียจจนคลื่นไส้ เหตุใดชาติก่อนจึงไม่เคยสังเกตกัน บัญชีแค้นของเขานับเป็อันดับต้นๆ เพียงแค่นึกถึง หนิงฟางหรงก็แทบอยากจะกระโจนเข้าไปทำลายเสียให้สิ้นซาก
วันนี้นางรู้สึกว่าการได้เจอศัตรูหมายเลขหนึ่งทั้งสามคน ช่างสูบพลังเหลือเกิน และตอนนี้นางเหนื่อยที่จะปั้นหน้าแล้ว หลี่เนี่ยนสือไม่เหมือนเฉินหลิงหยุน เขาสุดโต่งและทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอยู่เสมอ และหากสบโอกาสให้นางทำลายชายผู้นี้ได้เมื่อไหร่ นางก็จะไม่รีรออีกต่อไป...
********************
แกโดนหมายหัวแล้วแหละ หึหึหึ
เจอกัน 1ทุ่มพรุ่งนี้น้าาาาา
ฝากกดใจ กดติดตาม หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้น้าาาา
…เพิ่มเติม…
ไรต์บุหลันรังรอง มีเพจ Facebook และ Tiktok แล้วน้า สามารถไปติดตามพูดคุยกันได้นะคะ☺❤
https://www.facebook.com/profile.php? id=100088829591788&mibextid=ZbWKwL
Tiktok
https://www.tiktok.com/@pom_wps.3001? _t=8cmBVnjG2Es&_r=1