God diary บัญญัติเทพพิชิตโลก

    ผู้ก่อจลาจน

        กลางหุบเขาสูงเสียดฟ้าที่เต็มไปด้วยละอองหมอกดูคล้ายกับปุยเมฆเกาะกลุ่มเป็นก้อนลอยเคลื่อนเลื่อนไปมาผ่านทิวหมู่เขาจรดปลายยอด มองเห็นเป็นม่านสีขาวโพลนเปรียบได้กับคลื่นทะเลสีขาวซึ่งไหลแนวเดียวเป็นทางยาวดูสวยเย็นสะดุจตา รับกับสีของท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย บ่งบอกว่าเวลายามเย็นในขณะนี้ พระอาทิตย์กำลังใกล้จะลับจากขอบฟ้าในอีกไม่นาน 
    วัตถุขนาดใหญ่ซึ่งประกอบกันขึ้นจากไม้ครั้งลำมองดูคล้ายกับเรือสำเภาใหญ่ที่ใช้แล่นกันในมหาสมุทรทว่าผิดกันตรงที่เรือลำนี้มันกำลังแล่นอยู่ในอากาศ เหนือขึ้นไปด้านบนคือบอลลูนขนาดยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวลำเรือซึ่งแขวนพ่วงติดกันกว่า10เท่า ภายในบรรจุลมเต็มเปี่ยม มีสีขาวครีมๆ ทำหน้าที่คอยแบกรับน้ำหนักของตัวเรือที่แขวนติดกันเอาไว้แล้วเคลื่อนไปข้างหน้า 
    บนด่านฟ้าเรือ มีทหารอารักขาสวมเกราะเหล็กยืนประจำการอยู่โดยรอบ หันหน้าหันเข้ามาภายในตัวเรือ ตรงกลางลำมองเห็นกลุ่มคนสวมผ้าคลุมฮู้ดสีม่วง ในมือถือไม้คฑาบ้างก็ถือเป็นกระจก แท่งวัตถุประหลาดที่ดูเหมือนช้อน และอื่นๆอันประดับไปด้วย อัญมณีหลากสีแตกต่างกันออกไป กำลังร่ายเวทมนตร์ธาตุลมใส่เข้าไปใต้ท้องของบอลลูนลูกโป่ง และนี่ก็คือสาเหตุและยังเป็นแหล่งเชื้อเพลิงของเรือเหาะลำนี้ มันคือเรือเหาะที่แล่นด้วยพลังของเวทมนตร์ธาตุลมอาศัยเหล่านักเวทย์ทำหน้าที่ประสานธาตุขับเคลื่อนให้เป็นกำลัง
    ตรงหัวเรือ มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งผมยาวสีดำขลับปรกถึงตรงกลางหลัง สวมชุดคลุมสีแดงเต็มยศสลับกับบริเวณขอบแขนกระดุมและริมของเนื้อผ้าถูกเย็บถักด้วยลายสีทองอันเป็นศิลปะของชนชั้นสูง ยืนกอดอกสง่าในตานัยสีม่วงเข้มจ้องมองไปเบื้องหน้าอย่างทิศทางที่เรือกำลังแล่นไป ปล่อยผมปรกหน้ามีสีขาวเหมือนทำไฮไลฟ์เฉพาะจุดเป็นเส้นยาวพาดคั้นระหว่างดวงตาทั้งสอง ในมือถือสมุดบันทึกขนาดเล็กเท่ากับฝ่ามือ ปกหน้าเล่มทำมาจากโลหะทองแดงสลักลวดลายคล้ายกับงูทั้งตัวพันเลื้อยไปมา มีส่วนหน้าทำหน้าที่เป็นสายรัดล็อคพาดปิดเอาไว้ไม่ให้เปิดอ่าน บรรยากาศรอบตัวของเขาช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกชวนพิศวงจนแทบไม่กล้ามีใครเดินเข้าไปใกล้ และแม้จะเป็นทหารองครักษ์ที่ติดตามอารักขาก็ตามก็ไม่มีใครคิดที่จะเดินเข้าไปเฉียดใกล้เขาแม้แต่น้อย เหมือนกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่
    ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาเท่านั้น จู่ๆชายผู้ทำหน้าที่คุมหางเสือก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติลอยเข้ามาใกล้ ชายในสภาพเปลือยท่อนบนสวมเฉพาะกางเกงสีดำทรงขาก๊วย มีผ้าโพกหัวสีดำพันรอบศรีษะเอามือแสงขมวดคิ้วสังเกตอย่างละเอียด มันเป็นแสงสีเขียวซึ่งห่อหุ้มด้วยเวทมนตร์คล้ายกับสายลมพัดลิ่วพุ่งเข้ามาหาเรือจากทางกาบด้านซ้ายและค่อยเลี้ยวสะบัดเข้ามาหาจากทางตรง
    "ใต้เท้าขอรับ มีอะไรบางลอยมาหาจากทางด้านหน้าขอรับ"
    เขาร้องเตือนพร้อมกับชี้ บุรุษผมยาวในชุดแดงมองเห็นเจ้าสิ่งนั้นลอยตรงเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมันเข้ามาใกล้จนถึงระยะที่สามารถเอื้อมมือขว้าได้ อยู่ๆก็มีงูสีดำเลื้อยออกมาจากช่องเสื้อตรงข้อมือพุ่งฉกเจ้าวัตถุปริศนาที่ลอยตามลมมาคาบไว้ในปากก่อนจะนำมาส่งให้เจ้านายของมัน สเน็คอายได้เห็นของสิ่งนั้นก็เปิดมันออกอ่าน เป็นจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งตีตราของกรมราชทัณฑ์ร้องขอความช่วยเหลือมายังเขาพร้อมกับแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียด
    ชายหนุ่มไล่อ่านทีละตัวอักษรโดยละเอียดก่อนจะฉีกจดหมายฉบับนั้นทิ้งปล่อยลอยไปตามลมดื้อๆ เขายิ้มอย่างพอใจแล้วหัวเราะออกมาโดยปราศจากเหตุผล ตะโกนสั่งพวกนักเวทย์และพลขับให้เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีกมุ่งหน้าไปยังจุดมุ่งหมายให้ทันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
    "ดูเหมือนจะมีคนน่าสนใจเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวครั้งนี้ซะแล้วสิ หึหึหึ เรื่องราวของเจ้าช่างเป็นสมบัติที่หอมหวานจริงๆนะ โยธันไฮม์"
    แววตาอำมหิตจ้องมองไปยังทิศเบื้องหน้า ความเร็วของเรือเหาะถูกเร่งเพิ่มอีกเท่าตัว เหล่านักเวทย์ทั้งหลายต่างรีดสปีริตออกมาเพิ่มเค้นประสานกับหินสีเขียวซึ่งกำลังส่องแสงปล่อยพลังเป็นสายพุ่งใส่ใต้ท้องบอลลูน ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดพวกเขาถึงมีอาการหวาดกลัวหน่อยๆในตัวของชายผู้ออกคำสั่ง แต่ละคนได้แต่กลืนน้ำลายและยืน ตัวสั่นอยู่เบื้องล่างโพลงของบอลลูนยักษ์ ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามที่อีกฝ่ายบัญชา


    "อ๊ากกก อย่าเข้ามานะเฟ้ย" !!ตูมม!!
    เสียงระเบิดดังระงมไปทั่วบริเวณชั้นที่9 -7ขึ้นมาเรื่อยๆพร้อมกับเสียงร้องวิ่งหนีตายอย่างชุลมุนของบรรดาผู้คุมคุกและทหารรักษาการประจำแต่ละชั้น แม้มีคำสั่งให้ถอยมาจากพัศดีอะเบลโล่แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหนีได้ทัน นักโทษชายจำนวนมากถูกปล่อยตัวออกมาจากกรงขังโดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจสำหรับไข ถือเป็นเรื่องแปลกและมหัศจรรย์เมื่อกรงเหล็กในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ถูกหลอมละลายด้วยพลังอำนาจเร้นลับจากชายปริศนาที่กระโดดโผล่ขึ้นมาจากเบื้องล่างของธาลลาวาที่ไหลซึมขึ้นมา
    เขาทำหน้าที่เป็นผู้นำการก่อจราจลภายในคุกแห่งนี้โดยไล่ขึ้นมาทีละชั้นนับตั้งแต่ข้างล่างสุด เหล่านักโทษที่หลุดออกมาจากกรงเข้าทำร้ายและแย่งชิงอาวุธจากผู้คุมรวมถึงเกราะเหล็กสำหรับใช้ต่อสู้ มันเป็นความโกลาหลอย่างที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาตร์ภายในคุกแห่งนี้ 
    บุรุษพเนจรใช้มือเปล่าๆของเขาสัมผัสกับท่อนเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นเป็นกรงขนาดใหญ่เพียงเบาๆเท่านั้น ก็ทำให้เหล็กที่อยู่ใกล้ๆกันเปลี่ยนสถานะกลายเป็นของเหลวสีแดงอันร้อนระอุเนื่องจากการถูกหลอมด้วยความร้อนสูง พลังของเขาประหนึ่งมนุษย์ลาวาที่หลอมวัตถุต่างๆให้แปรสภาพในทางเผาทำลาย นอกจากนี้ ด้วยประโยชน์ของคุณสมบัติแห่งความร้อนที่ปล่อยออกมาจากในตัว ทำให้เขาสร้างเปลวไฟและยิงคลื่นที่มีความร้อนสูงมากกว่าไฟปกติออกมาเป็นลำแสงได้อีกด้วย นั่นทำให้สถานการณ์ตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นมากลายเป็นโศกนาฏกรรมอันสุดหฤโหดที่ถูกทับถมด้วยพลังของลาวาซึ่งถูกดึงขึ้นมาจากทะเลด้านล่างด้วยอำนาจเร้นลับซึ่งแฝงอยู่ในกายของเขา
    "จะเอายังไงต่อดีลูกพี่บุกไปทั้งๆอย่างนี้จนถึงชั้นบนเลยไหม"
    "จัดไปเลยขอรับลูกพี่ เวลานี้คนของเราเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆแถมขวัญกำลังใจก็ดีเยี่ยมเพราะมีท่านเป็นผู้นำในการแหกคุกครั้งนี้ พวกเราทุกคนยอมติดตามรับใช้ท่านถึงแม้จะต้องฝ่านรกไปด้วยก็ตาม"
    ในขณะนี้ดูเหมือนว่าเขาจะถูกสถาปนาให้กลายเป็นผู้นำของเหล่ากบฏนักโทษเสียแล้ว ด้วยอำนาจปาฏิหาริย์และพลังมหัศจรรย์ที่เขาถือครองอยู่ จึงไม่มีใครปฏิเสธที่จะยอมรับในตัวของเขา มิหนำซ้ำเจ้าตัวยังเป็นคนเสนอเงื่อนไขให้กับพวกนักโทษที่ยอมร่วมมือว่าจะพาออกไปจากคุกแห่งนี้อีกด้วย นั่นยิ่งทำให้พวกเขามีความศรัทธาในตัวของชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างมาก
    ห้องขังแล้วห้องขังเล่าถูกทำลายทิ้งด้วยการหลอมเหลวอันผิดธรรมชาติจากวิสัยของมนุษย์สามัญจะทำได้ เหล่านักโทษถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้นต่างเต็มไปด้วยความคั่งแค้นที่ถูกทรมานอยู่ในคุกแห่งนี้ พวกเขาบันดาลโทสะใส่บรรดาผู้คุมและทหารคุ้มกันโดยไม่สนแม้จะมีคนล้มตายจากการต่อสู้อยู่เป็นจำนวนหนึ่ง แต่สุดท้ายด้วยจำนวนที่มากกว่า ก็ทำให้บรรดาทหารและผู้คุมคุกจำต้องร่นถอย อย่างไม่มีทางเลือกและปล่อยให้การจลาจลลุกลามขึ้นมาเรื่อยๆ
    "เชิญสั่งมาได้เลยขอรับลูกพี่จะให้พวกเราทำยังไงดี ตอนนี้พวกเรากำลังได้เปรียบหากลุกขึ้นไปทีเดียวด้วยจำนวนคนขนาดนี้ ข้าเชื่อว่าพวกเราต้องฝ่าออกไปได้หมดแน่"
    "อย่าเพิ่งได้ใจไปไอ้พวกลูกเต่า ที่พวกนั้นยอมถอนกำลังออกไปง่ายๆแบบนี้ก็ต้องมีแผนรับมือพวกเราอยู่ที่ชั้นใดชั้นหนึ่งข้างบนนั่นแหละ แต่ก่อนอื่นที่พวกเราจะออกไปจากคุกแห่งนี้ พวกเจ้าต้องช่วยข้าตามหาชายคนหนึ่งก่อน เขาเป็นคนสำคัญที่ข้าต้องการตัวอย่างที่สุดป่าวประกาศออกไป ให้พวกนักโทษทุกคนช่วยตามหาบุรุษที่ชื่อโครมอฟ ลามิแกน ช่วยเหลือและอารักขานำตัวเข้ามาให้กับข้าซะแล้วพวกเจ้าจะเป็นอิสระจากคุกแห่งนี้ข้าให้สัญญา"
    "รับทราบขอรับ"
    นั่นคือคำสั่งแรกหลังจากที่เขาได้รับการสถาปนาให้เป็นผู้นำในการก่อกบฏแหกคุก ข่าวเรื่องชายที่ชื่อโครมอฟลามีแกนถูกแพร่สะพรัดออกไปให้กับสมาชิกทุกคนได้ทราบ ทั้งหมดน้อมรับคำสั่งแต่โดยดี พยายามถามเค้นเอาข้อมูลจากพวกผู้คุมกับทหารยามซึ่งถูกจับได้ มันเป็นการสอบสวนเาความจริงที่แสนป่าเถื่อนแกมบังคับ ซึ่งก็ได้ผลเพราะพวกที่ถูกจับมาเค้นต่างกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น ข้อมูลที่ได้รับมา บอกว่าบุรุษที่ชายหนุ่มกำลังตามหาไม่ได้ถูกคุมขังเอาไว้ร่วมกับคนอื่นๆในคุกชั้นใดชั้นหนึ่งแต่ถูกกักตัวเอาไว้อยู่ในห้องลับของพัศดีที่อยู่ด้านหลังแทน
    ไคลม์ที่ทราบผลจากการายงาน จึงออกคำสั่งให้กลุ่มกบฏนักโทษทั้งหลายมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นหนึ่งซึ่งเป็นที่ทำการของพัสดี ทุกคนโห่ร้องด้วยความดีใจ มุ่งขึ้นไปตามคำสั่งที่ได้รับมา พวกเขาในตอนนี้กลายเป็นกองกำลังที่แสนน่ากลัวที่สุดเกินกว่าจะมีใครยับยั้งได้ ด้วยความคั่งแค้นที่สะสมมาเป็นเวลานานปีจนแทบไม่มีชีวิตรอด และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้รับอิสระ อยู่ๆก็ได้รับความหวังด้วยการถูกช่วยจากบุรุษปริศนาซึ่งโผล่เข้ามาปลดปล่อยพวกตน
    ร่างของผู้คุมและทหารรวมถึงนักโทษบางส่วนนอนเกลื่อนระเนระนาดเต็มไปด้วยคราบเลือดที่เกิดจากการต่อสู้ อาวุธที่ถูกใช้ในการก่อสงครามในครั้งนี้คือดาบ กระบอง โล่ หอกและเกราะเหล็ก อันเป็นอาวุธที่มีไว้เพื่อการทรมานและรักษาความสงบภายในคุกซึ่งแย่งชิงมาได้จากบรรดาผู้คุมและทหารเหล่านั้น 
    บุรุษพเนจรถูกแบกขึ้นคอของนักโทษร่างใหญ่คนหนึ่ง มีองครักษ์ติดอาวุธคอยให้ความคุ้มครองอยู่รอบๆ ทุกที่ที่ขบวนจองเขาเคลื่อนผ่าน จะถูกปลดพันธนาการด้วยอำนาจความร้อนพิศวงสุดมหัศจรรย์ ที่เพียงแค่วาดฝ่ามือไปใส่กรงขังที่เป็นเหล็ก ก็สามารถหลอมละลายและเปลี่ยนสภาพเหล็กเหล่านั้นให้กลายเป็นของเหลวร้อนระอุได้ มิหนำซ้ำยังทำลายทางเดินซึ่งเต็มไปด้วยหนามเหล็กที่ถูกปูเป็นพื้นตรงระเบียงทางเดินในชั้นต่างๆเพื่อป้องกันการหลบหนีของนักโทษอีกด้วย 
    ชายหนุ่มละลายตะปูเหล็กเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นของเหลวร้อนแล้วควบคุมพวกมันให้ไหลลงไปข้างล่าง นี่ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติของความสามารถพิเศษที่ส่งผลต่อวัตถุที่ถูกหลอมละลายด้วยพลังของเขารวมถึงลาวาต่างๆที่อยู่ใต้พื้นโลก สัตว์สปีริตที่เข้าไปสิงสู่ในร่างกายของชายคนนี้ คืออสูรแห่งเปลวอัคคีลาวา ที่สามารถใช้งานแลีควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความร้อนได้ ยกเว้นดพลิงจากสุริยะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นความร้อน เขาสามารถควบคุมและใช้งานมันได้ทั้งหมดหรือแม้แต่เปลี่ยนสถานะของสิ่งของด้วยความร้อนก็ย่อมทำได้ กลายเป็นมนุษย์ที่สามารถกำหนดอุณหภูมิและความร้อนได้มากถึงหลายแสนองศาเลยทีเดียว
    ยิ่งเวลาผ่านไปจำนวนของผู้เข้าร่วมการก่อจลาจล ก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ยิ่งผ่านแต่ละชั้นกำลังของพวกเขาก็ยิ่งแข็งแกร่ง เสียงโห่ร้องของขวัญจากบรรดานักโทษคุมขังซึ่งเพิ่งได้รับอิสระจากการถูกปล่อยดังเพิ่มทวีคูณไปจนถึงชั้นต่างๆด้านบน ปลุกขวัญกำลังใจบรรดานักโทษที่ยังไม่ถูกปล่อยอีกจำนวนมาก พวกซึ่งบัดนี้รอคอยการปลดปล่อยอยู่ภายในคุกด้านบนเอง ก็เริ่มส่งเสียงตอบรับการก่อการแหกคุกกับพวกด้านล่างกันร้องตอบกับไปมาจนเซ็งแซ่ไปหมด
    การรุกคืบของฝ่ายกบฏ ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อบุกฝ่าขึ้นไปจนเกือบถึงชั้นบนมากเข้าไปทุกที แต่แล้วเมื่อบุกผ่านบันใดฉุกเฉินและเปิดประตูกลไปจนถึงชั้นที่5 พวกเขาก็ต้องพบกับบรรดากองทหารขนาดใหญ่ซึ่งยืน ตรึงกำลังรอพวกเขาอยู่ตรงทางขึ้นบริเวณชั้นนั้น เป็นกำลังจากทหารรักษาการณ์ทั้งหมดจากภายในคุกและผู้คุมซึ่งถูกวางแนวป้องกันการรุกรานไม่ให้เพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้
    กำลังรักษาการถูกตรึงเข้าไว้มากที่สุดบริเวณชั้น5กับชั้น1 นอกเหนือไปกว่านั้น ชั้น4 ชั้น3 และชั้น2เอง ก็ถูกใช้เป็นแนวป้องกันสกัดกั้นการบุกขึ้นมากระทั่งมองเห็นกลุ่มทหารเกราะเหล็กหนาตาเต็มไปหมดถือหอกและดาบโล่ตั้งแนวเอาไว้ไม่ให้บรรดานักโทษจากข้างล่างบุกขึ้นมาถึงข้างบนได้ เหล่านักโทษที่เห็นกองกำลังติดอาวุธหนักมีจำนวนมากขนาดนั้น ซึ่งยืนประจำอยู่แนวหน้าก็เริ่มร่นถอยลงกลับมาหาผู้นำของตนเอง พากันนิ่งรอฟังคำสั่งจากการประเมินสถานะการณ์ของชายหนุ่มไคลม์
    "เอายังไงต่อไปดีลูกพี่ พวกมันเล่นไม้นี้ตามที่ท่านว่ามาจริงๆด้วย"
    บุรุษพเนจรจ้องมองกองกำลังของอีกฝ่ายแต่มีปรากฏความกังวลบนใบหน้าของเขาแม้แต่น้อย
    ( โปรดติดตามตอนต่อไป )
    บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง