เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 28 แมงมุมปีศาจนรก

    เสียงระฆังเริ่มต้นดังขึ้น ทั้งสองฝ่ายไม่เอ่ยคำใดให้เปลืองแรง ต่างเรียกสัตว์อสูรเข้าปะทะทันทีกลางสนามโดยไม่รีรอ!

     

    หลี่คุนเยว่ สั่ง เสือคลื่นเหล็ก และ หมีขวานฟ้า พุ่งเข้าหาด้วยแรงปะทะเต็มกำลัง เสียงขวานกระทบพื้น และเสียงคลื่นเหล็กฟาดอากาศดังสะเทือนทั่วเวที ฝั่ง พยัคฆ์ลาวา ของ หลี่ซูเฟย รับมืออย่างไม่หวั่นเกรง ตอบโต้ด้วยเพลิงลาวาร้อนแรงที่ระเบิดออกจากร่างอย่างต่อเนื่อง

     

    ในเวลาเดียวกัน ค้างคาวสองหัว โฉบวนรอบสนาม ปล่อยเสียงกรีดร้องแหลมสูงออกมาเป็นจังหวะตัดจังหวะ ขัดสมาธิสัตว์อสูรของหลี่คุนเยว่ทุกครั้งที่มันพยายามโจมตี ความสั่นสะเทือนนั้นแทรกซึมเข้าไปถึงระดับจิตวิญญาณ ทำให้ เสือคลื่นเหล็ก เริ่มเสียจังหวะการโจมตี ส่วน หมีขวานฟ้า เริ่มลังเลในการควบคุมพลัง

     

    หลี่คุนเยว่กัดฟันแน่น พยายามฝืนควบคุมการต่อสู้ แต่ในที่สุด พยัคฆ์ลาวาก็ใช้โอกาสนั้นพุ่งเข้าชนหมีขวานฟ้าเต็มแรงก่อนจะปลดปล่อยลาวาออกจากอุ้งเท้า ซัดหมีให้กระเด็นจนหมดสภาพ ส่วนเสือคลื่นเหล็กนั้นทนการโจมตีได้อีกไม่นานก็หมดสภาพตามกันไป


     

    สิ้นเสียงโห่ร้องจากผู้ชม ผู้อาวุโสประกาศผล

     

    “ผู้ชนะ—หลี่ซูเฟย!”

     

    เสียงปรบมือดังลั่นสนาม พร้อมกับสายตาประทับใจที่มองมายังหลี่ซูเฟย ซึ่งยังคงยืนนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     

    เมื่อการประลองรอบที่สามสิ้นสุดลง—เสียงของผู้อาวุโสผู้ควบคุมการประลองก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างทรงอำนาจ ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมสนามประลอง:

     

    “ผู้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทั้งสี่คน ได้แก่…

    หลี่เฉินเฟิง!

    หลี่ซูเฟย!

    หลี่ซูเหยา!

    และ…หลี่หยาง!”

     

    เสียงโห่ร้องจากเหล่าผู้ชมดังสนั่น ต่างรู้ว่าต่อจากนี้คือการปะทะของยอดฝีมือแห่งตระกูลหลี่ในรุ่นเยาว์อย่างแท้จริง

     

    จากนั้น ผู้อาวุโสเดินถือกล่องหยกใส่แผ่นจับฉลากออกมาอีกครั้ง และกล่าวเสียงชัดถ้อยชัดคำ:

     

    “การจับคู่รอบรองชนะเลิศ ได้ผลดังนี้—

    คู่แรก: หลี่หยาง ปะทะ หลี่ซูเหยา

    คู่ที่สอง: หลี่เฉินเฟิง ปะทะ หลี่ซูเฟย”

     

    เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที บางคนเบิกตากว้าง บางคนลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น คู่การประลองทั้งสองล้วนแต่เป็นการชนกันของผู้ใช้สัตว์อสูรระดับสูง

     

    เมื่อเสียงประกาศผลการจับคู่จบลง ผู้อาวุโสผู้ควบคุมเวทีก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสง่าแต่ทรงพลัง:

     

    “เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้ฟื้นฟูพลังวิญญาณและพักฟื้นจากการประลองก่อนหน้า…

    เราจะให้เวลาพักหนึ่งชั่วยาม ก่อนเริ่มการประลองรอบรองชนะเลิศคู่แรก!”

     

    เสียงตอบรับจากผู้ชมดังขึ้นทันที หลายคนรีบแยกย้ายไปพูดคุยหรือเตรียมของกิน บ้างก็ถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าคู่ใดจะเป็นฝ่ายชนะ

    ส่วนผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ ต่างพากันหลบไปยังห้องพักด้านในเพื่อปรับสมาธิ ฟื้นฟูพลัง และวางแผนสำหรับการต่อสู้เบื้องหน้า

     

    หนึ่งชั่วยามผ่านไป…

     

    เสียงระฆังสามครั้งดังขึ้นก้องทั่วสนามประลอง ประกาศการเริ่มต้นของรอบที่ 4 คู่แรกอย่างเป็นทางการ!

     

    ทันทีที่เสียงประกาศชื่อดังขึ้น—

     

    “การประลองคู่แรกของรอบรองชนะเลิศ! หลี่เฉินเฟิง ปะทะ หลี่ซูเฟย!”

     

    ผู้ชมทั้งสนามก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที การเผชิญหน้าระหว่างอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลี่ กับหญิงสาวผู้เก็บชัยชนะแบบไม่เสียเปรียบแม้แต่ครั้งเดียว ถือเป็นคู่ที่หลายคนรอชมมากที่สุด

     

    สองร่างค่อยๆ ก้าวขึ้นเวทีประลองอย่างมั่นคง สายตาของทั้งสองคนสบกันเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบือนหน้าออกพร้อมกันโดยไม่เอ่ยคำใด

     

    ผู้อาวุโสควบคุมการประลอง กวาดตามองทั่วสนาม ก่อนจะประกาศเสียงดัง:

     

    “เริ่มได้!”

     

    ทันใดนั้น—

     

    หลี่เฉินเฟิง โบกมือเรียก หมาป่าวายุ ปรากฏขึ้นด้วยเสียงคำรามต่ำ สายลมเริ่มพัดแรงรอบกายมัน แววตาคมปลาบและฟันแหลมคมพร้อมเข้าสังหารทุกเมื่อ ตอนนี้มันได้เพิ่มระดับขั้นขึ้นมาจากวันแรกที่อยู่ระดับนักรบขั้น6 ตอนนี้ได้อยู่ในระดับนักรบขั้นที่7 แล้ว

     

    ในขณะที่ หลี่ซูเฟย โบกแขนเบาๆ—

    พยัคฆ์ลาวา คำรามออกมาเปลวเพลิงพวยพุ่งรอบกาย มวลอากาศพลันบิดเบี้ยว

    ค้างคาวสองหัว ปรากฏจากเงามืด ปีกแผ่กว้าง แววตาทั้งสี่ข้างจ้องมองอย่างกดดัน

     

    เสียงลม เสียงไฟ และแรงกดดันของทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันกลางเวที… ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะสั่งการสัตว์อสูรเข้าปะทะ!

     

    เสียงคำรามของสัตว์อสูรทั้งสามตัวกึกก้องกัมปนาท!

     

    หมาป่าวายุ, พยัคฆ์ลาวา และ ค้างคาวสองหัว—สัตว์อสูรระดับนักรบขั้นที่ 7 ปะทะกันกลางเวทีอย่างดุเดือด ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น พื้นเวทีประลองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับจะรับแรงกดดันมหาศาลไม่ไหว!

     

    หมาป่าวายุ พุ่งทะยานด้วยความเร็วเหนือสายตา พยายามเข้าประชิดพยัคฆ์ลาวาที่แผ่พลังไฟร้อนแรงออกมาจนพื้นหินละลายเป็นรอยยับย่น ขณะที่ ค้างคาวสองหัว โฉบวนรอบด้าน ปล่อยเสียงกรีดร้องอันแหลมคมใส่ศัตรูเพื่อรบกวนสมาธิและบั่นทอนพลังจิต

     

    การโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่า ระหว่างสัตว์อสูรที่ทรงพลังทั้งสาม ทำให้แม้แต่ ผู้อาวุโสควบคุมการประลอง ยังต้องใช้พลังปราณเสริมเวทป้องกันรอบเวทีเพื่อไม่ให้แรงสั่นสะเทือนแผ่กระจายออกไปยังผู้ชม

     

    เปลวไฟ พายุ และเงามืดปะทะกันกลางเวที เสียงระเบิดดังสนั่น!

    ผู้ชมลุกฮือขึ้นจากที่นั่ง หลายคนตื่นตะลึงกับพลังที่ทั้งสองฝ่ายปลดปล่อยออกมา!

     

    เป็นครั้งแรกที่ หลี่เฉินเฟิง—อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลี่—ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างแท้จริงบนเวทีประลอง!

     

    สามรอบที่ผ่านมา เขาใช้เพียง หมาป่าวายุ เพียงตัวเดียวในการกวาดชัยชนะอย่างง่ายดาย ทว่าคราวนี้กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง…

     

    ค้างคาวสองหัว โฉบวนรอบสนาม ส่งเสียงกรีดร้องด้วยคลื่นเสียงลวงจิตไม่หยุดหย่อน ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและจังหวะการโจมตีของหมาป่าวายุโดยตรง แม้จะพยายามเร่งความเร็วหรือเปลี่ยนตำแหน่ง แต่เสียงนั้นกลับแทรกซึมเข้ามาในสำนึก ทำให้เกิดอาการชะงักหรือพลาดไปเสี้ยววินาที

     

    และเสี้ยววินาทีนั้นเอง…

     

    พยัคฆ์ลาวา คำรามก้อง พุ่งทะลวงด้วยกรงเล็บที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงร้อนแรง ฟาดเข้าที่ด้านข้างของหมาป่าวายุอย่างจัง! แรงปะทะรุนแรงพอจะทำให้พื้นเวทีแตกร้าว หมาป่าวายุส่งเสียงคำรามเจ็บปวด ขนถูกเผาไหม้เป็นริ้ว และเลือดไหลซึมออกมา

     

    ผู้ชมต่างอ้าปากค้าง!

     

    เป็นครั้งแรกที่เห็นอสูรของหลี่เฉินเฟิง เสียเปรียบอย่างชัดเจน!

     

    แม้เจ้าตัวจะยังคงท่าทางสงบนิ่ง แต่แววตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไป คล้ายกับ…เริ่ม “จริงจัง” เป็นครั้งแรก!

     

    แววตาของ หลี่เฉินเฟิง แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ…

     

    แม้จะยังไม่ถึงรอบชิง แต่สถานการณ์ตรงหน้า หากไม่ตัดสินใจเด็ดขาด—เขาอาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะ “ไปถึง” รอบชิงด้วยซ้ำ!

     

    “ไพ่ตายควรเก็บไว้ใช้รอบชิง… แต่ถ้าแพ้ตั้งแต่ตอนนี้—จะเก็บไว้ไปเพื่ออะไร?”

     

    เสียงเขาดังเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง แต่ในชั่วพริบตานั้น พลังวิญญาณภายในร่างกลับปะทุขึ้นอย่างรุนแรง!

     

    หลี่เฉินเฟิงที่ก่อนหน้านี้ยืนสงบนิ่ง สายตาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง กลับเผยรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก พร้อมกับยกมือขึ้นช้า ๆ

    ก่อนประกาศเสียงเรียบ…

    “ถึงเวลาที่เจ้าจะออกมาแล้ว…”

     

    เสียงกล่าวนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลัง

    พลังวิญญาณที่สะกดไว้พลุ่งพล่านขึ้นในพริบตา

    พื้นลานประลองสั่นสะเทือน…

    สายลมโหยหวน…

    กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านออกมาทั่วบริเวณ

     

    “จงปรากฏ—แมงมุมปีศาจนรก!”

     

    ตูมมม!!

    เสียงระเบิดของพลังพุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า

    หมอกสีเขียวหม่นเจือดำ ปกคลุมทั้งสนามประลองภายในพริบตา

     

    หมอกนั้นไม่ใช่หมอกธรรมดา

    แต่เป็นหมอกพิษ—พิษที่กัดกินทุกชีวิตที่สัมผัส

     

    กลางเวที

    แสงสีมืดดำรวมตัวเป็นรูปร่าง…

    แล้ว… ร่างมหึมาขนาดสูงกว่าสามเมตร

    แมงมุมปีศาจนรก ก็ปรากฏราวปีศาจจากห้วงลึกแห่งนรก

     

    ชื่อ: แมงมุมปีศาจนรก

    ชนชั้น: จอมอสูร

    ระดับ: นักรบขั้น 9

    ธาตุ: พิษ / มืด

    ประเภท: โจมตี / ควบคุม / ทำลาย

    ลักษณะเด่น:

                ขาทั้งแปดเรียวยาวมีหนามแหลมเคลือบพิษร้าย

                ลำตัวสีดำสนิท ลายเรืองแสงเขียวหม่นเหมือนยันต์โบราณ

                แววตาแดงฉานทั้งแปดดวงจับจ้องดุจนักล่าแห่งรัตติกาล

                ทุกก้าวของมัน ทิ้งคราบพิษกัดกร่อนพื้นสนามเป็นหลุมดำกร่อนผุ

     

    เสียงหวีดแหลมดังจากปากของมัน

    “กรี๊ดดดดดดด!!!”

    สะเทือนเข้าไปถึงกระดูกต้นคอของผู้ชม

     

    “นั่นมัน… ชนชั้นจอมอสูรของแท้!”

    “ระดับนักรบขั้น 9… ยังอยู่ในขอบเขตเยาวชนได้อย่างไร?!”

     

    เหล่าผู้ชมตกตะลึง บางคนผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

    แม้แต่อาวุโสของนิกายระดับสูงยังเผยสีหน้าตึงเครียด

     

    “ศึกนี้… เปลี่ยนไปแล้ว”

    เสียงหนึ่งกล่าวเบา ๆ ในหมู่ผู้ชม

     

    หลี่เฉินเฟิงยืนกลางหมอกพิษ กลายเป็นเงาร่างผู้ควบคุมปีศาจ

    ขณะที่แมงมุมปีศาจนรกเริ่มขยับ—

    เสียงขาแหลมกระแทกพื้นเป็นจังหวะ

    แปะ แปะ แปะ…

    สะท้อนดังก้องกังวาน ราวกับท่วงทำนองแห่งความตายที่กำลังเริ่มต้น